เดิมพันรักครั้งที่ 6
3/3
“ขอโทษนะครับ” จังหวะที่เกียร์กำลังจะหาเก้าอี้นั่งก็มีคนมาใหม่เข้ามา เป็นผู้ชายหน้าตาหล่อทีเดียว การมาของเขาทำให้เราทั้งโต๊ะสนใจ
“ว่าไงคะสุดหล่อ มีอะไรหรือเปล่าเอ่ย” พิงกี้มองเขา ส่วนเขามองมาที่ฉัน
“เธอคนนี้มีแฟนหรือยังครับ พอดีเพื่อนเราอยากได้ไลน์แต่ไม่กล้ามาขอ” เขาคนนั้นบุ้ยหน้าไปยังโต๊ะที่อยู่ด้านหลังทำให้ฉันเอี้ยวตัวไปมอง โต๊ะนั้นมีผู้ชายอยู่สองคน แต่คนที่อยากได้ไลน์ฉันนั้นก็หล่อเหมือนกัน เขาพยักหน้าให้ฉันก่อนจะยกยิ้ม
“หล่ออ่า” น้ำหวานกระซิบ
“ได้ไหมครับ” เขาถามซ้ำ เกียร์มองฉัน ฉันสบตาเขาครู่หนึ่งและเกียร์กำลังเผยอปากพูด
“ไม่มีค่ะ” ฉันชิงตอบก่อนทำให้เขาคนนั้นส่งมือถือมาให้ ฉันใส่ไอดีของฉันลงไป ก่อนจะส่งกลับคืนไปให้ ซึ่งทำให้ทั้งโต๊ะที่รู้ว่าฉันกับเกียร์มีซัมติงกันนั้นเงียบสนิท
“นั่งนี่เลยค่ะ นั่งเลย” น้ำหวานที่นั่งข้างฉันพยายามทำลายความเดตแอร์โดยการขยับออกไปแล้วเอากี้อี้เสริมไปนั่งทำให้ตอนนี้ข้างกายฉันมีเกียร์มานั่งแทนที่ ส่วนอีกข้างคือเจต
“คืนนี้เกียร์เล่นดีไหมครับ” เกียร์ถามฉัน เขากำลังพยายามระงับใบหน้าที่ไม่พอใจเอาไว้
“ก็ดีนะ แต่มินนี่ไม่ค่อยได้มองเท่าไหร่” จริงแหละ ฉันไม่ได้มองเขาเพราะงุ่นง่านใจ
“มินนี่ โกรธอะไรเกียร์ไหม” เกียร์กระซิบ ส่วนฉันสั่นหัวเบา ๆ จะว่าโกรธไหมก็ไม่โกรธหรอก ฉันไม่ได้มีสิทธิ์โกรธเขามากมายขนาดนั้นอยู่แล้ว เราไม่ได้เป็นแฟนกัน
“เรามาเล่นเกมกันดีกว่า ๆ” ต้าร์อยากทำลายสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้โดยการชวนเล่นเกม นี่ไปกินเหล้ากับพวกวิทกีฯ มาแล้วได้เกมมาใหม่
“เกมไร ๆ” ปอนด์ช่วยชง
“ชื่อเกมว่ากล้าหรือไม่กล้าอะ แบบถ้าสมมตินี่ท้าอะไรขึ้นมาแล้วให้ทำตาม ถ้าไม่ทำก็ดื่มจนหมดไรงี้ เข้าใจป้ะ” มันก็ไม่ยากอะไร แต่เกมนี้ก็เคยเห็นหลายครั้งตามละคร ซีรีส์วัยรุ่นอะไรเทือกนั้น
“ไม่ได้ใหม่เล้ย เกมน่ะที่รัก” ขิงส่ายหัว “แต่น่าเล่นนะ”
“เอาสิ ๆ เมฆยืนยันด้วย” จังหวะหนึ่งเกียร์ที่นั่งอยู่ข้างฉันเอามือมาวางบนมือฉันที่อยู่ตรงหน้าขา ฉันแสร้งทำเป็นไม่สนใจเขาเท่าไหร่
“วันนี้มินนี่สวยจังนะ” เขาชมแล้วกุมมือฉันอยู่
“ขอบคุณค่ะ” แต่ฉันก็ตอบรับด้วยถ้อยคำที่แสนเหินห่างซ้ำร้ายยังค่อย ๆ เอามือออกจากการเกาะกุมของเขาแล้วเอามือมาวางบนโต๊ะแทน
