LOGINในเวลาเดียวกัน ที่เมืองเบิร์กทาวน์ บ้านหลังเล็ก ๆ เลขที่ 44 ถนนริเวอร์ไซด์ดีเทอร์ ฮอฟแมน ยืนอยู่หน้าต่าง มองออกไปยังถนนที่มืดมิด มือข้างหนึ่งของเขาถือแก้วเหล้า ดื่มช้า ๆ“ท่านดีเทอร์" จิมเอ่ย “นี่มันก็หลายชั่วโมงแล้วนะครับ โรสควรจะมาถึงได้แล้ว”“ฉันรู้” ดีเทอร์ตอบเสียงเรียบจิมเงียบไปชั่วครู่ “ท่านคิดว่า...เธอถูกจับไปไหมครับ?”ดีเทอร์ดื่มเหล้าอีกอึก “น่าจะใช่”“แล้วจะทำอย่างไรดีครับ?”ดีเทอร์หันมามองเขา ดวงตาเย็นชา “ไม่ทำอะไร”จิมสะดุ้ง “แต่...โรสยังอยู่ในมือพวกเขา”“ฉันรู้” ดีเทอร์พูดเสียงเรียบ “แต่ถ้าเราพยายามช่วย เราก็จะถูกจับด้วย”“แต่เธอภักดีกับท่านมาก! เธอทำงานให้ท่าน!”“และฉันก็ขอบคุณเธอ” ดีเทอร์พูด “แต่ฉันไม่โง่พอที่จะเสี่ยงทุกอย่างเพื่อไปช่วยคนคนหนึ่ง”จิมจ้องมองเขาด้วยความไม่เชื่อ “ท่าน...”“นี่คือสงคราม จิม” ดีเทอร์พูดเย็นชา “ในสงคราม มีคนตาย มีคนเสียสละ และเราต้องยอมรับมัน”เขาหันกลับไปมองนอกหน้าต่าง“โรสรู้ความเสี่ยงตั้งแต่แรกแล้ว เธอรู้ว่าถ้าถูกจับ เธออาจจะตาย”“แล้วจะปล่อยให้เธอตายงั้นเหรอครับ?”ดีเทอร์เงียบไปนาน“ถ้าจำเป็น...ก็ใช่”จิมกำมือแน่น “ผมไม่เข้าใจท่านเลย”“ไ
ณ ห้องทำงานชั้นบนของพันตรีเรย์มอนด์ เลอแกรนท์ เต็มไปด้วยบรรยากาศหนักอึ้ง แผนที่ขนาดใหญ่ถูกกางอยู่บนโต๊ะ เส้นทางไปยังเมืองเบิร์กทาวน์ถูกขีดเส้นสีแดงไว้อย่างชัดเจน“เบิร์กทาวน์อยู่ห่างจากที่นี่ประมาณ 6 ชั่วโมง” นาธานชี้ไปที่แผนที่ “ถ้าออกเดินทางตอนเช้ามืด จะถึงพอดีตอนบ่าย”เอลเลียตยืนอยู่หน้าต่าง มือสอดกระเป๋า มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเย็นชา“เรย์ เซบ” เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมา “พวกนายจัดการเรื่องนี้”“เข้าใจแล้ว” ทั้งสองตอบพร้อมกันเอลเลียตเดินกลับมายังโต๊ะ “จำนวนคนเท่าไหร่?”“เป้าหมายมีแค่สองคน” เรย์มอนด์ตอบ “ฉันว่า 6 คนน่าจะพอ เลือกจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ”“ดี” คนตัวโตพยักหน้า “แผนบุกเป็นอย่างไร?”เซบาสเตียนก้าวเข้ามา ชี้ไปที่แผนที่ “บ้านเลขที่ 44 ถนนริเวอร์ไซด์ มีทางออก 3 ทาง ประตูหน้า ประตูหลัง และหน้าต่างชั้นสอง”เขาวาดวงกลมบนแผนที่ “เราจะแบ่งทีมเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 2 คน ล้อมทั้ง 3 ทาง แล้วบุกพร้อมกัน”“ถ้าพวกเขาใช้ระเบิดล่ะครับ?” นาธานถาม“เราจะส่งคนเข้าไปสำรวจก่อน” เรย์มอนด์ตอบ “ถ้าพบระเบิด จะใช้วิธีทางไกล อาจจะใช้แก๊สสลับ หรือควันไล่เขาออกมาข้างนอก”ร่างกำยำพยักหน้าช้า ๆ “
