Mag-log inเมื่อเรื่องราวในวัยเด็ก ทำให้เธอและเขาต้องกลายมาเป็นคนไม่รู้จักกัน เธอจึงใช้วิธี ‘ลวงเขา’ ให้มาอยู่ใกล้ชิดและคอยดูแลกันอีกครั้ง เพราะเขาคือ…คนที่เธอรัก “ได้กันแล้ว…พี่ไม่คิดจะรับผิดชอบหน่อยเหรอ?”
view moreร่างเล็กของ “วีว่า” หรือ “สมิตา” นั่งกอดอกด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์บนเก้าอี้ภายในสถานีตำรวจ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นสถานที่คุ้นเคยสำหรับเธอ เพราะเจ้าตัวมักมีเรื่องราวให้ต้องพัวพันกับคดีความอยู่บ่อยครั้ง และในตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน เธอถูกเชิญตัวมาเนื่องจากกรณีทะเลาะวิวาท
ทว่าคนตัวเล็กไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่จ้องมองเธออย่างเปิดเผย และบังเอิญว่าเธอก็หันไปเห็นเข้าพอดี ร่างบางจึงส่งยิ้มตอบ แต่กลับกลายเป็นจุดชนวนความเข้าใจผิด
หญิงสาวอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ เข้าใจว่าเธอกำลังยั่วยวนผู้ชายคนนั้น จึงทำให้ทั้งคู่เกิดมีปากเสียงกัน ก่อนจะลงไม้ลงมือจนต้องลากกันมาถึงโรงพัก
ในตอนนี้ วีว่านั่งกอดอกแน่น ดวงตาจ้องมองเจ้าหน้าที่ตรงหน้าอย่างไม่ลดละ ด้วยแววตาแข็งกร้าวฉายความไม่พอใจอย่างชัดเจน เมื่ออีกฝ่ายยืนกรานว่าเธอยังกลับไม่ได้ ถ้าหากไม่มีผู้ปกครองมาประกันตัว
สุดท้าย คนตัวเล็กก็ต้องจำยอมล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าสะพายแบรนด์หรู ก่อนจะกดโทรออกไปยังเบอร์ของ ลภัส คุณแม่ของเธอ
ไม่นานนัก ปลายสายก็กดรับ เธอจึงรีบพูดออกไปทันทีด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“คุณแม่คะ มาประกันตัวหนูหน่อย อิตาตำรวจไม่ยอมปล่อยหนูกลับบ้านสักที”
ลภัสถอนหายใจเบาๆ อย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะตอบกลับมา
(อีกแล้วเหรอลูก…)
“หนูไม่ผิดนะคะ แม่รีบมาประกันตัวหนูนะ”
(แม่กับพ่อยังติดคุยงานกับคุณลุงคุณป้าอยู่เลย)
“แล้วหนูต้องนั่งรอใช่ไหมคะ อีกนานแค่ไหนกว่าจะเสร็จ” น้ำเสียงของเธอเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย
(น่าจะประมาณชั่วโมงกว่า ลูกรอไหวไหม?)
ทันทีที่ได้ยินคำตอบ วีว่าถึงกับเบิกตากว้าง หลุดพูดออกมาอย่างประชดประชัน
“โห…ถ้ามันจะนานขนาดนั้น ปล่อยหนูนอนในคุกเลยก็ได้ค่ะ”
(….)
ลภัสเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมา
(เดี๋ยวคุณลุงคุณป้าจะให้พี่เอเดนไปประกันตัวลูกก่อนนะ)
สิ้นเสียงจากปลายสาย รอยยิ้มกว้างก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของเธออย่างรวดเร็ว
“เย้ๆ ฝากขอบคุณคุณลุงคุณป้าด้วยนะคะ”
(จ๊ะ แล้วลูกยังจำพี่เอเดนได้อยู่ใช่ไหม?)
