Home / โรแมนติก / BURNING CROWN รักต้องห้าม / BURNING CROWN รักต้องห้าม l บทที่ 2 บุญคุณ

Share

BURNING CROWN รักต้องห้าม l บทที่ 2 บุญคุณ

Author: Lestrang
last update publish date: 2026-10-04 10:39:37

สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว เด็กสาวเงียบขรึมวัยสิบหก บัดนี้กลายเป็นหญิงสาววัยสิบแปดเต็มตัว ร่างเพรียวอรชร ดวงตากลมโตซ่อนแววเด็ดเดี่ยว เธอไม่ใช่เพียง “เด็กกำพร้า” อีกต่อไป หากแต่เป็นคนที่ยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง

เสียงฮือฮาในห้องโถงเล็กของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าดังขึ้น เมื่อผู้ดูแลประกาศผลสอบแข่งขันทุนการศึกษา

“เธอสอบได้จริงๆ…ทุนญี่ปุ่นน่ะ!”

เด็กหลายคนพากันมองด้วยสายตาชื่นชมและอิจฉาปะปนกัน แต่หญิงสาวเพียงยืนนิ่ง มือที่กำกระดาษผลสอบแน่นสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัว หากเพราะไม่เคยเชื่อมาก่อนว่าโลกจะเปิดทางให้เธอได้ขนาดนี้

ทุนการศึกษาฟรีสองปีเต็ม…คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยชื่อดังในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ค่ำคืนนั้น เธอนั่งอยู่ที่หน้าต่างบานเดิมของห้องนอนรวมที่เคยใช้มองหาคนที่ไม่เคยกลับมา คราวนี้แสงจันทร์ส่องกระทบกระดาษผลสอบในมือ ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยน้ำตาที่ไม่ใช่ความเศร้า แต่เป็นความปลื้มปีติที่เก็บไว้ลึกๆ

“แม่คะ…หนูทำได้แล้ว” เสียงกระซิบเบาๆ ลอยหายไปกับสายลมหนาว

เช้าวันเดินทาง เด็กๆ ในสถานเลี้ยงต่างมารวมตัวเพื่อส่งเธอ หลายคนโบกมือตะโกนให้กำลังใจ บางคนร้องไห้เพราะอาลัยอาวรณ์ ส่วนผู้ดูแลยื่นกระเป๋าเดินทางเก่าๆ ที่ได้รับบริจาคมาให้พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น

“ไปเถอะจ้ะ โลกกว้างกว่าที่คิดมากนัก ขอให้เธอใช้โอกาสนี้เปลี่ยนชีวิตตัวเอง”

หญิงสาวก้าวขึ้นรถที่มุ่งหน้าไปสนามบิน ดวงตาหันกลับมามองถนนเส้นเดิม ถนนที่ครั้งหนึ่งเคยรอใครบางคนอย่างเจ็บปวด แต่วันนี้…มันคือถนนที่พาเธอออกเดินทางสู่โลกใหม่

เมื่อเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า เธอมองผ่านหน้าต่างออกไปยังผืนเมฆกว้างพลางกำกระดาษตอบรับทุนการศึกษาแนบอกแน่น ความว่างเปล่าที่เคยกัดกินหัวใจถูกแทนที่ด้วยเปลวไฟแห่งความหวัง และสัญญากับตัวเองเงียบๆ

“ต่อจากนี้…ฉันจะไม่เป็นเพียงเด็กกำพร้าอีกแล้ว ฉันจะเป็นคนที่สร้างชีวิตด้วยมือของตัวเอง”

…

อดีตที่ผ่านมาคือเส้นทางที่ผลักดันให้เด็กกำพร้าที่ไร้ใครเหลียวแล เติบโตขึ้นมาเป็นหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางคฤหาสน์โอ่อ่าของตระกูลเฟนเฮิร์ท โลกที่แตกต่างราวฟ้ากับเหว จนบางครั้งแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่อาจเชื่อได้ว่าเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นจริง