“ไอ้มิกกี้รีพรายมาด้วย” เจตเรียกความสนใจฉันโดยการหันหน้าจอห้องแชตไอจีระหว่างเขากับพี่ชายฝาแฝดฉันมา “มันสั่งให้เราดูเธอไม่ให้คาดสายตา”
“บล็อกเจ้าบ้านั่นไปเลย” ฉันแกล้งเล่นหรอกนะ
“มิกกี้หวงน้องเหมือนจงอางหวงไข่” ฉันทำหน้าขยาดกับไอ้แฝดที่เกิดก่อนไม่กี่นาทีนั้น
“มา ๆ สปินหมุนไปที่ชื่อใครคนนั้นได้เป็นคนท้านะ” วันนี้ต้าร์เอาไอแพดมาด้วย ฉันว่าเขาอาจจะต้องการเอามาเพื่อการนี้แหละ เขากรอกชื่อเราทุกคนลงไปในแต่ละช่องเพื่อให้สปินหมุน แล้วจังหวะนั้นเกียร์ก็เอามือมาโอวเอวฉันด้วย
ฉันไม่ได้สนใจการโอบของเขา แสร้งทำเหมือนว่าไม่รู้ทั้งที่ไม่ชอบใจ
เกียร์จูบกับผู้หญิงคนอื่น พอมาอยู่กับฉันก็ทำเหมือนเป็นเจ้าของฉัน มันน่าหงุดหงิด
“กรี๊ด ๆ คนแรกพิงกี้ค่า” ยัยเพื่อนภูมิใจสุด ๆ หลังจากสปินหมุนไปที่ชื่อตัวเอง
“มา กะเทย จะท้าอะไร” น้ำหวานว่าพรางเท้าคางรอ
อยากให้ทุกคนเล่าเรื่องโกหกมาหนึ่งเรื่องค่ะ มันดูเบสิกไป แต่ก็คล้ายว่าจะให้เป็นการสารภาพอะไรออกมาเลย เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหกน่ะสิ เริ่มจากชีขิงก่อนแล้วกัน
“กู...เป็นลูกคนเดียว” แน่นอนว่ามันคือเรื่องโกหกแหละเพราะขิงมีพี่ชายและน้องสาวด้วย
“โอ๊ย ไม่เริ่ดเลย” พิงกี้ว่า หลังจากขิงเล่าอะไรมาหนึ่งอย่างก็วนไปที่ต้าร์ไปที่ปอนด์ แล้วก็เป็นเมฆ แล้วก็เป็นเจต แล้วค่อยมาที่ฉัน “มายัยคุณหนูจะโกหกอะไร”
“มินนี่ไม่โกหก” ว่าจบฉันก็ยกเหล้ามาดื่ม ตั้งแต่เล่นมามีแค่ฉันคนเดียวที่พึ่งดื่ม
“ก็แหง....ชีจะผิดศีล” พิงกี้เบ้ปากใส่ “แล้วเกียร์ขาของพิงกี้ล่ะคะ จะเล่นไหม”
“อืม.... เกียร์ไม่รักมินนี่” เขาพยับปากพูดก่อนจะหันมามองฉัน
“เขาให้เล่าเรื่องโกหกค่ะ ไม่ใช่เรื่องจริง” ไม่รู้ทำไมฉันถึงตอกกลับเกียร์ไปแบบนั้น อาจจะเพราะทุกครั้งที่หยุดนิ่งภาพที่เขากำลังจูบกับคนอื่นก็แวบเข้ามาในหัว แต่ฉันทำไมโง่งมจังนะ ในเมื่อเขานั้นก็มีผู้หญิงมากมายรายล้อมตัว แล้ววันแรกที่ฉันมาร้านนี้ฉันก็เห็นเขามีอะไรกับคนอื่น
“อูย ไอ้เกียร์วิ่งออกไปให้รถชนยังเจ็บน้อยกว่า” ต้าร์ซ้ำเติมเพื่อน เกียร์มองฉันแล้วใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มตัวเอง ราวกับอยากสำรวจว่าฉันจะเผยอะไรให้เขาเห็นบ้าง
