Masuk“โถ่เพื่อน กูก็แค่แกล้งเล่น มึงยังไม่ชินอีกเหรอ”
“มึงก็รู้ ว่ากูไม่ชอบให้จับคู่กูกับเพื่อน ไม่ว่ากับเพื่อนคนอื่นหรือไอ้ข้าว” มันว่าแค่นั้นก็กลับไปนั่งตามเดิม
“พูดนิดพูดหน่อย มึงก็จริงจังไปได้” ไอ้เลโอทำเสียงเง้าหงอด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเก่า ๆ ออกมาจากกระเป๋าซอมซ่อของมัน ใช้มือไถไปเรื่อย ๆ อย่างไม่สนใจอะไรอีก
“กูอธิบายให้มึงฟังไปแล้วนะข้าว มึงจะช่วยกูได้ยัง” ไอ้พฤกษ์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้คว้าหมับที่มือ ส่งสายตาคาดคั้นรอคำตอบ “ช่วยหน่อย”
“ไม่”
“โห มึงจะใจร้ายกับคนหล่อ ๆ แบบกูจริงดิ” มันแกล้งตีหน้าเศร้า แต่บอกได้เลยว่าฉันไม่มีทางใจอ่อนแน่ ๆ
ไม่มีทาง
ฮือ แต่เห็นมันทำหน้าแบบนั้นใครกันที่จะอดใจไหว ทำได้แต่หันไปมองไอ้คีย์คล้ายต้องการขอความช่วยเหลือ แต่ทว่าคนใบหน้าปูนปั้น กลับไม่ได้เสริมทัพให้ฉันอย่างที่ต้องการ
“ช่วยมันไปเถอะ น่ารำคาญ” มันตัดบทแค่นั้น ก่อนที่จะหยิบมือถือขึ้นมาเล่นอย่างไอ้เลโอบ้าง ใช่สิ พวกมันเป็นผู้ชายไม่ได้ต้องมารับเรื่องน่าลำบากใจแบบฉัน นี่คือข้อเสียอย่างที่สองเลยตั้งแต่เป็นเพื่อนกับพวกมัน
ข้อหนึ่งลำบากใจที่เห็นคนที่ชอบอย่างไอ้พฤกษ์ควงสาวไม่ซ้ำหน้าเพื่อศึกษาดูใจ
ส่วนข้อสองคือมาลำบากใจเวลาที่พวกมันร้องขอให้ช่วย แล้วสิ่งที่ขอมันมีแค่ฉันคนเดียวในกลุ่มที่ทำได้…ขอคิดเงินได้ไหม ช่วงนี้ยิ่งร้อน ๆ
แต่จะว่าไปฉันเองไม่มีเพื่อนกลุ่มอื่น ไม่มีเพื่อนผู้หญิง อยู่กับพวกมันเกือบทุกวัน ความกักขฬะก็หลอมจนแทบจะไม่เป็นกุลสตรี กลายเป็นพวกบ้าระห่ำบ้าพลังไปแล้ว แต่อย่างน้อยมันก็ควรเห็นฉันน่าทะนุถนอมไหม
“นะ มึงต้องช่วยกูนะขวัญข้าวเพื่อนรัก” เออเอาเข้าไป ตอนแรกก็ดีหรอกถ้ามันไม่ย้ำคำว่าเพื่อนน่ะ อยากเป็นแฟนเว้ย ไม่ใช่เพื่อนรัก
ฉันก็ไม่สามารถมูฟออนจากมันได้ สาเหตุก็มาจากตกหลุมรักทุกการกระทำของมัน ตกลงไปแล้วไม่พยายามขึ้นมา เต็มใจขาหักว่างั้นเถอะ
“เออ จะให้ช่วยยังไงก็ว่ามา” บอกด้วยความรำคาญ แต่พอหันไปเจอหน้ามันก็ต้องส่ายหัวให้ มันยิ้มกว้างปากแทบจะฉีกถึงใบหู ผิดกับฉันที่ตอนนี้หน้าบึ้งตึงในใจยังคงกังวลกับเรื่องวุ่นวายที่จะตามมา
แถมตามมาเป็นขบวนรถไฟ!
