เข้าสู่ระบบหัวใจไม่ได้มีไว้ให้ใคร ปากร้าย ปากหนัก ไม่สนใจใครหน้าไหน คะนิ้ง สาวน้อยเฟรชชี่นิสัยตรงไปตรงมา ต้องพบกับโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยเพื่อนใหม่ เสียงกรี๊ดจากนักศึกษาหญิง และ... "พี่โซล" หนุ่มวิศวะสุดฮอตที่หล่อจัดระดับเทพบุตร จนใครๆ ก็อยากตกเป็นของเขา! แต่สำหรับคะนิ้ง... ไม่ใช่แค่ไม่อิน ยังงงว่านี่มันอะไรกันนักหนา จนกระทั่งจู่ๆ เพื่อนสาวตัวแสบอย่าง กัสจัง ตะโกนบอกคนทั้งโรงอาหารว่า "คะนิ้งมันชอบพี่โซล!" เรื่องเลยไปกันใหญ่! และเมื่อพี่โซลหันมาด้วยสายตาเย็นชาราวกับน้ำแข็งไซบีเรีย พร้อมกับ คำพูดสุดเจ็บว่า “ถ้าที่บ้านมีกระจก ก็ลองกลับไปส่องหน้าตัวเองดูใหม่ หน้าอย่างกับปลาปักเป้า” อะไรจะปากดีขนาดนั้น!? จากคำพูดแสนแทงใจ คะนิ้งเลยปักธงทันทีว่า "ผู้ชายแบบนี้ ต้องโดนเอาคืน!"
ดูเพิ่มเติมรถสปอร์ตสีดำราคาแพงวิ่งเข้าไปจอดยังพื้นที่ที่เขียนเอาไว้ว่า VIP แสดงให้เห็นว่าเจ้าของรถเป็นคนพิเศษสำหรับสถานที่แห่งนี้ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของจังหวัดซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าลูกค้าส่วนใหญ่ต้องกระเป๋าหนักพอสมควรถึงจะสามารถเข้ามาใช้บริการได้
พอรถจอดสนิทเจ้าของรถก็เก็บของใช้ส่วนตัวที่วางอยู่บนเบาะข้างคนขับ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจะกุลีกุจอมาเปิดประตูรถให้ หญิงสาวตัวเล็กร่างบางสวมแว่นสายตาแฟชั่นที่รับกับใบหน้ารูปไข่ก้าวขาลงจากรถ โชว์เรียวขาขาวให้คนเปิดประตูให้ได้เห็นเป็นบุญตา ชื่อของเธอคือคุณหมอ “นาดา” ลูกสาวคนเดียวของเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ ที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าในอนาคตเธอจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของโรงพยาบาล หมอสาวคนนี้มีทั้งความสวยและความเก่งระดับสอบเข้าคณะแพทย์ได้ในอันดับต้น ๆ ของมหาวิทยาลัยชั้นนำ ก่อนจะจบออกมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 ยิ่งรวมกับฐานะทางบ้านด้วยแล้วทำให้เธอเป็นที่หมายปองของหนุ่ม ๆ ตระกูลดังแต่นาดาก็ยังไม่คิดที่จะคบกับใครจริงจัง และแม้จะเพิ่งเรียนจบมาได้ไม่ถึงปีแต่ความเก่งในด้านการรักษาผู้ป่วยของหมอนาดาก็เป็นที่ยอมรับในหมู่เพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่เพียงเพราะเธอเป็นลูกเจ้าของโรงพยาบาลเท่านั้นแต่เธอรู้จักวางตัวและให้เกียรติเพื่อนร่วมงานทุกคนตั้งแต่หมอด้วยกันไปจนถึงแม่บ้านของโรงพยาบาล “นาดา” แปลว่าน้ำค้าง เป็นชื่อที่คุณตาของเธอตั้งให้ เปรียบเหมือนน้ำค้างยามรุ่งอรุณที่กระทบกับแสงแดดอ่อนในตอนเช้าแล้วเปล่งประกายสวยงาม ซึ่งนอกจากความรวยและความเก่งแล้วความสวยของหมอนาดาก็ไม่เป็นรองใคร เรียกว่าเป็นนางในฝันของผู้ชายเลยก็ว่าได้ หมอนาดาเดินออกจากโรงจอดรถความสวยของเธอทำให้หลายคนอดเหลียวมองไม่ได้ พอเข้ามาในอาคารหมอสาวก็ขึ้นลิฟท์ไปยังห้องของผู้บริหารโรงพยาบาลซึ่งก็คือคุณแม่ของเธอนั่นเอง “สวัสดีค่ะแม่ ดาว่าดามาเช้าแล้วยังสายกว่าแม่อีกตามเคย” “ก็เลิกงานแล้วแม้ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหนเหมือนลูกไง กว่าจะกลับก็เกือบสว่าง ยังดีนะที่ตื่นมาทำงานทัน” “มันก็ต้องมีบ้างสิคะแม่ ทำงานเหนื่อย ๆ ก็ต้องพักสมองบ้าง เดี๋ยวดาขอตัวก่อนนะคะ มีตรวจคนไข้” “เดี๋ยวดา แล้วตกลงเรื่องที่จะไปเรียนต่อเมืองนอกว่าไงลูกตัดสินใจได้หรือยัง” “ขอเวลาดาอีกหน่อยนะคะ ตอนนี้ยังสนุกกับงานอยู่เลย” หมอสาวตอบคำถามผู้เป็นแม่ก่อนเปิดประตูออกไปทำหน้าที่คุณหมอรักษาคนไข้ซึ่งเธอภูมิใจกับสิ่งที่เป็นอยู่จนยังไม่อยากไปเรียนต่อ แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่เธอไม่เคยบอกคนในครอบครัวก็คือเธอไม่อยากห่างจากแฟนหนุ่มไปไกลในเวลานี้แฟนของหมอนาดาชื่อคาวีเป็นหนุ่มคณะวิศวะที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน แต่เธอยังไม่เคยพาเขามาเปิดตัวกับคนที่บ้าน เพราะรู้ดีว่าพ่อกับแม่ของตัวเองยังไม่อยากให้เธอมีแฟนจนกว่าจะไปเรียนต่อกลับมา แม้จะดูหัวโบราณไปหน่อยแต่ด้วยความที่เป็นตระกูลใหญ่ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก การจะเลือกลูกเขยสักคนก็เลยต้องคัดสรรกันเยอะหน่อย
ด้วยเหตุนี้การคบกันของทั้งคู่จึงมีเพียงเพื่อนสนิทจริง ๆ เท่านั้นที่รู้ว่าหมดดากับคาวีนั้นคบหากันอยู่ จนบางครั้งคาวีเองก็อดน้อยใจไม่ได้ที่หมอนาดาไม่เคยเปิดตัวแฟนอย่างเขากับครอบครัวเลยสักครั้ง อาจเพราะเขาเป็นแค่ชนชั้นกลางที่ต้องหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวไม่ได้มีฐานะร่ำรวยเทียบเท่ากับแฟนสาว คาวีนั้นได้ทั้งตัวและหัวใจของหมอนาดามาตั้งแต่สมัยเรียนปีสอง ทั้งคู่รู้จักกันเพราะต่างคนต่างเป็นคนชอบออกกำลังกาย เขาหลงรักหมอนาดาตั้งแต่แรกเจอเลยก็ว่าได้ และพยายามตามจีบจนเธอใจอ่อนในที่สุด และในคืนวันวาเลนไทน์ของปีนั้นเองที่เขาตัดสินใจรวบหัวรวบหางนาดามาเป็นของตัวเอง และยิ่งภูมิใจเมื่อได้รู้ว่าตัวเองเป็นผู้ชายคนแรกของว่าที่คุณหมอสาวสวย เขายังจำคืนนั้นได้ไม่มีวันลืมเพราะมันก็เป็นครั้งแรกของเขาเช่นกันที่ได้ใกล้ชิดกับแฟนสาวจนถึงขั้นนาดายอมมีอะไรด้วย จากที่อย่างมากก็แค่ยอมให้เขากอดจูบแต่ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์กับบรรยากาศที่เป็นใจและลูกอ้อนของเขาในที่สุดเขาก็สามารถครอบครองทั้งตัวและหัวใจของนาดาจนได้ และนับวันแฟนสาวของคาวีก็ยิ่งร้อนแรงมากขึ้นจนแทบจะเปลี่ยนเป็นคนละคนเลยล่ะ....ผมมองดูสายตาที่เหมยหลินสื่อออกมา แค่มองก็รู้แล้วว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ คงจะมีอะไรอยู่ในใจสินะ ถึงได้ตอบแบบขอไปทีแบบนี้"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ มือของเขายังจับมือฉันไว้แน่น เพื่อสื่อให้รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว"มีอะไรอยู่ในใจก็พูดกับเฮียตรงๆเลยนะครับ เฮียจะบอกเหมยทุกเรื่องที่เหมยอยากรู้ ระหว่างเราจะได้ไม่ต้องมีอะไรค้างค้าใจกันอีก"เขากระซิบอย่างจริงจัง สายตาเต็มไปด้วยความหวังและความจริงใจ ความรู้สึกมั่นคงในตัวเขาเป็นเหมือนเกราะปกป้องหัวใจของฉันในตอนนี้"ผมจะบอกเธอทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เธออยากรู้ เพราะไม่อยากให้ระหว่างเรามันคลุมเครือ ไม่อยากให้เธอคิดว่าผมกับคนเก่ายังมีความรู้สึกอะไรให้กันอยู่ เพราะความรู้สึกแบบนั้นมันหมดไปนานแล้ว และตอนนี้คนที่ผมแคร์ คนที่ผมรักก็มีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น ผมไม่สนไม่แคร์คนอื่นอีกต่อไปแล้ว"เสียงเขาเต็มไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ดวงตาของเขาเปล่งประกายความรักและความมุ่งมั่น ฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เต็มเปี่ยมในหัวใจ"งั้นเหมยขอถามเฮียนะคะ..เพราะเรื่องนี้ทำให้เหมยค้างคาใจมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนคบกัน จนคบกันเข้า
@1 ชั่วโมงต่อมาห้องเงียบลงหลังจากผ่านความวุ่นวายไปได้สักพัก แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านสีครีมอ่อนเข้ามา กระทบกับเรือนผมของคนตัวเล็กที่นั่งกอดอกอยู่มุมเตียง ใบหน้าหวานบึ้งตึง ขมวดคิ้วแน่น ริมฝีปากเล็กเชิดขึ้นน้อยๆ อย่างไม่พอใจ ขณะที่สายตาเลื่อนมองออกไปยังระเบียง แต่ก็ยังเหลือบมองมาทางเขาเป็นระยะ"เป็นอะไร..หน้าบูดหน้าบึ้งเชียว"เสียงทุ้มของเขาดังขึ้นอย่างอ่อนโยน ในขณะที่เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ นั่งลงข้างๆ คนตัวเล็กอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าการเคลื่อนไหวใดๆ จะทำให้เธอระเบิดใส่อีกครั้ง"เปล่าค่ะ"เธอตอบกลับโดยไม่หันหน้ามองเขา เสียงห้วนสั้นบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ยังไม่คลายลงง่ายๆ มือเล็กกำชายเสื้อไว้แน่น สายตาหลุบต่ำหลบสายตาเขา แต่รังสีของความไม่พอใจยังชัดเจนจนสัมผัสได้"เปล่า ? แต่จมูกกับปากเธอแทบจะชนกันอยู่แล้ว ยังโกรธเฮียอยู่เหรอ"เขายิ้มขำออกมาเล็กน้อย พยายามหยอกให้สถานการณ์เบาลง สายตาเขาจับจ้องไปที่เธออย่างเอ็นดู รู้ดีว่าเธอไม่ได้ “เปล่า” อย่างที่พูดเลยแม้แต่น้อยคนตัวเล็กหันมามองหน้าผมด้วยสายตาจับผิด ก่อนจะถามคำถามที่เธอน่าจะค้างคาใจมานาน"...เหมยถามจริงๆนะเฮีย ตั้งแต่แฟนเก่าเฮียกลับมา เฮีย
"ใครโทรมาแต่เช้าอ่ะเหมย "เสียงอู้อี้ดังขึ้นจากคนที่ยังนอนคว่ำอยู่บนเตียง เสียงทุ้มนุ่มมีแววของความงัวเงีย เจือด้วยความสงสัยปนหงุดหงิดเล็กๆ เมื่อได้ยินปลายเสียงคนเป็นน้องกำลังมีปากเสียงกับใครบางคนอยู่ทางโทรศัพท์"ก็แฟนเก่าเฮียไงคะ โทรมาบอกว่าเมื่อคืนเฮียนอนเอากันกับเธอ...."น้ำเสียงของเหมยหลินเต็มไปด้วยความเย็นชา ปลายตาคว่ำลงอย่างเบื่อหน่าย ปากเอ่ยตอบทั้งที่ยังถือโทรศัพท์แนบหู มืออีกข้างก็ปัดปอยผมที่ปรกใบหน้าไปด้านหลังอย่างหงุดหงิด เสียงถอนหายใจดังเบาๆ ขณะเธอปรายตามองร่างเปลือยเปล่าข้างตัวด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู"ประสาท ! เฮียเอากับเธอทั้งคืน จะไปเอากับคนอื่นได้ไง"เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นทันทีเมื่อได้ยินข้อกล่าวหาไร้สาระ ใบหน้าหล่อที่ยังซุกหมอนอยู่เมื่อครู่เงยขึ้นช้าๆ ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ด้วยความโมโห เขาพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ผ้าห่มเลื่อนหลุดเผยให้เห็นแผ่นอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยจูบรักจากเมื่อคืน"📞 ชัดไหมคะพี่มิ้งค์ นี่เฮียพีชตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่ภาพมโนเหมือนที่พี่ส่งมานะ"น้ำเสียงของเหมยหลินฟังดูเรียบนิ่ง ทว่าในน้ำเสียงนั้นกลับมีความเย้ยหยันแฝงอยู่เต็มเปี่ยม ข
