Masuk“ก็นี่ไงแฟน” มันยกนิ้วขึ้นชี้ไปที่ตัวของมันเอง เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยผุดยิ้มมุมปาก…หล่อนะแต่โคตรน่าหมั่นไส้
“แฟนปลอม ๆ ไม่นับ” มันไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแค่ทําเสียงฮึ
ในลําคอ ไหวไหล่แล้วก้มหน้าก้มตาหั่นสเต๊กต่อไปเพียงไม่นานสิ่งที่ไอ้พฤกษ์บอกก็เป็นไปตามนั้น มันบอกไว้ว่า
ในวันนี้มันนัดน้องจอยมาเพื่อเคลียร์ทุกอย่างให้ลงตัว…ลงตัวกับผีสิ
จู่ ๆ เด็กอกอวบที่ฉันเคยชมว่าน่ารัก แถมยังเคยปกป้องพร้อมกับด่าไอ้พฤกษ์เพราะคิดว่ามันเทน้อง กลับเดินมาหาพร้อมคว้าน้ำที่อยู่ในแก้วสาดเข้าหน้าฉันเต็ม ๆ
ภาพสโลวโมชันค่อย ๆ คืบคลาน น้ำใสในแก้วเคลื่อนไหวช้า ๆ
เข้าใกล้มาเรื่อย ๆ ทำเอาหัวใจของฉันหล่นวูบ เพียงเสี้ยววิจากที่อยู่บนอากาศมันก็ย้ายมาอยู่บนหน้าฉันแทน…เปียกเป็นลูกหมา
หมดกันฉันอุตส่าห์แต่งหน้าใหม่ทั้ง ๆ ที่ยอมโทรมมาทั้งวันให้การเดตปลอม ๆ กับไอ้พฤกษ์สวยที่สุด เด็กนี้จะรู้ไหมว่าเครื่องสำอางบนหน้าฉันมีค่าแค่ไหน ถึงจะราคาไม่แพงแต่ฉันก็อยากจะประหยัด ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันก็ไม่เสียดายอะไรมากขนาดนี้ แต่นี่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่แม่เดินมาบอกว่าที่บ้านกำลังเป็นหนี้เถ้าแก่เฮง อะไรที่ประหยัดได้ฉันก็ควรประหยัด
แต่เหนือสิ่งอื่นใดยายเด็กนี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง สาดน้ำเปล่าใส่หน้าฉันเสร็จ น้องมันก็กระชากหัวฉันเต็มแรงแทบจะร่วงเก้าอี้โดยที่ฉันไม่ได้ตั้งตัว โชคยังดีที่สะบัดหลุดมาได้
…ใครล่ะจะตั้งตัวทัน ขนาดคนที่ก่อเรื่องไว้ยังนั่งอึ้งเป็นหินอยู่เลย
แต่สิ่งที่เจ็บใจคือตอนนี้คนอื่นในร้านมองมาคล้ายกับกำลังดูละครสัตว์“เหอะ ไหนพี่บอกว่าพี่ขวัญข้าวอะไรนี่เป็นเพื่อนไง” ทำกูขนาดนี้
ไม่ต้องเรียกกูพี่แล้วมั้ง เอาอะไรมานับถือกูอะยายน้องจอยว่าพร้อมกับชี้หน้าส่งสายตาที่แผ่ไปด้วยรังสีอำมหิตให้ ใครไหนเล่าจะยอมทน
“นี่ มันจะเกินไปไหม ทำร้ายร่างกายกันพี่มีสิทธิ์แจ้งความได้นะ” ทนไม่ไหวแล้ว อีขวัญข้าวจะไม่มีทางญาติดีกับอีเด็กนี่เด็ดขาด ไม่เคยมีใครกล้าทำฉันแบบนี้ บอกได้เลยว่าวันนี้จะต้องตายกันไปข้าง
“เชิญจ้า” เนี่ยถ้ามันไปร้องขอคนอื่นมาตบตามันจะเนียนกว่านี้ หากเด็กนี่สำเหนียกดี ๆ คงจะรู้ว่าละครที่พฤกษ์ให้ฉันมาตบตาโคตรจะ
ไม่เนียนเอาซะเลยแต่น้องมันโง่อย่างที่บอกไว้ตอนแรกอะแหละเลยไม่สังเกต
“เข้าหาผู้ชายในรูปแบบเพื่อน หึ เพื่อนนอนเหรอ” ฟังที่เด็กมันพูด ส่วนมือก็กำหมัดแน่นข่มอารมณ์