ตกเย็น
ไอ้คนที่ร้องขอให้ฉันช่วยเป็นไม้กันหมาก็ไม่ยอมให้ฉันกลับหอ บอกว่าตอนเย็นต้องเริ่มเข้าแผนการได้แล้ว แผนการที่มันว่าก็คือฉันต้องไปกินข้าวกับมันที่ร้านโปรด
หมายถึง…การโปรดของมันกับเด็กเก่า
ไอ้พฤกษ์เทกแคร์ดูแลฉันอย่างดี เดินเข้าร้านก็คอยประคองทำอย่างกับคนท้องใกล้คลอดไม่ก็คนขาหัก
จะว่าไปก็เหมือนจริง ๆ เพราะฉันพึ่งตกหลุมรักมันซ้ำ ๆ ขาหักต่อไม่ติดสักที
จากนั้นก็เดินไปที่โต๊ะอาหาร มันเป็นคนเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง เรียกได้ว่าดูแลดียิ่งกว่าพนักงานในร้านเสียอีก แอบมีแวบหนึ่งที่รู้สึกอบอุ่นในใจทว่าความเป็นจริงกลับฉุดกระชากให้ลงมาที่เดิม
ฝันสูงไปแล้วขวัญข้าว ทุกอย่างที่พฤกษ์มันทำ เป็นเพราะมันต้องการใช้งานไม่ได้อยากดูแลจริง ๆ คิดก็น่าหมั่นไส้ ดูแลเก่งแบบนี้สินะสาว ๆ แย่งเข้าหา
จะว่าไปยายน้องจอยนี่ก็ไม่ฉลาดจริง ๆ ที่เทคนแบบพฤกษ์ได้
“พฤกษ์ กูกินเองได้” ฉันส่งสายตาดุ ๆ เมื่อมันหั่นสเต๊กจากจานของตัวเองพร้อมกับใช้ส้อมจิ้มเนื้อที่สุกอยู่ในขั้นมีเดียมแรร์ ทำท่าจะป้อนเข้า
ปากฉัน“เอาน่าอ้าปาก กิน ๆ ไปจะได้ดูเหมือนคู่รักกันจริง ๆ” คู่รักมันกล้าใช้คำนี้ออกมาได้ยังไง ถ้าไม่ติดว่ายังแสดงละครเป็นแฟนแสนดีของมัน ฉันคงจะต้องอ้วกออกมาแน่ ๆ
“มันเกินไปไหม”
“อ้าปากสิครับ…เบ๊บ” เมื่อมันเรียกฉันแบบนั้นทำเอาฉันใบ้กิน
นั่นมันคำที่ฉันตั้งปฏิญาณเอาไว้ว่าถ้ามีแฟน ฉันจะเรียกแล้วดูสิ่งที่มันทำสิ มันเล่นกับหัวใจเพราะประโยคต่อมามันบังคับให้ฉันเรียกมันเหมือนกัน “ไหนมึงลองเรียกเบ๊บดูซิ”
“เบ๊บพ่อง” มันก็รู้ว่าคำนี้ฉันจะเอาไว้เรียกคนพิเศษ เคยมี
ครั้งหนึ่งที่ไอ้เลโออยู่ในช่วงจีบน้องพระพายใหม่ ๆ ตอนนั้นมันบอกว่าถ้าได้คบมันบอกจะเรียกน้องว่า “ฮันนี่” แล้วจู่ ๆ มันก็วนถามเพื่อนในกลุ่ม ว่าจะเรียกแฟนว่าอะไรแปลกที่มันถาม แต่จะแปลกมากกว่าที่พวกเราทุกคนพร้อมใจกันตอบมันในเรื่องไร้สาระ อาจจะเป็นเพราะกลุ่มฉันเองไม่มีสาระนั่นแหละ
เลยคุยกันได้ทุกเรื่องไอ้คีย์บอกว่าจะเรียกแฟนว่า ‘ที่รัก’
…ส่วนฉันกับไอ้พฤกษ์ตอบพร้อมกัน ว่า ‘เบ๊บ’
“ไหนมึงลองเรียกเบ๊บดูซิ” มันยิ้มทะเล้น ฉันก็แอบคันยุบยิบ
ในหัวใจเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสได้เรียกมันว่าเบ๊บคงจะดี“ฮึ กูเอาไว้แฟน” สรุปสมองกับหัวใจก็ทรยศกันเอง สมองไม่รักดี
ทำให้โอกาสที่มีหายวับ จากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสเรียกอีกหรือเปล่าน่าเสียดาย
