LOGINสามวันหลังงานปาร์ตี้ ไอริสยังคงมาทำงานตรงเวลาทุกวัน
เธอจัดตารางเรียนให้เหนือ เตรียมเอกสารประชุม ตรวจสอบรายรับรายจ่าย และประสานงานกับพนักงานทุกฝ่ายได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง
เธอตอบทุกคำถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
เรียกเขาว่า “คุณเหนือ” เหมือนเดิม
และไม่เคยกล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นบนเตียงในคืนนั้นแม้แต่คำเดียว
ความสงบนิ่งของเธอควรเป็นสิ่งที่เหนือต้องการ เพราะเขาเป็นคนบอกเองว่ามันเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ แต่ยิ่งไอริสทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขากลับยิ่งรู้สึกหงุดหงิด
เธอไม่ถามว่าทำไมเขาถึงจูบเธอ
ไม่ถามว่าความสัมพันธ์จะดำเนินต่อไปอย่างไร
แม้แต่ตอนที่ต้องเข้าไปจัดเอกสารในห้องนอนซึ่งทั้งคู่เคยมีความสัมพันธ์กัน ไอริสก็ยังสามารถรักษาสีหน้าเรียบเฉยได้ ราวกับไม่เคยนอนอยู่ใต้ร่างเขาบนเตียงหลังนั้น
ต่างจากเหนือที่ยังจำได้ทุกอย่าง
ทั้งความร้อนจากผิวกาย เสียงหายใจขาดห้วง และรอยเล็บซึ่งเธอทิ้งไว้บนแผ่นหลัง
“รายงานการประชุมเมื่อวานค่ะ”
ไอริสวางแฟ้มลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนเลื่อนแท็บเล็ตมาให้เขา
“ส่วนตารางคืนนี้ คุณมีนัดคุยกับตัวแทนเครื่องดื่มตอนสองทุ่ม หลังจากนั้นไม่มีนัดค่ะ”
เหนือเงยหน้าจากเอกสาร
“แล้วเธอล่ะ”
“ฉันทำงานถึงสี่ทุ่มค่ะ”
“ฉันถามว่าหลังจากนั้นเธอจะไปไหน”
ไอริสมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ
“เป็นเวลาส่วนตัวค่ะ ไม่ได้อยู่ในตารางงาน”
คำตอบนั้นทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน
“เมื่อคืนธามไปส่งเธอที่ไหน”
“ที่บ้านค่ะ”
“มันรู้ที่อยู่เธอแล้ว?”
“ฉันต้องบอกทาง ไม่อย่างนั้นเขาจะไปส่งถูกได้ยังไงคะ”
เหนือวางปากกาลงแรงกว่าปกติ
“ฉันเคยเตือนแล้วว่าอย่าไว้ใจมัน”
“ฉันก็เคยบอกแล้วว่าคุณไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฉัน”
“แต่เธอเป็นผู้ช่วยฉัน ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจะกระทบงาน”
“ฉันจะระวังไม่ให้เรื่องส่วนตัวกระทบงานค่ะ เหมือนที่คุณต้องการ”
ถ้อยคำสุภาพแฝงการประชดอย่างชัดเจน ก่อนที่ไอริสจะเดินออกจากห้องโดยไม่รอให้เขาอนุญาต
เหนือเอนหลังพิงเก้าอี้และมองประตูซึ่งปิดลง
ตลอดสามวันที่ผ่านมา เธอปฏิบัติตามคำพูดของเขาทุกอย่าง เธอแยกเรื่องบนเตียงออกจากงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แต่แทนที่จะพอใจ เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกลงโทษด้วยความเฉยชา
ช่วงค่ำ NORTH NIGHT เริ่มเปิดให้บริการตามปกติ พนักงานทยอยเข้าประจำตำแหน่ง ขณะที่ไอริสเดินตรวจความเรียบร้อยบริเวณชั้นล่าง
เธอเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดทำงานสีดำเข้ารูป ผมยาวถูกรวบขึ้นจนเผยให้เห็นลำคอระหง รอยจากค่ำคืนนั้นจางหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงผิวขาวสะอาดตาซึ่งเหนือเผลอมองซ้ำหลายครั้ง