ก็เพื่อนจริง ๆ ไง เพื่อนสนิทไม่สามารถจะเลื่อนสถานะไปไหนได้
นี่แหละ“จอย” เมื่อเห็นว่าฉันกำลังทนไม่ไหว พฤกษ์ก็รีบเรียกชื่อเด็กนี่
สวนขึ้นเสียงเข้ม เหมือนมันเพิ่งตั้งสติได้จึงรีบเดินมาปัดปอยผมที่ปรกหน้าของฉันทัดหูให้ ถ้าไม่เจอเหตุการณ์แบบเมื่อกี้ หากมันทำแบบนี้ฉันคงจะใจอ่อนระทวยแต่ในสถานการณ์อย่างนี้น่ะไม่มีใครมาใจอ่อนยวบยาบได้หรอก
มันมีแต่ไฟไหม้หัวแบบโชติช่วงชัชวาล“ทำแบบนี้ทำไม”
“ก็พี่นัดมาเคลียร์ไม่ใช่เหรอ นี่ไงจอยจะทำให้มันจบ ๆ ไป”
“พี่ไม่ได้บอกว่าจะเคลียร์แบบนี้” โอ๊ยไม่รู้จะคุยอะไรกันเยอะแยะ ส่วนฉันที่เป็นผู้ร่วมชะตากรรมกับไอ้พฤกษ์ได้แต่ยืนนิ่ง ตอนแรกที่นัดแนะกันไว้มันไม่ใช่แบบนี้นี่
จบจากตรงนี้ไปได้พฤกษ์โดนเช่งยับแน่ เจ็บตัวเพราะโดนกระชากหัวแถมยังอายคน
เด็กของไอ้พฤกษ์ไม่พูดอะไร เพ่งเล็งสายตาหันมาที่ฉัน แล้วมันก็เป็นอีกครั้งที่ฉันไม่ได้ตั้งตัว
เพียะ
“ข้าว” พฤกษ์อุทานเมื่อฝ่ามือปะทะเข้าที่ใบหน้าของฉันจนหัน
ใช่ค่ะ เด็กนี่ตบฉันและจากนั้นไม่นานก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บแปล๊บ และเค็มปะแล้ม ๆ บริเวณมุมปาก
เลือด
“นี่เล่นกันขนาดนี้เลยเหรอ” ยังไม่ทันที่จะได้สวนกลับไป ไอ้พฤกษ์ก็ทำให้ฉันเองโมโหมันอีกรอบ
“ข้าวอย่า”
“พฤกษ์ ปล่อย” กัดฟันพูดจะตรงไปกระชากหัวเด็กนั่นให้ได้
คนอย่างขวัญข้าวไม่เคยทำร้ายใคร เว้นเสียแต่คนนั้นจะเข้ามาหาเรื่องเอง“น้องมันโมโหอะ”
“เข้าข้าง” โอ้โห ฉันไม่โมโหเลยมั้ง
“อุ๊ป” ยายน้องจอยยกมือปิดปากทำท่าน่าหมั่นไส้ “ผู้ไม่เข้าข้าง แบบนี้ควรพิจารณาตัวเองแล้วนะคะพี่ขวัญข้าว”
“ไอ้พฤกษ์ปล่อย” บอกเมื่อโดนรั้งแน่นกว่าเดิม
“จอยออกไปก่อน พี่ไม่รับประกันถ้าข้าวโมโห”
“ไม่ค่ะ”
“เออดี ถ้าไม่ มึงมาเจอกูเลยมา” พยายามจะหลุดออกจากวงแขนของพฤกษ์ทว่ากลับทำไม่ได้
“ข้าวใจเย็น ๆ” โอโหได้ยินคำนี้หัวไหม้เลย ใจเย็นที่ว่าเหมือนมันกำลังด่าว่าตอนนี้ฉันหัวร้อน
ถ้ามันไม่คิดว่าฉันใจร้อนจะบอกให้ใจเย็นเพื่อ
ฉันดีดดิ้นอยู่อย่างนี้ให้หลุดจนพฤกษ์ตวาดใส่ “ข้าว” มันควรจะตวาดเด็กนั่นสิ ไม่ใช่หันมาว่าฉันที่ถูกกระทำแบบนี้
ฉันหยุดดิ้นแล้วมองหน้ามันอย่างไม่เข้าใจ ข้างนอกอาจจะแสดงออกมานิ่ง ๆ แต่ความจริงใจของฉันกำลังร้องไห้ พฤกษ์มันไม่เคยตวาด
แบบนี้ใส่สักครั้งเลย นี่ฉันช่วยมันและโดนเด็กนั่นทำร้ายให้อับอายแล้วเจ็บตัวเลยนะฉันนิ่งค้างอย่างนั้นราวโดนสะกดให้เป็นหิน ภาพที่มันผละตัวออกเดินไปคว้ามือน้องจอยทำฉันเจ็บ
“จอย มาคุยกับพี่”