“จำได้สิคะ ถึงจะไม่ได้เจอกันมานาน แต่หนูก็ติดตามไอจีพี่เขาอยู่ตลอดเลย”
(งั้นก็อย่าดื้อกับพี่เขานะลูก)
“ค่ะแม่”
เมื่อวางสายเสร็จ คนตัวเล็กก็รีบจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ พลางหยิบลิปสติกสีสวยขึ้นมาทาอย่างไว ก่อนจะนั่งตั้งหน้าตั้งตารอใครบางคนด้วยหัวใจเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่อยู่
ไม่นานนัก ประตูห้องที่วีว่านั่งอยู่ก็ถูกผลักเปิดออกกว้าง ทำให้เธอรีบหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้า คือร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่ง หน้าตาคมอย่างมีเสน่ห์ จมูกโด่งได้รูป ดวงตาคมกริบ ริมฝีปากเรียวบางเป็นกระจับ และใส่ต่างหูรูปไม้กางเขนข้างหนึ่ง เขาสวมเป็นเสื้อเชิ้ตผ้าเงาเรียบหรู กับกางเกงยีนขายาวสีเข้ม
วีว่าเผลอสบตากับเขาอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งเธอรับรู้ได้ทันทีว่าเขาคือ พี่เอเดน ลูกชายของเพื่อนสนิทแม่ ที่เธอเคยเล่นด้วยเมื่อตอนเด็กๆ และได้เห็นหน้าผ่านฟีดอินสตาแกรมอยู่บ่อยครั้ง
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดทักทายอะไร เอเดนก็เดินเข้ามายืนอยู่ตรงข้างเก้าอี้ที่เธอนั่ง ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
“ผมมาประกันตัวยัยเด็กนี่ครับ”
“ยัยเด็ก…” วีว่าพึมพำออกมาแผ่วเบาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เธอเงยหน้าขึ้นมองคนข้างกายอย่างงุนงง แต่เขากลับยังคงมองตรง ไม่แม้แต่จะปรายตามามองกัน
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็ดำเนินเรื่องต่อเล็กน้อยตามขั้นตอน และยอมให้เขาทำเรื่องประกันตัวเธอออกมาโดยไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อทั้งคู่เดินออกมาจากสถานีตำรวจ ร่างบางก็เร่งฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามเอเดนไปยังโรงจอดรถ เพราะเขาไม่แม้แต่จะพูดคุยหรือถามไถ่กันเลยสักคำ
“พี่เอเดนคะ หยุดก่อน”
สิ้นเสียงหวาน เอเดนก็หันกลับมามองเธอ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอย่างเปิดเผย
ตอนนี้วีว่าใส่เป็นชุดเดรสรัดรูปสีแดงเลือดหมู เพราะเธอมีนัดเที่ยวผับกับกลุ่มเพื่อน แต่ดันเกิดเรื่องตรงหน้าร้านสะดวกซื้อเสียก่อน
“จำวีได้หรือเปล่าคะ?” เธอถามด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ
เอเดนยืนเงียบ ไม่ตอบกลับอะไร เพียงแค่ยืนมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งอยู่อย่างนั้น
“วีว่าไงคะ ที่เราเคยเล่นด้วยกันตอนเด็กๆ”
เขาเลิกคิ้ว ก่อนจะพูดเสียงเรียบ
“เรื่องตอนเด็ก ไม่ได้มีอะไรให้ฉันต้องจดจำขนาดนั้น”
เธอเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ทำไมคะ ยังโกรธอยู่เหรอ? เรื่องตอนนั้น…”
เอเดนยังคงเงียบ ไม่ตอบอะไรออกมาสักคำ คนตัวเล็กจึงพูดต่อ
“ตอนนั้นวียังเด็ก อายุแค่สิบห้าเอง พี่จีบวีตอนนี้สิคะ เดี๋ยววีจะตอบตกลงเป็นแฟนพี่เลย”
เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ก่อนจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แต่รอยยิ้มนี้ ไม่ใช่รอยยิ้มที่อ่อนโยนสักเท่าไหร่
