แชร์

บทที่ 9 : It’ s always you.

ผู้เขียน: Ladywar
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-05 21:01:18

15 นาทีผ่านไป...

หลังจากที่เงียบกันมาสักพัก รถของเขาก็ขับมาถึงคอนโดฉัน ทันทีที่รถจอดสนิทฉันก็รีบปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวแล้วก้าวเดินลงมาทันที

หมับ!

ทว่าคนขายาวก็ยังไวกว่า เขาคว้าข้อมือของฉันไว้อีกครั้ง ทำให้ฉันต้องหันกลับไปมองพร้อมส่งสายตาเชิงตั้งคำถามว่าเขารั้งฉันไว้ทำไมอีก มาส่งฉันเสร็จแล้ววก็น่าจะรีบกลับไปได้แล้วสิ

“มีอะไรอีกคะ?” ฉันเป็นฝ่ายเปิดปากถามก่อนเมื่อเห็นว่าเขายังไม่พูดอะไรออกมา

“เรา... จะได้เจอกันอีกไหม?” ฉันอึ้งไปเล็กน้อยกับคำถามที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้ยินจากปากของคนอย่างเขา คนที่ผ่านผู้หญิงมามากมายและเข้าใจกฎของความสัมพันธ์ชั่วคราวได้เป็นอย่างดี ถึงแม้มันจะไม่ได้เกิดมาจากความสมัครใจของฉัน แต่สำหรับฉันแล้วการมีอะไรกับเขามันก็คล้ายๆ กับความสัมพันธ์ข้ามคืนที่ไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ ไปเกี่ยวข้องเลยนั่นแหละ

“อย่าเจอกันอีกเลยน่าจะดีกับเราทั้งคู่มากกว่าค่ะ” ฉันตอบไปตามที่ตัวเองคิด สังเกตเห็นสายตาของเขาหม่นแสงลงเล็กน้อยพร้อมกับความวูบไหวในแววตาของเขา เพียงแค่แวบเดียวจริงๆ

“พี่ยังอยากเจอเกล้าอีกนะ” เขาพูดขึ้นเบาๆ มือหนายังคงจับข้อมือของฉันไว้แน่น

“เพื่ออะไรคะ?” ฉันมองข้อมือของตัวเองที่ถูกเกาะกุมไว้อยู่

“พี่...” เขาพูดออกมาเสียงเบาคล้ายกำลังอ้ำอึ้งอยู่

“เราแยกย้ายกันไปตั้งสามปีแล้วนะคะ” ฉันพูดเตือนสติเขาที่กำลังดูไม่เป็นตัวของตัวเอง ท่าทางที่ดูลังเล สับสน มันไม่เคยปรากฏออกมาจากเหมราชให้ฉันเห็นสักครั้งตั้งแต่ที่เรารู้จักกันมา

“พี่แค่อยากเจอเกล้าอีก” เขาพูดออกมาเบาๆ แทบจะเหมือนกับคนกระซิบพูด

“อย่ากลับมาเจอกันอีกเลย มันดีกับชีวิตเราทั้งคู่มากกว่าค่ะ” พูดจบก็พยายามแกะมือหนาออกจากการเกาะกุมข้อมือของตัวเอง

“พี่ขอโทษ”

“อ๊ะ!!!”

ไม่ทันได้ระวังตัว แขนของฉันก็ถูกเขาดึงไปพร้อมกับลำตัวที่ถลาเข้าไปในอ้อมแขนของเขา ฉันนิ่งอึ้งไปสักพักเมื่อสมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าควรจะโฟกัสกับคำขอโทษของเขาก่อนหรือการที่ตัวเองถูกเขากอดกลางลานจอดรถใต้คอนโดก่อนดี

“ปล่อยนะคะ” พอตั้งสติได้ ฉันก็ดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนของเขาแล้วพยายามดันเขาออกจากตัวเองไปให้ห่างที่สุด พยายามจนหมดแรงก็ไม่สามารถเอาตัวเองออกมาจากอ้อมแขนของเขาได้อีก เลยเลือกที่จะยืนนิ่งๆ ปล่อยให้เขากอดไปอย่างนั้น ไม่ได้ขัดขืนแต่ก็ไม่ได้กอดตอบกลับไป

จนเวลาผ่านไปสักพักหลังจากปล่อยให้เขากอดจนพอใจแล้วเขาก็ค่อยๆ ผละออก ฉันเองก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงแค่หันหลังให้เขาแล้วเดินเข้าลิฟต์ไป นิ้วเรียวหมายเลขชั้น 12 ที่ตัวเองอาศัยอยู่

ติ๊ง!

