เดิมพันรักครั้งที่ 3
2/3
“เกียร์” เสียงเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่ยืนหันหลังอยู่เอ่ยปากตอนผมสะกิด มินนี่มาหาผมที่ตึกของสาขาน่ะ “เสื้อค่ะ ขอโทษนะที่วันนั้นลืมคืน แต่มินนี่ซักให้แล้ว”
“ไม่เป็นไรครับ” ผมรับถุงกระดาษมาแต่มันหนักเหมือนไม่ได้มีแค่เสื้อ
“มินนี่ใส่ขนมมาให้เกียร์ด้วย มินนี่ทำเองนะถือว่าตอบแทนเรื่องเมื่อวันก่อน”
“อ๋า ขอบคุณนะครับ เกียร์จะทานให้หมดเลย” มินนี่เบ้ปากพลางส่ายหัวหน่อย ๆ
“งั้นมินนี่ไปก่อนนะเดี๋ยวต้องไปเข้าเรียนแล้ว บ้ายบายค่ะ” เธอโบกมือลาผมแล้วเดินที่ตึกคณะ ซึ่งปกติแล้วสาขาที่มินนี่เรียนจะอยู่ที่ตึกหลักของคณะ ส่วนสาขาของผมถ้าปีสามปีสี่ขึ้นก็จะเรียนที่ตึกสาขาซึ่งจะใช้ตึกรวมกับสาขาการตลาด
คณะผมมีหลายสาขาและมีเด็กเรียนเยอะ ก็เลยจะมีตึกที่ใช้งานอยู่ประมาณสามตึกเป็นหลัก
“ทำไมมินนี่ถึงมาหามึงวะ” เมื่อผมกลับมานั่งที่โต๊ะหินอ่อนกับเพื่อนไอ้ต้นกล้าก็ทักทันที “แล้วนั่นมึงได้อะไรมา มินนี่ให้อะไรมึงมา”
“มึงนี่ขี้เสือกจริง ๆ” ผมส่ายหัวก่อนจะหยิบขนมออกมาจากถุง มินนี่ทำคุกกี้มาให้น่ะ มันเป็นคิกกี้อัลมอนด์กับเม็ดมะม่วง ผมกินได้นะแต่มี่ค่อยชอบทานบ่อยเท่าไหร่ก็เลยวางให้เพื่อนกินด้วย “เขาเอาเสื้อมาคืน แล้วก็เอาขนมมาให้ด้วย กินได้นะมินนี่ทำเอง”
“ขอลองหน่อยน๊า” มิวหยิบขนมไปหนึ่งชิ้นแล้วก็เอาเข้าปาก พอกินเสร็จก็อุทานออกมา “โห...อร่อยจัง ทำขายได้เลยนะเนี้ย คนอะไรเพียบพร้อมจัง”
“ไหน ๆ ขอลองหน่อย” ไอ้ลมที่ตอนแรกกำหลังหัดกีตาร์ของผมอยู่ก็ถึงกับวางลง “เออ อร่อยมากเลย คนสวย ทำขนมก็อร่อย ตัวก็หอม พูดก็เพราะ”
“อร่อยอะ” นี่เป็นเสียงของเหมย ทุกคนดูจะกินขนมที่มินนี่เอามาให้หมดยกเว้นแก้วตา สีหน้าเธอดูเรียบ ๆ แต่ดูออกว่าไม่ชอบใจเล็ก ๆ ที่เห็นเพื่อนเอาแต่ชมมินนี่แบบนั้น ผมไม่รู้นะว่าแก้วตารู้จักมินนี่แค่ไหน หรือเคยมีปัญหาอะไรกัน แต่เธอรู้ว่าเปรมเป็นว่าที่คู่หมั้นของมินนี่
ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็นคนในพอสมควร หรือไม่ก็อาจจะเป็นคนใกล้ชิดสนิทกับครอบครัวของเธอ ผมไม่แน่ใจว่าครอบครัวของแก้วตาเป็นยังไง ร่ำรวยในระดับเดียวกับมินนี่ไหม แต่ดูจากของที่ใช้ก็มีของแบรนด์บ้างแต่ไม่ได้เป็นระดับท็อปอะไรถ้าเทียบกับมินนี่น่ะ อาจจะฐานะดี แต่ก็คงไม่ขนาดนั้น
“ทำไมมินนี่มีเสื้อของเกียร์ล่ะ” มิวตั้งคำถามหลังจากที่กลืนขนมลงไปอีกชิ้น “ไปสนิทกันตอนไหน วันนั้นก็เห็นไปนั่งเรียนด้วยกัน”
