Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-08-01 07:32:21

“โอเคครับ” ว่าจบก็ละสายตา จัดการเก็บยาไว้เหมือนเดิม แล้วตรงกลับหอพักของฉัน

เพียงไม่นานนักรถหรูของมันก็มาจอดยังหน้าหอพักของฉัน

ฉันบอกลาเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ ค่อย ๆ ก้าวลงมา แล้วรีบเดินขึ้นหอ

ทันทีที่เดินเข้าห้องมาได้ฉันเหวี่ยงกระเป๋าลงบนโต๊ะหนังสือ

ลากเก้าอี้ออกมานั่ง พร้อมรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดยุกยิกเพื่อไลน์บอกเจ้าของร้านที่ฉันทำงานอยู่

วันนี้ฉันคงไปทำงานพิเศษไม่ได้แล้ว ออ ลืมเล่าไปว่าฉันน่ะทำงานพิเศษอยู่ร้านพี่ภีม ตอนนี้ก็ทำมาได้เกือบ ๆ เดือนแล้วโดยที่เพื่อน ๆ ในกลุ่มไม่มีใครรู้เลยสักคน ต้นเหตุก็เพราะฉันเป็นคนปกปิดเอาไว้เอง

ใครจะอยากเล่าให้เพื่อนฟังว่าตอนนี้ฐานะทางบ้านของตัวเองกำลังเข้าขั้นวิกฤต เพิ่งรู้มาไม่นานว่าแม่นั้นเอาที่บ้านไปจำนองเอาไว้กับเถ้าแก่เฮง เพื่อนำเงินมารักษาพ่อ

ก่อนหน้านี้ถลุงเงินไปเยอะทำให้ฉันต้องมาทำงานพิเศษทุกวันหลังเลิกเรียน เพราะไม่อยากให้แม่ลำบากคนเดียว เมื่อก่อนที่บ้านมีเงินเก็บ

ทว่าตอนนี้ไม่มีแล้วเพราะกิจการซักรีดของแม่ลูกค้าเริ่มน้อยลง เดี๋ยวนี้คนหันมาใช้ตู้หยอดเหรียญกันหมด

ที่บ้านของฉันไม่ได้ร่ำรวยอะไร ฐานะกลาง ๆ ครอบครัวหาเช้ากินค่ำ แม่เปิดกิจการเล็ก ๆ เป็นร้านซักรีด กว่าจะได้เงินมาแต่ละบาทก็ทำเอาแม่เลือดตาแทบกระเด็น

ส่วนฉันก่อนหน้านั้นก็ใช้เงินอย่างไม่คิด ไม่อยากให้แม่เหนื่อยเลยเปลี่ยนตัวเอง

ดูเป็นลูกที่กตัญญูเป็นที่สุด

ส่วนเรื่องที่ทำไมไม่บอกเพื่อน ก็แหงแหละหากมีใครในกลุ่มรู้ ก็คงยื่นมือเข้ามาช่วย ซึ่งนั่นฉันขอเอาไว้เป็นตัวเลือกสุดท้ายดีกว่า อย่างน้อยฉันก็ขอลองทำด้วยความพยายามของตัวเองก่อน

เมื่อไลน์บอกพี่ภีมเสร็จแล้ว ตั้งถ้าจะลุกออกมาจากเก้าอี้ แต่ยัง

ไม่ทันที่จะได้เดินออกมาอย่างที่ตั้งใจ เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สั่นเครืออยู่บนโต๊ะ

เดาได้ไม่ยากว่าคนที่โทรเข้ามาก็คงเป็นเจ้าของร้าน รายนั้นเป็นห่วงลูกน้องอย่างกับอะไร เมื่อฉันไลน์ไปว่าไม่สบาย แน่นอนว่าเขาคงจะโทรมาสอบถามอาการ

ฉันเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดมองหน้าจอ และเป็นอย่างที่คิดเอาไว้จริง ๆ

“สวัสดีค่ะพี่ภีม” ฉันกรอกเสียงหวานส่งให้ปลายสาย และหลังจากนั้นน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงเป็นใยก็ถามขึ้นมารวดเร็ว

(น้องข้าวเป็นยังไงบ้าง กินยาหรือยัง)

