Masukอันปันกลืนน้ำลายอึกอึกลงคอ จะให้เธอตอบยังไงดีล่ะ ในหัวไม่ได้เตรียมคำตอบนี้เอาไว้เลย รู้แค่วันนี้ยังไงเธอก็ต้องเอาเกียร์จากผู้ชายตรงหน้าไปให้ได้! เพราะถ้าเธอไม่ได้ คนอื่นก็คงเอาไปกินอยู่ดี
ส่วนสาเหตุที่เธอต้องบากหน้ามาหาผู้ชายที่เธอเพิ่งด่าเขาไว้ว่า ‘ผู้ชายแบบเขา ชาตินี้คงหาเมียไม่ได้แน่’ ก็เพราะเธอหน้าเงิน... เอ๊ย! อยากได้เงินรางวัลต่างหาก
‘ใครได้เกียร์จากพี่ทิศเหนือ คณะวิศวะ ปี 4 เป็นคนแรก จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท’
ฟังดูน่าสนใจใช่ไหมล่ะ แค่ได้เกียร์จากผู้ชายตรงหน้า เธอก็จะได้เงินตั้งห้าหมื่นไปโปะหนี้ญาติผู้ใหญ่ที่ยืมมาจ่ายค่าเทอม ซึ่งมันกำลังจะครบกำหนดคืนในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว
เธอไม่มีทางเลือกอื่น และนี่คือเหตุผลเดียวที่คุ้มค่าพอให้เธอลองเสี่ยงตายดูสักตั้ง!
“ว่าไง?” เสียงทุ้มกดต่ำกึ่งตะคอก จนอันปันสะดุ้งโหยง
เธอช้อนตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าอีกรอบ จนเผลอทำหน้าเหวอไปชั่วขณะ เพราะในจังหวะที่สมองกำลังประมวลผลอย่างหนัก ใบหน้าพระเจ้าสร้างกับดวงตาคู่คมของเขา ก็รบกวนโสตประสาทเธอเหลือเกิน
เอาไงดีวะ อันปัน... คิดสิคิด!
“ว่าไง!”
“อ่า คะ...คือหนูชอบพี่ค่ะ! แอบชอบมานานแล้วด้วย ระ...เรามาเป็นแฟนกันไหมคะ!”
แล้วริมฝีปากเล็กก็เผลอโพล่งอะไรออกไปไม่รู้ตัว! ~ _~ !
คงแพ้เสียงในหัวละมั้ง ก็เขาดันหล่อสมคำร่ำลือจริงๆ แต่วินาทีนี้เธออยากจะเอาหัวโขกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอดที่พูดอะไรบ้าๆ แบบนั้นออกไป
ชอบกับผีสิ! เจอกันครั้งก่อนยังด่าเขาฉอดๆ ตอนนี้มาสารภาพรัก เขาคงจะเชื่อหรอก!
ว่าแต่... ตอนนี้เธอจะเอาหัวโหม่งกำแพงตรงไหนได้ ในเมื่อตรงหน้ามีแค่แผงอกแกร่งๆ ภายใต้เสื้อช็อปที่ตั้งตระหง่านราวกับกำแพงเมืองจีน หรือเธอควรจะแกล้งโขกหัวใส่อกเขาแล้วเป็นลมหนีอายไปเลยดีไหมนะ...
จังหวะที่อันปันกำลังตบตีกับเสียงในหัวตัวเองอยู่นั้น
“เหอะ” เสียงแค่นหัวเราะในลำคอดังขึ้น ทิศเหนือดันลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม มองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งยากจะคาดเดา ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
อันปันได้แต่ก้มหน้ากัดริมฝีปากตัวเอง ในหัวมีแต่คำว่า ‘ฉิบหายแล้ว พูดอะไรออกไปวะนั่น’ หรือเขาอาจจะเขินที่โดนสารภาพรักซึ่งๆ หน้า?
ใช่... เธอกำลังหลอกตัวเองแบบนั้น
แต่สำหรับ ทิศเหนือ มันไม่ใช่ ที่เขาเบือนหน้าหนี เป็นเพราะเขาไม่เชื่อคำพูดของเธอเลยสักนิด
ใครเชื่อก็บ้า
แต่เขาไม่เชื่อ!
