เดิมพันรักครั้งที่ 2
2/3
Gear Sathiravich Talk
“เจอกันพี่” ผมบอกลาเพื่อนในวงหลังจากซ้อมเพลงใหม่เสร็จ เราเช่าห้องซ้อมในห้างเอาไว้ซ้อมอาทิตย์ละสามชั่วโมงเพื่อซ้อมเพลงใหม่กันเรื่อย ๆ และซ้อมเพลงกันด้วยรวมถึงมิกซ์เพลงเมดเล่เอาไว้
หลังจากแยกกันผมกะว่าจะเดินซื้อของใช้สักหน่อยแล้วก็จะกลับไปนอน วันนี้วันเสาร์และผมมีทำงานสองร้านช่วงสองทุ่มถึงสามทุ่มครึ่ง แล้วก็มีสี่ทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืน
ผมเล่นดนตรีกับวงของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน รายได้ดี และแต่ละร้านที่เรารับก็เป็นร้านระดับท็อปที่ลูกค้าเต็มแทบทุกวัน และทิปหนัก ปกติทิปที่ได้ก็แทบจะเยอะกว่าค่าจ้างรายชั่วโมงอีกเกือบสองเท่าตัว
ผมทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนเพราะไม่ได้อยากเรียนในสิ่งที่ทางบ้านคาดหวังให้เรียน ผมก็เลยต้องรับผิดชอบตัวเองแทบทั้งหมด แต่มันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นหรอก ระหว่างผมกำลังเดินไปตามห้างเหมือนผมจะเห็นมินนี่แวบ ๆ เธออยู่ในโซนร้านขายเสื้อผ้า เหมือนว่ากำลังแอบใครอยู่เลย
มินนี่เป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัย และเป็นคนคุยกัน จะเรียกอย่างนั้นก็คงได้แต่แชตค่อนข้างหนักขวา
“แอบใครอยู่เหรอ” ผมเข้าไปถามมินนี่อยู่ในร้านขายชุดนั้นในผู้หญิง แม้ปกติจะไม่เคยเข้ามาและผู้ชายส่วนใหญ่ก็คงไม่เข้าร้านแบบนี้ แต่พอเห็นมินนี่ก็เลยอยากจะเข้าไปทักดู
“เกียร์ ตกใจหมดเลย” คนตัวเล็กสะดุ้งโหยงตอนผมแตะมือลงบนไหล่เธอ เธอดูตกใจจริงจังเหมือนกับว่ากำลังแอบอะไรสักอย่างที่หน้ากลัวมาก
“เป็นอะไรหรือเปล่า” ผมถามเธอมินนี่มองออกไปทางหน้าร้านและตอนนั้นเหมือนว่าจะเห็นไอ้เปรมอยุ่ตรงนั้นพอดีมันยังไม่มองมาแต่มินนี่เห็นมันแล้วก็เดินหายเข้าไปในม่านของห้องลองชุด มินนี่อาจจะกำลังหลบมันอยู่ “แอบไอ้เปรมอยู่เหรอ”
“อื้อ” เธอตอบกลับมา แต่วันนี้มินนี่เม้าส์ไม่ดุแล้วนะที่ผมเรียกมันว่าไอ้
เปรมมองเข้ามาในร้านนี้ แต่ว่าเราอยู่ค่อนข้างลึกและมีหุ่นกับราวชุดบังเอาไว้ พอไม่เห็นมินนี่มันก็เลยเดินผ่านไป ผมไม่เคยหินมินนี่ทำตัวแบบนี้นะ แต่เคยเห็นเธอมากับไอ้เปรมและพี่ชายเธอครั้งหนึ่งเมื่อสองอาทิตย์ก่อน วันนี้มินนี่ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ด้วย