“นั่นดิ วันนั้นมี่เรียนกับจารย์ฯ สิริรัตน์กูเห็นมึงไปนั่งกับเขานะ” ไอ้ลมจ้องอย่างสงสัย แต่ก็ตามที่มันพูด วันจันทร์อาทิตย์ก่อนผมไปนั่งเรียนกับเธอ ซึ่งวันนี้บ่ายเราก็จะเรียนวิชานั้นอีก
“กูกำลังจีบเขาอยู่” ผมบอกอย่างไม่ปิดบัง แต่ตอนนั้นแก้วตาที่นั่งสไลด์มือถืออยู่ก็หันหน้ามามอง
“เหรอ จริงเหรอเกียร์” คำตอบของผมทำให้เหมยมีตาเป็นประกายวิบวัย “ฮือ เราอยากสนิทกับเขาจัง เกียร์รีบจีบให้ติดนะอยากรู้จักอะ”
“เว่อร์มาก เป็นดาราหรือไง” แก้วตาส่งเสียงหลังจากเงียบอยู่นาน
“ไม่ใช่ดาราก็อยากสนิทด้วย คนอะไรก็ไม่รู้นิสัยดีมาก ตอนนั้นนี่ไปบริจาคเลือดแล้วหน้ามืดเขาก็เป็นคนเอาน้ำหวานมาให้ แสนดีไม่ไหว” ดูเหมือนว่าเหมยจะปลื้มมินนี่มากจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งเธอเล่ามาสองครั้งแล้ว “แต่เกียร์ไปจีบมินนี่ได้ยังไงก่อน ดูไม่ใช่เทสเกียร์เลย”
“สนใจมาสักพักแล้ว ไม่ได้อยากควงเล่น ๆ เหมือนคนอื่น” ตอนตอบผมก็เอามือถือมาแชตหาบุคคลที่เพื่อนกำลังกล่าวถึงอยู่
“มึงกับเขานี่มันนิยามดอกฟ้ากับหมาวัดเลยว่ะ” ไอ้ลมกอดไหล่ผมก่อนจะเขย่าไหล่เบา ๆ “เป็นอะไรที่ไม่คิดว่าจะโคจรมาเจอกันได้”
“อย่าว่า เกียร์หล่อจะตาย แต่ไม่คิดว่ามินนี่จะชอบทรงแบดนะ นึกว่าชอบทรงคุณชายแบบเจตซะอีก” เจตคือเพื่อนในที่อยู่สาขาการตลาด เห็นทักทายกับมินนี่หลายครั้ง เจตบ้านรวยพอสมควรและผมก็รู้ว่ามันจบมาจากโรงเรียนเดียวกันกับมินนี่ และเป็นเดือนคณะด้วย คนที่ชนะผมไปตอนประกวด
“แต่เหมยว่านะถ้าเกียร์หล่อสุดในคณะแล้ว หล่อกว่าเจตอีก เจตดูจืด ๆ ไปหน่อย”
“เธออวยเราเกิน” ผมขำ ๆ กับคำพูดอวยเกินไปของเหมยก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้น “ไปสูบบุหรี่นะ ขึ้นห้องก่อนเลย เดี๋ยวตามไป”
“ไปด้วย” แก้วตาลุกขึ้นตาม คือผมมีเรียนช่วงเช้าเหมือนกันวันนี้ ผมเดินออกมาโดยที่ได้รอแก้วตา และเดินไปดูบุหรี่ที่หลังตึกสาขาเหมือนทุกที เมื่อมาถึงผมก็จุดบุหรี่สูบ แต่รู้เจตนาที่แก้วตาเดินตามมาอยู่แล้วว่าคงอยากจะพูดอะไรถึงได้มองเธออยู่ “ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คิดไว้นะ”
“เรื่อง?” ผมแสร้งไม่รู้
“ก็เรื่องที่เกียร์จีบยัยมินนี่นั่นไง ไม่คิดเลยนะว่าจะได้คุยกันไวขนาดนี้” แก้วตาพูดแล้วก็คีบบุหรี่ไปสูบก่อนจะยกยิ้มมุมปากให้ “แต่ว่าถ้าเร็วกว่านี้ก็คงดี”
