تسجيل الدخولเหตุเกิดจากเรื่องวุ่น ๆ ในห้องน้ำ เลยทำให้หัวใจของหนุ่มวิศวะอย่าง ‘คินน์’ ต้องว้าวุ่น เมื่อเขาดันตกหลุมรักน้องปีหนึ่งคณะศิลปกรรมที่ชื่อ ‘สมายด์’ และ…เขาต้องได้ …เธอต้องโดน
عرض المزيدINTRO - ลูกอม 🍬
“สมายด์แกอยู่ไหนเนี่ยยยยย”
เสียงปลายสายตะโกนเข้ามาในมือถือของหญิงสาวที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากห้องสอบคนสุดท้าย
“โอ้ย ฉันจะอยู่ไหนเล่า ก็อยู่ที่คณะดิ เพิ่งส่งข้อสอบอาจารย์เสร็จ กำลังวิ่งอยู่เนี่ย”
“ทำอะไรช้าตลอดเลยแก เออตกลงจะให้พวกฉันรอแกตรงไหน”
“ไม่ต้องรอ เดี๋ยวนั่งวินตามไป พวกแกไปจองโต๊ะที่ร้านชาบูก่อนเลยเดี๋ยวคนเต็ม ฉันแวะไปฉี่แป๊บหนึ่ง ปวดฉี่อะ”
สมายด์ นักศึกษาปีหนึ่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ ตะโกนตอบกลับปลายสายที่เพิ่งโทรเข้ามา เธอทั้งวิ่งทั้งตอบกลับมือถือ มันเป็นอะไรที่เหนื่อยสุด ๆ และตอนนี้เธอกำลังทำเวลาแข่งกับน้ำในกระเพาะปัสสาวะที่จวนจะเล็ดออกมาอยู่รอมร่อ
“ไม่ต้องรอจริงดิ”
“เออไม่ต้อง เดี๋ยวตามไป แค่นี้นะ”
“เออ ไว ๆ ด้วย”
“เค รู้แล้วน่า แค่ฉี่ไม่ถึงนาที”
เธอรีบกดตัดสาย ก่อนจะใช้ความเร็วขั้นสูงสุดเพื่อวิ่งหาห้องน้ำ
ซึ่งสาเหตุก็ไม่ใช่อะไรเกิดจากอีตอนที่เธอสอบมัวแต่กลั้นฉี่ เลยปวดแบบจัดๆ จัดชนิดที่ว่าทำข้อสอบแทบไม่รู้เรื่อง ข้อเขียนไม่เท่าไหร่แต่อันสุดท้ายที่ต้องให้วาดรูป เพราะมันดันเป็นข้อสอบวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ ครั้นจะไม่ตั้งใจทำก็ไม่ได้
ส่วนไอ้ที่ทำเสร็จช้ากว่าเพื่อนจนออกมาเป็นคนสุดท้ายก็เพราะว่า…
ก่อนหน้านี้
“เย้เสร็จแล้ว”
หญิงสาวลุกพรวดด้วยความดีใจเพราะทำข้อสอบเสร็จก่อนคนอื่น แต่ทว่าเพราะความซุ่มซ่าม ทำให้เธอชนกับแก้วน้ำที่ใช้ล้างพู่กันจนหกกระเด็นใส่ภาพงานที่เธอเพิ่งวาดเสร็จสด ๆ ร้อน ๆ
“เชี่ยล่ะ” สมายด์อ้าปากค้างมองดูสีน้ำที่ค่อย ๆ หยดกระจายไหลหยดซึมจนมองไม่เห็นภาพต้นฉบับ สายตาทุกคู่ในห้องสอบมองมาที่เธอเป็นตาเดียว ในขณะที่เธอแทบช็อกรีบหยิบกระดาษวาดรูปโบกไปมาเพื่อหวังจะเป่าให้แห้ง แต่ทว่ายิ่งสะบัด น้ำก็ยิ่งกระจายเป็นวงกว้าง จนกระทั่งซึมเต็มไปทั่วแผ่นกระดาษจนไม่เหลือภาพที่เธอลงสีไว้
นรกมาก...