“น้องกิ่งก็อยากทำเค้กค่ะ” วางตัวเด็กทั้งคู่ลงจากนั้นกวินและ น้องกิ่งก็วิ่งนำไปที่ครัวที่มีแม่ของฉันอยู่“แล้วปะป๊าอยากไปทำเค้กด้วยไหมคะ”“เดี๋ยวพฤกษ์ช่วยข้าวนะ”“น่ารักที่สุด” ฉันบีบจมูกของเขาไปหนึ่งที“แล้ววันนี้วันเกิดข้าว ข้าวอยากไปไหนไหม” แต่งงานกันมาก็หกปีแล้ว การออกไปนอกบ้านทุกเทศกาลสำคัญมันก็ดูไม่น่าตื่นเต้นมากเท่าไหร่“ไม่เอาอะทำกับข้าวกินที่บ้านดีกว่า ชวนป๊ากับแม่ด้วยสิ”“แล้วก็เถ้าแก่เฮงด้วยดีไหม” เถ้าแก่เฮงที่บอกว่าตัวเองป่วยบ่อยกลัวว่าจะไม่เห็นหน้าหลาน ตอนนี้ก็ยังคงแข็งแรงดี พูดไปเพราะอยากจะเร่งรัดให้ฉันมีหลานเร็ว ๆ แค่นั้นแหละ“ได้” ฉันฉีกยิ้ม“พฤกษ์โทรชวนป๊ากับแม่มาก่อนนะ แล้วก็เถ้าแก่เฮงจะโทรบอกแล้วให้คนขับรถไปรับ” ฉันรู้ดีว่าต่อให้พฤกษ์บอกว่าจะให้คนขับรถไปรับเถ้าแก่ เดี๋ยวท่านก็ปฏิเสธอยู่ดีรายนั้นมาที่นี่ทีไรก็มักจะให้คนขับรถที่บ้านตัวเองพามาตลอด บอกว่าไม่อยากรบกวน“ปะเดี๋ยวเราไปทำขนมกัน” ฉันบอกพฤกษ์แต่คนตัวโตก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับประคอง“ข้าวจะไม่เหนื่อยใช่ไหม”“แค่ทำขนมเองจะเหนื่อยได้ยังไง”“พฤกษ์ไม่อยากให้ข้าวเหนื่อย เป็นห่วงเจ้าตัวเล็กด้วย” ตอนนี้ฉันตั้งท้องลูก
“ฮะ อย่าบอกนะว่า…”“เออ ตอนนี้กูกำลังจะเป็นพ่อแล้ว”“เฮ้ย ใครจะไปคิดว่าคนแบบมึงก็มีน้ำยา”“นี่มึงหมายความว่าอะไรไอ้เลโอ”“ก็เปล่า แล้วบอกไอ้คีย์หรือยัง”“กำลังจะโทร”“เออ ๆ รีบโทรเลย อยู่ไหนก็ส่งโลเคชันมาด้วยเดี๋ยวกูรีบไปหา กูจะมีหลานแล้วว่ะ” ตอนนี้น้ำเสียงของไอ้เลโอก็ดูตื่นเต้นไม่ต่างกันวางสายจากมันก็รีบโทรหาไอ้คีย์ทันที“มึงว่างหรือไงโทรหากู” ไอ้คีย์ก็ไม่ต่างกับไอ้เลโอมากเท่าไหร่การทักทายของมันจะพูดดี ๆ สักครั้งก็ไม่มี“ว่าง ว่างมากพอที่จะได้ปาร์ตี้กันคืนนี้ด้วย” ปาร์ตี้ที่ว่าผมไม่ได้ กะจะปาร์ตี้ให้เมามายอะไรก็แค่อยากจะฉลองให้กับหนูน้อยที่เกิดมา หนูน้อยที่เป็นความสุขของผมและข้าว “อารมณ์ไหนของมึงปาร์ตี้อะไร”“ก็ปาร์ตี้ปาร์ตี้แบบไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะตอนนี้กูจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่”“มึงเป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ย”“กูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ฮะ มึงว่าอะไรนะ”“กูบอกว่ากูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ไม่ตลก”“กูพูดจริง ๆ กูไม่ได้ตลกเว้ย” ทำไมผมพูดความจริงมันเหมือนโกหกขนาดนั้นเลยเหรอไอ้คีย์มันถึงไม่เชื่อ “ปลื้มเป็นคนพาข้าวมาโรงพยาบาล”“เมียกูอยู่กับเมียมึง”“ไปทำอะไรให้เมียมึงงอนน่ะ”“กูเปล่า”“มึงก็รีบ ๆ