เขายืนอยู่บนชั้นลอย มองเธอพูดคุยกับพนักงานชายหน้าบาร์ด้วยท่าทีเป็นกันเอง ไอริสหัวเราะกับบางอย่างที่อีกฝ่ายพูด ก่อนรับแก้วเครื่องดื่มมาลองชิม
เพียงเห็นรอยยิ้มซึ่งเธอไม่เคยมีให้เขาตลอดสามวัน เหนือก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
“มองอะไรอยู่คะ”
เสียงหวานดังขึ้นข้างตัว ก่อนแขนเรียวจะคล้องเข้ากับแขนของเขา
แพรไหมมาในชุดเดรสสั้นสีทอง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยเข้ามาจนเหนือขยับตัวออกเล็กน้อย
“มาทำไม”
“แพรจะมาหาเหนือไม่ได้หรือคะ”
“ฉันมีงาน”
“แพรก็มีเรื่องสำคัญจะคุย”
เธอยิ้ม ก่อนหันไปมองไอริสด้านล่างด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมาย
“คุณพ่อของแพรคุยกับคุณลุงแล้วนะคะ เรื่องหมั้นของเรา”
เหนือหันกลับมาทันที
“ใครบอกว่าฉันจะแต่งงาน”
“ตอนนี้อาจยังไม่ใช่ แต่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน อีกไม่นานก็คงมีข่าวดี”
แพรไหมตั้งใจพูดเสียงดังพอให้พนักงานบริเวณใกล้เคียงได้ยิน หลายคนหันมามองด้วยความสนใจ
ไอริสซึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดมาหยุดอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว เธอน่าจะได้ยินทุกคำ แต่สีหน้ากลับไม่เปลี่ยนแปลง
“ยินดีด้วยนะคะ”
เธอกล่าว พร้อมยื่นเอกสารให้เหนือ
“สรุปยอดจองโต๊ะของคืนนี้ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอกลับก่อน”
“ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน”
“งานของฉันเสร็จแล้ว และวันนี้ฉันขอออกก่อนหนึ่งชั่วโมง คุณอนุมัติไว้ในตารางแล้วค่ะ”
เหนือจำได้ว่าเธอส่งคำขอไว้ตั้งแต่สองวันก่อน แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจว่าเธอจะไปไหน
“จะไปไหน”
“มีนัดค่ะ”
“นัดกับใคร”
ไอริสยกมุมปากบาง ๆ
“เรื่องส่วนตัวค่ะ”
แพรไหมมองสลับระหว่างทั้งคู่ ก่อนตั้งใจก้าวเข้ามากอดแขนเหนือแน่นกว่าเดิม
“ปล่อยไอริสกลับเถอะค่ะเหนือ ไหน ๆ คืนนี้เราก็ต้องคุยเรื่องหมั้นกันอยู่แล้ว”
จากนั้นเธอก็เขย่งปลายเท้า จูบลงบนแก้มของเขาต่อหน้าไอริส
เหนือไม่ได้ตั้งตัวจึงหลบไม่ทัน
ดวงตาของไอริสหยุดอยู่ตรงรอยลิปสติกบนแก้มเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างไม่รู้สึกรู้สา
“ขอตัวนะคะ”
เธอหมุนตัวเดินจากไป
“ไอริส”
เหนือเรียก แต่หญิงสาวไม่ได้หยุด
เขาแกะแขนของแพรไหมออก ก่อนสั่งเสียงเย็น
“เรื่องหมั้นไม่มีวันเกิดขึ้น อย่าเอาไปพูดให้ใครเข้าใจผิดอีก”
“แต่คุณลุง—”
“ชีวิตของฉัน ฉันตัดสินใจเอง”
เหนือใช้นิ้วเช็ดรอยลิปสติกบนแก้มทิ้ง ก่อนเดินตามไอริสไป
เขาพบเธอกำลังเก็บของอยู่ในห้องทำงาน หญิงสาวเปลี่ยนเป็นชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำเรียบง่ายสำหรับออกไปข้างนอก กระโปรงเหนือเข่าเผยเรียวขายาวจนเหนือยิ่งไม่พอใจเมื่อนึกว่าเธอกำลังจะแต่งตัวแบบนี้ไปพบใครบางคน
ประตูถูกปิดลงเสียงดัง
ไอริสเงยหน้ามอง
“มีอะไรคะ”
“ยกเลิกนัด”
“ไม่มีเหตุผลต้องยกเลิกค่ะ”
“เธอยังอยู่ในเวลางาน”
“คุณอนุมัติให้ฉันกลับก่อนแล้ว”