ใบหน้าหวานแหยแก บอกไม่ถูกเลยว่าจะทำสีหน้าอารมณ์ไหน ในชั่วโมงที่เร่งรีบสุด ๆ แบบนี้ แถมงานที่ทำไว้ก็พังยับ ซ้ำยังปวดฉี่แบบจัด ๆ
อึก...เวรกรรมอะไรเนี้ย แม่งเอ๊ย! รู้สึกเหมือนน้ำตาแทบจะเล็ดออกมาพร้อม ๆ ฉี่
โชคดีที่อาจารย์ประจำวิชายังใจดีสงสารเลยให้โอกาสกับเธอได้วาดใหม่ ทำให้ต้องจำใจรับกระดาษนั่นมาแล้วเริ่มลงมือวาดอีกครั้ง
น้ำตาพานจะไหลเพราะต้องอั้นปัสสาวะสุด ๆ แต่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการที่ค่อย ๆ หย่อนก้นลงนั่งลงที่โต๊ะตามเดิม แล้วเริ่มลงมือวาดภาพและลงสีน้ำใหม่ทั้งหมด ความรู้สึกของเธอในตอนนี้เหมือนคนที่ก่อปราสาททรายเสร็จ แล้วน้ำทะเลพัดวูบเข้ามา ตู้ม! ตูมเดียว ไม่เหลืออะไรเลย…
เพื่อนร่วมงานทยอยออกจากห้องสอบ ในขณะที่สมายด์กว่าจะวาดและลงสี ส่งข้อสอบเป็นคนสุดท้าย แล้วไม่ต้องคาดหวังเลยว่าวิชานี้เธอจะได้เกรดA ถ้างานสภาพนี้ได้คะแนน บอกเลยปาฏิหาริย์มาก
หลังสอบเสร็จ นักศึกษาตามคณะก็พากันทยอยกลับออกจากมหาวิทยาลัย ไม่ใช่อะไรส่วนใหญ่ก็มีนัดไปหาอะไรกินกันตามปกติ ดังนั้นสมายด์ที่เพิ่งออกจากอาคารแทบจะเป็นคนท้าย ๆ ทำให้คณะดูเงียบมาก มากจนแทบไม่มีนักศึกษาหลงเหลือ
เสียงฝีเท้าของสมายด์วิ่งตรงไปทางห้องน้ำหญิง ตั้งใจหาห้องน้ำที่อยู่ในหลังอาคารและใกล้เธอ
แต่ทว่า...เมื่อมาถึง สมายด์แทบช็อก เพราะเจอป้ายสีเหลืองที่ตั้งอยู่หน้าห้องน้ำหญิงเขียนตัวหนังสือสีแดง ๆ ว่าห้องน้ำปิดปรับปรุง!
“บะ บ้าน่า จะมาปรับปรุงทำไมตอนนี้เนี้ย ซี้ด เอาไงดีวะ”
สองขาหนีบยืนตัวบิด รู้สึกเหมือนตัวเองวิ่งมาถึงจนมาเจอปากทางเข้าสวรรค์อยู่รอมร่อแต่ดันมาเจอกับนรกแทน
นาทีวิกฤติแบบนี้เหลือเวลาให้คิดอะไรได้ไม่มากนัก เธอมองซ้ายมองขวาก่อนจะเห็นเป้าหมายสุดท้ายที่เหลืออยู่
และใช่…มันคือห้องน้ำชายที่อยู่ข้าง ๆ
งั้นก็เข้าห้องน้ำชายมันนี่แหละ
ทางเลือกสุดท้ายก่อนที่ฉี่จะแตก ห้องน้ำชายเลยเป็นสวรรค์สุดท้ายของสมายด์ และโชคดีมากอีกเหมือนกัน ที่เมื่อเธอเปิดประตูห้องน้ำมาแล้วไม่เจอคนอยู่
สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวตอนนี้ คือการวิ่งปรี่เข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ท้ายสุดเพื่อปลดปล่อยมันออกมา ....
