LOGINสตรีโง่งมที่เคยเป็นหมากให้บุรุษเหยียบย่ำจนตระกูลพินาศ...ได้ตายไปแล้ว!
View Moreเสียงปี่พาทย์มงคลที่ดังกึกก้องมาจากถนนสายหลักของเมืองหลวงต้านโจว ช่างเป็นเสียงที่บาดหูและชวนให้หงุดหงิดที่สุดในชีวิตของ ‘เซี่ยเปี้ยนซาง’บนชั้นสองของโรงเตี๊ยมหรูที่ถูกเหมาปิดชั้นไว้อย่างเงียบเชียบ ร่างสูงใหญ่ในชุดแพรไหมสีดำขลิบทองนั่งแผ่รังสีอำมหิตอยู่บนเก้าอี้ไม้หนานมู่ นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยมืดมิด บัดนี้คุกรุ่นไปด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสรรพสิ่งให้เป็นจุณ มือหนาที่วางอยู่บนพนักเก้าอี้กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนบนโต๊ะตรงหน้าเขา... มีจอกสุราหยกขาว และกล่องไม้ที่บรรจุ ‘ราชโองการสมรสพระราชทานเปล่า’ ของอดีตฮ่องเต้วางเตรียมพร้อมเอาไว้แน่นอนว่าวันนี้เขาจะมาชิงตัวเจ้าสาว“ม่ออิง... สายสืบรายงานมาว่าอย่างไร” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างเยือกเย็น ทว่ากดดันจนองครักษ์เงาที่ยืนอยู่เบื้องหลังต้องลอบกลืนน้ำลาย“ทูลท่านอ๋อง ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวเพิ่งเลี้ยวพ้นตรอกฝั่งตะวันออก กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้พ่ะย่ะค่ะ ส่วน ‘ซูเยว่ซิน’ สตรีที่เป็นชู้รักของหนิงหย่วนโหว บัดนี้ปะปนอยู่ในกลุ่มชาวบ้านใกล้กับจุดที่ขบวนจะเคลื่อนผ่าน ตามที่ท่านอ๋องคาดการณ์ไว้ทุกประการ องครักษ์เงาของเราประจำจุดเตรียมพร้อมแล้วพ่ะย่ะ
พูดจบเขาก็แกล้งเตะโคนต้นไม้อย่างแรงจนกิ่งก้านสั่นไหว กู้เย่หลีที่ไม่ได้ตั้งตัวเบิกตากว้าง ปล่อยมือจากกิ่งไม้พร้อมกับผลซานจาที่ร่วงหล่น ร่างเล็ก ๆ ของนางเสียหลักพลัดตกลงมาจากความสูงทันที!“ว้ายยย!”เซี่ยเปี้ยนซางตกใจสุดขีด เขาลืมเรื่องหยอกล้อไปจนสิ้น ร่างสูงโปร่งพุ่งทะยานเข้าไปรับก้อนแป้งน้อยเอาไว้ในอ้อมแขนได้อย่างฉิวเฉียด! ทว่าด้วยแรงกระแทกและสรีระที่ยังไม่แข็งแกร่งเต็มร้อย ทำให้ทั้งคู่เสียหลัก ล้มกลิ้งลงอยู่กลางทุ่งดอกไม้สีสันสดใสที่เบ่งบานรับแสงแดดอั้ก!กู้เย่หลีหลับตาปี๋ ทว่าแทนที่จะเจ็บปวด นางกลับสัมผัสได้เพียงความอ่อนนุ่มของทุ่งหญ้าและแผงอกที่รองรับอยู่ด้านล่าง แต่เมื่อลืมตาขึ้นมา นางก็ต้องหน้ามุ่ยด้วยความโกรธจัด ทุบกำปั้นเล็กลงบนอกของคนเบื้องล่างสุดแรง“โอ๊ย! ท่านแกล้งข้า! ข้าจุกไปหมดแล้วนะ หายใจไม่ออกแล้วด้วย!” เด็กหญิงโวยวายหน้าแดงก่ำทว่า... คนที่ถูกทับกลับนอนนิ่งค้าง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย็นชาบัดนี้แดงเถือกไปจนถึงใบหู ลมหายใจของเซี่ยเปี้ยนซางสะดุดกึก หายใจติดขัดยิ่งกว่าคนโดนบีบคอ!เพราะตำแหน่งที่กู้เย่หลีนั่งทับลงมาอย่างพอดิบพอดีนั้น... คือกึ่งกลางกายของบุรุษหนุ่มที่เพิ่งจะ
สายลมพัดผ่านค่ายทหารชายแดนบูรพา หอบเอาความแห้งแล้งและกลิ่นฝุ่นมาเตะจมูก ทว่าสำหรับ ‘เซี่ย เปี้ยนซาง หรือเซี่ยอ๋อง’ ในวัยสิบหกชันษา กลิ่นอายเหล่านี้เปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่ล่ามเขาไว้กับความจริงอันแสนหนักอึ้งหลังจากการจากไปอย่างกะทันหันของผู้เป็นบิดา บุรุษหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่ควรจะได้ใช้ชีวิตอิสระ กลับถูกผลักขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตระกูลเซี่ยรับตำแหน่งเซี่ยอ๋อง ถือครองตราพยัคฆ์ทมิฬที่กุมกำลังทหารนับแสนถูกวางลงบนบ่าที่ยังเติบโตไม่เต็มที่เดิมตราพยักทมิฬนี้มีสองชิ้นชิ้นแรกสำหรับแม่ทัพที่รักษาดินแดน