“เปรมไปแล้ว” ผมโผล่หน้าเข้าไป มินนี่ทำท่าทางโล่งอกก่อนจะเดินออกมา “หนีทำไม”
“ก็แค่เบื่อ ๆ” เธอพูดเสียงเบาแล้วมองออกไปนอกร้าน “มินนี่ไม่ได้อยากมากับเปรมเลย”
“งั้นออกไปข้างนอกกันไหม” ผมถามแล้วก็รูดซิบฮู้ดตัวเองออก “ใส่นี่ก่อนเปรมจะได้จำไม่ได้”
“ขอบคุณนะคะ” มินนี่รับเสื้อไปใส่แล้วรูดซิบแถมยังเอาหมวกมาปิด เสื้อผมตัวใหญ่ พอมินนี่ใส่แล้วมันคล้ายเดรสเลย จังหวะที่เดินออกมานอกร้านผมเห็นไอ้เปรมอยู่อีกฝั่งที่อยู่เยื้อง ๆ มันไม่ได้หันมาทางนี้แต่ผมเดินเข้าไปชิดร่างมินนี่แล้วโอบเธอ
“เปรมอยู่ทางขวา รีบเดินเถอะทำแบบนี้มันจะไม่ได้ไม่สงสัย” ผมโอบไหล่มินแล้วพาเธอเดินเข้าลิฟต์ พาเธอลงมาชั้นล่างสุดเพื่อไปเอารถของผมที่จอดอยู่ชั้นล่าง เพราะจักรยานยนต์จอดได้แค่ชั้นล่าง
“ขอบคุณมากนะเกียร์” มินนี่มองผมเหมือนผมเป็นฮีโร่ของเธอเลย
“ถ้ารู้สึกไม่ชอบจะมากับมันทำไม” ผมถามระหว่างที่พาเธอเดินออกมา
“ภาวะจำยอมน่ะ” เธอยิ้มแหยง ๆ สีหน้าดูไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก “มินนี่ต้องมาทำธุระให้คุณแม่ แล้วคุณแม่ก็ให้เปรมพามา ก็เลยต้องมาด้วยกัน”
“งั้นออกไปจากห้างกันไหม เดี๋ยวไอ้เปรมมันเห็นอีก” คนตัวเล็กพยักหน้าหงึก “มินนี่อยากไปไหน”
“เดี๋ยวมินนี่เรียกรถมารับก็ได้ ไม่กวนเกียร์หรอก”
“ไม่กวนครับ เกียร์เต็มใจ” คำพูดของผมทำให้คนตรงหน้าก้มหน้างุด ๆ แก้มที่ถูกตกแต่งดับบัชออนสีพีชเปลี่ยนไปเป็นสีชมพูระเรื่อ “มินนี่นั่งมอไซฯ ได้ไหม”
“มินนี่ไม่เคยนั่งมอไซฯ” ริมฝีปากเล็กขยับแบบขมุบขมิบดูเหมือนกำลังอายและกังวลไปด้วย
“ไม่น่ากลัวหรอก ลองขึ้นสิเดี๋ยวเกียร์พาไปกินขนม” ผมถอยรถออกมาแล้วก็ขึ้นคร่อมก่อนจะตบเบาะด้านหลัง เธอเม้มริมฝีปากหน่อย ๆ แล้วก็ดูจะลังเล “มาครับ”
“ก็ได้” เธอตอบแล้วก็พยายามขึ้นมานั่งด้วยท่าทางที่เก้ ๆ กัง ๆ ตอนรถอยู่กับผมมันก็ไม่ได้ดูคันใหญ่ขนาดนั้น แต่พอมีมินนี่มาเทียบก็กลายเป็นว่ารถผมคันใหญ่มากเลยล่ะ มินนี่นั่งแล้วแต่หมวกกันน็อกมีแค่อันเดียวผมก็เลยหยิบมาแล้วสวมลงบนหัวเธอ “เกียร์ไม่ใส่เหรอคะ”
“ไม่ใส่หรอก ให้มินนี่ใส่ดีกว่า” ตอนพูดผมก็ล็อกตัวล็อกให้เธอมินนี่หน้าแดงกว่าตอนแรกอีก ผมรู้ว่าเธอกำลังรู้สึกยังไงแต่ก็แสร้งถาม “มินนี่ร้อนเหรอ หน้าแดงเชียว”
“ใช่ พามินนี่ไปได้แล้วเดี๋ยวเปรมมาเห็น” ผมยิ้มกับการโกหกซ่อนอาการของเธอ