“ฉันยกเลิกการอนุมัติ”
หญิงสาววางโทรศัพท์ลงและหันมาเผชิญหน้าเต็มตัว
“คุณกำลังทำแบบนี้เพราะเห็นฉันมีนัด หรือเพราะไม่พอใจที่ฉันไม่แสดงอาการอะไรตอนผู้หญิงของคุณจูบแก้ม”
“แพรไหมไม่ใช่ผู้หญิงของฉัน”
“ไม่เกี่ยวกับฉันค่ะ”
คำตอบรวดเร็วเกินไปจนเหนือหรี่ตามอง
“กำลังประชดฉันอยู่หรือ”
“ทำไมฉันต้องประชด ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“เธอกำลังจงใจทำให้ฉันโมโห”
“คุณต่างหากที่โมโหเพราะฉันไม่สนใจ”
ไอริสเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเขา ก่อนใช้นิ้วเช็ดรอยลิปสติกซึ่งยังติดอยู่เล็กน้อยตรงมุมกราม
สัมผัสนั้นควรเป็นเพียงการประชด แต่กลับทำให้สายตาของเหนือเข้มขึ้น
“คุณเป็นคนบอกเองว่าคืนนั้นเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ” เธอกล่าว “ฉันก็ยอมรับแล้ว ทำไมยังไม่พอใจอีกคะ”
“ฉันไม่ได้ไม่พอใจ”
“ถ้าอย่างนั้นก็เปิดประตูให้ฉันไปตามนัด”
เหนือกลับยืนขวางอยู่ที่เดิม
ไอริสถอนหายใจ ก่อนกล่าวสิ่งที่คิดเอาไว้ตลอดหลายวัน
“เอาแบบนี้ไหมคะ ถ้าคุณยังต้องการฉัน เราก็มีความสัมพันธ์กันได้”
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน
“พูดอะไรของเธอ”
“ความสัมพันธ์ทางกาย ไม่มีสถานะ ไม่มีการผูกมัด และไม่มีใครมีสิทธิ์หึงหรือก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย”
ไอริสกล่าวออกมาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ทั้งที่ภายในอกกำลังบีบรัด
“คุณต้องการแค่อารมณ์ชั่ววูบไม่ใช่หรือคะ ฉันก็เสนอทางออกที่ไม่ทำให้ใครต้องรับผิดชอบความรู้สึกใคร”
เหนือควรพอใจกับข้อตกลงนี้ มันคือความสัมพันธ์แบบเดียวกับที่เขาเคยมีกับผู้หญิงคนอื่น ไม่มีข้อเรียกร้อง ไม่มีคำถาม และไม่มีอนาคตให้ต้องกังวล
แต่เมื่อคำเหล่านั้นออกจากปากไอริส เขากลับรู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรง
“แล้วเธอทำแบบนี้กับผู้ชายทุกคนหรือเปล่า”
“เรื่องก่อนหน้านี้ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่คุณมีสิทธิ์ถามค่ะ”
“ไอริส”
“ถ้าไม่ตกลงก็หลีกทาง ฉันจะไปตามนัด”
หญิงสาวเดินผ่าน แต่เหนือกลับคว้าข้อมือและดึงเธอกลับมาปะทะแผ่นอก
“ตกลง”
เขาตอบเสียงต่ำ
“ไม่มีสถานะ ไม่มีผูกมัด”
“และห้ามหึงค่ะ”
“ได้”
“ไม่มีสิทธิ์ถามว่าฉันไปไหนหรืออยู่กับใคร”
กรามของเหนือขบแน่น แต่ยังตอบ
“ได้”
ไอริสมองเข้าไปในดวงตาเขา ก่อนใช้นิ้วเกี่ยวเนกไทแล้วดึงลงมา
“ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้คุณต้องการฉันหรือเปล่าคะ”
คำถามนั้นไม่ต่างจากการจุดไฟลงบนเชื้อเพลิง
เหนือก้มลงจูบเธอทันที
ริมฝีปากบดเบียดเข้าหากันอย่างดุดัน เขาดันร่างเธอถอยหลังจนสะโพกชนขอบโต๊ะทำงาน ก่อนกวาดเอกสารด้านหลังทิ้งไปโดยไม่สนใจว่ามันจะหล่นกระจัดกระจายบนพื้น
ไอริสถูกยกขึ้นนั่งบนโต๊ะ แต่ไม่ได้ยอมตกอยู่ภายใต้การควบคุมง่าย ๆ เธอปลดเนกไทของเขาออก กระชากกระดุมเสื้อเชิ้ตจนหลุดออกหนึ่งเม็ด ก่อนลากเล็บผ่านแผ่นอกแข็งแรงเป็นแนวยาว
เหนือจับข้อมือเธอไว้
“ตั้งใจยั่วฉัน?”
