LOGINบทที่ 10
ความลับระหว่างเรา
“จำได้ด้วยเหรอ นึกว่าจะจำกันไม่ได้แล้วซะอีก”
“จำได้สิ แต่แค่ตกใจนิดหน่อยที่เจอเราในคณะนี้ แถมเรา…ยังเป็นสายรหัสพี่ด้วย”
“แล้วทำไมทำเหมือนไม่รู้จักกัน”
“ปกติพี่จะไม่เจอคนที่เคยนอนด้วยในมหา'ลัย หรืออาจจะเจอกัน เราก็ไม่ได้สนใจกัน แต่น้อง…” ไทเกอร์ยกยิ้มมุมปาก “น้องเป็นคนแรกที่ทักพี่ก่อน”
“แปลกเหรอคะ ก็คนเคย…วันไนท์สแตนด์กันมาก่อน”
“ก็ไม่แปลก แต่ไม่มีใครทำหรอก ยิ่งพูดถึงเรื่องคืนนั้นแล้ว…ไม่เคย”
“อ๋อ…ค่ะ คงเก็บกฎของวันไนท์สแตนด์อีกแล้วใช่ไหม”
“เรากำลังประชดพี่?”
“ชาเปล่าประชดนะคะ”
ไทเกอร์แสยะยิ้มมุมปาก ก่อนทิ้งก้นบุหรี่ที่สูบหมดเมื่อครู่ลงพื้นแล้วเหยียบจนดับ ควันสีเทาจางพวยพุ่งออกจากปากชายหนุ่ม พร้อมกับรอยยิ้มที่ยากจะเดาอะไรได้
“พี่ก็ทำถูกแล้วนี่คะ เหมือนเรากำลังเข้าใจอะไรผิด”
“เข้าใจผิด?” ทัชชาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ยังไงคะ”
“ยังไงน่ะเหรอ” ไทเกอร์ทวนคำเสียงเรียบ แต่แววตากลับฉายรอยบางอย่างที่อ่านไม่ออก เขาโน้มตัวเล็กน้อย ร่างสูงทอดสายตามองทัชชาอย่างคนที่ชั่งใจระหว่างจะพูดต่อหรือไม่พูดดี
ลมยามเย็นพัดกลิ่นควันบุหรี่ที่ยังอวลอยู่ให้จางหาย ทัชชาเผลอกำชายเสื้อแน่นเมื่อสายตาของเขาเลื่อนมาหยุดที่ใบหน้าเธอ
“พี่ไม่พูด” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยช้าๆ “น้องไม่พูด…ก็ไม่มีใครรู้ว่าเราเคยมีเอากัน”
ทัชชาชะงัก ดวงตาสบกับเขาอย่างท้าทายแต่หัวใจกลับเต้นแรงจนแทบหลุดจากอก
“พี่คิดว่าชาจะพูดเหรอคะ”
“ไม่รู้สิ” เขายักไหล่น้อยๆ ก่อนส่งรอยยิ้มเจือเย้ย “แต่คนอย่างน้อง…ดูไม่ค่อยเก็บความลับเท่าไร”
คำพูดนั้นเหมือนมีมีดบางเฉือนผ่านความอดกลั้น ทัชชาสูดลมหายใจยาวแล้วหันหน้าหนี
“งั้นก็ดีค่ะ พี่ไม่พูด ชาไม่พูด ต่างคนต่างใช้ชีวิต”
“แน่ใจเหรอคะ ว่าเราจะทำได้” น้ำเสียงของเขาแผ่วลง แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันบางอย่างที่ยากจะปฏิเสธ
เธอเงียบ มือที่จับสายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วขาว ไทเกอร์มองภาพนั้นด้วยสายตาพร่าเลือนบางขณะ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ
“เอาเถอะ” เขาว่าพลางก้าวถอยออก “แค่จำไว้นะคนสวย เรื่องของเรามันควรจบตั้งแต่คืนนั้นแล้ว นะคะน้องชา”
เสียงรองเท้าผ้าใบเหยียบพื้นคอนกรีตดังห่างออกไปทีละก้าว ทิ้งให้ทัชชายืนนิ่งกับลมหายใจที่ติดขัด กับความรู้สึกที่ทั้งไม่เข้าใจ และไม่อยากยอมรับว่ามันกำลังตัวเองทำแบบนี้ไปทำไม