คฤหาสน์เฟนเฮิร์ทหรูหราและเย็นชาจนแทบทำให้ลมหายใจสะดุด เสาหินอ่อนสีงาช้างตระหง่าน โคมระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับ ทุกมุมของที่นี่อบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจและความสูงส่ง ซึ่งเด็กหญิงกำพร้าในวันวานไม่อาจแม้แต่จะฝันถึง

หญิงสาวก้าวเข้ามาที่นี่เพราะชายชราผู้หนึ่ง…อเล็กซานเดอร์ เฟนเฮิร์ท ปู่ของเขา

เธอยังจำได้ดีถึงวันที่ท่านเฟนเฮิร์ทปรากฏตัวในงานมหาวิทยาลัยในฐานะผู้สนับสนุนรายใหญ่ วันนั้นเธอเป็นเพียงนักศึกษาทุนที่ได้รับมอบหมายให้ขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานและรายงานเล็กๆ เสียงเธอแอบสั่นด้วยความประหม่า แต่ถ้อยคำกลับชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคมของชายชราจับจ้องราวกับมองเห็นบางสิ่งในตัวเธอ และไม่นานหลังจากนั้น อาจารย์ก็แจ้งข่าวว่า…ท่านเฟนเฮิร์ทประสงค์จะทาบทามเธอเข้าทำงานทันทีหลังเรียนจบ ในตำแหน่งเลขาส่วนตัวของคนคนนั้น

สิ่งที่เธอไม่คาดคิด คือความเอ็นดูที่ได้รับเกินกว่าหน้าที่การทำงาน ท่านเฟนเฮิร์ทเชื้อเชิญให้เธอเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ ราวกับโอบกอดเด็กกำพร้าอย่างเธอไว้เป็นครอบครัวอีกคน…ความเมตตาที่ไม่มีทางปฏิเสธได้

บุญคุณเช่นนี้ เธอตอบแทนได้เพียงการทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลัง ในฐานะเลขาส่วนตัวของ เอลเลียต เฟนเฮิร์ท

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้ง…เพราะที่บริษัทเขาไม่ต่างจากปีศาจ แต่ที่คฤหาสน์…เขากลับสวมหน้ากากเป็นสุภาพบุรุษที่แสนดีต่อหน้าท่านปู่

เอลเลียต เฟนเฮิร์ท…ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้า หลานชายของท่านอเล็กซานเดอร์ เฟนเฮิร์ท ผู้บริหารที่โลกธุรกิจจับตามอง ภาพแรกที่หญิงสาวได้เห็นเขาในฐานะเจ้านายไม่ใช่บุรุษในสูทเนี้ยบผูกไท หากแต่เป็นร่างสูงในเชิ้ตปลดกระดุมสองเม็ด เส้นผมสีน้ำตาลยาวประบ่า รวบมัดจุกเซอร์ๆ ไว้ด้านหลัง ริมฝีปากหยักมักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มมุมปากเย้ยหยัน ดวงตาคมเข้มสะกดทุกสายตาจนห้องทั้งห้องเงียบลงโดยไม่รู้ตัว

เขาคือผู้บริหารหนุ่มที่ไม่เคยทำตามกฏเกณฑ์ใดๆแม้กระทั่งเรื่องบุคลิกภาพของตนเอง แต่ทุกท่วงท่ากลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจโดยไม่ต้องพยายาม เพื่อนร่วมงานและผู้บริหารอาวุโสที่มาก