“น้องกิ่งก็อยากทำเค้กค่ะ” วางตัวเด็กทั้งคู่ลงจากนั้นกวินและ น้องกิ่งก็วิ่งนำไปที่ครัวที่มีแม่ของฉันอยู่“แล้วปะป๊าอยากไปทำเค้กด้วยไหมคะ”“เดี๋ยวพฤกษ์ช่วยข้าวนะ”“น่ารักที่สุด” ฉันบีบจมูกของเขาไปหนึ่งที“แล้ววันนี้วันเกิดข้าว ข้าวอยากไปไหนไหม” แต่งงานกันมาก็หกปีแล้ว การออกไปนอกบ้านทุกเทศกาลสำคัญมันก็ดูไม่น่าตื่นเต้นมากเท่าไหร่“ไม่เอาอะทำกับข้าวกินที่บ้านดีกว่า ชวนป๊ากับแม่ด้วยสิ”“แล้วก็เถ้าแก่เฮงด้วยดีไหม” เถ้าแก่เฮงที่บอกว่าตัวเองป่วยบ่อยกลัวว่าจะไม่เห็นหน้าหลาน ตอนนี้ก็ยังคงแข็งแรงดี พูดไปเพราะอยากจะเร่งรัดให้ฉันมีหลานเร็ว ๆ แค่นั้นแหละ“ได้” ฉันฉีกยิ้ม“พฤกษ์โทรชวนป๊ากับแม่มาก่อนนะ แล้วก็เถ้าแก่เฮงจะโทรบอกแล้วให้คนขับรถไปรับ” ฉันรู้ดีว่าต่อให้พฤกษ์บอกว่าจะให้คนขับรถไปรับเถ้าแก่ เดี๋ยวท่านก็ปฏิเสธอยู่ดีรายนั้นมาที่นี่ทีไรก็มักจะให้คนขับรถที่บ้านตัวเองพามาตลอด บอกว่าไม่อยากรบกวน“ปะเดี๋ยวเราไปทำขนมกัน” ฉันบอกพฤกษ์แต่คนตัวโตก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับประคอง“ข้าวจะไม่เหนื่อยใช่ไหม”“แค่ทำขนมเองจะเหนื่อยได้ยังไง”“พฤกษ์ไม่อยากให้ข้าวเหนื่อย เป็นห่วงเจ้าตัวเล็กด้วย” ตอนนี้ฉันตั้งท้องลูก
“ฮะ อย่าบอกนะว่า…”“เออ ตอนนี้กูกำลังจะเป็นพ่อแล้ว”“เฮ้ย ใครจะไปคิดว่าคนแบบมึงก็มีน้ำยา”“นี่มึงหมายความว่าอะไรไอ้เลโอ”“ก็เปล่า แล้วบอกไอ้คีย์หรือยัง”“กำลังจะโทร”“เออ ๆ รีบโทรเลย อยู่ไหนก็ส่งโลเคชันมาด้วยเดี๋ยวกูรีบไปหา กูจะมีหลานแล้วว่ะ” ตอนนี้น้ำเสียงของไอ้เลโอก็ดูตื่นเต้นไม่ต่างกันวางสายจากมันก็รีบโทรหาไอ้คีย์ทันที“มึงว่างหรือไงโทรหากู” ไอ้คีย์ก็ไม่ต่างกับไอ้เลโอมากเท่าไหร่การทักทายของมันจะพูดดี ๆ สักครั้งก็ไม่มี“ว่าง ว่างมากพอที่จะได้ปาร์ตี้กันคืนนี้ด้วย” ปาร์ตี้ที่ว่าผมไม่ได้ กะจะปาร์ตี้ให้เมามายอะไรก็แค่อยากจะฉลองให้กับหนูน้อยที่เกิดมา หนูน้อยที่เป็นความสุขของผมและข้าว “อารมณ์ไหนของมึงปาร์ตี้อะไร”“ก็ปาร์ตี้ปาร์ตี้แบบไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะตอนนี้กูจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่”“มึงเป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ย”“กูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ฮะ มึงว่าอะไรนะ”“กูบอกว่ากูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ไม่ตลก”“กูพูดจริง ๆ กูไม่ได้ตลกเว้ย” ทำไมผมพูดความจริงมันเหมือนโกหกขนาดนั้นเลยเหรอไอ้คีย์มันถึงไม่เชื่อ “ปลื้มเป็นคนพาข้าวมาโรงพยาบาล”“เมียกูอยู่กับเมียมึง”“ไปทำอะไรให้เมียมึงงอนน่ะ”“กูเปล่า”“มึงก็รีบ ๆ
