LOGINเมื่อคนสองคนที่เลิกรากันไปแล้วต้องวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง 'เธอ' ที่ไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ได้เลย และ 'เขา' ที่เริ่มต้นใหม่หลายต่อหลายครั้งเพื่อตามหาเธอคนที่สอง
View Moreเคยมีใครบางคนกล่าวไว้ว่า ‘เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่ง’ แต่ประโยคนี้กลับไม่สามารถใช้กับ ‘เขา’ ได้เลย ร่างหนาของชายหนุ่มเจ้าของร่างสูง 180 เซนติเมตร ที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ท่อนบนเปลือยเปล่าปราศจากเสื้อผ้า ท่อนล่างสวมเพียงกางเกงขายาวเพียงตัวเดียว เขากำลังนอนกอด ‘แฟนสาวคนใหม่’ ที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราภายในห้องนอนของเธอ ในขณะที่ร่างสูงของชายหนุ่มนาม ‘เหมราช’ ยังไม่สามารถหลับตาลงได้
ภายในห้วงความคิดของเหมราชยังคงนึกถึงเรื่องราวของเขาและ ‘เธอ’ ผู้เป็นความรักที่ยังติดอยู่ภายในความทรงจำ ภาพวันวานที่เคยใช้เวลาร่วมกันยังคงลอยเข้ามาในหัวราวกับวิดีโอที่ถูกตั้งค่าเอาไว้ให้เล่นซ้ำ ๆ
เป็นเวลาหลายชั่วโมงที่ร่างหนาพยายามข่มตาลงให้หลับ แต่ทว่าก็หลับไม่ลงจริงๆ ภาพเหตุการณ์เหล่านั้นทำให้เขาหลับไม่ลงจริงๆ สุดท้ายก็ตัดสินใจคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสีดำสนิทแล้วโทรหาเพื่อนสนิท
(ว่า) รอเพียงไม่นาน ปลายสายก็รับสายและตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“ออกมากินเหล้าเป็นเพื่อนกูหน่อย”
(มึงคิดถึงร่มเกล้าอีกแล้ว?)
“เสือก”
(ถามแค่นี้ทำด่า เออๆ เดี๋ยวกูเรียกไอ้เจกับไอ้เซนก่อน)
“เออ มึงรีบมา”
(ร้านเดิมป่ะ)
“เออ โซน VVIP นะ”
ตู๊ดๆ ...
ทันทีที่วางสายจาก ‘เพลิงกัลป์’ เพื่อนสนิทในกลุ่มที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมจวบจนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็ยังเรียนที่เดียวกัน คณะเดียวกัน สาขาเดียวกัน อีกทั้งยังเซคชั่นเดียวกันอีกด้วย ก็อาจจะเป็นเพราะว่าฐานะ สถานภาพทางสังคม รสนิยม อุปนิสัย ความชั่วเรื่องผู้หญิงที่อยู่ในระดับเดียวกันทำให้พวกเขาสามารถเป็นเพื่อนกันมาได้อย่างยาวนาน
นอกเหนือจากเพลิงกัลป์แล้ว ยังมี ‘เจเดน’ หนุ่มนักธุรกิจลูกครึ่งเจ้าของบริษัทนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีมูลค่าทรัพย์สินมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ และ ‘เซน’ หนุ่มนักลงทุนผู้ถือหุ้นในบริษัทใหญ่หลายๆ แห่ง
@ Aspire Club 23:00
(เหมราช’ s Part)
“มาเร็วกันจังนะพวกมึง” ผมกล่าวทักทายพวกเพื่อนเวรที่มาถึงร้านก่อนหลังจากผมโทรเรียกไอ้เพลิงออกมากินเหล้าด้วยกัน
“ใครจะช้าเหมือนมึง” เพลิงกัลป์
“เป็นคนนัดพวกกูออกมาแต่ถึงช้าชิบหาย” เจเดน
“นัดพวกกูออกมานี่ คิดถึงอีกแล้ว?” เซน
“…”
ผมชะงักเล็กน้อยกับประโยคคำถามสุดแสนจะแทงใจของไอ้เซน เลยเลือกที่จะไม่ตอบอะไรกับคำถามของมัน หันมาสนใจขวดเหล้าที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าแล้วจัดการเทเหล้าใส่แก้วตัวเอง
“มึงเลิกกันมาสามปีแล้วนะเว้ย”
“เออ ทำไมยังไม่ลืมอีก”
“มึงจมปลักไปป่ะ?”