@เวลาต่อมาบรรยากาศในห้องนอนอบอวลด้วยไออุ่นอันหน่วงแน่นจากความใกล้ชิด เสียงลมหายใจแผ่วเบาสลับกันเป็นจังหวะ ทั้งห้องมีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสีนวลทองที่ฉาบทาบเรือนกายเปลือยเปล่าอย่างแผ่วเบา สองร่างแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน เขากอดฉันไว้จากด้านหลัง แผ่นอกอุ่นแนบแผ่นหลัง มือของเขาลูบวนช้า ๆ บนหน้าท้องแบนราบราวกับจะกล่อมให้ใจเต้นสม่ำเสมอ"อย่าจ้องเหมยแบบนี้สิ เหมยอายเป็นนะ"ฉันหลบสายตาเขา ใบหน้าแดงระเรื่อ ริมฝีปากขบเม้มแน่นเล็กน้อยด้วยความขวยเขิน สองมือดึงผ้าห่มขึ้นสูงราวกับจะใช้มันปกปิดความเปลือยเปล่าที่ตัวเองเพิ่งเผยให้เขาเห็นเมื่อครู่"...จะอายทำไม..นี่ผัวนะครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน แล้วอีกอย่างเฮียก็เคยเห็นสองเต้านี้มาแล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรต้องอาย"เขาขยับเข้ามาใกล้ กระซิบข้างใบหูเบา ๆ พร้อมกดจมูกลงที่ต้นคออย่างหวงแหน สายตาของเขายังคงมองฉันไม่วาง ดวงตานั้นเจือทั้งแววขำและความหลงใหลจนฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว"ก็เฮียเคยบอกของเหมยเหมือนเด็กอนุบาล เหมือนกระดานโต้คลื่น แถมยังเล็กเท่าซาลาเปาลูกล่ะสิบ"ฉันเบ้ปาก พลางใช้ปลายนิ้วสะกิดอกเขาเบา ๆ อย่างประชด แต่ในใจกลับหวั่นไหว เพราะคำพูดนั้นมั
@1 สัปดาห์ต่อมา"หลีดพร้อม...."พร้อม!"สาม..สี่....🎶ซู่......ซ่า........ซู่ๆ ซ่าๆ ปาทังก้า ปาทังกี้ ซู่ๆ ซี่ๆ ปาทังกี้ ปาทังก้า BU ซู่ซ่า นักกีฬาเซ็กซ์ซี่ กองเชียร์ดี๊ดี เซ็กซ์ซี่ซู่ซ่า 🎶"👏👏👏👏 (เสียงปรบมือ)"มึงๆ ดูน้องคนนั้นดิ..แม่งโคตรน่ารัก..."คนที่ผูกโบว์สีขาว นำเชียร์อยู่หน้าสุดใช่ป่
บทนำ@มหาวิทยาลัย BU > คณะวิศวกรรมศาสตร์"พระแพง...รุ่นพี่สุดหล่อของมึงมาโน่นแล้ว : ไข่มุก"ไปกัน...."ไปไหน..? : มุกดา"ไปหาแฟนในอนาคต"เฮ่อะ..!!!...เขาจะเอามึงป่ะ...แค่หน้าเขายังไม่มองเลย : มุกดา"มุกดา...นั่นปากมึงเหรอ....พระแพง รมิตรา นักศึกษาสาวสุดฮอตแห่งคณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์กราฟิก
@ 1 สัปดาห์ต่อมาบรรยากาศภายในห้องพักผู้ป่วยวีไอพีเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรและเสียงลมหายใจเบา ๆ จากร่างเล็กบนเตียงสีขาวสะอาด กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่ทั่วห้อง โอโซลนั่งอยู่ข้างเตียง มือใหญ่จับมือเล็กของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยหายไปหากปล่อยแม้เพียงเสี้ยววินาที"เป็นไงบ้
@20 นาทีต่อมา > คอนโดคะนิ้ง"ขอบคุณนะคะที่มาส่ง" คะนิ้งกล่าวขอบคุณเมื่อมาถึงคอนโดที่ตัวเองพักอยู่ เสียงหวานเอ่ยเบาๆ ขณะปลดเข็มขัดนิรภัยก่อนจะเอื้อมมือไปจับที่เปิดประตู คนตัวเล็กตั้งใจจะลงจากรถ แต่จังหวะนั้นเองกลับต้องชะงัก เมื่อประตูฝั่งที่เธอนั่งอยู่ยังคงล็อกไว้".....???....."คะนิ้งหันไปมองหน้าค






ความคิดเห็น