“ก็แค่คู่นอน จะยั่วไม่ได้หรือคะ”
คำว่า คู่นอน ทำให้แรงในมือเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
เหนือปล่อยข้อมือและก้มลงจูบลำคอแทน เขาขบเม้มผิวขาวบริเวณเหนือไหปลาร้า ตั้งใจทิ้งร่องรอยสีแดงในตำแหน่งซึ่งชุดของเธอปิดไม่มิด
ไอริสสะดุ้งและผลักไหล่เขา
“เราตกลงกันว่าไม่มีสิทธิ์ครอบครอง”
“ฉันไม่ได้ครอบครอง”
เหนือกดจูบซ้ำลงตรงรอยเดิม ก่อนกระซิบชิดผิว
“แค่คิดว่าถึงไม่มีสถานะ คนอื่นก็ควรรู้ว่าเธอมีเจ้าของ”
“คุณกำลังทำผิดข้อตกลงตั้งแต่นาทีแรก”
“ถ้าไม่พอใจ เธอก็ทำคืน”
ไอริสผลักเขาออกเล็กน้อย ก่อนลุกจากโต๊ะและสลับตำแหน่งจนแผ่นหลังของเหนือชนขอบโต๊ะแทน
“คุณพูดเองนะคะ”
เธอใช้เนกไทซึ่งถอดออกมาพันรอบข้อมือเขาอย่างหลวม ๆ เหนือไม่ได้ขัดขืน กลับมองการกระทำของเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ
ไอริสปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาทีละเม็ด ก่อนก้มลงจูบลำคอและขบเม้มตรงบริเวณเหนือปกเสื้อ รอยแดงเข้มปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
“พรุ่งนี้คุณมีประชุมกับผู้ใหญ่ไม่ใช่หรือคะ”
“แล้วไง”
“เขาคงได้รู้ว่าคุณเหนือก็มีเจ้าของเหมือนกัน”
เธอตั้งใจเน้นรอยนั้นอีกครั้ง แต่เหนือกลับหลุดมือจากเนกไทอย่างง่ายดายและรวบเอวเธอเข้าหาตัว
“อย่าคิดว่าได้เป็นฝ่ายคุมเพียงเพราะฉันยอม”
“ฉันไม่เคยขอให้ยอมค่ะ”
จูบครั้งใหม่จึงกลายเป็นการแข่งขันอย่างแท้จริง
มือของเหนือรูดซิปชุดเดรสลง ผ้าเนื้อบางเลื่อนออกจากหัวไหล่และร่วงลงมากองบริเวณเอว ไอริสตอบโต้ด้วยการผลักเสื้อเชิ้ตออกจากไหล่เขา ก่อนฝังเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเมื่อริมฝีปากร้อนลากผ่านเนินอก
เหนืออุ้มเธอกลับขึ้นไปบนโต๊ะ เอกสารซึ่งเหลืออยู่ถูกเบียดจนยับย่น ขณะที่ขวดน้ำบนโต๊ะล้มกลิ้งไปอีกด้าน
เขาคุกเข่าลงตรงหน้า ปล่อยริมฝีปากไล่สัมผัสจากหัวเข่าขึ้นมาตามต้นขาด้านในอย่างช้า ๆ ความตั้งใจถ่วงเวลาของเขาทำให้ไอริสเผลอกำขอบโต๊ะแน่น
“รีบร้อนหรือ”
เหนือถามเมื่อเห็นเธอขยับเข้าหาโดยไม่รู้ตัว
“คุณช้าเองต่างหาก”
“ฉันแค่กำลังดูว่าเธอแยกความรู้สึกออกจากร่างกายได้ดีแค่ไหน”
ถ้อยคำของเขากระตุ้นให้ไอริสเชิดหน้าขึ้น แม้ร่างกายจะสั่นจากสัมผัสที่จงใจหยอกล้อ
“ทำให้ดีกว่านี้สิคะ แล้วฉันจะตอบ”
เหนือยกยิ้ม ก่อนทำตามคำท้าจนไอริสไม่สามารถรักษาความสงบนิ่งได้อีก เสียงหายใจของเธอขาดเป็นช่วง นิ้วเรียวจิกลงบนไหล่เขา ขณะที่สัมผัสทุกอย่างถูกเร่งเร้าจนความต้องการสะสมใกล้ถึงขีดสุด
แต่ก่อนที่เธอจะได้รับสิ่งที่ต้องการ เหนือกลับหยุดและลุกขึ้นยืน
ไอริสมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง
“คนขี้โกง”
“ไม่มีข้อไหนห้ามฉันแกล้งเธอ”