แต่เกมวนไปถึงน้ำหวานแล้วต้าร์ก็ทำการหมุนสปินใหม่อีกรอบ คราวนี้ไปหยุดที่ชื่อของปอนด์ เข้าท้าผู้ชายบนโต๊ะให้ดื่มเพียว ๆ คนละหนึ่งแก้ว แต่เป็นแก้วขนาดเล็กนะ ถัดไปสปินก็ไปหยุดที่เจต เขาท้าให้เราเล่าเรื่องน่าอายที่สุดของตัวเองมาหนึ่งเรื่อง แน่นอนว่าฉันยอมดื่ม
“มินนี่ไม่เห็นบอกเกียร์ว่าจะมาร้านที่เกียร์เล่น” เขายังไม่ลดละที่จะชวนฉันคุยหรอก
“เพื่อนมินนี่อยากมาร้านนี้ค่ะ” ฉันไม่ได้บอกว่าอยากมาเซอร์ไพรส์ เพราะสิ่งที่ฉันเจอนั้นมันเซอร์ไพรส์กว่ายังไงล่ะ แต่ว่าไม่ทันที่จะได้พูดอะไรก็มีผู้หญิงสองสามคนเดินมาหาเกียร์
“น้องเกียร์ขา พวกพี่เป็นแฟนคลับวงน้องอะค่ะ ตามในติกตอกที่ลงคลิปโคฟเวอร์ ขอถ่ายรูปคู่ได้ไหมคะ” สามสาวที่มากำลังขอเกียร์ ฉันรู้ว่าวงเขามีคลิปที่พอจะมียอดวิวล้านกว่าสองสามคลิปในการโคฟเวอร์เพลง พวกเขาน่าจะถ่ายตอนซ้อมกันเป็นช่องของวงเขาน่ะ
“เกียร์ขอถ่ายรูปกับพี่เขาได้ไหม” เกียร์ทำเป็นขออนุญาตฉัน
“ตามสบายค่ะ” ฉันบอกเขา เกียร์ยอมลุกไปและเจตก็สะกิดฉัน
“ทะเลาะกันเหรอ” เพื่อนกระซิบ แน่นอนว่าใครก็คงดูออกง่าย ๆ ฉันไม่ให้ความสนใจเกียร์เหมือนทุกวัน และหลีกเลี่ยงที่จะพูดกับเขาด้วย
“เปล่านี่” ฉันตอบสั้น ๆ แต่ตอนนั้นสปินก็หมุนไปหยุดที่น้ำหวานพอดี ฉันไม่ได้หันไปมองเกียร์ว่ากำลังทำอะไรอยู่มาสนุกกับเกมตรงหน้าแทน
การท้าดูจะรุนแรงขึ้นมากตามระดับของความเมาเพราะเราก็กินเหล้ากันไปหลายแก้วพอสมควรแล้ว เพื่อนมักจะท้าอะไรแผง ซึ่งบางทีก็ท้าให้ไปขอไลน์คนอื่นบ้าง แน่นอนว่าฉันเลือกจะดื่ม ซึ่งฉันเริ่มหน้าร้อนขึ้น รวมถึงเอ็นจอยกับบรรยากาศมากขึ้นด้วย
เกียร์กลับมานั่งแล้ว และสปินก็หมุนมาถึงชื่อของขิงอีกครั้ง
“มาค่า ๆ คราวนี้ขิงขอท้าให้จูบกันบนโต๊ะนี้ ถ้าไม่จูบต้องกินเพียวสองแก้ว หญิงหญิง ก็ได้ ชายชาย ก็ได้ตามศรัทธา” คำท้าของเพื่อนทำฉันขนลุกพอ ๆ กับเห็นเธอกำลังเทเหล้าลงใส่แก้ว
“ขิงอ่า” ฉันงอแง ตอนนั้นเกียร์กำลังกระตุกแขนฉัน เขาน่าจะต้องการให้ฉันจูบกับเขานะ
“ว่าไงจ๊ะยัยคุณหนู ถ้าไม่จูบก็เพียวไปเลยสองแก้ว” นัยน์ตาของขิงฉ่ำเยิ้มเพราะเมาแล้ว แต่ฉันว่าฉันกินเพียวสองแก้วไม่ไหวหรอก ฉันน่าจะได้หลับป็อกลงตรงนี้ล่ะ
“ว๊าย ฉันจะจูบผัวฉัน” ยัยขิงโชว์โดยการดึงต้ามาจูบ ในขณะที่ปอนด์ไม่รอช้า คว้าเหล้าไปเพียวไปกระดกอึก ๆ ตามด้วยเมฆ
“อีเจ๊ มาจูบกัน” น้ำหวานหันไปคว้าพิงกี้ก่อนจะจูบกันแบบเม้าท์ทูเม้าท์