“...”
ผมยังคงแค่นยิ้มและไม่ตอบอะไรกับคำถามของพวกมันและกระดกเหล้าเข้าปากอยู่เหมือนเดิม ปล่อยให้พวกมันรุมด่าเรียกสติให้ผมอยู่อย่างนั้น
ก็อย่างที่พวกมันพูด ผมเลิกกับ ‘ร่มเกล้า’ มาได้ 3 ปี แล้ว ถ้าเป็นคนปกติเลิกกันได้สักสองสามเดือนก็คงมีใหม่ได้แล้วล่ะมั้ง ผมก็คนปกติคนหนึ่ง หลังจากเลิกกับเธอได้ไม่นาน ผมก็มีแฟนใหม่เรื่อย ๆ คบคนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง บางคนก็คบนานเป็นเดือน บางคนคบแค่ไม่กี่อาทิตย์ก็เลิก
ผมไม่เคยจริงจังกับความสัมพันธ์ไหนอีกเลยหลังจากที่เลิกกับร่มเกล้า เธอเป็นเหมือนกับความทรงจำตามหลอกหลอนผมอยู่ตลอดเวลา อาจเป็นเพราะความผูกพันหรืออะไรก็ตามที่ทำให้ผมยังคิดถึงเธอ ยังจำทุกๆ อย่างเกี่ยวกับเธอได้ เราเคยใช้เวลาร่วมกัน เคยใช้คำว่า ‘แฟน’ กัน เป็นปี
แต่แล้วความสัมพันธ์ของผมและเธอก็ต้องจบลงเพราะความเบื่อ ผมเริ่มใช้เวลากับกลุ่มเพื่อนมากขึ้น สนใจเธอน้อยลง ให้เวลาเธอน้อยลง เปิดโอกาสให้ผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในความสัมพันธ์ของเรา จนสุดท้ายเมื่อเธอทนไม่ไหว...
‘ที่พี่เคยพูดว่าอยากเลิกกัน พี่พูดจริงๆ ใช่ไหม?’
‘อืม’
‘ค่ะ เราเลิกกัน’
‘แน่ใจ?’
‘แน่ใจค่ะ’
เสี้ยววินาทีที่เธอบอกเลิกกันตามที่ผมเคยพร่ำบอกว่าอยากจะเลิกกับเธอมาตลอด ความรู้สึกเจ็บปวดตรงอกข้างซ้ายแล่นเข้ามาเหมือนมีคนเข้ามารุมกระทืบหัวใจของผม แต่มันก็แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น หลังจากนั้นผมก็ใช้ชีวิตอิสระอย่างที่ต้องการมาตลอด
...จากวันเป็นสัปดาห์...
...จากสัปดาห์เป็นเดือน...