ใช้เวลาเพียงไม่นาน หมายเลข 12 ก็ปรากฏขึ้นบนจอ LED เพื่อบ่งบอกว่าตัวลิฟต์นั้นได้เคลื่อนมาหยุดที่จุดหมายปลายทางแล้วนั่นเอง ฉันก้าวสองขาเดินออกมาจากลิฟต์แล้วมาหยุดตรงหน้าห้องพักของตัวเองก่อนจะหยิบเอากุญแจออกมาจากกระเป๋าและเปิดเข้ามาในห้องของตัวเองทันที

เมื่อมาถึงห้องของตัวเอง ฉันก็รีบจัดการยัดยาคุมฉุกเฉินกับยาแก้อักเสบเข้าปากของตัวเองและตามด้วยน้ำเปล่าทันที เนื่องจากว่าการมีเซ็กส์เมื่อคืนมันค่อนข้างรุนแรงแถมตรงนั้นของฉันยังมีเลือดออก ตอนก้าวเดินยังมีอาการเจ็บปวดแล่นเข้ามาเป็นระยะ ทำให้ฉันต้องกินยาแก้อักเสบเข้าไป กินยาเสร็จก็ตรงดิ่งไปยังห้องนอนทันที ร่างกายโหยหาการนอนพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม

หัวถึงหมอนฉันก็นอนคิดนั่นนี่เรื่อยเปื่อย ปล่อยให้สมองทำงานของมันไป พลางคิดถึงเรื่องการวนกลับมาเจอกันของฉันและเขาซึ่งมาคิดดูแล้วมันก็เป็นความผิดของตัวฉันเองที่เอาตัวเองเข้าไปในพื้นที่ของเขา ปล่อยให้เนื้อปล่อยตัวจนเมาแล้วพาตัวเองไปยุ่งวุ่นวายกับเขาจนเรื่องมันเลยเถิดไปถึงบนเตียง คิดได้แบบนั้นก็สะบัดหัวตัวเองไปมาเพื่อไล่ความคิดพวกนั้นออกไป ต่อจากนี้ก็คงไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องเจอกันอีกแล้ว

คิดได้แบบนั้นก็สบายใจและปลดปล่อยตัวเองให้เข้าสู่ห้วงนิทราไป...

07:00 P.M. @M Condominium

Rrrrr! Rrrrr! Rrrrr!

ฉันสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาคว้าโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่กำลังสั่นร้องเรียกความสนใจอยู่ กะพริบเปลือกตาขึ้นลงหลายๆ ครั้งเพื่อให้สายตาได้ปรับกับแสงจากโคมไฟตรงหัวเตียงที่ถูกเปิดได้ไม่นาน เมื่อปรับสายตาเข้ากับแสงสว่างได้จึงอ่านชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอเรียกเข้าเพื่อดูว่าใครโทรมา

‘Arin’

เป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทคนสวยของฉันอย่างยัยอารินนั่นเอง ไม่ต้องทายก็คงอยู่กับยัยวิเวียนเพื่อนสนิทอีกคนนั่นเอง พอมาคิดๆ ดูแล้ว ฉันขาดการติดต่อกับเพื่อนๆ ไปตั้งแต่เมื่อคืนตอนออกมาคุยที่ลานจอดรถหน้าคลับ หลังจากนั้นก็ไม่ได้แตะโทรศัพท์ของตัวเองอีกเลย

“ว่า...” ฉันตอบรับด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ทันทีที่รับสาย

