เดิมพันรักครั้งที่ 3
1/3
“ทำไมเกียร์ถึงอยากคุยกับมินนี่เหรอคะ มินนี่ดูไม่เหมือนผู้หญิงที่ห้องน้ำวันนั้น”
“มินนี่ ยังไม่ลืมอีกเหรอ” ผมว่าหน้าผมเหมือนแบบนี้ =_=
“ก็ไม่ได้อยากจำเท่าไหร่ แต่มันลืมไม่ลง”
“เกียร์ต้องถามมินนี่มากกว่าทำไมถึงยอมคุยด้วย ทั้งที่มินนี่ก็เห็นหลายอย่างวันนั้น” แม้ว่ามินนี่จะไม่ค่อยคุย ตอบน้อยและดูเหมือนจะไม่สนใจแต่ก็ตอบบ้าง มีส่งเพลงกลับคืนให้บ้าง แต่โดยรวมก็คุยน้อยอยู่ดี “มินนี่เห็น... ไม่ใช่สิ รู้ว่าเกียร์มีอะไรกับคนอื่นนะ”
“มินนี่ก็ตอบปกติ เหมือนเพื่อนคนอื่น” เธอตักฮันนี่โทสเข้าปาก “เกียร์มีอะไรกับคนอื่นก็สิทธิ์ของเกียร์ไงคะ เกียร์ไม่ได้มีแฟน แล้วก็ไม่ได้ไปข่มขืนใครสักหน่อยมินนี่ไม่มีสิทธิ์จะไม่พอใจนะคะ”
“เกียร์คิดว่ามินนี่จะซีเรียสกว่านี้ซะอีก” ผมตักปังเย็นเข้าปากบ้าง
“ก็มันไม่ผิดจริง ๆ นี่นา ถ้าเกียร์มีแฟนแล้วก็ว่าไปอย่างสิ แต่นี่ไม่ใช่เลยไง มินนี่ว่าเรื่องพวกนี้ก็ธรรมชาตินะตราบใดที่ได้ไปข่มขืนใคร” ท่าทางเธอเป็นแบบนั้นจริง ๆ ผมคิดว่ามินนี่ดูจะซีเรียสเรื่องเซ็กซ์มากกว่านี้ แต่เธอมองโลกในแง่ความเป็นจริงมาก และผิดคาดไปพอสมควร
“เกียร์จะเลิกทำแบบนั้นแล้ว”
“ทำไมเหรอ”
“ก็เกียร์จีบมินนี่อยู่ ถ้าไปมีอะไรกับคนอื่นก็คงดูไม่ดีหรอกมั้ง” เธอมุ่นคิ้ว
“มินนี่ไม่ได้อยากให้เกียร์เสียความเป็นตัวเองเพื่อใครหรอกนะคะ ถ้ามันฝืนเกียร์ไม่ต้องทำก็ได้ค่ะ”
“มินนี่ครับ” เธอเลิกคิ้วมองผมตอนเรียก “เกียร์ชอบมินนี่จริง ๆ แล้วก็อยากจะเป็นแฟนกับเธอด้วย เพราะงั้นมันไม่ได้เสียความเป็นตัวเอง แต่เกียร์แค่เบื่อที่จะทำอย่างนั้นแล้ว”
“เกียร์นิสัยไม่ดีอีกแล้ว” ตอนนั้นแก้มเธอแดงเหมือนมะเขือเทศเลย “เพราะเกียร์เป็นแบบนี้แน่ ๆ สาว ๆ ถึงได้ชอบเกียร์ ติดเกียร์เยอะขนาดนั้น”
“แต่มินนี่ก็ไม่ได้ติดเหมือนคนอื่นอยู่ดี เพราะงั้นก็ไม่มีประโยชน์”
“ต่อไปมินนี่จะไม่มากับเกียร์สองคนแล้วค่ะ”
“ทำไมล่ะ?”