หลังทำภารกิจเสร็จสิ้น สมายด์พ่นลมหายใจโล่งที่ได้ปลดปล่อยน้ำออกจากกระเพาะปัสสาวะได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่ฉี่จะราด เธอกดชักโครกและทำท่าจะเดินออกไปที่อ่างล้างมือ
แกร๊ก!
อยู่ ๆ ลูกบิดประตูห้องน้ำใหญ่จากด้านนอกก็ดังขึ้น หญิงสาวสะดุ้งเฮือก
“ซวยแล้ว ยะ...อย่าบอกนะว่ากำลังจะมีผู้ชายเข้ามาในห้องน้ำตอนนี้!”
เสี้ยววินาทีที่ประตูห้องน้ำใหญ่เปิดออก ความจวนตัวเพราะกลัวจับได้ว่ามาเข้าห้องน้ำผู้ชาย เลยรีบวิ่งกลับเข้าไปซ่อนตัวในห้องน้ำตามเดิม
“ห้องน้ำไม่มีคน ตามมาสิ”
เสียงผู้หญิงที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องน้ำเอ่ยขึ้น ทำเอาสมายด์ถอนหายใจโล่งอก นึกโชคดีที่อย่างน้อยก็เป็นผู้หญิงที่เข้ามา คงเพราะปวดฉี่เหมือนกับเธอ นึกเข้าข้างตัวเองว่าต้องมีคนคิดแบบเดียวกัน ในเมื่อห้องน้ำหญิงชำรุด ก็ต้องมาเข้าห้องน้ำชายด้วยกันทั้งนั้นแหละ
อุตส่าห์โล่งใจที่คิดว่ามีเพื่อนผู้หญิงเข้ามา และกำลังตัดสินใจที่จะเปิดประตูก้าวออกไป แต่ทว่า
“จะเอาตรงนี้เลยอ่อ ไปในห้องน้ำตรงนั้นไหม”
มือเรียวที่กำลังจะเปิดประตูออกไปชะงักกึก! เพราะเสียงที่ได้ยินต่อมาคือเสียงผู้ชาย ดูเหมือนว่าเขาจะเดินตามเสียงผู้หญิงคนนั้นมาติด ๆ
“ไม่อะ ห้องน้ำเล็กมันแคบ เอากันตรงนี้แหละ” เสียงผู้หญิงตอบกลับ
“เอองั้นตรงไหนก็ได้ไม่ติด”
“เอาตรงนี้เลยนะ”
“อืม...อมให้หน่อยดิ”
“ได้เลยกำลังอยากอมให้อยู่พอดี...”
หา!!! อม! คำสองแง่สองง่ามชวนให้คนฟังคิดดีไม่ได้ ทำให้สมายด์ที่แอบอยู่ในห้องน้ำถึงกับยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ
อะ อม? ว่าแต่อม
อมอะไร ใครเอาลูกอมอะไรมากินในห้องน้ำ
“อ๊ะ นั่นพี่ธันย์กับพี่ครีมมานิ” มิยาชี้ให้เพื่อน ๆ ดูธันย์ที่เดินถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่เดินเข้ามากับแฟนสาวของเขาที่ชื่อครีม ก่อนที่มิยาจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นรุ่นพี่ฮาชิเดินตามเข้ามาอีกคนจากด้านหลัง ทั้งที่นึกว่ารุ่นพี่ฮาชิจะไม่สนใจจะมาร่วมงานรับปริญญาเธอเสียอีกไม่ต่างอะไรกับน้ำรินที่เคยมีคดีรัก ๆ เลิก ๆ กับรุ่นพี่กายอยู่บ่อย ๆ ซึ่งเพื่อนฝูงก็ไม่รู้ว่าสองคนไปตกลงใจกันตั้งแต่ตอนไหน มารู้ก็อีตอนรุ่นพี่กายเปิดตัวคบกับน้ำรินอย่างเป็นทางการ แถมยังเป็นคู่รักที่ดูหวานเอามาก ๆ รุ่นพี่กายกลายเป็นกลัวเมียของแท้ และน้ำรินก็เอากายได้อยู่หมัด ผิดกับภาพพจน์เสือผู้หญิงที่ใคร ๆ เคยรู้จักลิบลับส่วนมินิเองก็มีแฟนแล้วเช่นกันดูน่ารักและก็เหมาะสมกันดีจะมีก็แต่สมายด์ มีคนรัก แต่คนรักกลับไม่ได้มาร่วมงาน เธอมองจนรุ่นพี่ทั้งหมดมากับครบ แต่คนที่เธอมองหากลับไม่ได้มาด้วย“ยินดีด้วยนะครับน้อง ๆ” ธันย์กับครีมยื่นช่อดอกไม้ให้สาว ๆ ทั้งสี่คน ก่อนที่กายจะเดินเข้าไปหาน้ำริน และฮาชิเดินเข้าไปหามิยาเหลือแต่สมายด์ที่ยืนยิ้มเศร้ามองคู่รักคนอื่น ด้วยความรู้สึกวูบโหวงอยู่ในใจ ก้มมองมือถือในมือแล้วลองโทรไปหาอีกครั้งก็เหมือนเด
หลายเดือนต่อมาสนามบินสุวรรณภูมิสมายด์กับกลุ่มเพื่อนของเธอมาส่ง คินน์กับเพื่อนของเขาที่สนามบิน เธอยืนมองภาพคนรักที่ยืนคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อนของเขาด้วยความรู้สึกวูบโหวงภายในใจ ใบหน้าหวานยิ้มปนเศร้า ทั้งที่ทำใจมาแล้วก่อนหน้านี้ พอถึงคราวที่เขาต้องเดินทางไปจริง ๆ ก็อดใจหายไม่ได้ที่สุดแล้วยังไงเสียพี่คินน์ของเธอ ก็ต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศอยู่ดี เพราะครอบครัวของเขารวมถึงกลุ่มเพื่อน ๆ ได้วางแพลนกันไว้แล้ว ที่สำคัญทั้งหมดที่ตัดสินใจไป ก็เพื่อหาความมั่นคงในอนาคต“ไม่ดื้อนะครับ ไว้พี่จะรีบกลับมา” คินน์หันกลับมามองคนรักที่ทำตาแดงคล้ายคนจะร้องไห้ เขาดึงมือเธอมาเข้ามากอด“ค่ะ”“ห้ามคุยกับผู้ชาย เพราะพี่หวงมาก”“ค่ะ พี่คินน์ก็เหมือนกัน”“พี่มองแค่มายด์คนเดียวมาตลอด และจะเป็นแบบนั้นตลอดไป”“สัญญานะคะ”“ครับพี่สัญญา”เกียร์อยู่ที่ใคร ใจเป็นของเกียร์ ประโยคยอดฮิตของสาว ๆ ที่มีแฟนเป็นหนุ่มวิศวะ …“ไว้พี่จะรีบกลับมา…” เข้าก้มลงจูบหน้าผากคนตัวเล็กอย่างไม่อายใคร ก่อนที่จะถึงเวลาขึ้นเครื่อง คินน์และกลุ่มเพื่อนของเขาจึงต้องแยกตัวออกไป~เครื่องบินลาลับขอบฟ้าห่างออกไป พร้อมกับคำสัญญาที่ให้ไว้ ว่าเขาจะรีบ