“จะยังไงก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอ” ผมพูดแล้วก็เบือนหน้ากลับมาทางตรงก่อนจะอัดบุหี่เข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วพรูควันออกมา “ไม่ต้องยุ่งก็ได้มั้ง”
“นี่ ถ้าเกียร์จีบติดแล้วก็เปิดซิงยัยนั่นได้ภายในสามเดือนเราให้เกียร์ห้าแสน เอาไหม....” ผมหันกลับมามองเธออีกทีในประโยคนี้ “แต่ข้อเสนอเดิมยังอยู่นะ”
ผมไม่ได้ตอบรับ และไม่ได้พูดอะไรแต่มองด้วยความไม่เข้าใจมากกว่า
“ห้าแสนแถมได้เปิดซิงยัยคุณหนูนั่นอีก แล้วแก้วก็ยังจะมีอะไรกับเกียร์เหมือนเดิมนะ น่าสนมากเลยใช่ไหมล่ะ” พูดตรง ๆ ในประโยคเมื่อกี้ที่แก้วตาพูดมาสามอย่างมีอะไรที่ผมมองว่าน่าสนใจอยู่อย่างเดียวนั่นล่ะ แต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปนะ “ถ้าเกียร์ไม่ตอบถือว่าตกลงนะ”
“เธอมีอะไรกับมินนี่เหรอ หรือเคยมีปัญหากัน?” ผมเปลี่ยนเรื่องอื่นไป เพราะเห็นมาสักพักแล้วว่าแก้วตาดูไม่ชอบ ไม่พอใจอะไรในตัวมินนี่ทั้งที่ผมก็ไม่เคยเห็นมินนี่กับแก้วตาคุยกัน
แม้จะมีหลายครั้งที่เคยอยู่ใกล้ เคยเดินสวนกัน เคยขึ้นลิฟต์พร้อมกัน เรียนคลาสเดียวกัน ผมก็ไม่เห็นมินนี่จะแสดงท่าทีว่ารู้จักกับแก้วตาเลย มินนี่ทำเหมือนว่าแก้วตาเป็นอากาศที่ไม่ได้เทกแอคชันอะไร ในขณะที่แก้วตากลับดูไม่ชอบมินนี่มาก ๆ
“.....” แก้วตานิ่งไปแต่อัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพรูควันพร้อม ๆ กับถอนหายใจ “ก็แค่ไม่ชอบหน้า”
แม้คำพูดของแก้วตาจะมีแค่นั้นแต่ผมกลับดูออกว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น
“แค่อยากจะให้เกียร์ได้เปิดซิงสาวสวยน่ะ ไม่ชอบเหรอ บ้านยัยนั่นทั้งรวยทั้งผู้ดีนะ ถ้ายัยนั่นตกหลุมรักเกียร์ขึ้นมาเกียร์ก็คงสบายตายเลย คงไม่ต้องร้องเพลงกลางคืนแล้วมั้ง”
เอาตรง ๆ ผมไม่ได้ยึดติดอะไรกับเรื่องนั้นของผู้หญิง แต่ไม่ชอบใจที่แก้วตาทำเหมือนว่าอยากให้คนที่ได้มีอะไรกับมินนี่คนแรกเป็นผม อารมณ์เหมือนให้มินนี่มีอะไรกับคนที่ฐานะต่ำกว่าแล้วเธอจะมีความสุข อะไรประมาณนั้น
“....” ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปหรอก
“ลูกสาวนายตำรวจยศใหญ่ แม่มีเชื้อเจ้าลูกผู้ดีแถมยังรวยล้นฟ้า กับหนุ่มนักดนตรีหาเลี้ยงตัวเองพล็อตน่าสนใจสุด ๆ คิก ๆ” แก้วตาหัวเราะ ผมหันกลับมาและมือข้างหนึ่งที่ตอนแรกอยู่ในถุงกางเกงก็กำเอาไว้แน่น “รีบทำให้ได้นะเกียร์ อยากจ่ายเงินจะแย่ละ”