ประสบการณ์กว่า ยังต้องหันมองทุกครั้งที่เขาเดินเข้าสู่ห้องประชุม

สำหรับหญิงสาวแล้ว…ในบริษัท เขาไม่ต่างจากปีศาจที่คอยหาทางกลั่นแกล้งไม่เว้นแต่ละวัน โยนงานด่วนเกินเวลามาให้ ตัดบทเธอกลางที่ประชุมจนไปต่อแทบไม่ถูก หรือเอ่ยวาจาเจ็บแสบที่บีบคั้นใจให้แทบหายใจไม่ออก แต่ทันทีที่กลับถึงคฤหาสน์ เขาก็เปลี่ยนเป็นอีกคน พูดจายกย่องว่าเธอขยันและฉลาดต่อหน้าท่านเฟนเฮิร์ท ทำราวกับเธอคือผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ที่สุด

ท่านเฟนเฮิร์ทมักยิ้มอย่างพอใจทุกครั้ง และเธอก็ได้แต่ยิ้มตอบ ทั้งที่ในใจอยากตะโกนว่ามันไม่ใช่ความจริงเลย

เกือบสามปีแล้วที่เธอต้องทนอยู่ในวังวนระหว่าง “ความกตัญญู” ที่บังคับให้ทนต่อและ “ความเจ็บปวด” ที่ได้รับจากชายผู้เป็นเจ้านาย ทุกครั้งที่สายตาเผลอสบเข้ากับดวงตาคมกริบของเขา หญิงสาวก็ได้แต่ย้ำกับตัวเองเงียบๆ ว่า…เอลเลียต เฟนเฮิร์ท ไม่ใช่บุรุษที่เธอควรเผลอใจให้…แม้แต่วินาทีเดียว

แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านกระจกสูงของตึกสำนักงานใหญ่บริษัทเพนตราแกรม ห้องทำงานชั้นบนสุดเต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน เงียบเกินกว่าจะได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงปลายนิ้วกดแป้นพิมพ์แผ่วเบา

ร่างเล็กนั่งอยู่หลังโต๊ะเลขาส่วนตัว กองเอกสารหนาเตอะวางเรียงรายตรงหน้า เสียงแจ้งเตือนจากอีเมลดังขึ้นไม่หยุด งานที่ต้องส่งถูกเลื่อนเข้ามาอย่างต่อเนื่องราวกับคลื่นซัดซ้ำๆ และทุกครั้งที่เธอคิดว่าจะหายใจได้บ้าง เอกสารใหม่ก็ถูกวางลงตรงหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว

“สามชั่วโมง ฉันต้องการทั้งหมดนี้อยู่บนโต๊ะประชุม” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะ ทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ ร่างสูงโปร่งในเชิ้ตสีเข้มยืนพิงโต๊ะใกล้ๆ แววตาคมกริบกดดันราวกับไม่เปิดช่องให้ต่อรอง

“แต่…มันมีมากเกินไปค่ะ ฉัน…”

“ฉันไม่ได้ถามว่ามากหรือน้อย” เอลเลียตแทรกขึ้นทันที รอยยิ้มมุมปากเย้ยหยันปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาที “ฉันสั่งให้เธอทำ”

หญิงสาวกำหมัดใต้โต๊ะแน่น ความกดดันถาโถมจนหายใจติดขัด แต่ดวงตากลมโตยังจับจ้องกลับไปโดยไม่ยอมก้มหนี

เขาโน้มตัวลงเล็กน้อยจนปลายผมสีน้ำตาลสว่างเกือบจะสัมผัสกับกระดาษตรงหน้า กลิ่นโคโลญจ์เย็นๆ แผ่วเบาลอยแตะปลายจมูก แต่แทนที่จะอบอุ่นกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการ

“หรือว่าอยากให้ฉันรายงานท่านปู่ของฉันว่า เลขาที่เขาเลือกมาด้วยตัวเอง…ทำงานไม่ไหว?” น้ำเสียงทุ้มลากช้า กดดันมากกว่าตะโกนเสียอีก

เธอขบกรามแน่น ความรู้สึกทั้งอับอายและโกรธไหลวนในอก แต่ทำได้เพียงพยักหน้ารับ แล้วก้มหน้าลงจัดเรียงเอกสารต่อไป

เอลเลียตหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะผละออกไปนั่งเอนกายบนเก้าอี้ผู้บริหาร ร่างสูดทอดกายอย่างผ่อนคลายราวกับไม่ได้เพิ่งกดเธอให้จมอยู่ใต้ภูเขางาน

เวลาผ่านไปจนใกล้ถึงการประชุม ร่างอรชรหอบแฟ้มหนาหนักเข้าไปในห้องกระจก เสียงสนทนาเคร่งเครียดของผู้บริหารดังระงม แต่ทันทีที่เอลเลียตก้าวเข้ามา บรรยากาศกลับเงียบลงโดยอัตโนมัติ

เขานั่งประจำเก้าอี้หัวโต๊ะ เปิดแฟ้มที่เธอจัดไว้ตรงหน้าแล้วปรายตามองแวบหนึ่ง ริมฝีปากหยักเอ่ยเพียงคำเดียว…

“ไม่เลว”

เพียงเท่านั้น น้ำหนักของการกดดันก่อนหน้านี้ก็ถูกกลบเกลื่อนราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ทุกสายตาในห้องประชุมหันมามองเธอ บางคนแฝงแววชื่นชม แต่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่า…เบื้องหลังคำชมสั้นๆ นั้นคือเกมกดขี่ที่เขาเล่นกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ณิชาสูดลมหายใจลึก พยายามยืนให้มั่นคง แม้หัวใจภายในจะสั่นสะท้าน…เพราะเธอรู้ดี…ตราบใดที่ยังอยู่ใต้ชายคาตระกูลเฟนเฮิร์ท วันพรุ่งนี้ก็คงไม่ต่างอะไรจากวันนี้เลย

__________________________

กดถูกใจ + คอมเมนต์ + กดเข้าชั้นกันด้วยน้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • BURNING CROWN รักต้องห้าม    BURNING CROWN รักต้องห้าม l บทที่ 83 ชัดเจน

    ในเวลาเดียวกัน ที่เมืองเบิร์กทาวน์ บ้านหลังเล็ก ๆ เลขที่ 44 ถนนริเวอร์ไซด์ดีเทอร์ ฮอฟแมน ยืนอยู่หน้าต่าง มองออกไปยังถนนที่มืดมิด มือข้างหนึ่งของเขาถือแก้วเหล้า ดื่มช้า ๆ“ท่านดีเทอร์" จิมเอ่ย “นี่มันก็หลายชั่วโมงแล้วนะครับ โรสควรจะมาถึงได้แล้ว”“ฉันรู้” ดีเทอร์ตอบเสียงเรียบจิมเงียบไปชั่วครู่ “ท่านคิดว่า...เธอถูกจับไปไหมครับ?”ดีเทอร์ดื่มเหล้าอีกอึก “น่าจะใช่”“แล้วจะทำอย่างไรดีครับ?”ดีเทอร์หันมามองเขา ดวงตาเย็นชา “ไม่ทำอะไร”จิมสะดุ้ง “แต่...โรสยังอยู่ในมือพวกเขา”“ฉันรู้” ดีเทอร์พูดเสียงเรียบ “แต่ถ้าเราพยายามช่วย เราก็จะถูกจับด้วย”“แต่เธอภักดีกับท่านมาก! เธอทำงานให้ท่าน!”“และฉันก็ขอบคุณเธอ” ดีเทอร์พูด “แต่ฉันไม่โง่พอที่จะเสี่ยงทุกอย่างเพื่อไปช่วยคนคนหนึ่ง”จิมจ้องมองเขาด้วยความไม่เชื่อ “ท่าน...”“นี่คือสงคราม จิม” ดีเทอร์พูดเย็นชา “ในสงคราม มีคนตาย มีคนเสียสละ และเราต้องยอมรับมัน”เขาหันกลับไปมองนอกหน้าต่าง“โรสรู้ความเสี่ยงตั้งแต่แรกแล้ว เธอรู้ว่าถ้าถูกจับ เธออาจจะตาย”“แล้วจะปล่อยให้เธอตายงั้นเหรอครับ?”ดีเทอร์เงียบไปนาน“ถ้าจำเป็น...ก็ใช่”จิมกำมือแน่น “ผมไม่เข้าใจท่านเลย”“ไ