เสียงรองเท้าของไทเกอร์ดังแผ่วหายไปเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนเขาจะหยุดชะงัก หันกลับมามองทัชชาที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเธอสั่นระริกเล็กน้อยเหมือนคนที่พยายามกลืนความรู้สึกบางอย่างลงไป
“จะยืนอีกนานไหม” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับมีแววแฝงความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ชัดเจน “เพื่อนเรารออยู่ที่โต๊ะ”
ทัชชาชะงักไปนิด ก่อนจะหลุบตาลงแล้วพยักหน้าเบาๆ
“ค่ะ…”
ไทเกอร์หมุนตัวเดินนำกลับไปทางเดิม ท่าทีสงบนิ่งแต่ดูจะจงใจช้ากว่าปกติ ราวกับรอให้เธอก้าวตามมา เธอจึงเดินตามอย่างเงียบๆ ระยะห่างระหว่างทั้งสองไม่มากนัก แต่กลับเหมือนมีบางสิ่งที่กั้นไว้กลางอากาศ
เมื่อกลับมาถึงโต๊ะ เสียงหัวเราะคุยกันของกลุ่มเพื่อนยังดังต่อเนื่อง ซานชะเง้อมองเห็นทั้งคู่ก็ยิ้มกริ่มทันที
“อ้าวมึงไปสูบบุหรี่มาเหรอวะ เห็นหายไปตั้งนาน”
“อืม” ไทเกอร์ตอบเพียงสั้นๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้เดิมอย่างไม่สนใจสายตาคนอื่น ทัชชานั่งลงฝั่งตรงข้าม พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กรีนหันมามองเธอด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
“น้องชา หน้าแดงเชียวนะ ดื่มอีกหน่อยไหม”
“ก็ได้ค่ะ” เธอตอบยิ้มบาง พยายามไม่สบตาไทเกอร์ที่มุมปากยังคงยกขึ้นเล็กน้อยอย่างคนรู้ดีว่าเธอกำลังพยายามปกปิดอะไรบางอย่าง
ซานหัวเราะเบาๆ พลางยกแก้วขึ้นชนกับไทเกอร์
“มาดื่มต่อสิวะ วันนี้มีหลานรหัสคนสวยของมึงด้วย ไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้น”
ไทเกอร์หันมามองทัชชาแวบหนึ่งก่อนจะยกแก้วขึ้น
“ดื่มครับ หลานรหัส” เขาว่าพร้อมจิบรวดเดียวจนหมด ท่าทางเรียบเฉย แต่ในแววตากลับมีไฟบางอย่างที่ยังไม่มอดดับจากการสนทนาเมื่อครู่ ไฟที่ทัชชาเองก็ไม่แน่ใจว่ามันคือความขุ่นเคือง หรือแรงดึงดูดที่เธอพยายามจะหลีกหนีแต่ทำไม่ได้เลยก็ไม่รู้
เวลาล่วงเลยจนเกือบเที่ยงคืน เสียงดนตรีจากเวทีเล็กเริ่มเบาลง เหล่านักศึกษาที่มาเลี้ยงรับน้องรหัสร้านเดียวกันทยอยแยกย้ายกลับกัน บางกลุ่มเมาได้ที่ บางคนหัวเราะจนเสียงแหบ ส่วนโต๊ะของพวกเขาก็เหลือเพียงแก้วเปล่ากับขวดเหล้า ขวดเบียร์ที่เรียงรายเกือบเต็มโต๊ะ
ซานยกแขนพาดไหล่เพื่อนข้างๆ พลางหัวเราะเสียงดัง
“พอก่อนๆ กูไม่ไหวละ มึนหัวชิบ…!”