เหนือเปิดลิ้นชักโต๊ะ หยิบเครื่องป้องกันออกมา ก่อนกลับเข้ามาประชิดระหว่างเรียวขาของเธอ
“หรือจะหยุดตรงนี้”
“ถ้าคุณหยุด ฉันจะไปตามนัดจริง ๆ”
แววตาของเหนือวาบขึ้นทันที
เขายกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นเกี่ยวสะโพก ก่อนเชื่อมความใกล้ชิดของทั้งคู่เข้าหากัน ไอริสเผลอร้องออกมาและกอดลำคอเขาแน่น เมื่อความรู้สึกเต็มแน่นแล่นผ่านร่างอย่างรวดเร็ว
เหนือหยุดให้เธอปรับตัวเพียงครู่หนึ่ง ก่อนเริ่มขยับด้วยจังหวะหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ซึ่งอดกลั้นมาตลอดหลายวัน
โต๊ะทำงานสั่นตามแรงเคลื่อนไหว เอกสารร่วงลงพื้นเพิ่มขึ้นทีละแผ่น ขณะที่เสียงดนตรีจากชั้นล่างดังลอดขึ้นมาจาง ๆ ไม่มากพอจะกลบเสียงหอบหายใจภายในห้อง
“ยังคิดว่าจะไปตามนัดอีกไหม”
เหนือถามชิดริมฝีปาก
ไอริสไม่ยอมตอบ กลับยกสะโพกตอบรับจังหวะของเขาและใช้เล็บข่วนผ่านรอยเดิมบนแผ่นหลัง
“เกี่ยวอะไรกับคุณคะ”
คำตอบยั่วโมโหทำให้เขาเร่งจังหวะขึ้น มือใหญ่ยึดเอวเธอไว้แน่น ขณะที่ริมฝีปากเคลื่อนลงไปขบเม้มยอดอกซึ่งไวต่อสัมผัสจนหญิงสาวเผลอหลุดเสียงคราง
เหนือยังคงถามคำถามเดิมทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้จุดสูงสุด
“จะไปหาใคร”
“คุณไม่มีสิทธิ์ถาม”
“งั้นฉันก็ไม่มีเหตุผลต้องรีบให้เธอไป”
เขาจงใจชะลอทุกครั้งที่เธอใกล้ถึงฝั่งฝัน ก่อนกลับมาเร่งเร้าใหม่จนไอริสทั้งโกรธและต้องการ เธอจึงเปลี่ยนเป็นฝ่ายผลักเขาไปนั่งบนเก้าอี้ทำงาน แล้วตามขึ้นไปคร่อมบนตัก
“ข้อตกลงของเราห้ามใครเป็นฝ่ายควบคุมตลอดนะคะ”
เหนือเอนหลังพิงเก้าอี้และมองเธอด้วยสายตาร้อนแรง
“เชิญตามสบาย”
ไอริสจึงเป็นฝ่ายกำหนดจังหวะด้วยตัวเอง เธอเคลื่อนไหวช้าในตอนแรก ตั้งใจทรมานเขาเหมือนที่เพิ่งถูกกระทำ แต่เมื่อเหนือใช้มือกอบกุมเอวและส่งแรงตอบรับ ความตั้งใจทั้งหมดก็เริ่มแตกสลาย
เธอก้มลงจูบลำคอเขาซ้ำตรงรอยเดิม ขณะจังหวะของทั้งคู่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
สุดท้ายไม่มีใครเป็นฝ่ายชนะ
ความเสียวซ่านพุ่งถึงขีดสุดในเวลาใกล้เคียงกัน ไอริสซบหน้าลงกับไหล่กว้างเพื่อกลั้นเสียง ส่วนเหนือกอดเอวเธอแน่นจนร่างทั้งคู่แนบชิดแทบหลอมรวม
หลังทุกอย่างสงบลง ไอริสยังคงนั่งอยู่บนตักเขาอีกครู่หนึ่ง ก่อนดันตัวลุกขึ้นและเก็บเสื้อผ้าของตัวเอง
ไม่มีอ้อมกอดหลังจบความสัมพันธ์
ไม่มีคำพูดอ่อนหวาน
และไม่มีใครยอมรับว่าความรู้สึกเมื่อครู่นี้รุนแรงเกินกว่าจะเรียกเพียงความต้องการทางกาย
“ตกลงตามนี้นะคะ” ไอริสกล่าวขณะรูดซิปชุด “ไม่มีสถานะ ไม่มีผูกมัด และไม่มีสิทธิ์หึง”
เหนือกลัดกระดุมเสื้อกลับทีละเม็ด
“ฉันจำได้”
“ดีค่ะ”
“แล้วนัดของเธอ?”
ไอริสยกมุมปาก
“ฉันไม่มีนัดค่ะ แค่จะกลับไปนอน”
เหนือชะงัก ก่อนเข้าใจว่าเธอจงใจยั่วให้เขาเสียอาการตั้งแต่แรก
“เธอหลอกฉัน?”