“เกาะดี ๆ นะเดี๋ยวตกเอา” ตอนผมสตาร์ทและเสียงท่อที่ค่อนข้างดังกว่ารถปกติเธอก็ตกใจจนกอดเอวผมแน่น มีอะไรนุ่มนิ่มมาโดนแผ่นหลังผมด้วยล่ะ
ผมไม่ได้ Sexual Harassment เธอนะแต่ว่ามันโดนแบบช่วยไม่ได้ มินนี่ตัวเล็ก หุ่นดีและมีน้ำมีนวลพอสมควรเลย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์บอบบางน่าทะนุถนอมของเธอมันจางลง
มินนี่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักในคณะ ผู้ชายส่วนใหญ่ชื่นชอบเธอเพราะเธอสวย ดูน่ารัก น่าทะนุถนอม ผิวขาวเนียนละเอียด ผมยาวสุขภาพดี หน้าเล็กปากสวย ตาก็สวย ยิ้มหวานแถมยังมีลักยิ้มอีก เธอได้เป็นดาวสาขาของเธอ ดาวคณะ ไม่มีตรงไหนที่ให้ติเลยสักนิด เพื่อนเธอชอบเรียกว่าคุณหนู
เราไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน แต่ตอนประกวดดาวเดือนสาขาก็เคยเจอกัน ความจริงผมจะได้เป็นเดือนคณะแต่ผมว่ามันไม่เหมาะสุดท้ายผมก็เลยได้รองเดือนมา หลังจากนั้นก็ไม่ได้ใกล้ชิดกับเธออีก จนกระทั่งต้าร์ เพื่อนที่เล่นบาสด้วยกันคบกับเพื่อนของเธอ
ผมกับต้าร์รู้จักกันตอนเรียนพิเศษช่วงมอปลาย แล้วพอมหาลัยก็มาคณะเดียวกัน และไปเล่นบาสด้วยกันบ่อยเลยสนิทกัน เพื่อนเธอทุกคนรู้ว่าผมกำลังจีบมินนี่ และทุกคนก็ช่วยเต็มที่
ก่อนหน้านี้ผมก็สนใจเธออยู่แม้ว่าในบรรดาผู้หญิงที่ผมมีสัมพันธ์ด้วยจะคนละแนวกับมินนี่ แต่ว่าพอเธอแตกต่างจากคนอื่น ก็ทำให้ผมสนใจเธอขึ้นมา
“ของหวานร้านนี้อร่อย” ผมจอดรถลงที่ร้านขนมร้านหนึ่งแถวหลังมหาลัย
“เกียร์ไม่ทานของหวานไม่ใช่เหรอ” คนตัวเล็กลงจากรถและถอดหมวกส่งให้
“มินนี่รู้ได้ไง”
“ก็เกียร์บอกมินนี่เอง ตอนแชตกัน” ผมอดที่จะยีหัวเธอไม่ได้เลยนะ ในข้อความหลายร้อยที่ผมส่งไปหาเธอมันหนักขวาและชวนคุยไปเรื่อย ผมคิดว่ามินนี่อาจจะไม่สนใจเพราะเธอตอบน้อยมาก แต่กลายเป็นว่าเธอจำได้ทั้งที่ผมก็ลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยส่ง
“ทำไมมินนี่น่ารักจังล่ะ” ผมพูดอย่างนั้นเพราะเธอน่ารักจริง ๆ
“เข้าไปข้างในกัน มินนี่ร้อนแล้ว” เธอน่ะเดินนำไปแล้ว มินนี่เม้าส์เวลาเขินแล้วน่ารักจริง ๆ
เราเข้ามาข้างใน นั่งโต๊ะที่อยู่ริมสุดแล้วสั่งขนมไปสองอย่างกับ น้ำหวานสองแก้ว วันนี้มินนี่ดูไม่ค่อยสดใสเหมือนปกติ คือถึงแม้ว่าเวลาที่ผมเห็นเธอจะไม่ค่อยยิ้มและพูดน้อยกว่าเพื่อนในกลุ่ม แต่ว่าเธอก็ไม่ได้ดูหดหู่เท่านี้เลย อีกอย่ากง้ถอนหายใจมากสองสามครั้งแล้วด้วย
“มินนี่เม้าส์เป็นอะไร เล่าให้เกียร์ฟังได้นะ”
“เอ๋ เกียร์เรียกมินนี่ว่ามินนี่เม้าส์เหรอคะ” เธอยิ้มออกมาหลังจากที่ทำหน้าหดหู่อยู่นาน
“เกียร์เดาว่าชื่อมินนี่มาจากมินนี่เม้าส์ใช่ไหม พี่ชายมินนี่ก็ชื่อมิกกี้นี่”
“ใช่แล้วล่ะ”
“เวลายิ้ม” ก็มีลักยิ้มเหมือนมินนี่เม้าส์ คนตรงหน้าหลุบตาลงแต่ใบหน้าก็ยังเปื้อนยิ้มอยู่ แต่ไม่นานก็เหมือนจะหุบยิ้มลงแล้วก็เงยหน้าขึ้นมา
“ที่บ้านมินนี่อยากให้หมั้นกับเปรม” ดูเหมือนว่ากำลังจะตัดเข้าสู่ช่วงเคร่งเครียดกันเลยสินะ พอได้ยินแบบนี้แล้วก็ไม่ทันตั้งตัวเหมือนกัน “มินนี่แค่รู้สึกไม่ดีน่ะ”
“มินนี่ไม่ชอบเปรมเหรอ” แม้จะรู้อยู่แล้วจากท่าทีวันนี้แต่กอยากถามให้มันใจ
“ไม่ได้ไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้ชอบน่ะ คือเฉย ๆ มองว่าเป็นคนรู้จัก” ผมกำลังฟังเธอและสบตาไปด้วยอย่างตั้งใจ “ครอบครัวมินนี่รู้จักครอบครัวเปรมมานานแล้ว เปรมก็เป็นเพื่อนมิกกี้ด้วย มินนี่ลำบากใจเวลาที่ต้องอยู่กับเปรมแต่ก็ปฏิเสธอยาก”
“มินนี่ไม่ได้บอกที่บ้านเหรอว่าไม่ชอบ” เธอสั่นหัวเบา ๆ
“มันพูดยาก” ดูเหมือนว่าคนสวยจะอึดอัดใจมากพอสมควร “มินนี่รู้ตัวว่าคงเข้ากับเปรมไม่ได้หรอก เปรมมีนิสัยที่มินนี่ไม่ชอบหลายอย่าง แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะพัฒนาได้ด้วย”
“มินนี่แค่กังวลไปเองหรือเปล่า อาจจะอคติไปก่อนเลยคิดว่าคงเข้ากันไม่ได้” ผมแค่เสนอความเห็น แต่ตอนนั้นคนที่เหมือนจะถูกขัดความคิดก็เบะปากงอแง
“เกียร์พูดเหมือนว่าอยากให้มินนี่ลองเปิดให้เปรมเลย เกียร์อยากให้มินนี่คบกับเปรมเหรอคะ”
“ต้องไม่ใช่อยู่แล้ว เกียร์จีบเธออยู่นะครับ จะอยากให้เธอคบกับคนอื่นทำไม” ตอนนั้นคนตรงหน้าก็อาปากหวอราวกับว่าถูกก็ Stop เอาไว้เลยล่ะ เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
“เกียร์นิสัยไม่ดีเลย” เธอบ่นอุบอิบ
“เกียร์พูดความจริง นิสัยไม่ดีตรงไหนคะ?”
“มินนี่ไม่ฟังแล้ว” เธอใช้สองมือปิดหูแต่ท่าทางทั้งหมดนั้นก็น่าเอ็นดูไปเสียหมด
“ขออนุญาตเสิร์ฟค่ะ” ของหวานที่เราสั่งไปก็มาเสิร์ฟให้ นี่เหมือนเดทแรกของผมกับเธอในสถานการณ์ที่ปุบปับจนไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ก็ถือว่าไปได้ดีกว่าที่คิด