คฤหาสน์เฟนเฮิร์ท หน้าโถงทางเข้าหลักเอลเลียต เฟนเฮิร์ท ยืนอยู่หน้าบันได ปรับปลอกแขนเสื้อสูทสีดำให้เรียบร้อย เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวใต้เสื้อสูท เนกไทสีดำผูกอย่างเรียบร้อย กางเกงสูทสีดำ รองเท้าหนังสีดำขัดเงางามนาธานเดินเข้ามา ถือเสื้อโค้ตยาวสีเทาเข้มมาให้“ท่านครับ” เขาเอ่ย ช่วยสวมเสื้อโค้ตให้เอลเลียตสวมเสื้อโค้ตเข้าไป ปรับปกให้เรียบร้อย“เรย์มอนด์ติดต่อมาแล้วใช่ไหม?” เขาถาม“ใช่ครับ” นาธานตอบ “จับได้แล้ว กำลังพาไปที่นั่นครับ”ชายหนุ่มพยักหน้า ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย็นชา“ดีครับ”เขาเดินลงบันได นาธานเดินตามข้างหลัง เมื่อออกมาถึงหน้าคฤหาสน์ รถสีดำคันยุโรปคันหนึ่งจอดรออยู่ คนขับรถลงมาเปิดประตูให้กับกษัตริย์เฟนเฮิร์ทเขาขึ้นรถ นั่งลงอย่างสง่างามที่เบาะหลัง นาธานเดินขึ้นนั่งที่เบาะหน้าข้างๆ คนขับ“ออกรถ” เสียงทุ้มสั่งคนขับสตาร์ทรถ ขับออกจากคฤหาสน์ มุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่ที่โรส เวนน์ อยู่…ห้องคุมขังใต้ดินโรสค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ศีรษะเธอยังมีอาการมึนงง ร่างกายอ่อนเพลีย เธอพยายามขยับ…แต่ทำไม่ได้มือทั้งสองถูกมัดแน่นไว้กับที่เท้าแขนเก้าอี้ ขาท้งสองถูกมัดไว้กับขาเก้าอี้“อะ…ไรกัน…
แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านช่องม่านเข้ามาในห้อง ณิชาค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ร่างกายของเธอปวดเมื่อยไปทั่ว โดยเฉพาะตรงนั้นระหว่างขา…เจ็บและปวดแสบขนแทบขยับตัวไม่ได้ เธอหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับตัว ความทรงจำเมื่อคืนนี้พรวดเข้ามาในหัว รอบหนึ่ง…รอบสอง…รอบสาม…สี่…ห้า… ใบหน้าของเธอแดงก่ำทันที พระเจ้า…เขาทำเธอไม่หยุดเลยจริงๆ จนกระทั่งเธอหมดแรงและหลับไปในที่สุด หญิงสาวหันหน้าไปมองข้างๆ คนตัวโตนอนหลับอยู่ข้างๆ เธอ ใบหน้าคมเข้มผ่อนคลาย ผมน้ำตาลเข้มรุงรังเล็กน้อย ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย หายใจเข้าออกสม่ำเสมอ หน้าอกกว้างของเขาเปลือยเปล่า ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ เขาดูผ่อนคลายมากในยามหลับ ดูสงบมาก….ไม่เหมือนตอนที่ตื่นอยู่เลย เธอจ้องมองใบหน้าเขานิ่งๆ สักพัก มือเล็กๆ เอื้อมไปลูบแก้มเขาเบาๆ นิ้วมือเลื่อนไปลูบไล้ตามกรอบหน้า จากแก้มลงมาที่คาง ขึ้นไปที่จมูก หน้าผาก เขาหล่อมาก…หล่อจนน่ากลัว และอันตรายมาก ณิชาถอนหายใจเบาๆ ชักมือกลับมา ‘อย่าหลงรักเขาอีก’ เธอพูดกับตัวเอง ‘อย่าหลงรักเขามากกว่านี้…’ สักวันหนึ่ง…ความสัมพันธ์ลับๆ นี้ก็จะจบลง เมื่อเธอชดใช้เงินให้กับเขาจนครบ…ทุกอย่างก็จะจบไป เธอจะแต่งงานกับธี
“เธอกำลังทำให้ฉันเสียสติ รู้ตัวหรือเปล่า” เอลเลียตเอียงหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเขาปะทะริมฝีปากเธออย่างจงใจณิชาไม่ทันได้ตอบ ริมฝีปากหยักของเขาก็ทาบลงมาบดจูบริมฝีปากเธอแล้ว จูบลึก จูบแรง ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปในโพรงปากเธอ ตวัดลิ้นดูดพันดึงอย่างหยอกล้อ“อื้อออ...” เธอครางเบา ๆ ในลำคอมือหนาถอดเสื้อคลุมของเธอออกโยนทิ้ง ตามด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวผ้าซาตินแขนยาวถลกขึ้นออกทางศีรษะ เผยให้เห็นเต้านมอวบขาว ยอดสีชมพูอ่อนตั้งชันเอลเลียตจ้องมองด้วยสายตาหิวกระหาย ก่อนจะก้มลงมาใช้ปากอ้างับยอดจุกข้างหนึ่ง ดูด เลีย และกัดเบา ๆ“อ๊า...!” ณิชาร้องลั่น หลังโก่งขึ้น มือยกขึ้นจับไหล่กว้างของเขาไว้แน่นริมฝีปากร้อนผ่าวเลื่อนไปยอดจุกอีกข้างทำเช่นเดียวกัน ในขณะที่มือหนาดึงกางเกงนอนขาสั้นของเธอลงจนหมด แต่ในขณะที่ดึงร่างสูงก็คิดก่นด่าคนตัวเล็กในใจ...ที่เดินออกมาจากกระท่อมด้วยสภาพกางเกงขาสั้นแบบนี้ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นเล็กน้อย ถอดเสื้อคลุมและกางเกงของตัวเองโยนทิ้ง เผยร่างกำยำแข็งแรง กล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ทั้งร่าง และลำกายใหญ่ที่ตั้งตรงพองขยายใหญ่ พร้อมแล้วเขาคุกเข่ากลับเข้ามาแทรกกลางระหว่างขาของหญิงสาวบนเตียง มือข้างหนึ
เอลเลียตตั้งตัวตรงทันที แววตาคมขึ้น “ใคร?”เรย์มอนด์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอ่ยชื่อออกมาช้า ๆ “แมรี่ คอลลินส์”เอลเลียตเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “แน่ใจ?”“แน่” เรย์มอนด์ตอบ “เมื่อวานได้ปากคำจากปีเตอร์ รอสแล้ว”เซบาสเตียนเอ่ยขึ้นบ้าง “ไม่คิดว่าจะสงสัยถูกคนจริง ๆ”เอลเลียตนิ่งไปชั่วครู่ นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ “เล่าตั้งแต่ต้น”เหตุการณ์ห้องคุมขังใต้ดินเมื่อวานนี้...“แมรี่ คอลลินส์!” ปีเตอร์ร้องออกมา เสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากลงมา “เธอชื่อ...แมรี่ คอลลินส์...!”เรย์มอนด์ถอดคีมออกจากนิ้วปีเตอร์ เดินมายืนข้างหน้า ข้างหลังเขา ทหารสองสามคนยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกลปีเตอร์หอบหายใจแรง ๆ ร่างสั่นเทา น้ำตาและเหงื่อเปียกไปหมด“แมรี่ คอลลินส์...” เขาทวนชื่อ แววตาคมขึ้น “...นั่นไม่ใช่ชื่อจริงเธอใช่ไหม?”ปีเตอร์ชะงัก ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้า“ชื่อจริงคืออะไร?”“ผม...ผมไม่รู้...” ปีเตอร์กระซิบเรย์มอนด์ไม่ตอบ แค่ยกคีมขึ้นอีกครั้ง เตรียมจะสอดคีมกลับเข้าไปที่เล็บเดิม“ไม่! ไม่นะ!” ปีเตอร์ร้องทันที ร่างดิ้น “ผมจะบอก! จะบอก!”“งั้นบอกเร็ว ๆ”“ระ...โรส...!” เขาพูดเสียงสั่น “ชื่อจริงของเธอคือ...โรส เวนน์...!”เขาสะอึกสะอื