“ไม่... ฉันไม่ได้สนใจเธอขนาดนั้น”
น้ำเสียงเย็นยะเยือกตอกกลับไร้เยื่อใย ทำเอาคนตัวเล็กต้องกลืนน้ำลายลงคออีกอึกใหญ่ รับรู้ได้ถึงรัศมีความอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย
ใบหน้าหวานค่อยๆ เงยขึ้นช้าๆ สบเข้ากับดวงตาคมดุอีกครั้ง
“ละ...แล้วถ้าหนูอยากได้เกียร์พี่ หนูต้องทำยังไงคะ?”
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังทำใจดีสู้เสือ ช้อนตามองเขากลับด้วยความใสซื่อ
“อืม... ต้องทำยังไงงั้นเหรอ?”
ร่างสูงก้าวประชิดตัวจนร่างเล็กต้องผงะถอย สายตาคมกริบหรี่ลงไล่มองใบหน้าหวานจิ้มลิ้มอย่างจาบจ้วง ก่อนจะกวาดสายตาประเมินลงมาตามลำคอระหง เนินอกอิ่มในชุดนักศึกษารัดรูป เอวคอดกิ่ว และกระโปรงสอบสั้นแค่คืบที่ผ่าหน้าจนเห็นเรียวขาขาวเนียน แล้วตวัดสายตากลับขึ้นมามองสบตากับคนตัวเล็กที่ยืนตัวแข็งทื่ออีกครั้ง
หุ่นน่า…xxx
“งั้น... เธอคิดว่าตัวเองมีอะไรมาแลกล่ะ?” มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ
“คะ?”
“เพราะถ้าเธอกล้าแลก... ฉันก็กล้าให้”
อันปันยิ้มร่าทันที เธอใช้ไม้พายอันเล็กตักเนื้อมาสก์โคลนสีเขียวข้นขึ้นมา แล้วค่อยๆ บรรจงปาดลงบนใบหน้าคมคาย ทิศเหนือนั่งนิ่งเป็นหุ่นปั้น สายตาคมกริบที่เคยใช้ขู่คนอื่น ตอนนี้กลับทอดมองใบหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจทาครีมให้เขาด้วยความรู้สึกเอ็นดูจนปิดไม่มิด มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นมาบางเบาโดยที่เธอไม่ทันสังเกตหลังจากผ่านมหกรรมแปลงโฉมเสือเป็นแมวชมพูไปได้ราวสิบห้านาทีจนมาสก์เริ่มแห้งตึง ทิศเหนือก็ลุกไปจัดการล้างหน้าล้างตาจนสะอาดเกลี้ยงเกลา ก่อนจะเดินเข้าไปในโซนห้องครัว หยิบชามที่ใส่กุ้งต้มตัวโตที่เตรียมไว้จากตู้เย็น ออกมานั่งลงข้างๆ อันปันที่กำลังเปิดซีรีส์ดูบนโซฟามือหนาที่ขึ้นเส้นเลือดและมีรอยแผลเป็นจากการจับเครื่องมือช่าง ค่อยๆ บรรจงแกะเปลือกกุ้งอย่างใจเย็น นิ้วยาวดึงเส้นดำออกจนสะอาดเอี่ยม ก่อนจะส่งกุ้งตัวโตไปจ่อที่ริมฝีปากบางของคนข้างๆ“อ้าปาก”อันปันหันมาอ้าปากงับกุ้งเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะโผเข้ากอดรอบคอแกร่งแล้วกดจูบลงบนแก้มสากเสียงดังฟอด“แฟนใครเนี่ย น่ารักที่สุดเลย!”“หึ...” ทิศเหนือหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับ “น่ารักแล้วก็กินเยอะๆ ตัวแค่นี้กอดไม่อุ่นเลยว่ะ... ผอมเกินไปแล้ว”