“กลับเถอะพี่ เดี๋ยววันหลังค่อยมาต่อ” คิมเอ่ยพร้อมลุกขึ้นบิดตัว กวาดสายตามองกลุ่มเพื่อนที่ยังเหลืออยู่ “แล้วนี่เจ๊กลับยังไง”
“พี่กลับกับน้องชา” กรีนตอบยิ้มๆ มือถือกระเป๋าตัวเองขึ้น “จะจอดรถไว้ที่นี่ พรุ่งนี้ค่อยมาเอา” เธอพูดต่อ “แต่เหมือนจะไม่มีแท็กซีแถวนี้เลยนะ”
ไทเกอร์ที่นั่งพิงพนักเก้าอี้อยู่เงียบๆ มาตลอด ละสายตาจากโทรศัพท์ขึ้นมามองสองสาว ก่อนจะพูดเสียงเรียบ
“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
กรีนเลิกคิ้วขึ้นนิด “อ้าว แล้วพี่จะไม่กลับกับพวกนั้นเหรอ”
“บ้านคนละทาง” เขาตอบสั้นๆ แล้วหันไปทางซาน “มึงกลับกับไอ้คิมกับไอ้ฝุ่นได้ใช่ไหม”
“เออๆ ไม่ต้องห่วง มึงขับดีๆ ล่ะ อย่าเหยียบแรง” ซานพูดพลางหัวเราะ “น้องรหัสกับหลานรหัสมึงอยู่ด้วย เดี๋ยวตกใจหมด”
ไทเกอร์หัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง ท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัวของร้านริมทาง เขาดูสงบนิ่งแต่แฝงแรงข่มที่ใครๆ ก็รู้ดี
“ไปเถอะ เดี๋ยวพี่เอารถมารับหน้าร้าน” เขาว่าพร้อมเดินนำออกไปทางลานจอดรถ
กรีนหันมาทางทัชชาแล้วกระซิบขำๆ
“ได้พี่เสือไปส่งเองแบบนี้ ไม่ต้องกลัวหลงแล้วนะน้อง”
“ค่ะ…” ทัชชาตอบเสียงเบา หัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และความใกล้ชิดที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งกับคนที่เธอพยายามบอกตัวเองให้ลืม
ไม่นาน รถคันหรูของไทเกอร์ก็เลี้ยวเข้ามาจอดตรงหน้า เขาลดกระจกลง เอนตัวเล็กน้อยแล้วพูดเรียบๆ
“ขึ้นมา เดี๋ยวฝนตก”
กรีนเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างหน้า ส่วนทัชชาเดินอ้อมไปนั่งด้านหลัง เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่ปกคลุมภายในรถ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์เบาๆ กับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา
คืนนี้ดูเหมือนจะยาวนานกว่าทุกคืนที่ผ่านมา และทัชชารู้ดี ว่าการอยู่ใกล้เขาในพื้นที่จำกัดเช่นนี้ อาจทำให้เธอไม่สามารถรักษาระยะห่างได้อีกต่อไป
รถเบนซ์คันสีดำแล่นไปท่ามกลางถนนที่เริ่มว่างผู้คน แสงไฟริมทางทอดยาวเป็นเส้นต่อเนื่องเหมือนแสงเทียนในความมืด เสียงเพลงเบาๆ จากวิทยุคลออยู่ในบรรยากาศที่เงียบเกินกว่าจะเรียกว่าสบายใจ
กรีนนั่งเอนพิงเบาะด้านหน้า หันไปคุยกับไทเกอร์เป็นระยะด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี
“คืนนี้ขอบใจนะพี่ เดี๋ยวถึงหอแล้วคงสลบเลย ดื่มเยอะไปหน่อย”