“เราเพิ่งตกลงกันว่าไม่มีสิทธิ์ถามเรื่องส่วนตัว จำไม่ได้หรือคะ”
ไอริสหยิบกระเป๋าและเดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าของผู้ชนะ ทิ้งให้เหนือมองตามอย่างทั้งโมโหและพอใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น ตารางงานใหม่ถูกส่งเข้าโทรศัพท์ของเธอ
ไอริสถูกย้ายออกจากโซนวีไอพี ไม่ต้องต้อนรับแขกชาย และมีรถของบริษัทรับส่งทุกวัน โดยมีเหตุผลกำกับไว้ว่า เพื่อความปลอดภัยของผู้ช่วยส่วนตัว
หญิงสาวอ่านข้อความแล้วหัวเราะเบา ๆ
เหนือกำลังละเมิดข้อตกลงเรื่องไม่หึงตั้งแต่ยังไม่พ้นยี่สิบสี่ชั่วโมง
แต่แทนที่จะเปิดโปงทันที ไอริสกลับเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์และตั้งใจคุยเล่นกับพนักงานชายตรงจุดซึ่งกล้องวงจรปิดของห้องทำงานเหนือมองเห็นชัดที่สุด
อีกด้านหนึ่งของเมือง เหนือกำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทครอบครัว
นพดล ผู้เป็นบิดามองรอยแดงบริเวณลำคอลูกชาย ก่อนถามเสียงเรียบ
“เมื่อคืนไปอยู่กับใครมา”
เหนือไม่ได้ดึงปกเสื้อขึ้นปิด เขากลับปล่อยให้รอยซึ่งไอริสทิ้งไว้ปรากฏชัดเจน
“เรื่องส่วนตัวครับ”
แพรไหมซึ่งนั่งอยู่ข้างบิดาของตนมองรอยนั้นโดยไม่วางตา
เธอรู้จักเหนือมานาน และรู้ว่าเขาไม่เคยยอมให้ผู้หญิงคนไหนทิ้งร่องรอยในจุดซึ่งคนอื่นมองเห็น
แม้ยังไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แต่ภาพรอยจางบนลำคอของไอริสในคืนงานปาร์ตี้กลับผุดขึ้นมาในความคิด
แพรไหมกำมือใต้โต๊ะจนปลายเล็บจิกเข้าเนื้อ
คราวนี้เธอมั่นใจแล้วว่าเหนือกำลังมีผู้หญิงคนใหม่
และผู้หญิงคนนั้นอาจเป็นคนเดียวกับที่กำลังพยายามแย่งทุกสิ่งซึ่งควรเป็นของเธอไป
หนึ่งปีต่อมาแสงไฟสีทองจากป้าย NORTH NIGHT ยังคงส่องสว่างอยู่เหนือถนนสายเดิม แต่สิ่งที่อยู่หลังประตูกระจกเปลี่ยนแปลงไปจากหนึ่งปีก่อนแทบทั้งหมดระบบการเงินของร้านถูกปรับโครงสร้างใหม่ บัญชีรายรับรายจ่ายได้รับการตรวจสอบจากบริษัทภายนอกทุกไตรมาส พนักงานทุกระดับสามารถแจ้งเบาะแสโดยไม่ต้องเปิดเผยชื่อ ส่วนเงินลงทุนทุกก้อนถูกประกาศแหล่งที่มาอย่างชัดเจนหลังผ่านวิกฤตครั้งใหญ่ NORTH NIGHT ไม่ได้เพียงกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติ แต่ยังประสบความสำเร็จมากกว่าเดิมชื่อของร้านไม่ได้เป็นที่รู้จักเพราะข่าวฉาวหรือทายาทตระกูลดังอีกต่อไป หากเป็นตัวอย่างของธุรกิจสถานบันเทิงซึ่งยอมเปิดเผยความผิดพลาดและปรับระบบอย่างจริงจังชั้นบนสุดของอาคารก็มีบริษัทใหม่ถือกำเนิดขึ้นIRIS CREATIVE STUDIOจากสำนักงานเล็ก ๆ ซึ่งมีเพียงไอริสกับนักศึกษาฝึกงานสองคน ตอนนี้บริษัทผลิตสื่อของเธอมีพนักงานประจำเกือบยี่สิบคน รับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์ให้ร้านอาหาร โรงแรม แบรนด์เครื่องสำอาง และบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งไอริสเรียนจบด้วยผลการเรียนระดับดีเยี่ยม โครงงานของเธอได้รับคัดเลือกให้นำเสนอในงานสัมมนาด้านสื่อ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ลูกค้า
