เดิมพันรักครั้งที่ 6
2/3
“เกียร์ปวดใจเวลาที่ไอ้เปรมมันแสดงความเป็นเจ้าของมินนี่ เกียร์อยากเป็นแฟนตัวจริง”
“สอบเสร็จ มินนี่ให้คำตอบเกียร์นะ อีกอาทิตย์เดียว” ฉันยกมือขึ้นจับแก้มเขาก่อนจะยืดตัวขึ้นไปจุ๊บริมฝีปากหยักลึกเบา ๆ “ได้ไหม”
“ต้องได้อยู่แล้ว” เขาอมยิ้มตอนฉันจุ๊บเขา “แต่ขอมากกว่านี้สิ จูบหน่อยครับ”
“ไม่เอาหรอก อื้อ” ไม่ทันที่จะได้ถอยหนีคนที่กอดอยู่ก็โน้มตัวลงมาจูบฉัน มือข้างหนึ่งเอาขึ้นมารั้งท้ายทอยก่อนล็อกเอาไว้ไม่ให้ฉันขยับหนี เกียร์แทรกลิ้นเข้ามากวาดต้อนลิ้นฉัน รสชาติเค้กบางเบาที่เขากินเข้าไปลอยวนอยู่ด้านใน เหมือนฉันได้ทานด้วยเลย
ทุกครั้งที่เขาจูบฉันเหมือนอยากจะตรอกตึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของไว้ เหมือนอยากให้ฉันจดจำแต่สัมผัสนี้ของเขาไปตลอด และฉันเองก็เหมือนว่าจะจำได้แต่สัมผัสของเขาเลย
รสจูบหวามไหวและละมุนละไมเปลี่ยนเป็นดุดันในนาทีต่อมา มือข้างหนึ่งของเกียร์บีบเอวฉันเบา ๆ ฉันรับรู้ได้ถึงรสชาติของเลือดจาง ๆ ที่เคล้ากับน้ำลายแต่มันก็ชวนให้ใจเต้นแรงแบบบอกไม่ถูก
“เฮือก” เกียร์หยุดจูบฉัน ถอดถอนริมฝีปากออกไปแล้วก็จูบลงปลายจมูกฉันหนึ่งที
“ทำไมมินนี่ต้องทำให้เกียร์ชอบขนาดนี้ครับ”
มินนี่ว่าไม่ใช่ความผิดมินนี่นะ.....
“มินนี่ขา วันนี้พ่อกับแม่ต้องไปงานที่หาดใหญ่นะลูก อาจจะต้องค้างคืนสองคืน” เช้าวันสอบวันสุดท้ายแม่พูดกับฉัน
ฉันได้ยินคุณแม่เปรยตั้งแต่หลายวันก่อนแล้วล่ะว่าจะต้องไปงานขอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสายงานคุณพ่อ คือคุณพ่อเป็นตัวแทนไปน่ะแล้วคุณแม่ในฐานะภรรยาก็มักจะเดินทางไปด้วยน่ะ
“ค่ะ” ฉันตอบรับ “วันนี้มินนี่สอบเสร็จมินนี่จะไปนอนกับน้ำหวานนะคะ แบบว่าจะไปเที่ยวกัน”
“เอ...มิกกี้ไม่ได้ออกมานะคะ หนูไปเที่ยวกลางคืนไม่มีพี่ไปด้วยจะดีเหรอ” ฉันยู่ปากอย่างหน่าย ๆ ทุกครั้งที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงฉันมักจะได้ไปวันศุกร์เสาร์ ซึ่งต้องมีอีตามิกกี้ไปนั่งเฝ้าคนละโต๊ะตลอด แต่สัปดาห์นี้เป็นโชคดีของฉันที่ศุกร์นี้เจ้ามิกกี้จะไม่ได้ออกจากโรงเรียน
“มินนี่โตแล้วค่ะแม่ ไม่จำเป็นต้องให้มิกกี้ตามเฝ้าทุกที่หรอกค่ะ” ฉันบอกไป ฉันไม่ได้เถียงนะแต่กำลังพูดอะไรที่เป็นความจริงอยู่