ผ่านไปร่วมเดือนหลังจากจบความสัมพันธ์กับเธอ ผมกลับเริ่มรู้สึกขาดหาย เมื่อกลับมาคอนโดมิเนียมที่ผมและเธอเคยอาศัยอยู่ร่วมกัน มันกลับว่างเปล่า เธอเก็บข้าวของทุกอย่างของตัวเองออกไป ไม่เหลือไว้ให้ดูต่างหน้าสักชิ้นเดียว ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แม้แต่แปรงสีฟันที่เคยวางอยู่คู่กันเธอก็เก็บเอาของเธอไป เหลือทิ้งไว้แค่ของผม
เคยคิดว่าผมอาจจะแค่เหงาเลยคิดถึงเธอ เลยลองคบหากับผู้หญิงหลายๆ คนที่เข้ามาในชีวิต แต่ทุกอย่างกลับยิ่งชัดเจนเมื่อผมยิ่งคิดถึงเธอมากกว่าเดิม มองภาพซ้อนของผู้หญิงเหล่านั้นเป็นร่มเกล้า
ส่วนร่มเกล้านั้น หลังจากเลิกกับผมไป เธอได้ทำการบล็อกช่องทางการติดต่อของผมทุกช่องทาง ไม่เคยผ่านมาให้ผมเห็น แม้จะบังเอิญเดินผ่านก็ไม่เคยหันมามอง เธอใช้ชีวิตของเธอได้ดี ไม่ฟูมฟาย ไม่เพ้อ แถมไม่โพสต์อะไรเศร้าๆ ลงบนโซเชียลมีเดียเลย เธอยังไม่เริ่มต้นใหม่ ยังไม่ได้คบใคร แม้จะผ่านไปสามปีแล้ว ผมจึงแอบคิดอย่างคนเข้าข้างตัวเองว่า ลึกๆ แล้วเธออาจจะยังรักผมอยู่
ถ้าถามว่าผมรู้เรื่องราวของเธอได้ยังไงนั้น ค่อนข้างจะน่าอายนิดหน่อยที่ผมรับฟังเอาเรื่องราวของเธอมาจากไอ้พวกเพื่อนๆ เวรของตัวเอง เพราะเธอดันบล็อกแค่ผมแต่ยังมีไอ้พวกนี้เป็นเพื่อนบนเฟซบุ๊คและยังมีเพื่อนของผมติดตามอยู่ในไอจี
“ไอ้เหม”
“ไอ้เหม!”
“ไอ้เชี่ยเหม!”
เสียงของไอ้เจปลุกให้ผมหลุดออกมาจากความคิดของตัวเองก่อนจะหันไปมองหน้ามันอย่างเคืองๆ อยู่ใกล้แค่นี้ จะแหกปากทำไมวะ
“มึงจะแหกปากเพื่อ?” ผมถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กๆ
“ไอ้เจเรียกมึงจนคอจะแตกแล้วเถอะ” เพลิงกัลป์
“ลืมปากไว้ที่ห้อง?” ไอ้เซนเลิกคิ้วถามพร้อมกับคำพูดหมาๆ ออกมาจากปากมัน
“แล้วสรุปมีไร?” ผมตัดบทคำพูดไร้สาระของพวกมัน
“มึงได้บอกนิด้าก่อนออกมาป่าว?” ผมขมวดคิ้วลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อ ‘แฟนคนล่าสุด’ ของตัวเองจากประโยคคำถามของไอ้เซน
“ไม่ได้บอก ทำไม?” ผมถามกลับ
“พนักงานข้างล่างโทรมาบอกกูว่านิด้ามาโวยวายตามมึงกลับ” ลืมบอกไป ไอ้เซนถือหุ้นใหญ่ของร้านนี้ซึ่งลงทุนร่วมกับเพื่อนกลุ่มอื่นๆ ของมัน จึงไม่แปลกที่พนักงานจะรายงานมันและค่อนข้างให้เกียรติพวกผมเป็นพิเศษ
ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงโวยวายจากข้างนอกห้องทำให้ผมถอนหายใจออกมาด้วยความรำคาญแล้วหันไปกระดกเหล้าเข้าปากต่อด้วยความเซ็ง
ได้เวลาอีกแล้วสินะ...
ปึง!