“เด็กแก่แดดแบบเธอ ฉันไม่เอามาทำเมียหรอก”
คนตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้น พลางยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย
“วีบอกเหรอคะ? ว่าจะเป็นเมียพี่”
“ถึงเธอบอก ฉันก็ไม่มีทางให้เป็น...แต่ถ้าให้เอาเล่นๆ ก็น่าสนใจอยู่” เขาว่า
หลังจากนั้น เอเดนก็หันหลังเดินไปยังรถบิ๊กไบค์ของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก โดยไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมามองเธอเลย
วีว่าได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น ยืนมองตามแผ่นหลังกว้างด้วยรอยยิ้มกริ่ม จนเขาขับบิ๊กไบค์ออกไปด้วยความเร็วสูง
สองปีผ่านไปเวลาสองปีที่ผ่านไปดูเหมือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เอเดนกับวีว่าได้แต่งงานกันเรียบร้อยแล้ว และชีวิตคู่ของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความสุข และเสียงหัวเราะของสมาชิกใหม่ตัวจิ๋ว เด็กชายตัวน้อยที่มีชื่อว่า “เวย์”น้องเวย์เป็นเด็กชายหน้าตาหล่อเหลา จมูกโด่ง คิ้วเข้ม ดวงตากลมโต เรียกได้ว่าถอดแบบคุณพ่อมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว ถึงขั้นที่ใครเห็นก็ต้องเอ่ยปากว่า “เหมือนพ่อเป๊ะ!” แต่ถึงจะหน้าเหมือนพ่อขนาดไหน หัวใจของเจ้าตัวน้อยคนนี้กลับยกให้คุณแม่หมดทั้งใจไม่ว่าเอเดนจะพยายามเข้าใกล้ภรรยาแค่ไหน น้องเวย์ก็มักจะรีบวิ่งมากั้นกลาง ทำหน้าจริงจังแล้วยกมือเล็กๆ ขึ้นมากอดคุณแม่แน่น ในระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังนั่งเล่นกันอยู่ภายในบ้านหลังใหญ่ รถสปอร์ตคันหรูก็เข้ามาจอดหน้าบ้านอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ร่างสูงของผู้เป็นพ่อจะเดินเข้ามา“กลับมาแล้วครับ” เอเดนเอ่ยขึ้น พลางมองภรรยากับลูกชาย ดวงตาเปล่งประกายด้วยความคิดถึงที่อัดแน่นตลอดวันสิ้นเสียงทุ้ม วีว่าก็หันขวับไปมองเขาทันที ก่อนจะลูบผมน้องเวย์ด้วยความอ่อนโยนเบาๆ“ป๊ะป๊ากลับมาแล้วนะครับ น้องเวย์อยากไปเล่นกับป๊ะป๊าไหมครับ…” ร่างบางเอ่ยถามเจ้าตัวเล็ก ทว่าลูกชาย
ภายในรถสปอร์ตคันหรู เอเดนก้มลงคาดเข็มขัดนิรภัยให้คนตัวเล็กอย่างทะนุถนอม ก่อนจะขยับไปนั่งประจำที่คนขับ แล้วสตาร์ทรถเคลื่อนตัวออกจากหน้าผับทันทีวีว่าหันมามองคนข้างๆ ด้วยสายตาแพรวพราว ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานเย้ายวน“ทำไมวันนี้พี่หล่อจังคะ”เขาหันมามองเธอแวบหนึ่ง พลางเอื้อมมือลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ชมพี่แบบนี้...อยากได้อะไรคะ หืม?”“เค้าอยากได้พี่”คำตอบนั้น ทำเอาเอเดนแทบจะหยุดรถในทันที พลางหันมามองคนข้างๆ อีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ได้สิคะ พี่เป็นของน้องทั้งตัวและหัวใจ น้องอยากทำอะไรกับร่างกายพี่…ทำได้ตามสบายเลยนะ”พูดจบ เขาก็จับมือเล็กไปวางไว้ตรงเป้ากางเกงยีน ซึ่งไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ภายในนั้น เริ่มขยายตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่ามันจะตื่นตัวไวขนาดนี้ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปแผ่วเบา“ให้เค้าลูบอย่างเดียวเหรอคะ?”“อมด้วยสิคะ พี่อยากแตกคาปากเรา”สิ้นเสียงหยาบโลนของเขา วีว่าก็ค่อยๆ รูดซิปกางเกงตัวหนาออก ก่อนจะงัดเจ้ามังกรยักษ์ออกมาสูดอากาศด้านนอกอึก!เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เมื่อเห็นขนาดใหญ่โตที่มีเส้นเลือดปูดล้อมรอบม