ซึ่งตอนนี้ตกเป็นของตระกูลกู้ เป็นตระกูลที่เซี่ยอ๋องผู้ล่วงลับไว้เนื้อเชื่อใจ แต่อย่างใดก็แล้วแต่ยังต้องฟังคำสั่งเซี่ยอ๋องที่มีตราเสมือนตราแม่อยู่นี่เป็นความประสงค์ของอดีตฮ่องเต้ที่ไว้เนื้อเชื่อใจตระกูลเซี่ยมาช้านาน ทั้งคำสัตย์สาบานเป็นพี่น้องต่างแซ่จนตระกูลเซี่ยได้บรรดาศักดิ์อ๋องเขาต้องสวมหน้ากากแห่งความเดือดดาลและเย็นชา เพื่อข่มขวัญเหล่าขุนนางเฒ่าที่จ้องจะแย่งชิงอำนาจ ท่ามกลางหมาป่าที่หิวโหย เซี่ยเปี้ยนซางไม่อาจแสดงความอ่อนแอให้ผู้ใดเห็นได้แม้แต่เสี้ยวลมหายใจสถานที่เดียวที่มัจจุราชวัยเยาว์ผู้นี้จ
“แต่ถึงอย่างไร ในใจข้า เจ้าก็สำคัญเป็นอันดับหนึ่งเสมอ เย่หลีของข้า...”“เกี่ยวอันใดเพคะ” นี่แหละคือเซี่ยเปี้ยนซางมักจะหาทางชมนาง บอกรักนางเพื่อหลีกเลี่ยงความผิด“เกี่ยวสิ...เพราะข้ามีภรรยาเพียงผู้เดียว ไม่ว่าเรื่องอันใดเจ้าคือถูกต้องเสมอ”กู้เย่หลีหน้าแดงซ่าน หยิกแขนแกร่งไปหนึ่งที “ท่านเลิกประจบข้าได้แล้ว ลูกมองอยู่นะ...”บรรยากาศในอุทยานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกดูราวกับภาพวาดที่สมบูรณ์แบบที่สุดในใต้หล้า ยมบาลผู้โหดเหี้ยมได้พบกับแสงสว่างที่เยียวยาทุกรอยแผลในใจของเขาแล้วแสงแดดอุ่นแห่งวสันต์ฤดูสาดส่องลงมายังศาลาริมสระบัว กู้เย่หลีในชุดกระโปรงยาวพลิ้วไหวสีฟ้าอ่อน เอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน ทว่ารอยยิ้มงดงามประดับอยู่บนริมฝีปากบางไม่คลาย เมื่อดวงตาหงส์ไล่อ่านตัวอักษรบนกระดาษเซวียนจื่อแผ่นแล้วแผ่นเล่าลายมือตวัดหนักแน่นทรงพลัง ทว่าแฝงความนุ่มนวลอยู่ในทีนี้ จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก กู้จ้านอวี่ ผู้เป็นพี่ชายร่วมอุทร แม่ทัพใหญ่แห่งบูรพาที่บัดนี้ประจำการอยู่ชายแดนเหนือ ส่วนบิดาวางมือจากแม่ทัพผันตัวเป็นกุนซือแทนแต่ก็ยังรั้งอยู่ชายแดน เพราะภรรยาสิ้นที่ชาย
หลังจากเงาร่างของอดีตฮ่องเต้หายลับไป ม่ออิงก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด คุกเข่าลงเบื้องหน้าเซี่ยเปี้ยนซางพร้อมกับยื่นม้วนกระดาษข่าวกรองลับให้แก่ผู้เป็นนายอันที่จริงเซี่ยอ๋องก็มองหาคนที่สมควรนั่งตำแหน่งฮ่องเต้อยู่แล้ว เพราะตระกูลเซี่ยให้คำสัตย์สาบานเอาไว้ จะไม่แย่งบัลลังก์ แต่จะพยุงบัลลังก์ ดังนั้นเพื่อ
‘รุ่ยอ๋อง’ อดีตพระปิตุลาผู้เคยอวดอ้างบารมี บัดนี้ผมเผ้าขาวโพลนหลุดลุ่ย สภาพไม่ต่างจากสุนัขแก่ที่รอความตาย ‘เว่ยฮองเฮา’ มารดาแห่งแผ่นดินที่เคยหยิ่งผยอง นั่งเหม่อลอยไร้สติ สภาพของนางน่าสมเพชเสียจนราษฎรยังขยะแขยงที่จะปาหินใส่ ถัดมาคือ ‘เสิ่นกุ้ยเฟย’ สตรีที่เคยวางอำนาจเหนือคนในวังหลัง บัดนี้ชุดนักโทษสี
กู้เย่หลีปรือตาขึ้นมองสวามีด้วยดวงตาที่เปี่ยมรัก แน่นอนว่าหากไม่รักเขา นางคงจะโง่งมเต็มที“ชาตินี้ทั้งชาติ...ท่านจะเป็นคนเดียวที่ข้ารักและฝากชีวิต”เมื่อได้ยินถ้อยคำที่พึงพอใจ เรือนกายหนาเคลื่อนเข้าหาร่างกายเล็กอย่างเร่าร้อน ริมฝีปากหนาเลื่อนลงมาหยอกล้อกับเต้าอวบ ปลายยอดปทุมถันสีหวานชูชันอวดโฉมราวก
สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านจวนตระกูลเซี่ยอันเงียบสงบ กลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาที่เบ่งบานในลานกว้างลอยอวลไปในอากาศ ทว่าภายในห้องบรรทมใหญ่ที่ประดับประดาด้วยผ้าไหมสีแดงเข้ม กลับร้อนระอุประดุจมีกองเพลิงสุมอยู่ภายในประตูไม้แกะสลักถูกเตะเปิดออกและปิดลงอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของบุรุษร่างสูงใหญ่ เซี่ยเปี้ยนซางตระกองก