ผมยกยิ้มมุมปาก ทิ้งก้นบุหรี่ลงแล้วเอาเท้าเหยียบจนสนิทแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น รู้สึกเหมือนว่าที่สูบบุหรี่ที่เคยมองว่าเฉย ๆ กลับน่าอึดอัดและน่าสะอิดสะเอียนกว่าที่เคยเป็น และคำพูดของแก้วตามันก็เหมือนจะยกระดับความไม่น่าเป็นไปได้ขึ้นมาอีกสิบเท่าว่ามินนี่กับเธอคงไม่รู้จักกัน
ผมไม่เคยกดคนอื่น นอกจากกดลงเตียง... แต่ว่านะมินนี่กับแก้วตาดูต่างกันราวฟ้ากับเหว ต่อให้ได้นับเรื่องฐานะหรือน่าตา แต่ทัศนคติ การวางตัวและสมองของเธอแตกต่างจากแก้วตามาก
ทั้งที่แก้วตาเอาแต่พูดว่ามินนี่กับผมแตกต่างกัน บอกว่ามินนี่ถือตัวแต่พอผมรู้จักมินนี่แล้วไม่ใช่แบบนั้น คุณหนูที่รวยล้นฟ้าและลูกผู้ดีแบบมินนี่ไม่เคยเหยียดผมแบบที่แก้วตาทำ ไม่ว่าจะท่าทางที่มินนี่แสดงออก คำพูดคำจา หรือสายตาที่มอง เธอไม่เคยเหยียดผมสักครั้งเดียว
มินนี่ไม่เคยกดใครให้ตัวเองดูสูงส่ง แต่เธอเป็นของเธอแบบนั้น และมันก็ทำให้กับแก้วตาต่างกันชัดเจน แบบไหนเป็นเพชรก็น่าจะแยกออกได้ง่ายจากมายด์เซต
“เกียร์จ๋าเกียร์ มานั่งนั่งกินข้าวกับเราบ่อยจังเลยน๊าช่วงนี้” พิงกี้เพื่อนในกลุ่มของมินนี่เอ่ยแซว
“กินกับทุกคนแล้วเจริญอาหารดี” ตอนนั้นขิง แฟนของไอ้ต้าร์ก็เบ้ปาก
“กินกับพวกเรา หรือกินกับคนข้าง ๆ กันแน่น๊า” ตอนนั้นมินนี่ช้อนตาขึ้นมองเพื่อนเธอ “อยากกินข้าวกับมินนี่ก็บอกมาเถอะน่า”
“ก็อาจจะใช่ ถ้าได้กินด้วยทุกวันก็คงดี”
“ขอร้องงงงง” ไอ้ต้าร์ถึงกับเหลือบตามองบนแรง ๆ “มินนี่หน้าแดงหมดแล้ว”
“นี่เกียร์คะ ถึงเกียร์จะหล่อมากก็เถอะแต่ถ้าเกียร์จะมีจีบลูกสาวเราเล่น ๆ เราไม่ยอมหรอกนะ” น้ำหวานว่าแล้วหรี่ตามองผม “หล่อก็ไม่พิวิเลจนะคะ”
“ไม่เคยบอกว่าจะจีบเล่น ๆ นะครับ” คำพูดของผมทำให้ทุกคนเบ้ปากด้วยความหมั่นใส่แต่มินนี่ก็เอาแต่ก้มหน้างุด ๆ สนใจจานข้าวมากกว่าจะสนใจผมหรือเพื่อน ๆ
“ยัยคุณหนูแก้มจะระเบิดแล้ว” พิงกี้ยิ้มกว้าง
“ทุกคนตั้งใจกินข้าวเดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน” เช่นเคยมินนี่เป็นคนเปลี่ยนเรื่องหนีตลอด แต่ผมพูดจริงนะ ผมไม่ได้จะจีบมินนี่เล่น ๆ อยู่แล้วถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่เคยคบควงผู้หญิงแบบมินนี่เลยก็ตาม แต่คนที่ควง กับคนที่คบไม่เหมือนกันหรอก มินนี่น่ะไม่ได้มีไว้เป็นของเล่นอยู่แล้ว
หลังจากทานข้าวเสร็จผมกับทุกคนก็ไปเรียนกัน ซึ่งในคลาสนี้เป็นคลาสที่ผมจะได้เรียนกับมินนี่ ซึ่งจะได้เรียนแบบนี้ทุกจันทร์ และผมก็ไม่ได้กลับไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนเหมือนอย่างที่เคยเป็น
End Gear Sathiravich Talk