“ไม่บอกหรอก กินเข้าไปเดี๋ยวละลาย” แม้จะดูนุ่มนิ่มแต่ก็เป็นคนเฉไฉซึ่ง ๆ หน้าเก่งเหมือนกัน ดูเหมือนจะนุ่มนิ่ม เรียบร้อยแต่ก็ไม่หวานจนเลี่ยนและจืดชืดด้วย แค่ดูเหมือนจะเป็นคนยึดติดกรอบมากไป ขี้เกรงใจและขี้กังวล ตอนแรกอาจจะดูทำความเข้าใจยาก แต่ก็ไม่ได้ขนาดนั้นแล้ว
“มินนี่ทำไมตอบแชตเกียร์น้อยจังล่ะ”
“ก็มินนี่ไม่ชอบพิมพ์” เธอตอบมาสั้น ๆ ไม่ได้ดูเชื้อเชิญให้โทรหาแต่ท่าทางจะไม่ชอบจริง ๆ “เวลามินนี่ทำโน่นทำนี่ ก็ขี้เกียจมาตอบอะ”
“งั้นถ้าโทรคุยจะคุยเยอะไหมครับ” เธอคิดน้อย ๆ ก่อนจะตอบว่า
“ก็คงเหมือนตอนนี้มั้ง ไม่รู้อะมินนี่ไม่ค่อยคุยกับใครนอกจากเพื่อน แต่นาน ๆ ก็โทรคุยที”
“งั้นคืนนี้เกียร์โทรหามินนี่ได้ไหม วันนี้เกียร์เลิกเที่ยงคืนกลับถึงห้องประมาณเที่ยงคืนครึ่งมินนี่นอนหรือยัง” เธอส่ายหัวไปมา “ไม่นอน?”
“ไม่รู้ ถ้าดูซีรีส์ก็อาจจะไม่นอน ต้องดูอีกที”
“งั้นคืนนี้เกียร์โทรเธอนะคะ” ผู้หญิงส่วนใหญ่เวลาผมพูดคะขาด้วยก็จะชอบใจมากเลย แต่ดูเหมือนมินนี่จะไม่ใช่ผู้หญิงส่วนใหญ่นะ เพราะเวลาผมพูดคะขากับเธอก็เหมือนจะมีรีแอคชันแปลก ๆ กลับมา ไม่ได้ดูไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้ดูชอบน่ะ อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน
วันนั้นผมนั่งคุยกับมินนี่จนถึงบ่าย เธอบอกว่าให้ผมไปส่งในมอแล้วก็เรียกรถที่บ้านมารับ เธอไม่ค่อยอยากให้ผมไปส่งเพราะบ้านเธอไกล แต่ก่อนจะแยกกันมินนี่ก็มีท่าทางเครียด ๆ อยู่ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เดาว่าเธอคงกังวลเรื่องไอ้เปรม และผมน่ะจะไม่ยอมให้มินนี่คบกับมันหรอก....
พอแยกกับมินนี่ผมกลับมางีบประมาณชั่วโมงก็ออกมาทำงาน วันนี้คนที่ร้านเยอะมาก และทิปก็เยอะอีกตามเคย แต่ทำงานกลางคืนจะต้องดื่มบ่อยและนอนดึก
“ผมกลับก่อนนะพี่” หลังจากที่เล่นร้านสุดท้ายถึงเที่ยงคืนผมก็บอกลาพี่ในวง
“อ้าว ไม่ดื่มต่อเหรอ” ผมส่ายหัว “รีบจังวะ”
“มีนัดน่ะ” ก็คืนนี้ก็ต้องโทรหามินนี่ไง ไม่อยากจะผิดนัด
“อ๋ออออ พี่มาร์” ที่เป็นมือเบสลากเสียงยาว เขาอาจจะคิดว่านัดของผมเป็นเรื่องอย่างว่า แต่ก็ไม่ได้สนใจจะแก้ต่างหรอกนะ เพราะว่ามันไม่ได้จำเป็น
“งั้นโชคดี ขับรถดี ๆ” ผมค้อมหัวรับก่อนจะเดินจากมา
วันนี้ผมเล่นที่ 3G หรือว่าอ่านอักแบบว่า Three Gee ของพี่กุมภ์ที่เป็นเจ้าของร้าน ร้านนี้คนเข้าเยอะแทบทุกวันแต่ผมได้เล่นพุธ เสาร์ อาทิตย์ เป็นวงหลัก ซึ่งวงหลักส่วนใหญ่ก็จะเล่นช่วงสี่ทุ่มครึ่งเป็นต้นไปจนถึงเที่ยงคืน แม้พวกผมจะเล่นชั่วโมงครึ่งแต่เขาจ่ายราคาสองชั่วโมงไปเลย
เจ้าของร้านใจดีและป๋ามาก ซึ่งปกติราคาจ้างที่เขาจ่ายให้พวกผมต่อชั่วโมงก็มากกว่าร้านอื่นเกือบเท่าตัวอยู่แล้ว แต่ร้านนี้ลูกค้าเยอะกำไรต่อคืนก็สูงลิบ
“อ้าว ไอ้น้อง” ตอนผมออกประตูหลังร้านก็เห็นพี่กุมภ์พอดี “จะกลับแล้วเหรอ วันนี้กลับไวจังวะ”