“เรียบร้อยแล้วค่ะ เข้าไม่ได้เป็นอะไรมากแค่ปวดหัว” ฉันแสร้งบอกออกไป ไม่ได้ตั้งใจที่จะโกหก แต่จะให้บอกไปตรง ๆ โดนเด็กของไอ้พฤกษ์ตบจนออกไปพบเจอโลกภายนอกไม่ได้ก็ใช่เรื่อง

(หิวไหมคะ ให้พี่ซื้อข้าวไปให้ไหม)

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ภีม พอดีว่าข้าวกินแล้ว ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ” รีบตอบคนใจดีออกไปอย่างเกรงใจ ตั้งแต่ได้เข้าไปทำงานที่ร้านของพี่ภีม

ไม่มีครั้งไหนเลยที่เจ้าของร้านแบบเขา จะทำให้ฉันอึดอัด

กลับกันเขานั้นเอาใจใส่พนักงาน ถ้าไม่เห็นว่าเขาดูแลเอาใจใส่

แบบนี้กับทุกคนก็คงเข้าข้างตัวเองไปแล้ว ว่าเขารู้สึกดีกับฉัน

“ขอโทษด้วยนะคะที่ข้าวลากะทันหัน” แอบรู้สึกผิดเหมือนกันปกติที่ร้านกาแฟตอนเย็น จะไม่มีพนักงานอยู่เยอะจะมีก็แค่ฉันและพี่คีย์ และน้องปลื้มอยู่ด้วยกันเพียงสามคน

(ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยววันนี้พี่อยู่ร้านกับน้องปลื้มเอง งั้นพี่ไม่กวนแล้วนะ น้องข้าวพักผ่อนเถอะ)

“ค่ะ” หลังจากนั้นพี่ภีมวางสายไป ฉันจึงเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่ออาบน้ำ สภาพฉันในตอนนี้ไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำเลยสักนิด นี่แค่ไปกินข้าวเป็นแฟนปลอม ๆ กับไอ้พฤกษ์ยังเหนื่อยขนาดนี้

ถ้าเป็นจริง ๆ …จะเหนื่อยกับผู้หญิงของมันขนาดไหน

พาร์ตพฤกษ์

เมื่อส่งขวัญข้าวเสร็จเรียบร้อย ผมขับรถกลับ แล้วเข้ามาจอดที่

โรงจอดรถภายในบ้าน ก่อนหน้านี้ในหัวของผมมีแต่เรื่องของขวัญข้าวเต็มไปหมด เหตุเพราะผมร้องขอให้เพื่อนสนิทคนนี้เป็นไม้กันหมา ไม่สิเป็นแฟนกันสาว ๆ ให้ ซึ่งงานหนักมันก็อยู่ตรงสาวคนนั้นคือน้องจอย

น้องจอยเด็กดีของ ไอ้ข้าว…ที่ตอนนี้มันน่าจะเปลี่ยนความคิดไปแล้ว

วินาทีแรกที่เห็นน้องจอยยกแก้วน้ำขึ้นมาสาดใส่หน้าของ

ขวัญข้าว ขนทั้งตัวของผมลุกพรึบ ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะทั้งในใจภาวนาขอให้ข้าวไม่โกรธ

…ใครไม่โกรธก็บ้าแล้วเพราะฉากต่อมาน้องมันก็กระชากผมของ

ไอ้ข้าวจนหน้าหงาย

เมื่อได้สติผมจึงรีบลุกขึ้น เพื่อเจรจากับน้อง แต่ก็นั่นแหละสไตล์น้องมัน ยอมที่ไหน อีกทั้งยังไม่ทันที่จะได้พูดจากันรู้เรื่อง น้องมันเหวี่ยงฝ่ามือปะทะเข้าที่ใบหน้าของคนที่ผมไหว้วานให้เป็นแฟนปลอม ๆ เมื่อตอนกลางวัน เลือดที่มุมปากของข้าวทำผมใจชาวาบ ใจนึกเป็นห่วงว่าจะเจ็บมากหรือเปล่า แต่อีกใจก็ห่วงน้องจอยในฐานะคนเคยรู้จักกัน…ถึงจะรู้จักไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็เถอะนะ