“นั่นสิคุณ ลูกโตแล้วนะอีกอย่างสอบเสร็จก็ให้ลูกพักบ้างเถอะไม่ใช่ว่าจะต้องให้เจ้ามิกกี้ตามดูแลตลอดหรอก” เห็นไหมล่ะว่าคุณพ่อสปอยฉันนะ คือสปอยทุกเรื่องยกเว้นเรื่องเปรมไง “ปีหน้าก็จะเรียนจบแล้ว อีกหน่อยก็คงจะมีคู่หมั้น แต่งงาน”
นั่นไง มินนี่ว่ามันยังไม่ทันขาดคำเลยค่ะพ่อ
“งั้นหนูก็ต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ ไม่จำเป็นก็อย่าไปดื่มเหล้าเยอะ พี่ไม่ได้ไปด้วยมันอันตราย”
“มินนี่มีเพื่อนดูแลค่ะ ไม่อันตรายหรอก เวลามิกกี้ไปก็ชอบตามชอบบังคับมินนี่ให้กลับอยู่เรื่อย” ฉันหน้างออีก มิกกี้น๊าชอบลากฉันกลัวก่อนร้านปิดตลอด เวลาเห็นผู้ชายเข้าใกล้ฉันก็แทบจะแยกเขี้ยวใส่ หวงอะไรนักหนาก็ไม่รู้เถอะ หวงไว้ให้เปรมสิท่า
มินนี่เบื่อ ๆ ๆ ๆ อยากกรี๊ดจังเลยนะ TT
วันนี้ฉันกับเพื่อนตั้งใจว่าจะเที่ยวกันหลังสอบเสร็จ ฉันก็เลยจะเอาเสื้อผ้าไปนอนคอนโดน้ำหวานน่ะ
ฉันรู้สึกคล้ายว่าตัวเองเป็นสาวแรกรุ่นอายุสักสิบสี่สิบห้า ที่ต้องแอบพ่อแม่คบหากับผู้ชายเพราะยังเด็กเกินไป แต่นี่ฉันอายุยี่สิบเอ็ดแล้ว ปีหน้าก็จะยี่สิบสองและใกล้เรียนจบ บางทีฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองมากนักว่าทำไมถึงไม่แหกกฎไป แต่ก็นะ ฉันกับพี่เรมี่ต่างกันมากล่ะ
“มินนี่ใส่ชุดนี้ไหม” เพื่อนถามเมื่อเห็นว่าฉันเตรียมชุดอะไรมา มันเป็นเดรสที่ไม่ได้ดูวาบหวิวอะไร ในขณะที่ชุดของน้ำหวานออกจะเซ็กซี่เลยล่ะ
“จะดีเหรอ” ฉันกระพริบตามอง ชุดที่น้ำหวานถืออยู่เป็นเดรสสายเดี่ยวสีน้ำเงินเข้ม ผูกคอและโชว์หลังด้วย ด้านข้างก็เว้าสามารถโชว์ไหปราร้าอีกต่างหาก
“ดีสิ มินนี่หุ่นดี หลังก็สวยไหปลาร้าก็ออกจะเซ็กซี่” ฉันเขินอายอยู่ แต่สายตาชื่นชมของเพื่อนก็ทำให้ฉันเกิดมีความมั่นใจขึ้นมา ปกติฉันไม่ค่อยใส่เสื้อผ้าแนวนี้เพราะคุณแม่ชอบพูดว่ามันไม่เหมาะสม
ส่วนใหญ่ฉันจะใส่เดรสที่ไม่รัดรูปหรือสั้นจนเกินไป กระโปรงนักศึกษาของฉันก็ไม่เคยขั้นเกินสิบแปด หรือยี่สิบนิ้วเลยด้วยซ้ำ ฉันโดนตีกรอบกำหนดการใช้ชีวิตมาตลอดหลายปีและถูกทำให้รู้สึกว่านี่มันคือความเหมาะสมของสตรีเพศ ทั้งที่นี่มันก็ยุคไหนแล้ว...
“ใส่เถอะน่า ไม่เป็นไรหรอก” ฉันยอมรับเดรสตัวนั้นมาใส่
“เป็นไงบ้าง” ฉันออกมาจากห้องน้ำและพอเหมือนเห็นก็ตาเป็นประกาย
“สวยมากเลยมินนี่ เข้ากับสีน้ำเงินนะเนี้ย” น้ำหวานยกนิ้วโป้งให้ ห่อนจะจูงแขนฉันมาที่โต๊ะเครื่องแป้ง “มานี่สิทำผมแต่งหน้าให้จะได้สวยเช้งเลย”
ฉันไม่ใช่คนแต่งหน้าหรือทำผมไม่เป็นนะ แต่ส่วนใหญ่ก็จะแต่งแบบเรียบ ๆ ไม่หวือหวามากมายอะไร แต่วันนี้ฉันจะให้น้ำหวานแต่งให้ล่ะ
หลังจากเราแต่งตัวกันอยู่นานร่วมชั่วโมง สามทุ่มเราก็มาถึงร้านเหร้าที่ชื่อว่า 3G ซึ่งเป็นร้านที่เกียร์ทำงานอยู่ เป็นร้านที่ฉันได้เจอเขาวันนั้นล่ะ ฉันไม่ได้บอกเกียร์ว่าจะมาร้านนี้นะ แบบว่าเพื่อนอยากจะมาร้านนี้และฉันก็อยากจะเซอร์ไพรส์เขาน่ะ
ตอนเกียร์ถามว่าจะไปร้านไหนกัน ฉันตอบว่าไม่รู้ทั้งที่พวกเพื่อนก็จองโต๊ะกันแล้ว ซึ่งเจตเพื่อนของฉันกับเพื่อนเขาอีกคนหนึ่งก็อยากมานั่งด้วย ทุกคนโอเคกันแล้ว
ที่มาวันนี้ก็จะมีเพื่อนฉันกลุ่มเดิม แล้วก็มีต้าร์กับปอนด์ กับเจตแล้วก็เพื่อนเจตที่เพิ่มมา เจตเป็นเพื่อนฉันมานานแล้วอย่างที่เคยบอก เจตก็รู้จักมิกกี้นะเพราะบ้านเรารู้จักกัน แต่ทว่าเจตไม่ค่อยชอบสนิทกับมิกกี้ และเจตไม่ชอบนิสัยเปรมเท่าไหร่
เจตเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูดเยอะ ไม่ชอบเล่นอะไรที่ต้องใช้แรงหรือว่าแบบเด็กผู้ชายเล่นกันตั้งแต่เด็กแล้ว เขามักจะอยู่กับฉันมากกว่าจะไปเล่นกับมิกกี้ หรือกับเปรมน่ะ
เจตรู้ว่าฉันคุยกับเกียร์ ฉันสนิทใจเขาพอที่จะบอก และไหว้วานให้เขาทำธุระให้ และมั่นใจว่าเจตจะไม่เอาเรื่องของฉันไปเล่าให้มิกกี้หรือเปรมฟังแน่นอน
“ว้าย ยัยคุณหนูสวยมาก รู้เลยวันนี้ฉันดับแน่” พิงกี้จีบปากจีบคอพูดแล้วก็ส่งสายตาชื่นชมมาให้
“ฉันจับชีแต่งชุดนี้เพราะชุดชีไม่เหมาะเลย” น้ำหวานส่ายหัว “เริ่ดไหมล่ะ”
“ที่หนึ่ง” ขิงชมแล้วก็ยกนิ้วโป้งให้ เพื่อน ๆ ฉันน่ารักนะ พยายามซัพพอร์ตให้ฉันมีความกล้าที่จะแต่งตัวมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ไม่กดทับหรือด้อยค่าสิ่งที่ฉันใส่เป็นประจำด้วย “เกียร์ได้หลงจนโงหัวไม่ขึ้นกว่าเดิมแน่ ยัยคุณหนูแซ่บพอ ๆ กับสาวที่มันเคยควง”
“บ้าน่า” ฉันส่ายหัวไปมาเบา ๆ
เราทั้งหมดได้โต๊ะหน้าเวทีสุด เริ่มสั่งเครื่องดื่มอะไรมา อาจจะเป็นเพราะว่าวันนี้ฉันไม่มีพ่อคนที่สองอย่างมิกกี้ตามคุม ฉันก็เลยเอ็นจอยเป็นพิเศษ แล้วเพื่อนคนอื่นก็สนุกเฮฮาด้วย เพื่อนเจตที่มาด้วยชื่อเมฆ เขาเข้ากับทุกคนง่ายและเอนเตอร์เทนเก่งพอกันกับต้าร์และปอนด์เลย
ฉันถูกเพื่อนเชียร์ให้ดื่มเหล้าพอสมควร แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่เหล้าที่แรงอะไรหรอก จนเวลาร่วงเลยมาถึงช่วงใกล้ที่วงเกียร์เริ่ม เพราะวงแรกลงไปแล้วน่ะฉันเลยขอตัวมาห้องน้ำก่อน