“น่าจะประมาณสิบโมงค่ะ”“ห่วงข้าว” ผมบอกออกไปตามความจริง เวลาเมียตัวเองไม่สบายใครกันจะอยากห่าง “ไม่ไปได้ไหม อยากอยู่ด้วย”“วันนี้มีประชุมไม่ใช่เหรอคะ ไปเถอะข้าวอยู่ได้ ไม่เป็นไร” คนดื้อ รีบพยายามทำตัวเองให้สดใสไม่ให้ผมเป็นห่วง“โอเคครับ” ผมผละตัวออกจากคนตัวเล็กไปแต่งตัว “ถ้าเข้าไม่ไหวอย่าฝืนนะ” ผมบอกข้าวก่อนออกจากบ้าน แต่ก็ก่อนจะออกได้ก็ทำใจอยู่นาน ผมไม่อยากให้เข้าอยู่คนเดียว ต่อให้รู้ว่าน้องปลื้มจะมาหาผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ดีเมื่อมาถึงบริษัทผมก็รีบตรงเข้าห้องทำงานจัดการเคลียร์งานที่มีอยู่ แต่ยิ่งพยายามทำมากเท่าไหร่มันก็ไม่ลดลงเลยเพราะหัวของผมก็มีแต่ เป็นห่วงขวัญข้าว ขืนเป็นแบบนี้ผมได้กลับไปหาขวัญข้าวช้าแน่ ๆ“ท่านรองเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เลขาของผมเข้ามาในห้อง“เปล่าครับ ผมมีประชุมเลิกกี่โมงนะ”“มีประชุมประมาณบ่ายโมงค่ะ เลิกประชุมประมาณบ่ายสาม” ผมพยักหน้าเข้าใจ หากผมจัดการเอกสารกองนี้เสร็จผมจะได้กลับบ้านประมาณนั้นผมใช้เวลาว่างอยู่กับเอกสารจนเสร็จสิ้นกะว่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา แต่เราก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีสายเรียกเข้าโทรเข้ามาเกือบ สิบสาย เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรเข้ามาผม
“พฤกษ์เป็นขวัญข้าวนะครับ” แต่ละคำพูดที่บอกเธอก็กระแทกเข้าไปย้ำเหมือนกับว่าให้เธอสนใจ “จะรักแค่เมียและเอาเมียคนเดียว”“ข้าวก็จะรักพฤกษ์คนเดียว” ผมยิ้มพอใจ เวลาเสียงสั่น ๆ ของข้าวพูดบอกรักโคตรได้อารมณ์ เลื่อนมือไปจับสะโพกรั้งตัวเธอเข้ามากระแทกเข้าเร็ว ๆ จนเราทั้งคู่ขึ้นสวรรค์ไปพร้อม ๆ กันผมรับรู้ได้ว่าน้ำสีขาวขุ่นของตัวเองเอ่อนองอยู่ในตัวข้าวมากแค่ไหน คืนนี้ตั้งใจที่จะไม่ป้องกัน เพราะอยากได้โซ่ทองมาคล้องใจ อีกทั้งยังอยากสัมผัสข้าวให้แนบแน่นอย่างที่ไม่เคยจะทำ“เอาอีกไหม” ผมถามได้ขณะที่เราทั้งคู่ย้ายตัวเข้ามานั่งแช่อยู่ในอ่าง“เดี๋ยวค่อยไปต่อที่เตียง”“ไม่ชอบตรงนี้เหรอ”“ก็ชอบแต่รู้สึกมากเกินไป”“รู้สึกมากเกินไป มากเกินไปยังไง” หอมไปที่ผมกระชับกอดอย่าง รักใคร่“ข้าวไม่ชิน พฤกษ์ร้อนแรงจนข้าวยืนแทบไม่อยู่”“งั้นเราอาบน้ำกันก่อนเดี๋ยวไปต่อที่เตียงกันนะ” บอกไปอย่างนั้นสรุปสุดท้ายเพียงแค่ลูบไล้ไปบนเนื้อตัวของขวัญข้าวไฟก็ติดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ อีกรอบจากนั้นเราทั้งคู่ในมอบความรักในห้องน้ำให้แก่กันก่อนคืนนี้จะจบที่เตียงอย่างที่บอกเอาไว้ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ผมจะอดใจไหวไม่ให้รัก ขวัญข้าวทั้งคืนไ