(เกล้า มึงหายหัวไปไหนมา มึงรู้ไหมกูกับวิเวียนแทบจะไปแจ้งความคนหายแล้วนะ!) เสียงแว้ดๆ ของอารินแทบจะปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมาเต็มตา แต่ก็แค่เกือบนั่นแหละ เพราะว่าฉันก็ยังง่วงอยู่ดี

“กูยังมีชีวิตอยู่ ขอบใจนะที่เป็นห่วง แล้วก็ขอโทษด้วยที่ไม่ได้โทรบอกว่าเมื่อคืนกูกลับก่อน” ฉันร่ายยาวบอกเพื่อนก่อนที่จะโดนสวดไปมากกว่านี้

(เรื่องมันยังไงคะ?! บอกพวกกูมาเดี๋ยวนี้!) ทายผิดซะที่ไหน เป็นเสียงของวิเวียนที่แทรกเข้ามาในสายและคาดคั้นให้ฉันเล่าว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เพราะว่าเป็นเพื่อนกันมานานเลยทำให้ฉันรู้ดีว่าโกหกพวกมันไปก็เท่านั้น เพราะพวกมันก็คงสืบเอาเองจนรู้ความจริงอยู่ดีว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อรู้ว่าโกหกไปแล้วมันไม่ได้ผล ให้พูดก็คือไม่มีเหตุผลให้ต้องโกหกเพราะยังไงก็รู้กันแค่ 3 คน ฉันจึงเลือกที่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เพื่อนทั้งสองฟัง

(พี่เหมมึงนี่ก็แซ่บเนอะ! วนกลับมาเจอกันครั้งแรกในรอบสามปีก็จัดกันเลยอ่ะ) วิเวียนพูดแซวฉันขำๆ ซึ่งฉันก็ไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องแบบนี้

“ขอให้มึงได้แบบนั้นบ้างนะ” ฉันแซวมันกลับขำๆ เช่นกัน เพราะรู้ดีว่าเพื่อนเองก็มี ‘แฟนเก่าคนโปรด’

(โนจ่ะ! ให้กูกลับไปเอาของเก่า กูยอมเกาะคานทองตายไปดีกว่า) วิเวียนรีบเถียงขึ้นมาทันที

“แล้วอารินล่ะ? คนคุยเก่าคนโปรดเอาไหม ฮ่าๆ” เมื่อแซววิเวียนไปจนถูกมันวีนใส่ ฉันจึงหันไปแซวอารินต่อ

(แค่คุยไม่ได้คบด้วยซ้ำย่ะ! ไม่ขอกลับไปคุยเด็ดขาด อี๊!!!) อารินเองก็ไม่ต่างกับวิเวียนเท่าไหร่นัก เธอเองก็แสดงออกมาว่าขยะแขยง ‘คู่กรณีของตัวเองอย่างชัดเจน’

“พวกมึงนี่นะ ฮ่าๆๆ” ฉันแซวพวกมันออกมาอย่างขบขัน

(แล้วน้องเกล้าไม่อยากเจอพี่เหมอีกเหรอจ๊ะ?) วิเวียนแกล้งทำเสียงเข้มๆ โคฟเวอร์เป็นเหมราชเพื่อแกล้งฉัน

“น้องวิเวียนคิดถึงคุณ ‘ออสติน’ ไหมล่ะจ๊ะ” ฉันแกล้งกลับ เรื่องนี้มันยอมกันไม่ได้!

(กรี๊ดดด! มึงอย่าพูดชื่อนี้ให้กูได้ยินอีกนะ แสลงหูมากอ่ะ!) เสียงกรี๊ดระดับห้าร้อยเดซิเบลแทรกผ่านเข้ามาในโทรศัพท์ทันทีเมื่อฉันพูดชื่อของมาเฟียหนุ่มคนรักเก่าของวิเวียน

“คุณเวคินทร์ไม่ส่งข้อความมาตามให้กลับไปแล้วเหรอริน?” เมื่อแกล้งให้เพื่อนสาวสติแตกไปได้หนึ่งคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉันเลยถามเรื่องของอารินบ้าง