“น่าจะประมาณสิบโมงค่ะ”“ห่วงข้าว” ผมบอกออกไปตามความจริง เวลาเมียตัวเองไม่สบายใครกันจะอยากห่าง “ไม่ไปได้ไหม อยากอยู่ด้วย”“วันนี้มีประชุมไม่ใช่เหรอคะ ไปเถอะข้าวอยู่ได้ ไม่เป็นไร” คนดื้อ รีบพยายามทำตัวเองให้สดใสไม่ให้ผมเป็นห่วง“โอเคครับ” ผมผละตัวออกจากคนตัวเล็กไปแต่งตัว “ถ้าเข้าไม่ไหวอย่าฝืนนะ” ผมบอกข้าวก่อนออกจากบ้าน แต่ก็ก่อนจะออกได้ก็ทำใจอยู่นาน ผมไม่อยากให้เข้าอยู่คนเดียว ต่อให้รู้ว่าน้องปลื้มจะมาหาผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ดีเมื่อมาถึงบริษัทผมก็รีบตรงเข้าห้องทำงานจัดการเคลียร์งานที่มีอยู่ แต่ยิ่งพยายามทำมากเท่าไหร่มันก็ไม่ลดลงเลยเพราะหัวของผมก็มีแต่ เป็นห่วงขวัญข้าว ขืนเป็นแบบนี้ผมได้กลับไปหาขวัญข้าวช้าแน่ ๆ“ท่านรองเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เลขาของผมเข้ามาในห้อง“เปล่าครับ ผมมีประชุมเลิกกี่โมงนะ”“มีประชุมประมาณบ่ายโมงค่ะ เลิกประชุมประมาณบ่ายสาม” ผมพยักหน้าเข้าใจ หากผมจัดการเอกสารกองนี้เสร็จผมจะได้กลับบ้านประมาณนั้นผมใช้เวลาว่างอยู่กับเอกสารจนเสร็จสิ้นกะว่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา แต่เราก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีสายเรียกเข้าโทรเข้ามาเกือบ สิบสาย เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรเข้ามาผม
“พฤกษ์เป็นขวัญข้าวนะครับ” แต่ละคำพูดที่บอกเธอก็กระแทกเข้าไปย้ำเหมือนกับว่าให้เธอสนใจ “จะรักแค่เมียและเอาเมียคนเดียว”“ข้าวก็จะรักพฤกษ์คนเดียว” ผมยิ้มพอใจ เวลาเสียงสั่น ๆ ของข้าวพูดบอกรักโคตรได้อารมณ์ เลื่อนมือไปจับสะโพกรั้งตัวเธอเข้ามากระแทกเข้าเร็ว ๆ จนเราทั้งคู่ขึ้นสวรรค์ไปพร้อม ๆ กันผมรับรู้ได้ว่าน้ำสีขาวขุ่นของตัวเองเอ่อนองอยู่ในตัวข้าวมากแค่ไหน คืนนี้ตั้งใจที่จะไม่ป้องกัน เพราะอยากได้โซ่ทองมาคล้องใจ อีกทั้งยังอยากสัมผัสข้าวให้แนบแน่นอย่างที่ไม่เคยจะทำ“เอาอีกไหม” ผมถามได้ขณะที่เราทั้งคู่ย้ายตัวเข้ามานั่งแช่อยู่ในอ่าง“เดี๋ยวค่อยไปต่อที่เตียง”“ไม่ชอบตรงนี้เหรอ”“ก็ชอบแต่รู้สึกมากเกินไป”“รู้สึกมากเกินไป มากเกินไปยังไง” หอมไปที่ผมกระชับกอดอย่าง รักใคร่“ข้าวไม่ชิน พฤกษ์ร้อนแรงจนข้าวยืนแทบไม่อยู่”“งั้นเราอาบน้ำกันก่อนเดี๋ยวไปต่อที่เตียงกันนะ” บอกไปอย่างนั้นสรุปสุดท้ายเพียงแค่ลูบไล้ไปบนเนื้อตัวของขวัญข้าวไฟก็ติดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ อีกรอบจากนั้นเราทั้งคู่ในมอบความรักในห้องน้ำให้แก่กันก่อนคืนนี้จะจบที่เตียงอย่างที่บอกเอาไว้ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ผมจะอดใจไหวไม่ให้รัก ขวัญข้าวทั้งคืนไ