เสียงประตูห้อง VVIP ถูกกระชากตามแรงอารมณ์ของสาวขี้เหวี่ยงอย่างนิด้า ที่กำลังบ่งบอกพวกผมทางอ้อมว่าคนเปิดนั้นกำลังโมโหแค่ไหน
“เหม! ออกมาเที่ยวทำไมไม่บอกนิด้าเลยคะ” เสียงแหลมถามปนตะคอก
“จำเป็น?” ผมเลิกคิ้วมองเป็นเชิงถามพรางเอาเหล้าเข้าปาก
“ไปไหนก็บอกกันบ้างสิคะ! นิด้าเป็นแฟนคุณนะ!” ผมวางแก้วเหล้าลงพร้อมกับเหยียดยิ้ม
“งั้นเราเลิกกันเถอะครับ” ผมบอกออกไป
“นะ...นิด้าขอโทษค่ะ เราไม่เลิกกันนะคะเหม” เสียงแหลมของเธออ่อนลงอย่างชัดเจน
“ผมไม่ชอบให้โอกาสใครครับ”
“เหมคะ นิด้าไม่อยากเลิกกับเหมค่ะ”
“พาเธอออกไปด้วยครับ” ผมเอ่ยบอกกับพนักงานรักษาความปลอดภัยของร้านด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันมากระดกเหล้าเข้าปากโดยที่ไม่สนใจเสียงกรีดร้องโวยวายด้านนอกที่ค่อยๆ ไกลออกไป
“มึงแม่งทำแบบนี้อีกแล้ว” ไอ้เพลิงพูดพร้อมส่ายหน้าช้าๆ ไปมาอย่างเอือมระอากับเหตุการ์ตรงหน้า
“เพื่อไรวะ” ไอ้เจเดนมองผมอย่างไม่เข้าใจ
“นิด้ายังไม่ใช่” ผมตอบ
“ไม่ใช่อะไร?” ไอ้เซน
“เธอไม่เหมือนร่มเกล้า” ผมยังไม่ทันได้ตอบอะไร คนที่รู้ทุกอย่างดีอย่างไอ้เพลิงก็อธิบายทุกอย่างแทนผม
“ไหนมึงบอกว่านิด้าเหมือนร่มเกล้า” ไอ้เจถามอีกครั้งด้วยความไม่เข้าใจ เพราะก่อนหน้านี้ผมเคยบอกว่านิด้าเธอคล้ายๆ กับร่มเกล้า
“แค่คล้าย แต่ยิ่งคบยิ่งไม่เหมือนว่ะ” ผมตอบนิ่งๆ
“แล้วไง มึงจะคบคนนั้น คนนี้ไปทั่วเพื่อลืมร่มเกล้า?” เซน
“กูเปล่า”
“มึงเปล่า แต่มึงแค่คบคนอื่นเพื่อให้ตัวเองยังรู้สึกถึงเธอ” เพลิง
“ไม่ใช่มึงลืมเธอไม่ได้ แต่มึงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองลืมเธอ” เจเดน
“ไม่กลับไปง้อเลยอ่ะ มึงทำขนาดนี้แล้ว” ไอ้เซนประชดผมด้วยท่าท่างนิ่งๆ ของมัน
ผมนิ่งไปเล็กน้อยกับคำพูดของมันแล้วคิดตามก่อนจะสะบัดหัวเอาความคิดโง่ๆ ออกไป ขืนกลับไปตอนนี้กูเสียศักดิ์ศรีหมดครับ เลิกกันไปตั้งสามปี ถ้ากลับไปง้อตอนนี้ ที่ผ่านมามันจะมีประโยชน์อะไร ผมกับเธอจบกันไปตั้งนานแล้ว ผ่านมาก็ใช้ชีวิตได้ ไม่เห็นต้องกลับไป ที่เผลอคิดตามคำพูดไอ้เซนต้องเป็นเพราะผมเมาแล้วแน่ ๆ
กูเมาแล้วแน่ ๆ!
“แล้วยังไงคืนนี้ ไม่สนสักคน?” หลังจากเงียบไปสักพัก ไอเดียจังไรๆ จากไอ้เพลิงที่กำลังเชิญชวนให้พวกผมออกล่าเหยื่อในคืนนี้
“ไม่มีอารมณ์ว่ะ” เจเดน
“สักคนสองคนก็ดี” เซน
“แล้วมึงอ่ะ ยังไง” ตัวต้นคิดอย่างไอ้เพลิงหันมาถามเพื่อรอฟังความเห็นจากผมเป็นคนสุดท้าย
“ก็...”