ห้องรับรองใหญ่ของคฤหาสน์วรเดชากุลเงียบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินเหนือวางเอกสารคืนหุ้นลงบนโต๊ะตรงหน้าบิดา ด้านข้างมีทนายความของครอบครัวนั่งอยู่พร้อมแฟ้มสัญญาหลายชุดบาดแผลบริเวณขมับของเขายังมีผ้าปิดอยู่ การเคลื่อนไหวบางครั้งยังทำให้แผ่นหลังเจ็บ แต่ชายหนุ่มกลับนั่งตัวตรงและสบตานพดลโดยไม่แสดงความลังเล“แกยังมีโอกาสเปลี่ยนใจ”ผู้เป็นบิดากล่าว ก่อนเลื่อนเอกสารอีกฉบับมาตรงหน้า“แค่เลิกกับไอรดา ฉันจะคืนตำแหน่งในบริษัท เงินลงทุนทั้งหมดของ NORTH NIGHT และจัดการข่าวเสียหายให้เงียบลง หลังจากนั้นจะแต่งงานกับแพรไหมหรือผู้หญิงจากครอบครัวอื่นก็ค่อยว่ากัน”“ผมไม่แต่งงานกับใครเพื่อแลกธุรกิจ”“ผู้หญิงคนนั้นสำคัญกว่าสิ่งที่ครอบครัวสร้างมาหลายสิบปีหรือ”“สิ่งที่ครอบครัวสร้างไม่เคยเป็นของผม”เหนือเปิดแฟ้มคืนหุ้นและเซ็นชื่อลงไปในหน้าสุดท้าย“หุ้น ตำแหน่ง และนามสกุลถูกใช้เป็นโซ่ล่ามผมมาตลอด ถ้าต้องทิ้งคนที่รักเพื่อรักษามัน ผมก็ไม่ต้องการ”ปากกาถูกวางลงบนโต๊ะนพดลจ้องลายเซ็นบุตรชายด้วยใบหน้าเคร่งเครียด“แกคิดว่าออกไปจากวรเดชากุลแล้วจะเหลืออะไร NORTH NIGHT มีหนี้ เงินสำรองถูกยักยอก นักลงทุนถอนตัว สื่อกำลังส
กลิ่นยาฆ่าเชื้อจากโรงพยาบาลยังติดอยู่ในความทรงจำของไอริส แม้เหนือจะกลับมาพักฟื้นที่เพนต์เฮาส์ได้สามวันแล้วก็ตามบาดแผลบริเวณขมับของเขาถูกเย็บหลายเข็ม แผ่นหลังมีรอยฟกช้ำขนาดใหญ่จากแรงกระแทก แพทย์สั่งให้งดทำงานหนักและต้องมีคนคอยสังเกตอาการอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์แต่คนอย่างเหนือไม่เคยรู้จักคำว่าพักผ่อนทันทีที่กลับถึงห้อง เขาก็สั่งให้ลูกน้องนำเอกสารของ NORTH NIGHT ขึ้นมาให้ตรวจ ทั้งที่ยังเดินได้ไม่ถนัดและต้องรับประทานยาตามเวลาไอริสจึงต้องแวะมาดูทุกวันเธอบอกตัวเองว่าทำเพราะเขาได้รับบาดเจ็บจากการช่วยเธอ ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่กลับไปเหมือนเดิม“ถึงเวลากินยาแล้วค่ะ”หญิงสาววางแก้วน้ำกับยาไว้ข้างแล็ปท็อปเหนือไม่เงยหน้าขึ้นมอง“วางไว้ก่อน”“คุณพูดแบบนี้เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว”“ฉันกำลังทำงาน”“ถ้าคุณไม่กิน ฉันจะเก็บคอมพิวเตอร์”มือซึ่งกำลังพิมพ์หยุดลงเหนือเงยหน้ามองเธอช้า ๆ“กำลังสั่งฉัน?”“ค่ะ”“ฉันเป็นเจ้าของห้อง”“ส่วนฉันเป็นคนดูแลผู้ป่วย แพทย์สั่งให้คุณพัก ไม่ได้สั่งให้เปิดห้องทำงานบนเตียง”ไอริสพับหน้าจอแล็ปท็อปลงต่อหน้าเขา ก่อนยื่นยาไปให้เหนือมองเม็ดยาในมือเธออยู่
เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม ก่อนผู้จัดการส่วนตัวของเหนือจะตัดสินใจเปิดเข้ามาโดยไม่รออนุญาต“คุณเหนือครับ อีกหนึ่งชั่วโมงต้องเดินทางไปโรงแรม”ชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่บนขอบเตียงในเสื้อเชิ้ตตัวเดิมจากเมื่อคืน โทรศัพท์ในมือแสดงภาพไอริสขึ้นรถของธามซ้ำไปซ้ำมาความอบอุ่นของหญิงสาวยังหลงเหลืออยู่บนผ้าปูเตียง กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ติดอยู่กับหมอนข้างตัว ทว่าคนที่เคยนอนในอ้อมแขนกลับเดินจากไปตั้งแต่ก่อนฟ้าสางหลังกล่าวว่านี่อาจเป็นคืนสุดท้าย เธอก็เลือกขึ้นรถของศัตรูในเช้าวันถัดมา“ผมเตรียมชุดสำหรับงานประกาศหมั้นไว้แล้วครับ”เหนือปิดหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนลุกขึ้นโดยไม่พูดอะไรเขาเดินเข้าไปในห้องน้ำ ล้างหน้าและพยายามขับไล่ภาพไอริสออกจากความคิด แต่เมื่อกลับออกมา ดวงตากลับเหลือบเห็นบางอย่างผิดปกติลิ้นชักโต๊ะทำงานถูกปิดไม่สนิทเหนือจำได้ว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้เข้ามาใช้งานในห้องนี้ เขาจึงเดินเข้าไปเปิดและพบกระดาษแผ่นเล็กวางอยู่ด้านบนลายมือของไอริสปรากฏอยู่บนนั้น“ครั้งนี้ลองเชื่อฉัน โดยไม่ต้องรู้เหตุผลได้ไหม”ใต้กระดาษมีแฟลชไดรฟ์สีดำขนาดเล็กซ่อนอยู่หัวใจของเหนือกระตุกแรง เขารีบนำมันเสียบเข้ากับคอมพ
เข็มนาฬิกาเคลื่อนผ่านสี่ทุ่มไปแล้วห้านาที เมื่อประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกบนชั้นเพนต์เฮาส์ของ NORTH NIGHTไอริสก้าวออกมาพร้อมกระเป๋าถือใบเล็ก ภายในบรรจุโทรศัพท์ แฟลชไดรฟ์ซึ่งเก็บหลักฐานทั้งหมด และอุปกรณ์ติดตามตำแหน่งขนาดจิ๋วที่เธอซื้อมาหลังรู้ว่าธามไม่ได้หวังดีหญิงสาวยืนอยู่หน้าประตูห้องพักของเหนือครู่หนึ่ง ก่อนยกมือกดกริ่งประตูเปิดออกในเวลาไม่นานเหนือยืนอยู่ตรงหน้าในเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงขายาวสีเดียวกัน กระดุมเสื้อสองเม็ดบนถูกปลดออก เนกไทถูกโยนพาดไว้บนโซฟา ส่วนบนโต๊ะกลางมีแก้ววิสกี้ซึ่งถูกดื่มไปแล้วเกือบครึ่ง“เข้ามาสิ”น้ำเสียงของเขาเย็นชา ไม่มีทั้งความยินดีหรือประหลาดใจไอริสก้าวเข้าไป ประตูปิดลงด้านหลังพร้อมเสียงล็อกอัตโนมัติภายในห้องยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ความรู้สึกกลับแตกต่างจากครั้งสุดท้ายที่เธออยู่ที่นี่เพียงพรุ่งนี้ ชายหนุ่มตรงหน้าจะประกาศหมั้นกับผู้หญิงอีกคนไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเคยเป็นอะไร มันก็ควรจบลงภายในคืนนี้“นั่งก่อน”เหนือเดินกลับไปยังโซฟาและยกแก้วขึ้นดื่มต่อ เขาไม่ได้ถามว่าเธอต้องการอะไรในทันที ราวกับกำลังรอให้เธอเป็นฝ่ายพูดไอริสเลือกนั่งบนโซฟาฝั่ง
เจ็ดวันหลังออกจาก NORTH NIGHT ชีวิตของไอริสกลับมาเงียบกว่าที่เคยไม่มีข้อความสั่งงานตั้งแต่เช้า ไม่มีรถของบริษัทจอดรออยู่หน้าห้องเช่า และไม่มีเจ้านายเอาแต่ใจคอยถามว่าเธออยู่ที่ไหนหรือกำลังคุยกับใครเธอควรรู้สึกเป็นอิสระทว่าทุกครั้งที่โทรศัพท์มีการแจ้งเตือน ไอริสกลับเผลอหยิบขึ้นมาดูด้วยความหวังว่าจะเห็นชื่อของเหนือปรากฏอยู่บนหน้าจอเขาไม่เคยติดต่อมาหลังคืนสุดท้ายในห้องทำงาน เหนือปล่อยให้เธอลาออกโดยไม่รั้งเอาไว้อีก ไม่มีแม้แต่ข้อความถามถึงเอกสารซึ่งเปิดจากบัญชีผู้ใช้งานของเธอ ราวกับเขาเชื่อไปแล้วว่าเธอเป็นคนขโมยข้อมูลให้ธามจริง ๆไอริสบอกตัวเองว่าเป็นเรื่องดียิ่งเหนือไม่สนใจ เธอก็ยิ่งมีเวลาตามหาความจริงเรื่องบิดาโดยไม่ถูกขัดขวางหญิงสาวนั่งอยู่หน้าโต๊ะรับประทานอาหารขนาดเล็กภายในบ้านหลังสุดท้ายของครอบครัว เอกสารซึ่งได้รับจากธามถูกวางเรียงเต็มโต๊ะ ข้างกันมีรายงานทางบัญชีเก่าซึ่งเธอค้นพบในกล่องของบิดาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ไอริสตรวจสอบเอกสารทุกหน้าและเริ่มพบจุดผิดปกติยอดเงินในรายการโอนหน้าแรกระบุจำนวนสิบสองล้านบาท แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับบัญชีปลายทาง ตัวเลขกลับเพิ่มเป็นสิบเจ็ดล้านบาทโ