อุณหภูมิภายในห้องร้อนรุ่มไต่ระดับตามความร้อนเร่า คินน์เริ่มขยับเข้าออกกระแทกทั้นจากเนิบนาบเป็นหนักหน่วง ก่อนที่คินน์จะช้อนมือไปที่แก้มก้นของคนตัวเล็กเพื่อยกตัวเธอจนลอยขึ้น“อ๊ะ พี่คินน์”สมายด์ตกใจ สองมือผวาคล้องคอคินน์กระชับให้แน่นขึ้น ทว่าเสี้ยววินาทีต่อมากลับถูกทำให้ใจเต้นแรงหนักกว่าเดิม เมื่อคินน์เริ่มอุ้มเธอแล้วเดินมาที่เตียงในสภาพที่ส่วนนั้นยังกระแทกเข้าออกไม่ยอมหยุด“อะ อ๊า…พี่คินน์”ใบหน้าหล่อขบกรามจนเป็นสัน ความคับแน่นของหญิงสาวกำลังทำให้เขาแทบคลั่ง ก่อนจะพาเธอมาจนถึงปลายเตียง แล้วค่อย ๆ วางแผ่นหลังของสมายด์ลงอย่างนิ่มนวล ผิดกลับเอวสอบที่กระแทกหนักหน่วงขึ้นปั่ก ปั่ก ปั่ก“อ๊า พี่คินน์ พี่คินน์ขา”เธอเรียกชื่อเขานับไม่ถ้วน เหมือนจะชดเชยเวลาที่ขาดหายไปร่วมปีที่ไม่เคยได้เรียกเขา และคินน์เองก็ไม่ได้ต่างกัน สองมือเอื้อมมือไปขย้ำที่หน้าอกที่กำลังกระเพื่อมไหวตามแรงกระแทก“อืม…น้องมายด์ อา ซีี๊ด โคตรแน่น”“อ๊า พี่คินน์ อื้อ มายด์จะ…อ๊ะ อ๊าย”หน้าท้องสมายด์หดเกร็ง เธอกระตุกหอบเป็นรอบสอง จุดบอบบางตอดรัดแก่นกายของคินน์แน่น สร้างความปวดหนึบจนเขาต้องอัดตอกกระแทกทั้นแรงขึ้น หนักหน่วงขึ้น
ทันทีที่ประตูภายในห้องนอนถูกปิดลง ร่างบางก็ถูกดันจนแผ่นหลังแนบชิดติดกับผนัง มือหนาจับชายเสื้อของคนตัวเล็กหมายจะให้ยกข้ามผ่านศีรษะ แต่กลับถูกมือของสมายด์ยั้งมือหนาเอาไว้ก่อน“ดะ เดี๋ยวค่ะพี่คินน์ เราจะไม่คุยกันก่อนหรือคะ”“คุย?” ใบหน้าหล่อเลิกคิ้วหนา ตั้งคำถามคล้ายสงสัย…เวลาแบบนี้ยังต้องคุยอะไรกันอีก“ใช่ค่ะ เราน่าจะคุยกันก่อน”สมายด์รีบพยักหน้ารับหงึก ๆ ดวงตาคู่สวยกะพริบถี่ประหนึ่งตัวเองกำลังเป็นกระต่ายตัวน้อยที่กำลังจะถูกหมาป่าจับกินประมาณนั้นเธอยอมรับว่าวันนี้รีบมาหาเขาก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะตั้งใจมาทำเรื่องอย่างว่า และที่มาคุย…ก็แค่อยากมาเคลียร์ อยากมาปรับความเข้าใจ อยากมีพี่คินน์อยู่ในชีวิตก่อนที่เขาจะไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วเธอจะไม่ได้เจอเขาตั้งหลายปี ถ้าเธอยอมปล่อยให้เขาไป โดยที่ไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน บางทีด้วยระยะทางและความห่าง อาจทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับเธอไกลออกไป จนอาจมีใครบางคนมาแทรกกลางก็เป็นได้แน่นอนว่า…เธอไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้นที่สำคัญ…นับตั้งแต่วันที่บอกให้รักษาระยะห่าง จนวันนี้จะเกือบปี เธอ…ไม่เคยเข้ามาในห้องของเขารวมถึง…ทำเรื่องอย่างว่าด้วยใจ…เลยสั่นเหมือนวันแรกที