“ขอบคุณพฤกษ์เหมือนกัน” เธอหันหน้ามาหาลูบไล้ที่แผงอก ค่อย ๆ ไต่นิ้วลงไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าท้องลงไปเรื่อย ๆ จนถึงกึ่งกลางลำตัวขวัญข้าวจงใจใช้มือ สัมผัสตัวตนของผมที่ในตอนนี้มันตั้งชูชันพร้อมจะออกรบเต็มที่“ข้าว” เสียงของผมเริ่มไม่เหมือนเดิม สาเหตุก็มาจากคนน่ารักตรงหน้ากำลังยั่วโดยการใช้นิ้วลูบไล้ส่วนหัวคุณเบา ๆ เพียงแค่มือนิ่มกับทำให้ผมรู้สึกมากขนาดนี้ อย่างอื่นไม่อยากจะคิดกลัวทนไม่ไหวเสียก่อนขวัญข้าวไม่ได้พูดอะไร แกล้งบดเบียดหน้าอกเข้าหาจากนั้นก็หยิบไปที่ไวน์ขึ้นมากระดกมันเข้าปาก เอามาแบ่งให้ผมด้วยการจูบ ไวน์รสดีบรรจงถูกส่งเข้ามา จากนั้นเราก็แลกลิ้นสัมผัสกันแนบชิดตอนแรกขวัญข้าวในวันนี้ทำเอาตกใจอยู่เหมือนกัน ใครจะคิดก็คนซื้อ ๆ ที่ไม่ประสีประสาในตอนแรกตอนนี้กลับดูมีประสบการณ์ เพียงเพราะศึกษาเพื่ออยากเอาใจผม รู้ก็เพราะเคยถามมาซึ่งขวัญข้าวก็สารภาพว่าแอบเสิร์ชหาข้อมูลเยอะอยู่เหมือนกันที่จะทำให้ผมรู้สึกดีอย่างนี้“ขี้ยั่วจังเลยนะ”“แล้วชอบไหม”“ชอบครับ ชอบที่สุด” จูบซับไปที่หน้าผับนวลจากนั้นก็ใช้มือช้อนตัวขวัญข้าวพร้อมกับลุกขึ้น“จะทำอะไร”“ล้างตัวแป๊บนึง อยากไปเล่นตรงนั้น” บอกพร้อมกับหัน
“ชมแต่ขวัญข้าว น้องปลื้มไม่ชมพี่เลโอบ้างเหรอ เนี่ยพี่ก็จีบน้องพระพายตั้งหลายปีเลยนะ” ตอนนี้ไอ้เลโอกับน้องปลื้มดูจะเป็นคู่ซี้พี่น้องที่สนิทกันมาก ๆ สาเหตุก็มาจากน้องปลื้มช่วยให้มันได้คบกับน้องพระพายนั่นแหละ“เรื่องนี้ก็ยกนิ้วให้พี่เลโอเหมือนกัน เก่งมาก ๆ เลยค่ะ” “ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่ว่าคนอื่นไม่เอาพี่เลโอหรอกเหรอ” พระพายพูดทำเอาผมกับขวัญข้าวแทบจะกั้นขำไม่อยู่พอ“น้องพระพาย น้องพระพายก็เห็นว่ามีคนเข้าหาพี่เยอะมากแค่ไหน” ก็จริงอย่างที่มันว่าเห็นแปลก ๆ แบบนี้มันก็มีสาว ๆ เยอะเหมือนกันอีกคนหนึ่งที่ในวันงานไม่ได้มาก็คือเจ้านายเก่าของขวัญข้าว รายนั้นฝากน้องปลื้มมาแสดงความยินดี ไม่ใช่ว่าเสียใจที่ผมกับขวัญข้าวแต่งงานกันเลยไม่มา ทว่าเขานั้นมีลูกน้อยฝาแฝดที่พึ่งคลอดเลยไม่สามารถมาได้จากที่ได้คุยกับข้าวก็พึ่งมารู้ว่า เขาไม่ได้คิดที่จะจีบข้าวจริงจังตั้งแต่แรก แต่มองในมุมน้องสาวมากกว่า“แล้ววันนี้เล็งไว้หรือยังว่าจะเอาแฝดสองหรือแฝดสาม” ไอ้เลโอก็ยังพูดจาทะลึ่งเหมือนเดิม“แฝดสี่ไปเลยดีไหม” ส่วนคนที่ทะลึ่งมากกว่าก็น่าจะเป็นผมเนี่ยแหละ“พฤกษ์”กิจกรรมล่วงเลยมาถึงช่วงดึก ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าหอสักที

![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