“มีนัดครับ” เขาหรี่ตามองผม
“แก่ไประวังสมรรถภาพเสื่อมนะ” ทำไมทุกคนต้องคิดว่าผมจะไปทำอะไรแบบนั้นอยู่เรื่อย แต่ผมไม่ตอบอะไรนอกจากส่ายหัวแล้วก็เดินจากเขามา
ออกมาจากร้านผมกลับมาที่ห้อง หอที่ผมอยู่เป็นหอพักทั่วไป ราคาประมาณหกพันห้า อยู่ใกล้มอ ไปเรียนสะดวก เป็นห้องสตูดิโอธรรมดาทั่วไป ไม่ได้อัตคัดขัดสนอะไรขนาดนั้น ความจริงผมจะไปหาคอนโดดี ๆ อยู่สักที่ก็ได้แต่คิดว่าอยู่แค่นี้ก็คงพอแล้ว ไม่ต้องอะไรมากมาย
หลังจากอาบน้ำแล้วผมขึ้นมาบนเตียง แม้จะทำเวลาแต่ก็เที่ยงคืนสี่สิบจนได้
“ฮัลโหล มินนี่ครับ” ผมกดโทรหาได้ไม่นานมินนี่ก็กดรับ
[สวัสดีค่ะ] เธอกรอกเสียงมา น้ำเสียงไม่ได้ดูงัวเงีย
“นึกว่ามินนี่จะไม่รับสายซะแล้ว”
[มินนี่ดูซีรีส์อยู่อ่า แต่ไม่คิดว่าเกียร์จะโทรมานะ เลิกงานแล้วเหรอ] มินนี่ถามกลับมา มินนี่น่ะดูเป็นผู้หญิงที่ถือตัวในสายตาคนอื่น อาจจะเพราะภาพลักษณ์ที่คุณหนู ดูแพง ของเธอล่ะมั้ง แต่ความจริงแล้วเป็นคนน่ารักและใส่ใจคนอื่นพอสมควร
“เลิกประมาณเที่ยงคืน แล้วก็รีบกลับห้องมาอาบน้ำโทรหามินนี่เลย” ตอนนั้นผมเปิดสปีคเกอร์โฟนและวางมือถือไว้กับหมอน
[ไม่ดีเลยนะ เกียร์ไม่เห็นต้องรีบกลับ ขับรถกลางคืนเร็ว ๆ อันตรายแย่] ผมยิ้มมุมปากทันทีที่ได้ฟัง
“มินนี่ห่วงเกียร์เหรอครับ” แม้จะไม่ค่อยแทนชื่อตัวเองแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนแต่ความรู้สึกก็บอกว่าให้แทนชื่อตัวเองกับเธอแบบนี้
[ห่วงสิ] เธอตอบมาอย่างไม่ลังเล [เกียร์เป็นเพื่อนนี่นา]
“แย่จัง เกียร์ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับเธอนะครับ” ผมยิงประโยคนี้ไปทันที เพราะผมตั้งใจจะจีบเธอแล้วนี่ “เกียร์บอกแล้วว่าอยากเป็นแฟน”
[เกียร์ไม่ง่วงเหรอคะ ดึกแล้วนะ] มินนี่เม้าส์ชอบเฉไฉเปลี่ยนเรื่องเก่งที่หนึ่ง [ทำงานมาเหนื่อย ๆ น่าจะนอนพักนะมินนี่ว่า]
“ไม่ค่อยเหนื่อย อยากคุยกับมินนี่มากกว่า แต่เกียร์กวนเธอหรือเปล่าครับ”
[ไม่กวนหรอก แต่ว่าเราจะคุยอะไรกันดี] เธอก็ไม่ใช่คนเข้าถึงยากขนาดนั้นเท่าที่ผมสังเกต ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมแก้วตาบอกว่ามินนี่ถือตัว และแก้วตาดูไม่ค่อยชอบมินนี่เท่าไหร่
ผมกับมินนี่ชวนคุยกันเรื่องเปื่อย เราแลกเปลี่ยนเรื่องต่าง ๆ กันอยู่สองสามเรื่อง ผมรับรู้ว่าชีวิตมินนี่ค่อนข้างเพียบพร้อมพอสมควร เธอคุณหนูมากแบบที่มีคนคอยช่วยอาบน้ำด้วย แต่ก็ไม่ได้แปลกใจหรือตกใจอะไร เพราะทุกสัดส่วน ท่าทางของเธอดูดีไปหมด
มินนี่เอาเสื้อผมไปด้วยและเธอบอกว่าเธอจะนำมาคืนในวันจันทร์
คืนนั้นเราพุดคุยกันอยู่ราว ๆ ชั่วโมง แต่ผ่านไปสักพักมินนี่ก็เหมอนจะเงียบไป ปลายสายไม่มีเสียงตอบรับ ไม่ได้กดวางแต่เสียงพูดก็ถูกเปลี่ยนเป็นเสียงหายใจสม่ำเสมอของเธอ มินนี่น่าจะหลับคาสายนะ