(กูบล็อกแล้วจ่ะ มีมึงเป็นไอดอลไง ฮ่าๆๆ” อารินพูดออกมาราวกับเป็นเรื่องขำขัน ทั้งที่พวกเราต่างก็รู้ดีว่าตอนเดินออกมาจากทุกความสัมพันธ์ มันขำไม่ออกเลยสักนิดเดียว แต่พอผ่านมันมาแล้วพวกเรากลับยิ้มได้อย่างมีความสุขด้วยตัวเอง

“ระวังเขาจะไปดักหน้าตึกที่ทำงานมึงนะ” ฉันพูดเตือน เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่อารินตัดสินใจจะเดินออกมาจากความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก และครั้งก่อนๆ นักธุรกิจหนุ่มอย่าง ‘เวคินทร์’ ก็มาดักเจ้าหล่อนที่หน้าบริษัทเพื่อกลับไปเคลียร์กัน

(ก็ลองดูสิ แม่จะเรียกรปภ. มาจับเลย) อารินตอบกลับมาอย่างแน่วแน่

“จ้า แม่คนเก่ง” ฉันตอบกลับเพื่อนแล้วยิ้มออกมาคนเดียวเงียบๆ

(มึงงงง!) เสียงแปดหลอดของวิเวียนพูดขึ้นมาผ่านปลายสายอีกครั้ง

“เออ กูได้ยินแล้ว” ฉันบอกปรามๆ ให้มันเบาเสียงลง

(มึงเห็นโพสต์ล่าสุดในไอจีพี่เหมของมึงยัง?) วิเวียนถาม

“จะเห็นได้ไง ก็กูบล็อก” ฉันตอบตามความจริง ก็ตั้งแต่วันนั้นเมื่อสามปีก่อนที่เราเลิกกัน ฉันก็ยังคงบล็อกเขามาตลอด ไม่เคยสักครั้งที่จะปลดบล็อกเขา

(เออ เกล้ามันบล็อกผัวเก่าแล้วจะเห็นได้ไง มึงนี่โง่นะ) เสียงอารินด่าวิเวียนลอดออกมาตามสายให้ฉันได้ยิน ซึ่งการด่ากันเล่นๆ แบบนี้เป็นเรื่องปกติสำหรับพวกฉันมากที่สนิทกันจนแทบจะเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว

(อ่ะ! แม่คนฉลาด มึงดูซะ) วิเวียนพูดแกมประชดอาริน หลังจากนั้นก็เงียบไปสักพัก ซึ่งถ้าให้เดาก็คงกำลังเปิดรูปในไอจีของเหมราชให้อารินดูอยู่

(กรี๊ดด! มึงต้องได้เห็นรูปนี้ค่ะเกล้า) ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องแหลมๆ ของอารินที่เป็นไปตามวิเวียนอีกคน มันก็เลยทำให้ฉันนึกสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาว่ามันคือรูปอะไร

ติ๊งงง!

Vivianne sent you a photo

เสียงแจ้งเตือนขึ้นมาที่จอโทรศัพท์ทันที เป็นวิเวียนส่งรูปหัวข้อที่เราได้มีการพูดคุยไปเมื่อกี้นี้ และด้วยความอยากรู้อยากเห็นมันทำให้ฉันกดเข้าไปในแชทของวิเวียนทันที แล้วฉันก็ต้องตกใจจนแทบช็อกกับโพสต์ดังกล่าว

มันคือรูปของฉันเอง!

ในรูปภาพนั้นเป็นฉันขณะกำลังนอนห่มผ้าหันหลังให้กล้อง ปราศจากเสื้อผ้าด้านในโชว์ผ่านหลังเปลือยเปล่า พร้อมด้วยแคปชั่นที่ทำเอาขนลุกขนพองด้วยความรู้สึกแปลกๆ

Hemmarajch_8: It’ s always you.