“เจต จะดื่มหรือจะจูบ” ฉันหันไปถามเพื่อนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่ตัวเท้าเมี่ยง
“ก็อาจจะจูบ จูบกันไหมล่ะ” เพื่อนถามมา จังหวะนั้นเกียร์กระตุกแขนฉันอีกครั้ง แต่ฉันก็คว้าเจตมาจูบก่อน ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเจตหรอก แค่เม้าท์ทูเม้าท์น่ะ ฉันอยากให้เกียร์เห็นว่าฉันก็ทำได้เหมือนกันกัน
“กรี๊ด ยัยคุณหนู แรงม๊าก” เพื่อนฉันกรีดร้อง ซึ่งฉันก็Kiss เจตเพียงแค่สองวินาทีเท่านั้น
เป็นแงะ ฉันยิ้มร่าอย่างผู้มีชัย และตอนนั้นเกียร์ก็เอาเหล้าสองแก้วนั้นไปดื่มก่อนจะลุกขึ้น
“เกียร์ สองแก้วก็พอค่า” พิงกี้ทัก เพราะฉันเห็นเกียร์กำลังเทแก้วที่สามลงไป
“ปล่อยมัน ให้มันดับหัวที่กำลังไหม้ก่อน” ทุกคนแซวเกียร์ แต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ตลก
“มินนี่ขอพักยกนะ ขอไปห้องน้ำก่อน” ฉันเองก็หงุดหงิดกับท่าทางหึงหวงของเกียร์ทั้งที่เรายังไม่เป็นอะไรกัน แล้วเขาก็ทำตัวเหมือนว่าไม่พอใจที่ฉันทำอย่างนี้ทั้งที่ตัวเองก็เหมือนกัน
“เกียร์พาไป” เขาลุกตามมา แต่ฉันไม่สนใจ และฉันเห็นได้ชัดอยู่ว่าเพื่อนกำลังสนุกกับเกมเลยไม่อยากชวนใครออกมา แต่พอฉันเข้าห้องน้ำเสร็จ เดินออกมาทางเดิมและที่กำลังจะผ่านทางแยกที่จะแยกไปห้องนักดนตรีแขนฉันก็ถูกคว้าโดยเกียร์
“เกียร์ ปล่อยมินนี่นะ” ฉันกระตุกแขนออก แต่เกียร์ไม่ฟังแล้ว เขาคว้าฉันแล้วเดินดุ่ม ๆ มาที่ซอกตึกด้านข้าง ซึ่งเป็นช่องระหว่างตัวตึกของร้านกับอาคารสูงสี่ชั้น ช่วงนี้ค่อนข้างสกปรกและเป็นซอยตัน มีประตูเหล็กถูกล็อกด้วยโซ่เส้นใหญ่ ไฟสลัวทำให้ฉันมองเห็นพื้นที่มีเศษซากถุงยางอนามัยอยู่เกลื่อน
สถานที่แบบนี้ และสกปรกประมาณนี้คงจะเป็นที่สุดท้ายที่ฉันคิดจะย่างกลายเข้าไปหากไม่ถูกบังคับจากเกียร์ พอมาถึงเกียร์ดันฉันเข้าไปที่ผนังมุมตึก มึงข้างหนึ่งดันไว้เหนือหัวกักขังฉันเอาไว้ในอ้อม
“วันนี้มินนี่เป็นอะไร โกรธอะไรเกียร์ ถึงไม่ยอมคุยด้วย” หน้าเขาบึ้งตึงมาก
“เปล่า” ฉันหันหน้าหนี แม้ฉันจะเป็นคนมีเหตุผลแต่ฉันก็ดันหลุดอะไรแบบนี้ออกไป
“ได้ ไม่บอกก็ได้” เกียร์ว่าจบก็ก้มหน้าลงมา บดเบียดจูบใส่ฉันแบบที่ฉันเบือนหน้าหนีไม่ได้ เกียร์รวบมือทั้งสองข้างของฉันไว้เหนือหัว พร้อมกับเอากายแทรกดันหว่างขาฉันไว้