“ไม่เป็นไร” ไทเกอร์ตอบเรียบๆ ดวงตายังจดจ่ออยู่บนถนน “พรุ่งนี้อย่าลืมกินน้ำเยอะๆ เดี๋ยวเพลีย”
“จ้าๆ รู้แล้วค่าาา” กรีนลากเสียงขำ ก่อนจะหันมาทางเบาะหลัง “น้องชา ถึงหอแล้วเดี๋ยวค่อยไลน์มาหาพี่นะ ถ้าขึ้นถึงห้องแล้วน่ะ”
“ค่ะพี่กรีน ขอบคุณนะคะ” ทัชชาตอบพร้อมส่งยิ้มบางๆ แม้เสียงจะอ่อนแรงเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์
ไม่นาน รถก็เลี้ยวเข้าซอยหอพักหญิง ไทเกอร์ชะลอรถให้กรีนลงหน้าทางเข้า
“ขอบใจมากนะพี่ ขับรถไปส่งน้องชาดีๆ นะ” กรีนพูดพร้อมยกมือโบก ก่อนจะปิดประตูแล้วเดินเข้าหอไป
เมื่อเสียงประตูปิดลง ความเงียบก็เข้าปกคลุมทันที เหลือเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังต่ำๆ และกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของทัชชาที่ลอยอยู่ในอากาศ
ไทเกอร์เหยียบคันเร่งต่อ รถเคลื่อนไปช้าๆ ในถนนที่เริ่มมืดสนิท
“ให้พี่ไปส่งถึงหอไหม” เขาถามเสียงเรียบโดยไม่หันมามอง
“ถ้าลำบากก็ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวชาเรียกแท็กซีต่อก็ได้” เธอตอบพยายามให้เสียงฟังเป็นปกติ แต่รู้ตัวดีว่ามือกำสายกระเป๋าแน่นขณะพูด
“ไม่ลำบาก” เขาพูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะขับต่อโดยไม่มีคำอธิบายใดเพิ่มเติม
แสงไฟจากเสาไฟข้างถนนสะท้อนเข้ามาเป็นจังหวะ สาดผ่านใบหน้าของทั้งคู่ บางครั้งจับแววครุ่นคิดในดวงตาไทเกอร์ บางคราเผยให้เห็นความสับสนในสายตาของทัชชา
เธอก้มมองมือของตัวเอง พยายามหาคำพูดมาทำลายความเงียบแต่ก็พูดไม่ออก ส่วนเขาเพียงเหม่อมองถนนข้างหน้าอย่างนิ่งสงบ
ตอนนี้…
ไม่มีเพื่อน ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีใครอยู่ในรถนอกจากเขาและเธอ
สองคนที่พยายามจะทำเหมือนไม่มีอดีตร่วมกัน แต่ความเงียบกลับย้ำเตือนทุกอย่างอย่างชัดเจนกว่าเดิม
ตอนพิเศษ 2 จบรถจอดสนิทตรงลานเล่นน้ำ เสียงเพลงสงกรานต์ดังคลอคลื่นผู้คนที่เดินสวนกันไปมา บรรยากาศคึกคักแต่ไม่วุ่นวายเกินไป แดดบ่ายสะท้อนหยดน้ำที่ลอยในอากาศเป็นประกายระยิบทัชชาเดินอยู่ข้างไทเกอร์ตลอด มือหนึ่งถือปืนฉีดน้ำ อีกมือเกาะแขนเขาไว้หลวมๆ เหมือนเผลอทำโดยไม่รู้ตัวไทเกอร์ก้มมองแล้วก็ยิ้ม เขาไม่ได้พูดอะไร แค่ปล่อยให้เธอเกาะแบบนั้น ไม่นานนัก กลุ่มสาวสองสามคนเดินเข้ามาใกล้ หนึ่งในนั้นถือกระป๋องแป้งดินสอพอง ยิ้มสดใส“พี่คะ ขอปะแป้งหน่อยได้ไหมคะ” เสียงใสเอ่ยถาม พร้อมยื่นมือมาทางไทเกอร์ไทเกอร์ชะงักไปนิดเดียว ก่อนจะหันไปมองทัชชาโดยอัตโนมัติ ทัชชาเองก็หยุดเดินทันที เธอไม่ได้ทำหน้าดุ ไม่ได้พูดแรง แค่ขยับเข้าไปยืนใกล้เขามากขึ้นอีกนิด แล้วเอียงศีรษะมองด้วยสายตานิ่งๆ“เอ่อ…” สาวคนนั้นเริ่มชะงักเมื่อเห็นท่าทีทัชชายกมือขึ้นแตะแก้มไทเกอร์เบาๆ เหมือนเช็กอะไรบางอย่าง ก่อนจะยิ้มบางๆ อย่างสุภาพ“ขอโทษนะคะ วันนี้แก้มพี่เขามีเจ้าของแล้วค่ะ”คำพูดไม่ได้แข็ง แต่ชัดเจนพอจะทำให้คนฟังเข้าใจ ไทเกอร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ พลางยกมือขึ้นโบกนิดๆ เป็นเชิงขอโทษ“โทษทีนะครับ”กลุ่มสาวหัวเราะเขินๆ ก่อนจะถอยออกไปอย่า
ตอนพิเศษ 1เทศกาลสงกรานต์ทัชชายืนมัดผมอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำคอนโดฯไทเกอร์ เธอมัดผมจุกสองข้างและติดทานตะวันดอกใหญ่ไว้บนหัว“จริงจังขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ไทเกอร์เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำ กอดอกและพิงกรอบประตูมองแฟนสาวอย่างยิ้มๆ“นานๆ ได้เล่นน้ำวันสงกรานต์ ขอนิดหนึ่งนะคะ” เธอหันมามองเขา ก่อนจะเดินเข้ามาจุ๊บริมฝีปากหนาเบาๆ “พี่ก็รีบแต่งตัวสิคะ เดี๋ยวพวกพี่ซานพี่กรีนรอนานนะ”“พี่จะใส่เสื้อฮาวายทับเสื้อกร้ามกับกางเกงขาสั้น โอเคไหม”ทัชชาหันกลับมามองเขาอีกครั้ง พอเห็นว่าไทเกอร์ยืนนิ่งรอคำตอบอยู่ เธอก็ก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงก่อนจะยกมือแตะปกเสื้อฮาวายที่เขายังไม่ได้ใส่ด้วยสีหน้าเหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง“ใส่ได้ค่ะ…หล่ออยู่แล้วนี่นา”เธอพูดเสียงเบา แต่ต่อให้พูดชมยังไง แววตากลับมีความกังวลบางอย่างซ่อนอยู่ไทเกอร์เลิกคิ้วขึ้นนิดๆ“ทำหน้าแบบนั้น ทำไมคะ หึง?”ทัชชาเชิดหน้าหน่อยๆ แล้วทำเป็นปัดผมตัวเอง“ไม่ได้หึงสักหน่อยค่ะ แค่…” เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเต็มๆ “พี่ห้ามให้ผู้หญิงคนอื่นปะแป้งแก้มพี่นะคะ”ไทเกอร์เบิกตาน้อยๆ ด้วยความขำ“หืม? ออกคำสั่งเหรอ”“ใช่ค่ะ ออกคำสั่ง” เธอพูดเสี
บทที่ 50 THE ENDหลังจากเก็บโต๊ะกันเสร็จ ไทเกอร์ก็พาทัชชาเดินออกมาที่สวนหลังบ้าน สนามหญ้ากว้างที่เต็มไปด้วยต้นลีลาวดีและแสงแดดอุ่นๆ ของบ่ายวันเสาร์ เสียงลมพัดเอื่อยทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้นเรื่อยๆทัชชาเดินตามเขาอย่างเงียบๆ ใจยังเต้นแรงแต่เป็นจังหวะที่เต็มไปด้วยความสุขมากกว่าเดิม หลายครั้งที่เธอหันไปมองหน้าต่างบ้านหลังนั้น เห็นแม่ไทเกอร์มองตามมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ราวกับฝากลูกชายไว้กับเธออย่างเต็มใจไทเกอร์หยุดเดินตรงศาลาไม้เล็กๆ กลางสวน ก่อนหันมาหาเธอ“เป็นไงคะ ผ่านด่านพ่อแม่พี่แล้วไหม”ทัชชาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ“ผ่านแบบไม่ต้องแก้ตัวเลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่พี่น่ารักมาก”“ก็บอกแล้วไง” เขายื่นมือมาดึงเอวเธอเข้าหาตัว ก่อนโน้มใบหน้าลงมาใกล้“น่ารักพอๆ กับแฟนพี่นั่นแหละ”“พี่ไทเกอร์!” เธอตีไหล่เขาเบาๆ หน้าแดงจัด แต่มุมปากก็ยกยิ้มไม่หยุดไทเกอร์หัวเราะในลำคอ ก่อนรั้งเธอให้นั่งข้างๆ บนเก้าอี้ไม้ยาวเสียงสายน้ำจากบ่อเลี้ยงปลาข้างศาลาดังคลอตามธรรมชาติ เขาเอนหลังพิงเสา มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนจนทัชชาต้องใจสั่น“ตั้งแต่คบกันมา…” เขาพูดเสียงเบาแต่ชัด “พี่ไม่เคยพาใครเข้ามาพบพ่อแม่เลยนะคะ นอกจากเรา”ทัช
บทที่ 49 สัญญาเขาและเธอคบกันมาในฐานะแฟนได้ราวสองเดือนแล้ว ช่วงเวลาที่เหมือนจะสั้น แต่กลับเต็มไปด้วยความผูกพันที่ลึกขึ้นทุกวัน และในวันหยุดสัปดาห์นี้ ไทเกอร์ก็ถือโอกาสพาทัชชาออกมาเดินเล่นที่ห้างด้วยกันแบบสบายๆ“อยากกินอะไรไหมคะ เดี๋ยวพี่พาไป” ไทเกอร์ถามพลางจับมือเธอไม่ปล่อยทัชชาหันมามองเขาอย่างเป็นห่วง“วันนี้พี่พาชามาซื้อของทั้งที ชาต้องเป็นฝ่ายถามมากกว่านะคะ ว่าพี่อยากกลับไปพักไหม ชาเห็นพี่ทำงานทั้งคืนเลย กลัวพี่พักผ่อนไม่พอ”“สบายมากค่ะ” เขายิ้มบางๆ “ช่วงใกล้จบก็แบบนี้แหละ งานเยอะหน่อย แล้วพี่ก็มีงานที่บริษัทพ่อแม่รออยู่ด้วย ค่อยๆ ทำไป เดี๋ยวก็เสร็จ”ทัชชาพยักหน้าเบาๆ“ดีจังค่ะ พ่อชาก็บอกไว้เหมือนกันว่า ถ้าเรียนจบจะให้ชาเข้าไปช่วยงานที่บริษัท”ไทเกอร์ชะงักเล็กน้อย ก่อนหันมามองหน้าเธออย่างจริงจังขึ้น“ว่าไป…พี่ยังไม่ได้พาชาไปเจอพ่อแม่เลยนะ เราอยากไปไหม”ทัชชาหลุบตาลงนิดหนึ่ง ความกังวลแผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน“จะดีเหรอคะ พ่อแม่พี่ไทเกอร์จะรับชาไหม คือ…ชากลัวนิดหน่อยค่ะ”ไทเกอร์จับมือเธอแน่นขึ้นอย่างให้ความมั่นใจ“ทำไมจะรับไม่ได้ล่ะคะ พ่อแม่พี่ใจดีมากนะ”เธอสูดหายใจเบาๆ ก่อนส่งยิ้มกล
บทที่ 48 ออกตัวหลายสัปดาห์ต่อมาทัชชานั่งอ่านหนังสืออยู่กับเพื่อนที่ประจำในช่วงบ่ายระหว่างรอเข้าเรียนอีกหนึ่งคลาส เธอพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรู้สึกเหมือนมีคนมายืนอยู่ด้านหลัง แล้วเงาของเขาก็ทอดลงมา รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าเธอทันที“ทำอะไรอยู่เหรอคะคนดี” ไทเกอร์โน้มตัวลงกระซิบเสียงพร่าข้างหู