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • BADDEST Ex แฟนเก่าคนเปรต   ตอนพิเศษ: บทส่งท้าย

    ภายในอาณาเขตกว้างขวางของคฤหาสน์ประจำตระกูลสิริวัฒนเกียรติกุลถูกตกแต่งโดยมืออาชีพ โต๊ะสำหรับรองรับแขกมากมายถูกปูด้วยผ้าสีขาวนิ่มนวลสบายตา เนรมิตเวทีสุดแสนอลังการเอาไว้ตรงกลางโดดเด่นเป็นสง่า ชื่อของฉันและชายผู้กำลังจะกลายมาเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมายถูกติดเอาไว้บนเวที รูปถ่ายคู่กันตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยจวบจนถึงรูปถ่ายพรีเวดดิ้งมากมายทำเป็นโพลารอยด์ใบเล็กๆ ร้อยประดับตกแต่งฉันในชุดเดรสเกาะอกยาวสีขาวแต่งด้วยผ้าลูกไม้เรียบหรูทว่ากลับดูอ่อนหวานเดินควงแขนบิดาเข้าไปในงานโดยปลายทางมีเหมราชยืนรออยู่ มือข้างหนึ่งของฉันถือช่อดอกไม้ที่ถูกผสมเติมแต่งระหว่างดอกไม้สองชนิดระหว่างดอกฟอร์เกทมีน็อทสีฟ้าสบายตาและดอกพีโอนีสีชมพูอันเป็นสัญลักษณ์ของความทรงจำ ความรักอันสมบูรณ์แบบ เหมือนกับเราทั้งคู่ที่กำลังจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบไปด้วยกัน“ยินดีด้วยนะ ลูกสาวของพ่อ” เมื่อเดินมาส่งฉันถึงจุดหมายปลายทางให้กับเจ้าบ่าวแล้ว เสียงทุ้มแหบตามวัยของชายวัยกลางคนอย่างคุณพ่อของฉันเอ่ยแสดงความยินดีอย่างแผ่วเบาทว่ากลับแฝงความอบอุ่นนุ่มนวลเอาไว้ภายใต้น้ำเสียง“ขอบคุณค่ะ คุณ

  • BADDEST Ex แฟนเก่าคนเปรต   บทที่ 86: Wedding Ring [END]

    “Le patient s’ est réveillé. Pourriez-vous demander au médecin de venir examiner son état, s’ il vous plaît? (คนไข้ฟื้นแล้วครับ รบกวนคุณพยาบาลช่วยตามคุณหมอให้หน่อย) ” ไอ้เจย์ทำหน้าที่อย่างรวดเร็ว อุปกรณ์สื่อสารโดยตรงภายในห้องพักถูกใช้ติดต่อโดยตรงกันเคาน์เตอร์พยาบาลอย่างรวดเร็วรอเพียงไม่นานคุณหมอก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับพยาบาลที่พาลูกสาวตัวน้อยของผมเข้ามารับนมแม่ด้วย ซึ่งร่มเกล้าสามารถทำหน้าที่แม่ทุกอย่างได้เป็นอย่างดีแม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอให้กำเนิดลูกน้อยก็ตาม การสื่อสารกับทีมแพทย์เองก็ไม่เป็นปัญหาให้ต้องกังวล ถึงเธอจะไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาฝรั่งเศสได้แบบเจเดนเพื่อนสนิทของผมแต่เธอก็สามารถให้คำตอบกับคุณหมอที่ทรายถามอาการโดยใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วเด็กทารกหญิงตัวน้อยของพวกเราเมื่อกินนมอิ่มแล้วก็หลับตาพริ้มเข้าสู่ห้วงนิทราไปในอ้อมอกของผู้เป็นแม่อย่างว่าง่าย โชคดีที่ลูกสาวของผมกับเธอไม่ใช่เด็กขี้แยให้ผู้เป็นแม่ที่คลอดออกมาต้องเหนื่อยมากนัก ผมนั่งมองการกระทำต่างๆ ของร่มเกล้าเงียบๆ ส่วนไอ้เจย์เดินออกจาก