ฉันอยากดูเกียร์ให้ตอนทั้งช่วงโดยไม่ถูกขัดจังหวะ เพราะเราก็รู้กันใช่ไหมล่ะว่าการดื่มเหล้ามันทำให้เราอยากเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น ฉันก็เลยมาเข้าก่อน อีกสิบนาทีวงจะขึ้นแล้ว
ทางมาห้องน้ำจะมีทางแยกที่ไปสามารถไปทางที่นั่งพักของพนักงานและห้องเก็บเครื่องดื่มได้ ตอนเดินเข้าห้องน้ำฉันยังไม่เห็นใครยืนอยู่แถวนั้น ฉันเลยเดินเข้าห้องน้ำไป แต่จังหวะที่เดินออกมา หางตาฉันเห็นว่ามีคนอยู่ตรงช่วงห้องเก็บเครื่องดื่มของร้าน ฉันเลยหันไปดูอีกทีและฉันเห็นเกียร์
ใช่ เกียร์นั่นแหละ เขาอยู่ตรงนั้น แต่ไม่ได้อยู่คนเดียวนะ มีผู้หญิงยืนอยู่กับเขาและกำลังจูบกันด้วย ภาพนั้นมันทำให้ฉันรู้สึกแปล้บ ๆ ที่หัวใจ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็เร็วพอที่จะเดินออกจากตรงนั้นก่อนที่เขาจะหันมาเห็น จะว่ายังไงดีนะ ฉันก็รู้สึกไม่ชอบใจ แต่ก็ไม่รู้จะหึงหวงได้ไหม
เราไม่ได้เป็นแฟนกันอยู่ ณ ตอนนี้ ฉันยังไม่ให้เขาตอบเขา เราจึงยังมีสถานะเป็นแค่คนคุยกัน และเขามีสิทธิ์จะไปอะไรกับใครก็ได้แม้ว่าจะเคยบอกว่าจะไม่ทำแล้วก็ตาม
“เห้ย ๆ มินนี่เบาได้เบาลูก” พิงกี้ห้ามปรามตอนเห็นฉันกระดึกเหล้าอึก ๆ ทีเดียวหมด
“มินนี่คอแห้ง” ฉันแสร้งยิ้ม ฉันว่าข้อดีของฉันคือการเก็บสีหน้าเอาไว้ และคงโทนความสดใสไว้ได้ คุณแม่สอนเสมอว่าเราควรจะเก็บงำสีหน้าเอาไว้ให้คนอื่นคาดเดามากกว่าจะแสดงออกไปทั้งหมด
ฉันสามารถปฏิบัติกับคนอื่นได้ดี แต่กับเกียร์ ฉันแพ้เขาตลอดเลย
เรานั่งดื่มไปและคุยกันไปจนดนตรีวงของเกียร์ขึ้นเล่น เขามองฉันและส่งยิ้มมาให้ ในขณะที่ฉันนั้นไม่ได้ส่งตอบไปเหมือนทุกที แม้จะพยายามคิดว่าเราสองคนยังไม่ได้คบกัน แต่เขาก็ขอฉันเป็นแฟนแล้ว และฉันก็ตั้งใจจะมาให้คำตอบวันนี้คงต้องคิดใหม่สินะ
“ผัวเกียร์ของพิงกี้มาแล้ว” เที่ยงคืนเกียร์ลงมา ยัยพิงกี้ก็ไปพะเน้าพะนอเกียร์ทันที การที่เกียร์จีบฉัน แวะวมาหามาคุยทำให้เพื่อนสาวของฉันมีของเล่นเอาไว้หยอกเย้านะ และเกียร์ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรพิงกี้ที่เป็น LGBTQ+ และเล่นด้วยบ้างบางครั้ง
“ขอโทษนะครับ” จังหวะที่เกียร์กำลังจะหาเก้าอี้นั่งก็มีคนมาใหม่เข้ามา เป็นผู้ชายหน้าตาหล่อทีเดียว การมาของเขาทำให้เราทั้งโต๊ะสนใจ
“ว่าไงคะสุดหล่อ มีอะไรหรือเปล่าเอ่ย” พิงกี้มองเขา ส่วนเขามองมาที่ฉัน
“เธอคนนี้มีแฟนหรือยังครับ พอดีเพื่อนเราอยากได้ไลน์แต่ไม่กล้ามาขอ” เขาคนนั้นบุ้ยหน้าไปยังโต๊ะที่อยู่ด้านหลังทำให้ฉันเอี้ยวตัวไปมอง โต๊ะนั้นมีผู้ชายอยู่สองคน แต่คนที่อยากได้ไลน์ฉันนั้นก็หล่อเหมือนกัน เขาพยักหน้าให้ฉันก่อนจะยกยิ้ม
“หล่ออ่า” น้ำหวานกระซิบ
“ได้ไหมครับ” เขาถามซ้ำ เกียร์มองฉัน ฉันสบตาเขาครู่หนึ่งและเกียร์กำลังเผยอปากพูด
“ไม่มีค่ะ” ฉันชิงตอบก่อนทำให้เขาคนนั้นส่งมือถือมาให้ ฉันใส่ไอดีของฉันลงไป ก่อนจะส่งกลับคืนไปให้ ซึ่งทำให้ทั้งโต๊ะที่รู้ว่าฉันกับเกียร์มีซัมติงกันนั้นเงียบสนิท