เวลา 16:00 น. @มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งหลังจากคุยงานกับลูกค้าคนสำคัญเสร็จเรียบร้อย เอเดนจึงรีบขับรถสปอร์ตมางานรับปริญญาของวีว่าด้วยความเร็วสูง ทันทีที่รถจอดสนิท มือหนาก็ล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกไปหาช่างภาพประจำตัวของเธอ ซึ่งเขาได้กำชับอีกฝ่ายไว้ล่วงหน้าให้พาคนตัวเล็กไปถ่ายรูปเล่นระหว่างรอเขาเดินทางมาถึงตึดดด ตึดดด“ตอนนี้อยู่ไหน” เอเดนเอ่ยขึ้นทันทีที่ปลายสายกดรับ(ข้างตึกวิศวะครับ)“พาไปตรงลานเกียร์หน่อย ผมมาถึงแล้ว”(ครับ)หลังจากวางสาย เขาก็เอื้อมมือไปหยิบช่อกุหลาบสีเทาที่วางอยู่บนเบาะข้างคนขับอย่างแผ่วเบา พลางจ้องมองด้วยความภาคภูมิใจ เพราะนี่คือของขวัญที่เขาตั้งใจทำด้วยตัวเอง เพื่อมอบให้กับคนสำคัญที่สุดในวันนี้…ซึ่งมันไม่ใช่ช่อดอกไม้ธรรมดา แต่เป็นดอกกุหลาบที่ถูกพับขึ้นจากธนบัตรทีละใบด้วยมือของเขา ช่อใหญ่เรียงกันอย่างประณีต สะท้อนถึงความตั้งใจและความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน แม้จะมีบางดอกที่ดูไม่สมบูรณ์แบบมากนัก ขอบพับอาจเบี้ยวบ้าง หรือกลีบดอกอาจไม่เรียงสวยเท่ามืออาชีพ แต่ทุกดอก ล้วนสะท้อนถึงความพยายามที่สุดของผู้ชายห่ามๆ อย่างเขา@ลานเกียร์วิศวกรรมศาสตร์วีว่าเดินตามช่า
สี่ปีผ่านไปตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เอเดนดูแลและทะนุถนอมวีว่ามาเป็นอย่างดีเสมอ ยกเว้นตอนอยู่บนเตียง ที่เธอถูกเขาเย็บอย่างไร้ความปรานีราวกับทาส…ในเช้าวันนี้ วีว่านั่งอยู่หน้ากระจกใสบานใหญ่ เธอกำลังลงสีบนใบหน้าอย่างบรรจง จัดแต่งตัวเองให้ดูสวย สง่างาม และโดดเด่นยิ่งกว่าทุกวัน เพราะนี่คือวันสำคัญอีกวันหนึ่งในชีวิตของเธอ…คือ วันรับปริญญาทว่าพอดวงตาคู่สวยมองเงาสะท้อนที่อยู่ในกระจก พลางเห็นอีกคนนั่งจ้องมองเธอจากบนเตียง คนตัวเล็กจึงทำหน้าตาบึ้งตึงขึ้นทันทีเพราะวันนี้ เขาบอกว่าติดธุระด่วน จึงไม่สามารถไปร่วมงานได้ หนำซ้ำช่วงที่ผ่านมาก็แทบจะไม่มีเวลาให้กับเธอเลย…เมื่อเอเดนเห็นว่ามีดวงตาคู่สวยมองเขาด้วยแววตาฉายความไม่พอใจ ร่างสูงจึงลุกลงจากเตียงเดินเข้ามาโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง พลางเอาคางเกยไหล่เล็กอย่างออดอ้อน แล้วเอ่ยขึ้น“โอ๋ๆ ไม่งอนพี่นะคะเบบี๋ พี่ติดงานด่วนจริงๆ ค่ะ”วีว่ายู่หน้าเล็กน้อย พลางตอบกลับด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความน้อยใจอย่างปิดไม่มิด“บริษัทก็ของพี่...ไม่ไปทำงานสักวันไม่ได้เหรอคะ พี่หยุดแล้วมันจะเจ๊งหรือยังไง”บริษัท ซีเนียร์ กรุ๊ป เป็นบริษัทที่เอเดนร่วมหุ้นกับกลุ่มเพื่




![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