“…”
“เอาดิ”
“มันต้องแบบนี้ดิวะ!”
ว่าแล้วผม เพลิงกัลป์ เซน ก็เดินลงไปชั้นล่างเพื่อมองหาสาวๆ ที่จะมาสนุกด้วยกันในคืนนี้ ทิ้งไอ้เจเดนไว้ในห้อง VVIP ชั้นบนไว้คนเดียวที่ไม่ยอมหาสาวๆ เพราะกลัวว่าจะมีปัญหากับแฟนเด็กของมัน
พวกกลัวเมีย หึ!
@Penthouse R1ภายในห้องกว้างขวางชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า โดยรอบปรากฏวิวทิวทัศน์ภายในเมืองใหญ่อวดโฉมดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าสีส้มแดงฉานกำลังบอกลาขอบฟ้าสิ้นสุดความยาวนานของวันนี้ก่อนยามวิกาลจะเข้ามาเยือน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องนอน ถูกแยกส่วนกันอย่างเป็นระบบระเบียบชัดเจนอาหารหลากหลายถูกจัดใส่จานอย่างสวยงาม หน้าตาดูน่ารับประทานหมดทุกเมนูวางเรียงรายกันบนโต๊ะอาหารสำหรับแปดคน ทว่าอาหารมื้อนี้กลับมีคนนั่งทานกันอยู่แค่สองคนเท่านั้น ขณะนั่งรับประทานอาหารกัน ร่างสูงเจ้าของห้องก็ดูแลฉันเป็นอย่างดีโดยการตักนั่นตักนี่เต็มจานไปหมด ฉันจึงต้องเอ่ยห้ามปรามให้อีกฝ่ายดูแลตัวเองบ้างมื้ออาหารผ่านไปอย่างเรียบง่ายแต่กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข นึกขอบคุณไคอัสที่คอยช่วยคลายความเศร้าโศกภายในจิตใจของฉันตลอดสามเดือนที่ผ่านมา หากไม่มีเขาเข้ามาการกลับมาอยู่เพียงลำพังของฉันอาจจะเป็นเรื่องยากมากกว่านี้ก็เป็นได้ หากย้อนกลับไปเมื่อตอนที่หนีออกมาจากคอนโดของเหมราชปราศจากความช่วยเหลือ ฉันอาจจะต้องวนกลับไปจุดเดิมก็ได้“เดี๋ยวผมเก็บจานไปล้างเองครับ เกล้าไ
เวลาพลบค่ำเป็นสัญญาณบอกเวลาเลิกงานมาถึงอีกครา ฉันบอกลาเพื่อนสาวทั้งสองคนหลังจากเก็บข้าวของทุกอย่างเข้าที่ก่อนแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน ใครบางคนที่เพิ่งจะได้รับการขีดเส้นสถานะเป็นแค่พี่น้องไปเมื่อตอนกลางวันกำลังนั่งรอรับฉันกลับโดยมีมาเฟียหนุ่มที่กำลังตามง้ออารินนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ข้างๆ เพราะตัวของเขานั้นถูกเพื่อนสาวคนสวยอย่างอารินเมินโดยสมบูรณ์เลยยังไงล่ะ!“กลับกันเลยไหมครับ?” ชายหนุ่มที่อายุอ่อนกว่าฉันถึงสามปีเอ่ยถามทันทีที่เห็นฉันเดินมาพร้อมกับกระเป๋าสะพาย“ค่ะ กลับกันเถอะ” ฉันตอบ“จะแวะทานข้าวก่อนไหม หรือว่าเกล้าอยากกลับไปพักแล้ว” เขาถามความเห็นจากฉัน ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของเขามันทำให้รู้สึกว่าผู้ชายเด็กกว่าคนนี้ช่างเอาใจใส่เก่งเสียเหลือเกิน“แวะซื้อเข้าไปทานที่ห้องก็ได้ค่ะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” ฉันพูดพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ วันที่แสนยาวนานและวุ่นวายนี้ผลาญเอาพลังงานของฉันจนแทบหมดสิ้น หัวสมองว่างเปล่าตื้อไปหมดอยากจะเอนลงหมอนแล้วหลับตานอนให้เร็วที่สุด“ได้ครับ เดี๋ยวผมแวะให้นะ” ไคอ