  • BURNING CROWN รักต้องห้าม   BURNING CROWN รักต้องห้าม l บทที่ 82 ของเล่นชั่วคราว

    ณ ห้องทำงานชั้นบนของพันตรีเรย์มอนด์ เลอแกรนท์ เต็มไปด้วยบรรยากาศหนักอึ้ง แผนที่ขนาดใหญ่ถูกกางอยู่บนโต๊ะ เส้นทางไปยังเมืองเบิร์กทาวน์ถูกขีดเส้นสีแดงไว้อย่างชัดเจน“เบิร์กทาวน์อยู่ห่างจากที่นี่ประมาณ 6 ชั่วโมง” นาธานชี้ไปที่แผนที่ “ถ้าออกเดินทางตอนเช้ามืด จะถึงพอดีตอนบ่าย”เอลเลียตยืนอยู่หน้าต่าง มือสอดกระเป๋า มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเย็นชา“เรย์ เซบ” เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมา “พวกนายจัดการเรื่องนี้”“เข้าใจแล้ว” ทั้งสองตอบพร้อมกันเอลเลียตเดินกลับมายังโต๊ะ “จำนวนคนเท่าไหร่?”“เป้าหมายมีแค่สองคน” เรย์มอนด์ตอบ “ฉันว่า 6 คนน่าจะพอ เลือกจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ”“ดี” คนตัวโตพยักหน้า “แผนบุกเป็นอย่างไร?”เซบาสเตียนก้าวเข้ามา ชี้ไปที่แผนที่ “บ้านเลขที่ 44 ถนนริเวอร์ไซด์ มีทางออก 3 ทาง ประตูหน้า ประตูหลัง และหน้าต่างชั้นสอง”เขาวาดวงกลมบนแผนที่ “เราจะแบ่งทีมเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 2 คน ล้อมทั้ง 3 ทาง แล้วบุกพร้อมกัน”“ถ้าพวกเขาใช้ระเบิดล่ะครับ?” นาธานถาม“เราจะส่งคนเข้าไปสำรวจก่อน” เรย์มอนด์ตอบ “ถ้าพบระเบิด จะใช้วิธีทางไกล อาจจะใช้แก๊สสลับ หรือควันไล่เขาออกมาข้างนอก”ร่างกำยำพยักหน้าช้า ๆ “