ถ้าข้าวโกรธคือมันไม่รับรู้โลกภายนอก ขาดสติ กลัวว่าน้องจอยจะตายเสียก่อน

แต่ก่อนที่จะเกิดเรื่องบานปลายมากกว่าเดิมในขณะที่ทั้งคู่กำลังเกิดสงคราม…ผมเลยได้ตวาดข้าวเพื่อดึงสติ

แต่ลืมคิดไปว่ามันคงจะใจเสีย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • BEST FRIEND เพื่อนไม่เลื่อนสถานะ   บทที่ 45

    “เดี๋ยวพฤกษ์อย่าเพิ่ง อ๊ะ…”ผมหันหลังมองตามเสียงร้องที่ดูเจ็บปวดของมิลินเมื่อหันไปแล้วก็พบว่าเธอลงไปกองอยู่ที่พื้น“มิลินเป็นอะไร” ผมรีบหันหลังกลับมาพร้อมกับเข้าไปพยุงตัวให้ลุกขึ้น ผมไม่ได้เป็นห่วงหรือว่ารู้สึกกับอีกคนเหมือนเดิม แต่ที่ช่วยเพราะถือว่าเป็นเพื่อนร่วมโลกเท่านั้น“เราเจ็บข้อเท้าอะ เมื่อกี้เราวิ่งตามพฤกษ์แล้วล้มเข้าเท้าน่าจะแพลง เราเจ็บ” เธอเสียงสั่น ๆ“...”“พฤกษ์ไปส่งเราที่ห้องได้ไหม เรากลับไม่ไหวหรอก” ผมมองอีกคนอย่างชั่งใจ ว่าจะไม่ช่วยก็อดที่จะสงสารไม่ได้“แล้วไม่ไปโรงพยาบาลเหรอ”“เราว่าน่าจะไม่เป็นไรมากหรอกมั้ง เราอยากไปพักอะ ไม่ชอบโรงพยาบาลพฤกษ์ก็รู้นี่”“จำไม่ได้แล้ว”“เหรอ เสียใจนะ” ผมพยักหน้า“งั้นรอแป๊บ” ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งไลน์ บอกขวัญข้าวเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ อย่างน้อยการบอกเอาไว้ ก็ดีกว่าข้าวมารู้ทีหลังว่าผมไปกับผู้หญิงสองต่อสอง

  • BEST FRIEND เพื่อนไม่เลื่อนสถานะ   บทที่ 44

    “แล้วเนี่ย อีกสองวันต้องหาเงินไปจ่ายดอก ไม่มีไม่ได้” ตอนนี้ฉันเหมือนเป็นคนที่ทำงานพาสไทม์ หยุดวันเว้นวันยังไงอย่างนั้นช่วงนี้ไม่รู้ทำไมมักจะมีปัญหาเข้ามาเต็มไปหมด เรื่องวุ่นวายมีให้คิดไม่หยุดหย่อนพอจะทำงานคนนั้นก็ลากไปนั่นทีลากไปนี่ที“ถ้างั้นเดี๋ยววันนี้ พฤกษ์ไปส่งที่ทำงานโอเคไหม” ฉันพยักหน้าผุดยิ้มให้เล็กน้อย“ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้เป็นอะไรกันแต่พฤกษ์ก็อยากดูแล ถ้าข้าวขาดเหลืออะไร หรืออยากให้พฤกษ์ช่วยอะไร บอกได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจเพราะยังไงในอนาคตเราก็ต้องเป็นแฟนกันอยู่แล้ว” พูดราวกับมั่นใจในตัวเองมากแต่ก็ถูกของมันนั่นแหละฉันไม่คิดที่จะปฏิเสธอยู่แล้ว ตอนนี้ก็รอเวลาที่มันจะขอคบ ขอตอนนี้ก็ไม่ติดนะจะรีบตอบรับหรือกั๊กไว้ก่อนเฮ้อ…ใจง่ายอีกแล้วพาร์ตพฤกษ์ในตอนนี้ผม ขวัญข้าวและไอ้สองเสือก็พากันเดินออกมาจากตึกเรียน การใช้ชีวิตของผมต่างจากวันอื่น ๆ โดยสิ้นเชิง วันนี้ทั้งวันในหัวก็มีแต่ความคิดว่าจะจีบขวัญข้าวยังไงให้ติด แต่พอมองดูแล้วขวัญข้าวก็ไม่ได