“ขอบคุณพฤกษ์เหมือนกัน” เธอหันหน้ามาหาลูบไล้ที่แผงอก ค่อย ๆ ไต่นิ้วลงไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าท้องลงไปเรื่อย ๆ จนถึงกึ่งกลางลำตัวขวัญข้าวจงใจใช้มือ สัมผัสตัวตนของผมที่ในตอนนี้มันตั้งชูชันพร้อมจะออกรบเต็มที่“ข้าว” เสียงของผมเริ่มไม่เหมือนเดิม สาเหตุก็มาจากคนน่ารักตรงหน้ากำลังยั่วโดยการใช้นิ้วลูบไล้ส่วนหัวคุณเบา ๆ เพียงแค่มือนิ่มกับทำให้ผมรู้สึกมากขนาดนี้ อย่างอื่นไม่อยากจะคิดกลัวทนไม่ไหวเสียก่อนขวัญข้าวไม่ได้พูดอะไร แกล้งบดเบียดหน้าอกเข้าหาจากนั้นก็หยิบไปที่ไวน์ขึ้นมากระดกมันเข้าปาก เอามาแบ่งให้ผมด้วยการจูบ ไวน์รสดีบรรจงถูกส่งเข้ามา จากนั้นเราก็แลกลิ้นสัมผัสกันแนบชิดตอนแรกขวัญข้าวในวันนี้ทำเอาตกใจอยู่เหมือนกัน ใครจะคิดก็คนซื้อ ๆ ที่ไม่ประสีประสาในตอนแรกตอนนี้กลับดูมีประสบการณ์ เพียงเพราะศึกษาเพื่ออยากเอาใจผม รู้ก็เพราะเคยถามมาซึ่งขวัญข้าวก็สารภาพว่าแอบเสิร์ชหาข้อมูลเยอะอยู่เหมือนกันที่จะทำให้ผมรู้สึกดีอย่างนี้“ขี้ยั่วจังเลยนะ”“แล้วชอบไหม”“ชอบครับ ชอบที่สุด” จูบซับไปที่หน้าผับนวลจากนั้นก็ใช้มือช้อนตัวขวัญข้าวพร้อมกับลุกขึ้น“จะทำอะไร”“ล้างตัวแป๊บนึง อยากไปเล่นตรงนั้น” บอกพร้อมกับหัน
“ชมแต่ขวัญข้าว น้องปลื้มไม่ชมพี่เลโอบ้างเหรอ เนี่ยพี่ก็จีบน้องพระพายตั้งหลายปีเลยนะ” ตอนนี้ไอ้เลโอกับน้องปลื้มดูจะเป็นคู่ซี้พี่น้องที่สนิทกันมาก ๆ สาเหตุก็มาจากน้องปลื้มช่วยให้มันได้คบกับน้องพระพายนั่นแหละ“เรื่องนี้ก็ยกนิ้วให้พี่เลโอเหมือนกัน เก่งมาก ๆ เลยค่ะ” “ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่ว่าคนอื่นไม่เอาพี่เลโอหรอกเหรอ” พระพายพูดทำเอาผมกับขวัญข้าวแทบจะกั้นขำไม่อยู่พอ“น้องพระพาย น้องพระพายก็เห็นว่ามีคนเข้าหาพี่เยอะมากแค่ไหน” ก็จริงอย่างที่มันว่าเห็นแปลก ๆ แบบนี้มันก็มีสาว ๆ เยอะเหมือนกันอีกคนหนึ่งที่ในวันงานไม่ได้มาก็คือเจ้านายเก่าของขวัญข้าว รายนั้นฝากน้องปลื้มมาแสดงความยินดี ไม่ใช่ว่าเสียใจที่ผมกับขวัญข้าวแต่งงานกันเลยไม่มา ทว่าเขานั้นมีลูกน้อยฝาแฝดที่พึ่งคลอดเลยไม่สามารถมาได้จากที่ได้คุยกับข้าวก็พึ่งมารู้ว่า เขาไม่ได้คิดที่จะจีบข้าวจริงจังตั้งแต่แรก แต่มองในมุมน้องสาวมากกว่า“แล้ววันนี้เล็งไว้หรือยังว่าจะเอาแฝดสองหรือแฝดสาม” ไอ้เลโอก็ยังพูดจาทะลึ่งเหมือนเดิม“แฝดสี่ไปเลยดีไหม” ส่วนคนที่ทะลึ่งมากกว่าก็น่าจะเป็นผมเนี่ยแหละ“พฤกษ์”กิจกรรมล่วงเลยมาถึงช่วงดึก ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าหอสักที