  • BURNING CROWN รักต้องห้าม   BURNING CROWN รักต้องห้าม l บทที่ 81 ข้อมูล

    คฤหาสน์เฟนเฮิร์ท หน้าโถงทางเข้าหลักเอลเลียต เฟนเฮิร์ท ยืนอยู่หน้าบันได ปรับปลอกแขนเสื้อสูทสีดำให้เรียบร้อย เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวใต้เสื้อสูท เนกไทสีดำผูกอย่างเรียบร้อย กางเกงสูทสีดำ รองเท้าหนังสีดำขัดเงางามนาธานเดินเข้ามา ถือเสื้อโค้ตยาวสีเทาเข้มมาให้“ท่านครับ” เขาเอ่ย ช่วยสวมเสื้อโค้ตให้เอลเลียตสวมเสื้อโค้ตเข้าไป ปรับปกให้เรียบร้อย“เรย์มอนด์ติดต่อมาแล้วใช่ไหม?” เขาถาม“ใช่ครับ” นาธานตอบ “จับได้แล้ว กำลังพาไปที่นั่นครับ”ชายหนุ่มพยักหน้า ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย็นชา“ดีครับ”เขาเดินลงบันได นาธานเดินตามข้างหลัง เมื่อออกมาถึงหน้าคฤหาสน์ รถสีดำคันยุโรปคันหนึ่งจอดรออยู่ คนขับรถลงมาเปิดประตูให้กับกษัตริย์เฟนเฮิร์ทเขาขึ้นรถ นั่งลงอย่างสง่างามที่เบาะหลัง นาธานเดินขึ้นนั่งที่เบาะหน้าข้างๆ คนขับ“ออกรถ” เสียงทุ้มสั่งคนขับสตาร์ทรถ ขับออกจากคฤหาสน์ มุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่ที่โรส เวนน์ อยู่…ห้องคุมขังใต้ดินโรสค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ศีรษะเธอยังมีอาการมึนงง ร่างกายอ่อนเพลีย เธอพยายามขยับ…แต่ทำไม่ได้มือทั้งสองถูกมัดแน่นไว้กับที่เท้าแขนเก้าอี้ ขาท้งสองถูกมัดไว้กับขาเก้าอี้“อะ…ไรกัน…

  • BURNING CROWN รักต้องห้าม    BURNING CROWN  รักต้องห้าม l บทที่ 80 จับได้แล้ว

    แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านช่องม่านเข้ามาในห้อง ณิชาค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ร่างกายของเธอปวดเมื่อยไปทั่ว โดยเฉพาะตรงนั้นระหว่างขา…เจ็บและปวดแสบขนแทบขยับตัวไม่ได้ เธอหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับตัว ความทรงจำเมื่อคืนนี้พรวดเข้ามาในหัว รอบหนึ่ง…รอบสอง…รอบสาม…สี่…ห้า… ใบหน้าของเธอแดงก่ำทันที พระเจ้า…เขาทำเธอไม่หยุดเลยจริงๆ จนกระทั่งเธอหมดแรงและหลับไปในที่สุด หญิงสาวหันหน้าไปมองข้างๆ คนตัวโตนอนหลับอยู่ข้างๆ เธอ ใบหน้าคมเข้มผ่อนคลาย ผมน้ำตาลเข้มรุงรังเล็กน้อย ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย หายใจเข้าออกสม่ำเสมอ หน้าอกกว้างของเขาเปลือยเปล่า ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ เขาดูผ่อนคลายมากในยามหลับ ดูสงบมาก….ไม่เหมือนตอนที่ตื่นอยู่เลย เธอจ้องมองใบหน้าเขานิ่งๆ สักพัก มือเล็กๆ เอื้อมไปลูบแก้มเขาเบาๆ นิ้วมือเลื่อนไปลูบไล้ตามกรอบหน้า จากแก้มลงมาที่คาง ขึ้นไปที่จมูก หน้าผาก เขาหล่อมาก…หล่อจนน่ากลัว และอันตรายมาก ณิชาถอนหายใจเบาๆ ชักมือกลับมา ‘อย่าหลงรักเขาอีก’ เธอพูดกับตัวเอง ‘อย่าหลงรักเขามากกว่านี้…’ สักวันหนึ่ง…ความสัมพันธ์ลับๆ นี้ก็จะจบลง เมื่อเธอชดใช้เงินให้กับเขาจนครบ…ทุกอย่างก็จะจบไป เธอจะแต่งงานกับธี

  • BURNING CROWN รักต้องห้าม    BURNING CROWN รักต้องห้าม l บทที่ 79 ทั้งคืน (NC+)