พรึ่บ!ยังไม่ทันที่แมวมองคนนั้นจะได้ยินคำตอบ เสื้อช็อปสีเลือดหมูปักตราคณะวิศวะก็ถูกโยนพรวดลงมาจากทางด้านหลัง มันคลุมเข้าที่ศีรษะและไหล่บางของอันปันจนมิดชิด ก่อนที่ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักจะสอดหมับเข้าที่เอวคอด ดึงร่างเล็กให้ลอยหวือไปปะทะกับแผงอกกว้างของคนที่เพิ่งเดินมาถึงตัวอันปันโผล่หัวออกมาจากเสื้อช็อป ตาโตขึ้นเมื่อเห็นเสี้ยวหน้าคมของทิศเหนือที่กำลังยืนนิ่ง หน้าตึงอยู่“อยากได้นางเอกซีรีส์เชิญไปหาคนอื่น คนนี้เมียผม ผมไม่อนุญาต”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นเรียบนิ่ง แม้ไม่ใช่การตะคอกใส่ แต่ออร่าความเหี้ยมและสายตาดุดันที่จ้องเขม็งไปยังแมวมองหนุ่มคนนั้น ทำเอาบรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือกขึ้นมาทันตา ชายแปลกหน้าถึงกับหน้าถอดสี มือไม้สั่น รีบเก็บนามบัตรแทบไม่ทันเมื่อเจอสายตาพิฆาตของเด็กวิศวะทรงแบด“ขะ... ขอโทษครับน้อง! พี่ไม่รบกวนแล้วครับ!” พูดจบแมวมองคนนั้นก็รีบเดินจ้ำอ้าวหนีไปอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมามอง“พี่เหนือ!” อันปันจัดเสื้อช็อปที่คลุมอยู่ให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งเบาๆ“ไปขู่เขาทำไมล่ะคะ เขาแค่มาทาบทามเอง กลัวจนวิ่งหนีไปนู่นแล้ว”ทิ
หากมีใครมาบอกทิศเหนือเมื่อเดือนก่อนว่า เสือวิศวะผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอย่างเขา จะต้องมานั่งเฝ้าไข้ผู้หญิงคนหนึ่งยันสว่างด้วยความกระวนกระวายใจ ชายหนุ่มคงจะหลุดหัวเราะในลำคอแล้วต่อยปากคนพูดให้ร่วงลงไปกองกับพื้น ทว่าในเช้าวันนี้ สิ่งเหล่านั้นกลับเกิดขึ้นจริง และเขาก็ยินดีทำมันโดยไม่มีข้อแม้ภายในห้องนอนที่เงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศครางแผ่ว ทิศเหนือนั่งอยู่บนขอบเตียงนอนคิงไซส์ สายตาคมกริบทอดมองใบหน้าหวานของอันปันที่กำลังหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยา แก้มใสที่เคยขึ้นสีระเรี่ยเพราะพิษไข้เริ่มกลับมาเป็นปกติทีละนิด แต่ร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของเธอยังคงเด่นชัดชายหนุ่มหลุบตาลงมองฝ่ามือหนาของตัวเอง มือคู่เดิมที่เคยหยิบจับประแจ ซ่อมเครื่องยนต์ และใช้ชีวิตเสเพลไปวันๆ แต่วันนี้มันกลับสั่นเทาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พอนึกย้อนไปถึงสิ่งที่ตัวเองทำลงไป ความรู้สึกผิดอันหนักอึ้งก็แล่นริ้วเข้ามาจุกอยู่ที่อกตอนที่เห็นน้ำตาของคนตัวเล็กไหลออกมา มันเหมือนมีค้อนปอนด์อันใหญ่ทุบเข้ากลางใจของเขาอย่างจัง ทิศเหนือรู้ตัวดีว่าเขาแม่งโคตรระยำ ปากแข็ง ไร้เหตุผล และแสดงออกด้วยวิธีที่ห่วยแตกที่สุดที่ผ่านมาเ