  • BADDEST Ex แฟนเก่าคนเปรต   บทที่ 85: กลัวว่าลูกจะไปเจอผู้ชายแบบตัวเอง

    เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก หลังจากน้ำคร่ำแตกได้เพียงไม่นานร่างกายของฉันก็ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาในรถสปอร์ตคันหรูเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เจเดนรับหน้าที่เป็นคนขับรถเนื่องจากมีประสบการณ์การขับรถในต่างประเทศมากกว่าใครเพื่อน ส่วนเหมราชนั้นสติแตกไปจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว ทางด้านของเพื่อนในกลุ่มอีกสองคนอย่างเพลิงกัลป์และเซนเองก็กำลังขับรถตามมาอยู่ด้านหลังอาการปวดท้องจะคลอดของยังคงอยู่ไม่ได้หายไปไหน ทว่ากลับรู้สึกว่ามันทุเลาลงจากความรู้สึกอุ่นใจที่มีเหมราชและเพื่อนๆ ของเขาคอยห่วงใยกันอย่างใกล้ชิด มือหนาของว่าที่คุณพ่อจับมือของฉันเอาไว้แน่นตลอดทางมาโรงพยาบาล ใบหน้าหล่อเหลาน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกมากมายเดินกว่าจะอธิบาย ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงที่หมาย“Excusez-moi, mon ami est sur le point d’ avoir un bébé. (ขอโทษนะครับ เพื่อนของผมกำลังจะคลอดลูก)” เจเดนที่เป็นลูกครึ่งสวิตเซอร์แลนด์ทำให้มีความสามารถในการพูดหลากหลายภาษารับหน้าที่ติดต่อกับทางโรงพยาบาลให้กับฉัน เนื่องจากในเมืองเจนีวาใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก ผู้เป็นพ่อของลูกและญา

  • BADDEST Ex แฟนเก่าคนเปรต   บทที่ 84: กำลังจะคลอด!

    เหมราชนั่งกุมขมับเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ขอพูดตามตรงว่าฉันไม่เข้าใจความรู้สึกเขาหรอก เจ้าตัวเล็กยังไม่ทันลืมตาออกมาดูโลกเลยด้วยซ้ำแต่คนเป็นพ่อกลับวิตกกังวลเรื่องเพศลูก อนาคตของลูกไปเสียแล้ว ก็จริงอยู่ที่ไม่ว่าลูกจะเป็นเพศอะไรคนเป็นพ่อแม่ก็ควรปกป้องดูแลลูกอย่างดีที่สุด แต่ฉันเองก็มีเรื่องที่กังวลเหมือนกันหากได้ลูกสาวกังวลว่าคนเป็นพ่อแบบเหมราชจะขังลูกเอาไว้เพราะกลัวว่าลูกจะเจอผู้ชายแบบตัวเองน่ะสิ!“จะกังวลอะไรขนาดนั้นวะ แม่ของลูกมึงยังไม่เห็นจะกังวลเลย” เจเดนพูดปลอบใจเพื่อนด้วยความเข้าอกเข้าใจ เชื่อว่าลึกๆ ในใจเองเจเดนก็คงกลัวเรื่องนี้ไม่ต่างไปจากเหมราชเพราะวีรกรรมของเขาเองก็ใช่ย่อย การปลอบใจเพื่อนที่หัวอกเดียวกันคงนับว่าเป็นการหลอกตัวเองไปด้วยนั่นแหละ“จะไม่ให้กังวลได้ไงวะ ถ้าลูกไปเจอผู้ชายแบบกูมีหวังกูใจสลายแน่ ไม่ได้การละ กูต้องสั่งอาวุธล็อตใหม่จากหัสดินเตรียมเผื่อไว้” ชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของลูกจินตนาการแล้วสรุปทุกอย่างออกมาเองเสร็จสรรพ ไม่รีรอให้คนอื่นได้ออกความเห็นอะไรเลย“ไม่ต้องถึงมือมึงหรอกมั้ง กูว่าน้องชายมึงน่าจะ