    “เธอกำลังทำให้ฉันเสียสติ รู้ตัวหรือเปล่า” เอลเลียตเอียงหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเขาปะทะริมฝีปากเธออย่างจงใจณิชาไม่ทันได้ตอบ ริมฝีปากหยักของเขาก็ทาบลงมาบดจูบริมฝีปากเธอแล้ว จูบลึก จูบแรง ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปในโพรงปากเธอ ตวัดลิ้นดูดพันดึงอย่างหยอกล้อ“อื้อออ...” เธอครางเบา ๆ ในลำคอมือหนาถอดเสื้อคลุมของเธอออกโยนทิ้ง ตามด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวผ้าซาตินแขนยาวถลกขึ้นออกทางศีรษะ เผยให้เห็นเต้านมอวบขาว ยอดสีชมพูอ่อนตั้งชันเอลเลียตจ้องมองด้วยสายตาหิวกระหาย ก่อนจะก้มลงมาใช้ปากอ้างับยอดจุกข้างหนึ่ง ดูด เลีย และกัดเบา ๆ“อ๊า...!” ณิชาร้องลั่น หลังโก่งขึ้น มือยกขึ้นจับไหล่กว้างของเขาไว้แน่นริมฝีปากร้อนผ่าวเลื่อนไปยอดจุกอีกข้างทำเช่นเดียวกัน ในขณะที่มือหนาดึงกางเกงนอนขาสั้นของเธอลงจนหมด แต่ในขณะที่ดึงร่างสูงก็คิดก่นด่าคนตัวเล็กในใจ...ที่เดินออกมาจากกระท่อมด้วยสภาพกางเกงขาสั้นแบบนี้ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นเล็กน้อย ถอดเสื้อคลุมและกางเกงของตัวเองโยนทิ้ง เผยร่างกำยำแข็งแรง กล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ทั้งร่าง และลำกายใหญ่ที่ตั้งตรงพองขยายใหญ่ พร้อมแล้วเขาคุกเข่ากลับเข้ามาแทรกกลางระหว่างขาของหญิงสาวบนเตียง มือข้างหนึ

  • BURNING CROWN รักต้องห้าม   BURNING CROWN รักต้องห้าม l บทที่ 78 เสียสติ (NC+)

    เอลเลียตตั้งตัวตรงทันที แววตาคมขึ้น “ใคร?”เรย์มอนด์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอ่ยชื่อออกมาช้า ๆ “แมรี่ คอลลินส์”เอลเลียตเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “แน่ใจ?”“แน่” เรย์มอนด์ตอบ “เมื่อวานได้ปากคำจากปีเตอร์ รอสแล้ว”เซบาสเตียนเอ่ยขึ้นบ้าง “ไม่คิดว่าจะสงสัยถูกคนจริง ๆ”เอลเลียตนิ่งไปชั่วครู่ นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ “เล่าตั้งแต่ต้น”เหตุการณ์ห้องคุมขังใต้ดินเมื่อวานนี้...“แมรี่ คอลลินส์!” ปีเตอร์ร้องออกมา เสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากลงมา “เธอชื่อ...แมรี่ คอลลินส์...!”เรย์มอนด์ถอดคีมออกจากนิ้วปีเตอร์ เดินมายืนข้างหน้า ข้างหลังเขา ทหารสองสามคนยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกลปีเตอร์หอบหายใจแรง ๆ ร่างสั่นเทา น้ำตาและเหงื่อเปียกไปหมด“แมรี่ คอลลินส์...” เขาทวนชื่อ แววตาคมขึ้น “...นั่นไม่ใช่ชื่อจริงเธอใช่ไหม?”ปีเตอร์ชะงัก ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้า“ชื่อจริงคืออะไร?”“ผม...ผมไม่รู้...” ปีเตอร์กระซิบเรย์มอนด์ไม่ตอบ แค่ยกคีมขึ้นอีกครั้ง เตรียมจะสอดคีมกลับเข้าไปที่เล็บเดิม“ไม่! ไม่นะ!” ปีเตอร์ร้องทันที ร่างดิ้น “ผมจะบอก! จะบอก!”“งั้นบอกเร็ว ๆ”“ระ...โรส...!” เขาพูดเสียงสั่น “ชื่อจริงของเธอคือ...โรส เวนน์...!”เขาสะอึกสะอื

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status