แล้ววางกล่องโดนัทกับน้ำหวานลงบนโต๊ะ“กำลังอ่านหนังสือค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีสมาธิแล้ว”“ทำไมล่ะคะ?” เขานั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกับเธอ“ก็ขนมมันล่อตาล่อใจ”“งั้นกินเยอะๆ นะคะ แบ่งกันกินนะครับ” ไทเกอร์เงยหน้าบอกเพื่อนของทัชชาแบ่งโดนัทไปกิน “ส่วนเราก็กินเยอะๆ นะ เดี๋ยวแก้มหาย” ไม่ว่าเปล่า เขายังยกมือขึ้นมาลูบแก้มเธอด้วยความมันเขี้ยวอีกเพื่อนของทัชชาที่คอยสังเกตอยู่เงียบๆ หลุดหัวเราะคิกทันทีเมื่อเห็นไทเกอร์ทั้งหวง ทั้งอ้อน ทั้งเอาใจแฟนแบบไม่สนใจสายตาคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อยทัชชาที่โดนลูบแก้มจนหน้าแดงจัด รีบตีหลังมือเขาเบาๆ“พี่ไทเกอร์… คนมองอยู่ค่ะ”“ก็ให้เขามองไปสิคะ” เขาตอบหน้าตาย ก่อนยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีกจนปลายจมูกแทบชนแก้มเธอ “แฟนพี่ทั้งคน พี่ไม่อายหรอก”คำพูดนั้นทำเอาเพื่อนทัชชาตาโต“โอ้โ
บทที่ 47 สถานะมีแฟนแล้วเช้าวันต่อมาแสงเช้าอ่อนๆ รอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาแตะผิวเบาๆ ความอบอุ่นแรกที่ทัชชารับรู้ไม่ใช่จากแสงแดด แต่เป็นจากแขนหนักๆ ของไทเกอร์ที่กอดเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหนเธอกะพริบตาช้าๆ พลางสูดลมหายใจลึก กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นกายของเขายังคงติดอยู่บนผ้าปูที่นอน และบนตัวเธอเอง เป็นกลิ่นที่ทำให้หัวใจเธอเต้นช้าลงอย่างประหลาด จนกลายเป็นความละมุนที่แผ่ซ่านไปทั่วอกไทเกอร์ยังไม่ตื่น ดวงหน้าคมสันซุกอยู่ข้างขมับของเธอ ลมหายใจสม่ำเสมอรดแก้มอุ่นๆ ของทัชชาอย่างแผ่วเบา มือใหญ่ที่พาดอยู่ตรงเอวค่อยๆ ขยับเล็กน้อย เหมือนคนละเมอหวงกอดทัชชาเหลือบมองเขาอย่างแผ่วใจ ภาพเขาเมื่อคืนแวบเข้ามา แต่เธอสลัดมันออกไปอย่างขวยเขินเช้านี้เธออยากจำแค่ความรู้สึกอ่อนโยนตรงหน้า ร่างบางขยับปลายนิ้วไล้หลังมือของเขาเบาๆ“พี่ไทเกอร์…” เสียงเธอแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว เหมือนเสียงนั้นไปปลุกบางอย่างในตัวเขาไทเกอร์ขมวดคิวนิดๆ ก่อนจะเผยอเปลือกตาขึ้น แววตาคมที่ปกติแข็งกร้าวกลับดูอ่อนลงมากอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเห็นว่าเธอยังอยู่ตรงอ้อมแขน“ตื่นแล้วเหรอคนดี” เขาพึมพำเสียงทุ้มต่ำ ง่วงๆ ทั้งอบอุ่นอย่างน






![NightZ [IV] UNFAITHFUL](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