  • BEST FRIEND เพื่อนไม่เลื่อนสถานะ   บทที่ 43

    ตายฉันตายไปเลย ละลายกลายเป็นน้ำเพราะปกติมันจะไม่พูดแบบนี้“เจอไอ้พฤกษ์เวอร์ชันนี้ถึงกับอึ้งเลยเหรอครับน้องขวัญข้าว” ไอ้เลโอว่าแซว ๆ ทำสายตากรุ้มกริ่ม ปกติพูดแบบนี้กับสาว ๆ เหรอ รู้สึกอยากจะอ้วกแต่อีกใจเรารู้สึกดีมาก ๆ เหมือนกัน โอ๊ย เขิน“มาคะ ๆ ขา ๆ อะไรของมึงเนี่ยไม่ชินเลย”“ไม่ชอบเหรอ”“ฮึ ไม่ชอบอย่าพูดอีกนะจะอ้วก”“ฮึ”ฉันนั่งกินไอ้ช็อกโกแลตบ้านี่อยู่สักพัก ถึงเวลาต้องเข้าประเด็นในสิ่งที่ต้องการอยากรู้แล้วแหละ“พฤกษ์ขอความจริง มึงต้องการจะแกล้งกูใช่ไหม” ถึงแม้ว่าฉันจะบอกมันว่าไม่ได้ชอบแล้ว แต่สกิลการโกหกของฉันมันก็มีน้อยนิด เดาได้ไม่ยากหรอกว่ามันน่ะ รู้อยู่แล้วว่าฉันคิดยังไง“กูอยากให้มึงพูดความจริงอะ กูไม่ชอบที่มึงเล่นอะไรแบบนี้กู บอกตรง ๆ ว่า กลัวเสียใจ”“กูไม่ทำให้มึงเสียใจหรอก ไม่ว่ามึงจะชอบกูอยู่หรือเปล่ากูก็จะจีบ”จากนั้น เสียงวี้ดวิ้วของไอ้สองเสือ พร้อมกับการยกนิ้วโป้งก็ทำให้ฉันแก้มร้อนรู้สึ

  • BEST FRIEND เพื่อนไม่เลื่อนสถานะ   บทที่ 42

    “หนูลองศึกษากันไปก่อนดีไหม เผื่อมีอะไรที่มันเข้ากันไม่ได้ ตอนเป็นเพื่อนมันอาจจะดีทุกอย่างแต่ถ้าเป็นมากกว่าเพื่อน แม่ว่ามันมีอะไรที่ไม่เหมือนเดิมเยอะเลยนะ” ฉันเลือกที่จะเชื่อแม่ สาเหตุก็มาจากท่านมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ พ่อกับแม่ก็เคยเป็นเพื่อนรักกันมาก่อนจนผันตัวมาเป็นคนรัก เป็นสามีภรรยา เป็นพ่อและแม่ของฉันจนถึงทุกวันนี้“ขอบคุณแม่มากนะคะ ข้าวสบายใจแล้วค่ะ”เมื่อวางสายจากผู้เป็นแม่ ฉันก็รู้สึกดีขึ้น ครั้งนี้ฉันจะยอมเชื่อใจพฤกษ์สักครั้งพรุ่งนี้ว่าจะไปเคลียร์ทุกอย่างให้มันจบ ๆ อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมเมื่อก่อนมันไม่เคยคิดที่จะเปิดใจให้เพื่อน ไม่เคยคิดที่จะเปิดใจให้ฉัน ได้เข้าไปทำความรู้จักกับมันมากกว่านี้เช้าของอีกวัน ฉันพยายามทำตัวให้สดชื่นมากที่สุดเพื่อเตรียมรับมือกับไอ้พฤกษ์ ไม่รู้ว่าในวันนี้ ฉันจะมองหน้ามัน แล้วจะทำให้สถานการณ์กลับมาปกติให้เหมือนก่อนหน้าคืนนั้นได้หรือเปล่าแต่ก็ทำใจมาแล้ว ว่าถ้ามันตั้งใจที่จะจีบจริง ๆ ฉันก็จะเปิดใจให้ แต่ถ้ามันทำไปเพื่อความสนุกรับรองได้เลยว่าถึงแม้จะอยากอยู่ในชีวิตมันมากแค่ไหน

