เดิมพันรักครั้งที่ 2
2/3
“ได้สิ” ฉันไม่มีปัญหาอะไรถึงทีแรกจะไม่ได้อยากรู้ก็เถอะ แต่ถ้าเปรมเล่า เกียร์ก็ควรจะเล่าได้เหมือนกัน ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ใครอยากเล่าอะไรก็เชิญเลยจ้า....
“เกียร์ไม่รู้ว่าเบลมีแฟนแล้ว ไม่รู้จักเปรมมาก่อน” ฉันพยักหน้ารับ “เกียร์รู้จักเบลที่ร้านเหล้า ตามตรงก็คุยกันแล้วดี ก็ไปต่อ ไม่ได้คิดจริงจังอะไรแบบวันไนต์สแตนน่ะ”
“อื้ม” ฉันส่งเสียงไป
“เราไม่ได้ฟอลโซเชียลของเบล แค่แลกไลน์กันไว้ เบลก็บอกเกียร์เองว่าไม่มีแฟน ต่างคนก็ต่างสนุกกัน เกียร์รู้ว่าเบลมีแฟนก็ตอนเปรมมาหาเรื่องเกียร์” ฉันก็ยังฟังอยู่ แต่สีหน้าเกียร์ดูจริงจังมากนะ “เกียร์อธิบายกับเปรมไปแล้วว่าเกียร์ไม่รู้ ของแบบนี้เกียร์ไปบังคับให้เบลมานอนด้วยไม่ได้หรอกนะมินนี่”
“มินนี่เข้าใจเรื่องนั้น ตบมือข้างเดียวก็คงไม่ดัง” ฉันพูดไปตามที่พูดกับเปรมเมื่อเช้า “แต่เกียร์โสด เกียร์ทำอะไรก็ได้ไม่ผิดหรอก มินนี่ไม่ได้อะไร”
“งั้นแปลว่าเกียร์คุยกับมินนี่ได้ใช่ไหม หมายถึงเป็นคนคุย”
“เอ๊ะ มินนี่หมายความแบบนั้นตอนไหน” ฉันว่าฉันยังไม่พูดอะไรอย่างนั้นนะ
“ก็มินนี่รู้แล้วนี่ว่าเกียร์ไม่ได้ตั้งใจจะไปเป็นชู้กับแฟนเปรม เกียร์ให้เปรมต่อยหน้าไปแล้ว เคลียร์กันไปแล้ว นึกว่าเปรมจะแมนเล่าความจริงนะ” แต่ฉันก็พอจะเดานิสัยเปรมได้อยู่หรอก
“ช่างมันเถอะ มินนี่ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้น เปรมเล่ามาเอง มินนี่เลยให้เกียร์เล่าด้วยแค่นั้น” เกียร์ไม่ได้ตอบอะไรฉัน เราเงียบกันไปประมาณหนึ่งอึดใจเขาก็พูดแบบกระซิบมากมากกว่า
“ขอบคุณเรื่องเมื่อวานนะ ที่มินนี่ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง”
“มันเรื่องส่วนตัวของเกียร์นี่นา มินนี่ไม่เล่าหรอก แล้วมินนี่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะรู้ด้วย” จริง ๆ นะ เมื่อวานถ้าฉันรู้ว่าเขาอยู่ในห้องน้ำที่นั่น แล้วกำลังทำอะไรอยู่ฉันก็คงไม่เข้าไปหรอก แบบว่าเสียงมันติดหูฉันจนเก็บไปฝันเลยด้วย “แต่ว่านะ เกียร์ไม่ควรเข้าห้องน้ำผู้หญิงแบบนั้นนะคะ”
“ครับ เกียร์ไม่ทำอีกแล้ว” ตอนนั้นเขายกยิ้มให้ฉันแบบเมื่อวานใยห้องน้ำเลย
“เอ๊ะ สองคนนี้คุยอะไรกันกะหนุงกะหนิง” ขิงน่าจะพึ่งสังเกตว่าฉันอยู่ตรงนี้นะ เพราะเมื่อกี้คุยกับแฟนไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย
“ไม่ได้กะหนุงกะหนิงนะ” ฉันเถียงคืน แต่ตอนนั้นอาจารย์ก็มาพอดี เราเลยสนใจเรียนกัน ระหว่างเรียนฉันไม่ค่อยชอบคุยนักหรอกฉันไม่ใช่คนทำอะไรพร้อม ๆ กันได้เก่งขนาดนั้น
วันนั้นก็เรียนจบไปอย่างไม่มีอะไร แต่ก่อนออกจากคลาสเกียร์ขอไอจีฉันไว้ แต่ฉันแอบเห็นนะว่าเขาเสิร์ชหาชื่อฉันค้างเอาไว้ก่อนแล้วแต่มาทำเนียนขอ เกียร์คนฟอลเยอะมากเลย เพราะเขาเปิดเป็นสาธารณะ แต่ฉันไม่ค่อยให้คนฟอลเยอะเท่าไหร่ ปิดเป็นไพรเวทเอาไว้ด้วย
หลังจากวันนั้นก็ไม่มีอะไรมากมาย เกียร์ชอบส่งข้อความมาหาทุกวันเลย แบบคุยกันเรื่อย ๆ น่ะ เขาชอบส่งเพลงมาให้ฟัง ให้ช่วยเลือกเพลงที่จะใช้เล่นบ้าง
ฉันพึ่งรู้ว่าเขาทำงานส่งตัวเองเรียน เกียร์ตีกลองและเล่นกีต้าร์ได้ สลับ ๆ กันไป เล่นคือละสองร้านด้วย เขาเล่าให้ฟังว่าร้านเหล้าจะจ้างร้านละสองวงต่อคืน แนวเพลงช่วงค่ำกับช่วงดึกจะต่างออกไป ถ้าเล่นช่วงค่ำก็จะเป็นเพลงเบา ๆ ก่อน พอตกดึกก็จะเป็นเพลงฮิตติดตลาดบวกเพลงสนุก ๆ
เกียร์เก่งมากเลยนะ แต่คิดว่าถ้าเล่นวันสองร้านทุกคืนก็คงง่วงแย่ เขาหยุดแค่วันจันทร์กับอังคาร นอกนั่นก็เล่นห้าวันเลย เกียร์บอกว่ายิ่งศุกร์ เสาร์คนเยอะทิปก็จะเยอะ เขาดูน่านับถือนะที่อายุเท่ากันแต่หาเงินได้ขนาดนี้ ในขณะที่ฉันต้องพึ่งพาคุณพ่อคุณแม่ไปตลอด
พ่อฉันเป็นข้าราชการตำรวจตอนนี้เป็นพลเอกแล้ว ครอบครัวฝั่งปู่เป็นตำรวจกันหลายคน ทวดฉันก็เป็นตำรวจ ปู่ฉันก็เคยเป็นผบ.ตร. และปัจจุบันก็ดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองเหมือนกัน ลุงของฉันเป็นทหารอากาศก็ได้ตำแหน่งค่อนข้างสูงในกองทัพ อาของฉันก็เป็นตำรวจ
ลูกชายทุกคนของปู่เป็นตำรวจหมดเลย ส่วนย่าฉันมีฐานะที่ร่ำรวยมากฝั่งย่าฉันมีธุรกิจเกี่ยวกับรับเหมาน่ะ ค้าวัสดุก่อสร้างด้วย พ่อมาแต่งกับแม่ฉันที่ฐานะเสมอกันและเป็นลูกสาวคนเดียวของบริษัทด้านพลังงาน ตระกูลฉันสร้างฐานพีรมิดไว้อย่างมั่นคง และดูเหมือนพ่อจะต้องการต่อยอดไปเรื่อย ๆ
พ่ออยากให้ลูกชายทุกคนเป็นตำรวจ แต่พี่เรย์ไม่เป็น ดังนั้นเขาจึงไปเอาดีทางด้านการบริหารในบริษัทของคุณตาแทน แม่ฉันเป็นกรรมการบริหารที่นั่น แต่คุณตายังบริหารอยู่
ครอบครัวฉันไร้ที่ติในสายตาคนอื่นในสายตาฉันก็บางส่วนนะ ก็หมายถึงว่าคนเราน่ะไม่ได้ดีเลิศไปทุกด้านหรอก เราก็มักจะพรีเซ้นต์แต่ด้านดี ๆ ให้คนอื่นเห็น และปกปิดส่วนด้อยเอาไว้ หรืออาจจะพยายามเหยียบจุดด่างพล้อยไว้ให้ลึกจมดิน และส่งตัวเองไปสู่ยอดบนที่ใคร ๆ ต่างก็เคารพนับถือ