  • BADDEST Ex แฟนเก่าคนเปรต   บทที่ 83: ก็คิดว่าลูกสาว

    3 เดือนต่อมา...อายุครรภ์ของฉันเข้าสู่เดือนที่เก้าแล้ว อีกไม่นานคงถึงกำหนดคลอด น่าเสียดายที่การคลอดลูกคนแรกของฉันไม่สามารถกลับไปทำคลอดที่ประเทศไทยได้เนื่องจากอายุครรภ์เยอะมากแล้ว การเดินทางข้ามทวีปมีความเสี่ยงหลายๆ อย่าง ครอบครัวของเหมราชจึงไม่อยากให้ฉันบินกลับไป เพราะแบบนี้ครอบครัวของฉันจึงอดได้เห็นหน้าหลานตอนคลอดด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์อีกอย่างที่เกิดขึ้นคือพ่อแม่ของเหมราชนั้นได้ทำการติดต่อพ่อแม่ของฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้วเรื่องการสู่ขอและการแต่งงานโดยที่ฉันไม่รู้เรื่องอะไรมาก่อน ฉันเพิ่งทราบข่าวมาจากมารดาของตัวเองตอนที่ได้พูดคุยกันเมื่อไม่นานมานี้ อีกฝ่ายได้ทำการสู่ขอฉันกับครอบครัวไปแล้วตั้งแต่เก้าเดือนก่อนซึ่งก็คือช่วงที่ครอบครัวของเหมราชพาฉันมาอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ สินสอดซึ่งมีทั้งเงินสด เครื่องเพชร ทองคำแท่ง และที่ดิน มูลค่ารวมกันหลักพันล้านซึ่งถือว่ามากเกินไปสำหรับลูกสาวของคนชนชั้นกลางธรรมดาๆ แบบฉัน สร้างความฮือฮาให้กับชุมชนละแวกใกล้เคียงไม่น้อย แต่พอได้ทราบนามสกุลของครอบครัวฝ่ายชายเท่านั้นก็เข้าใจได้เพราะเป็นที่รู้จักดีตามข่าวต่างๆ ว่าเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกและ

  • BADDEST Ex แฟนเก่าคนเปรต   บทที่ 82: พ่อของลูกที่ฉันเลือกเอง...

    “...” ฉันได้แต่ฟังเขาเงียบๆ แม้จะไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแต่ก็รู้สึกดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น อย่างน้อยก็รู้ว่าเขายังตามหากัน ยังต้องการให้ฉันกลับไปอยู่ข้างๆ คนรักกันไม่จำเป็นต้องพูดคำว่ารักออกมามากมาย แต่ต้องพร้อมที่จะให้อภัยความผิดพลาดที่ผ่านมาและเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกัน นั่นคงเป็นสิ่งที่คุณแม่ของเหมราชต้องการจะสื่อให้ฉันรับรู้มาตลอด ท่านจึงพาฉันจากมาเพื่อพักใจที่นี่และใช้เวลาคิดทบทวน เพราะยิ่งอยู่ใกล้กันความโกรธเกลียดก็ยิ่งเพิ่มพูน หากทั้งฉันและเขายังปรับความเข้าใจไม่ได้ ความสัมพันธ์มันคงเดินทางไปสู่จุดที่ไม่สามารถกลับมามองหน้ากันได้อีกอย่างแน่นอน“จริงๆ พี่ก็สามารถเป็นคนรักที่ซื่อสัตย์ได้ แต่ที่ผ่านมากลับไม่ยอมทำมัน เห็นแก่ตัวรั้งเกล้าเอาไว้ข้างๆ ในขณะที่พี่นั้นออกไปมีอะไรกับคนอื่น... พี่ขอโทษจริงๆ” ศีรษะทุยซุกลงบนหลังมือของฉัน ความเปียกชื้นทำให้ฉันรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกผิดที่คั่งค้างอยู่ภายในจิตใจ“เกล้าดีใจนะคะที่พี่เหมคิดได้” ฉันพูดปลอบประโลมอีกฝ่ายให้ใจเย็นลงจะได้หยุดร้องไห้เสียที เหมราชที่เป็นแบบนี้ทำให้ฉันทำตัวไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status