  • BEST FRIEND เพื่อนไม่เลื่อนสถานะ   บทที่ 41

    “มึงไงข้าวมึงทำให้กูยอมเปลี่ยนใจ”“กูไม่ได้มีดีอะไร ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนใจมึงได้” ตัวฉันเองก็ยังคงยืนกราน ว่ายังไงก็จะไม่เชื่อสิ่งที่มันพูดให้ได้“มึงกลับไปเหอะพฤกษ์ กูสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนคนเดิมของมึง กูสัญญาว่าจะไม่หนีหน้า กูสัญญาว่าจะทำตัวเหมือนเดิม แต่มึงก็ต้องสัญญากับกูด้วยว่ามึงจะไม่เล่นแบบนี้อีกแล้ว กูไม่สนุกด้วย” เมื่อฉันพูดจบมันก็รีบคว้ามือของฉันเอาไว้“กูพูดจริง ๆ ข้าว มึงเชื่อใจกูสักครั้ง มึงให้โอกาสกูได้ทำความรู้จักกับมึงมากกว่านี้ ให้โอกาสกูได้มองมึงมากกว่าเพื่อนได้ไหม”“กลับเถอะพฤกษ์ ขอร้อง ตอนนี้กูสับสน กูไม่รู้ว่าอะไรมึงพูดจริงอันไหนงพูดเล่น กูไม่รู้จุดประสงค์ของมึงเลย”“กูไม่กลับจนกว่ามึงจะให้โอกาสกู” ไอ้คนตัวสูงตรงหน้า ดื้อดึงไม่ยอมออกไปอย่างที่ฉันบอกเลยสักนิดหัวใจฉันตอนนี้ก็เต้นไม่เป็นจังหวะ สมองเบลอคล้ายกับกำลังจะเป็นลม ตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง ดีใจ สับสน กลัวหรืออะไรกันแน่…ชักไม่มั่นใจเลยสักนิ

  • BEST FRIEND เพื่อนไม่เลื่อนสถานะ   บทที่ 40

    “มึงจะบอกว่า สิ่งที่มึงพูดคืนนั้นไม่ได้เป็นความจริง แต่พูดเป็นเพราะมึงเมางั้นเหรอ”“ใช่ ๆ มึงไม่ต้องคิดมากนะพฤกษ์ สบายใจได้กูไม่ได้มองมึงมากกว่าเพื่อน”“สักนิดก็ไม่เคย”“ใช่ ใครจะชอบคนเจ้าชู้แบบมึง ถ้ากูชอบมึงกูไม่คบพี่ภีมง่ายกว่าเหรอ”“กูบอกแล้วไงว่ากูไม่เคยเจ้าชู้” สีหน้าของ พฤกษ์ดูจริงจังเป็นเท่าตัว“ละกับไอ้หน้าตี๋ มึงคบกันยัง ตอบตรง ๆ”“ยัง เลิกคุยแล้ว”“คนดี ๆ ที่มึงว่ามึงไม่ชอบ”“ต่างกันเกินไป”“ไม่ชอบเขาเพราะยังชอบกูอยู่” นี่มันจะเอาคำตอบให้ได้ อยากตัดเพื่อนให้ได้ใช่ไหม“อย่าหาเรื่องน่าพฤกษ์”“รอแป๊บ” ว่าจบก็ผลักตัวออกห่างจากฉันแล้วเดินตรงไปยังชั้นหนังสือ ที่อยู่กับโต๊ะทำงานมองมันเพียงชั่วครู่ กลับต้องตาเบิกกว้างเมื่อมันหยิบสมุดสุดรักสุดหวงของฉันขึ้นมา“พฤกษ์เอามา” ฉันพยายามวิ่งไปยื้อแย่ง แต่แล้วคนที่ตัวสูงกว่า ก็ยกมันข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status