ฉันหันหลังเดินจากมาทั้งน้ำตา ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองร่างหนาของเหมราชที่ถูกเพื่อนของตัวเองขวางเอาไว้ อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณพวกเขาที่เคารพการตัดสินใจของฉัน ฉันเองก็เจ็บที่มันต้องจบลงแบบนี้ แต่การปิดโอกาสเริ่มต้นใหม่ของตัวเองด้วยการกลับไปอ่านหนังสือเล่มเก่ามันก็ทำให้ฉันเสียเวลามามากพอแล้วเหมือนกัน สี่ปีกับความสัมพันธ์ที่ค้างคาอันแสนยาวนานนี้ได้เวลาจบมันลงตลอดกาลเสียที อย่าได้กลับมาวนเวียนในชีวิตของกันและกันกันอีกเลย...“เธอโอเคไหม?” ไคอัสที่เดินออกมาพร้อมกันกับฉันเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่... ไม่เลย ฮึก!” ฉันปล่อยโฮออกมาทันทีเมื่อเดินจากมาจนลับตาจนถึงลานกว้างที่มีรถหรูของไคอัสจอดอยู่“ยังรักมันขนาดนั้นทำไมไม่กลับไปหามันล่ะ” ชายหนุ่มข้างๆ เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ“ฉันไม่อยากเสียใจอีกแล้ว” ฉันตอบกลับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ที่เป็นอยู่นี่ไม่เรียกว่าเสียใจหรือไงครับ” คนตัวสูงส่ายหัวเบาๆ กับสภาพของฉันที่ปล่อยอารมณ์เศร้าโศกออกมาจนลืมรักษาภาพลักษณ์“ฉันแค่เสียใจที่ความรักของฉันได
ผลัวะ!หมัดแรกจากเหมราชประเคนเข้าที่ใบหน้าของไคอัสอย่างจัง ก่อนจะเกิดการแลกหมัดต่อๆ มา ผู้คนที่เข้ามารับประทานอาหารด้านในร้านเริ่มยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอไปอัพลงโซเชียลตามวิถีคนยุคสมัยใหม่ ในขณะที่บางคนเริ่มลุกออกจากโต๊ะของตัวเองมายืนดูเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างสองหนุ่มอยู่ไม่ไกลนัก เพื่อนๆ ของเขาที่มาด้วยก็ไม่มีทีท่าว่าจะเดินเข้ามาห้ามแต่อย่างใด ทุกคนเพียงยืนมองนิ่งๆ ปล่อยให้เกิดการปะทะกันไปอย่างต่อเนื่องผลัวะ!“อย่ามายุ่งกับร่มเกล้าอีก!” กำปั้นแกร่งของเหมราชต่อยเข้าที่หน้าของไคอัสอย่างต่อเนื่องจนอีกฝ่ายเริ่มมีอาการมึนเบลอไปบ้างแล้ว“ผู้หญิงเขาไม่เอาแล้ว มึงยังจะตามหาเขาทำไมอีก” ไคอัสเองก็ไม่น้อยหน้า แม้จะรับหมัดหนักๆ มาจนแทบยืนไม่ตรงแต่ก็ยังพยายามที่จะต่อยสวนกลับไป“ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกอย่างมึงต้องเข้ามาเสือก” ประโยคหยาบคายออกมาจากปากคนรักเก่าของฉันไม่หยุดในระหว่างการวิวาท“แล้วมึงแน่ใจได้ไงว่ากูเป็นคนนอก” วัยรุ่นเลือดร้อนอย่างไคอัสตอบกลับเหมราช“พูดเหี้xอะไรของมึง?!”





![เด็กเลี้ยงประธานร้าย [Set Toxic love]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)