“มินนี่ ลองทานเนื้ออันนี้ดูสิ อร่อยนะครับ” เปรมตักเนื้อผัดอะไรสักอย่างลงจานให้ฉัน
“เปรม มินนี่ไม่ทานเนื้อ” ฉันบอกเขาไปตามตรงแบบไม่ได้ต้องการหักหน้านะ แต่ไม่ทานจริง ๆ พอใส่ปากเคี้ยวร่างกายมันเหมือนจะมีระบบต่อต้านอัตโนมัติไม่ยอมกลืนลงไปเลย ต้องคายออกมาทุกทีที่พยายามฝืนลองทาน คือมันไม่ได้เลยจริง ๆ
“มินนี่เขาไม่ทานเนื้อตั้งแต่เด็กแล้วล่ะจ้ะ” คุณแม่ช่วยเสริมให้
“งั้นเอาคืนมาให้เปรมก็ได้ ลองอันนี้สิล็อบเตอร์ เนื้อดีมาก” ใครก็ได้ช่วยหยุดเปรมให้มินนี่ทีจะได้ไหม คือมันทานไม่ไหวแล้วอ่า....
วันนี้เรามาทานมื้อค่ำที่บ้านเปรมกัน แม่ของเปรมจะได้วัตถุดิบชั้นดีมาก็เลยเชิญครอบครัวเรามา
คุณหญิงปิยะวดีแม่ของเปรมเป็นลูกสาวของอดีตนายกฯ และรัฐมนตรี และผู้ก่อตั้งพรรคการเมืองที่เป็นคะแนนนิยมล้นหลามมาตลอดหลายปี แล้วก็มีธุรกิจเกี่ยวกับอาหารด้วย ก็เลยมักจะส่งวัตถุดิบอาหารไปให้บ้านฉัน หรือว่าเชิญเรามาทานข้าวบ่อย ๆ และมันเป็นกิจกรรมที่ฉันไม่ชอบที่สุดเลย
“พอแล้วตาเปรม มินนี่ตัวนิดเดียวจะได้ทานอะไรเยอะแยะ” มินนี่ขอขอบคุณคุณป้าวดีจริง ๆ นะ
“ถ้าพี่เกษียณแล้วจะลงเลือกตั้งสมัยหน้าเลยไหมครับ” พ่อกำลังคุยกับลุงตฤณพ่อของเปรมอยู่ ตอนนี้ท่านเป็นผบ.ตร.แล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จะเกษียณ
“พรรคชาติรังสรรค์อยากให้พี่เป็นแคนดิเดต ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดก็คงจะลงตามนั้น” คุณลุงตอบไปและนั่นก็หมายความว่าคุณลุงจะเดินทางสายการเมืองเต็มตัวหลังจากเกษียณ “เก็บคดีใหญ่ ๆ ดัง ๆ ไว้สักสองสามคดีนะ เกษียณแล้วมาเป็นสส.สักสมัยพี่จะเสนอเราขึ้นเป็นแคนดิเดต”
“ครับพี่” พ่อน่ะเชื่อฟังลุงตฤณมากนะ พ่ออยากจะลงการเมืองหลังจากเกษียณ
“หนูมินนี่กับเปรมก็น่าจะเรียนจบปีหน้าไล่ ๆ กันใช่ไหม” คุณลุงกับหันเหความสนใจมาที่ฉันกับเปรม ซึ่งฉันกำลังรู้สึกว่าเป็นสัญญาณอันตราย “ต้นปีหน้าเหมาะนะที่จะหมั้นกัน”
“พี่ว่าจะพูดอยู่หลายทีแต่หาจังหวะเหมาะ ๆ ไม่ได้วันนี้ไหน ๆ ก็อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแล้วก็พูดเลยดีกว่า” ฉันเหลือบตาไปมองเปรม เขาอมยิ้มแล้วหันมามองฉัน “เด็ก ๆ ก็ชอบพอกันอยู่แล้ว ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมคะ คุณภาคกับคุณจิก็คงเห็นด้วยใช่”
“ฉันไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ เราก็คนกันเองทั้งนั้นไม่ต้องอะไรมากมาย” ฉันไม่มีโอกาสได้พูดเลย ทั้งที่เป็นเรื่องของฉันแท้ ๆ แต่ผู้ใหญ่กับทำให้เหมือนกับว่าฉันไม่เหมาะสมที่จะคุย
“ครับ ยังไงก็คนกันเองทั้งนั้น ผมน่ะไม่มีปัญหาอยู่แล้วใช่ไหมมินนี่” พ่อไม่ได้ต้องการให้ฉันตอบหรอก แต่แค่ถามไปอย่างนั้น เพราะถ้าฉันตอบจริง ๆ ฉันจะตอบว่าไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว
ฉันไม่ชอบเปรม ไม่ได้คิดอะไรกับเขามากไปเกินกว่าเพื่อนของแฝดฉันเอง มองว่าเปรมเป็นเพื่อนคนหนึ่งไม่ได้อยากจะแต่งงาน ใช้ชีวิตกับเขาในฐานะสามีภรรยาด้วย นิสัยของเราก็คงไม่น่าจะเข้ากันได้ และผู้ชายแบบเปรมก็ไม่ใช่สเปคฉันสักนิดเดียว
“อ้อ ลืมไปเลยพรุ่งนี้เปรมว่างไหมจ๊ะ อาจะให้มินนี่ไปทำธุระให้เปรมไปเป็นเพื่อนมินนี่ได้ไหม” แม่หันมาถามเปรมที่ตอนนี้หน้าเขาบานยิ่งกว่าอะไร
“ไม่ต้องกวนเปรมหรอกค่ะแม่ มินนี่ไปเองได้มินนี่มีธุระอย่างอื่นด้วย”
“ไม่ต้องเกรงใจ มินนี่อยากจะไปไหนเปรมพาไปได้ทุกที่” ไม่ได้เกรงใจ แต่คือไม่อยากไปกับเปรม
“ตาเปรมน่ะตอนเด็กก็ตามมินนี่ต้อย ๆ โตมาคิดว่าจะไม่ชอบกันเพราะตาเปรมไปคบคนอื่น พี่คิดว่าคุณจิกับคุณภาคคงจะโกรธไม่ยอมยกมินนี่ให้ซะแล้ว” คุณป้ายิ้มให้ฉันแล้วมองผ่านไปยังพ่อกับแม่
“เด็ก ๆ ก็อย่างนี้ล่ะครับ โตขึ้นมาก็ลองผิดลองถูกกันไป ให้เรียนรู้เองเดี๋ยวก็รู้ว่าอะไรเหมาะกับตัวเองที่สุด” พ่อว่าแล้วก็หันไปรินไวน์ให้ลุงตฤณ “มาครับพี่ ดื่มกันดีกว่า ไวน์นี้ผมได้มาเมื่อเดือนก่อนลองไปแล้วขวดหนึ่ง รสชาติดีมากเลยครับ”
ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครดูออกเลยนะว่าฉันรู้สึกยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น หรือบางทีอาจจะดูออกแต่แกล้งไม่พูดก็ได้ ทั้งที่ทุกคนตรงก็เหมือนจะเคยตกอยู่ในสถานการณ์คลุมถุงชน
พี่สาวคนโตของเปรมถูกจับคู่ให้กับลูกชายของนักธุรกิจที่รวยติดท็อปประเทศและเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้พรรค พี่สาวคนที่สองของเปรมก็คล้ายกัน พี่สาวคนที่สามกำลังเรียนโทอยู่แต่ก็มีคู่หมั้นแล้ว เป็นลูกของผู้ที่มีตำแหน่งใหญ่โตพอสมควร เปรมเป็นลูกชายคนเดียวและเป็นคนเล็กด้วย
เขาถูกเลี้ยงมาเพื่อให้เดินรอยตามพ่อของเขาคล้ายกับมิกกี้ และด้วยความที่เป็นลูกชายคนเดียวแถมยังเป็นคนเล็กอีก เขาก็เลยถูกตามใจเขาก็เลยเป็นคนถือตัวและอวดดี
End Minnie Pharitha Talk