แกร๊ก…ประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้งพร้อมร่างสูงที่ประคองถาดอาหารเข้ามา ในนั้นมีชามข้าวต้มร้อน ๆ แก้วน้ำ และยาพาราเซตามอลวางเคียงคู่กัน“ลุกไหวไหม”อันปันเผลอจับจ้องไปยังมือใหญ่ที่กำลังใช้ช้อนคนข้าวต้มในชามเพื่อระบายความร้อนช้า ๆ ก่อนที่เขาจะเลื่อนมันมาตรงหน้าเธอภาพตรงหน้ามันอบอุ่นเกินไป...จนเธอเริ่มไม่แน่ใจว่าผู้ชายสายตาอ่อนโยนตรงหน้านี้ คือคนใจร้ายคนเดียวกับเมื่อคืนจริง ๆ หรือเปล่า ดวงตาคู่หวานยังคงมองทิศเหนือไม่ละไปไหน ราวกับกำลังรวบรวมความกล้าอยู่เงียบ ๆสุดท้ายเธอก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน“หายโกรธหนูแล้วเหรอคะ…”มือที่กำลังคนข้าวต้มชะงักกึก ทิศเหนือปรายตามองคนป่วยก่อนจะถอนหายใจออกมา“เรื่องไหนล่ะ”คำย้อนถามพร้อมสายตาที่จ้องมองใบหน้าซีดเซียวอย่างคาดคั้น ทำเอาคนป่วยเริ่มใจเสียเพราะคิดว่าเขาอาจจะยังไม่หายโกรธเธอ“เรื่องทั้งหมด…” เสียงของเธอแผ่วเครือลง“กินข้าวแล้วกินยาให้เรียบร้อยก่อนค่อยคุยกัน”บรรยากาศในห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ทิศเหนือยังคงใช้ช้อนป้อนข้าวต้มร่างเล็กช้า ทว่าสายตายังคงเรียบนิ่ง จนอันปันยิ่งรู้สึกอึดอัดและหวั่นใจ มือเล็กได้แต่กำชายผ้าห่มเอาไว้แน่นขึ้น
เรียวนิ้วแกร่งขยับสอดแทรกเข้าไปในช่องทางรัก ก่อนจะขยับเข้าออกเป็นจังหวะรัวเร็ว"อ๊า... พี่เหนือ พอที""ปากบอกไม่ชอบ แต่แฉะเยิ้ม เหอะ... รู้ตัวไหมอันปัน แค่นิ้วพี่เธอยังตอดขนาดนี้""ฮึก... นะ หนูไม่ชอบ อึก อ๊า..."กล้าปากดีปฏิเสธ เขาเลยช่วยสงเคราะห์ความปากดีด้วยการเพิ่มนิ้วเข้าไปอีก"อ๊า... พะ พี่เหนือ อื้อ ไม่ไหว...""บอกมา... ตรงไหนที่ไอ้เหี้ยนั่นมันโดนบ้าง" เสียงลอดไรฟันเอ่ยถามอย่างหึงหวง ก่อนจะโน้มหน้าลงขบเม้มฝากรอยจ้ำแดงไปทั่วเนินอกอีกครั้ง"ไม่... ไม่โดน หนูไม่ได้ทำอะไรเลย พี่ก็เห็น"อันปันส่ายหน้ารัวปฏิเสธทั้งน้ำตา ในขณะที่ทิศเหนือตอนนี้เหมือนคนหน้ามืด เขาปลดซิปกางเกงตัวเองออก ดันสองขาเรียวให้แยกกว้าง ก่อนจะใช้สองมือตรึงเอวบางไว้แน่น แล้วกดสะโพกสอบตอกตรึงความปรารถนาเข้าไปสุดแรงปึก!"อ๊า!""อื้อ... พี่เหนือ เจ็บ..."...พายุอารมณ์จัดถูกจุดประกายขึ้นบนรถ ก่อนที่ความบ้าคลั่งนั้นจะถูกลากยาวมาสานต่อที่คอนโด ร่างเล็กถูกอุ้มพาดบ่าเข้ามาในห้องอย่างขัดขืนไม่ได้ โดยไม่มีแม้แต่คำอธิบายหรือง้อขอกลับดี มีเพียงการกระทำที่เอาแต่ใจและตักตวงอย่างเอาเป็นเอาตายของทิศเหนือล้วนๆ"อ๊า... พี่เหนือ หน
ทิศเหนือไม่แม้แต่จะหันมามองเธอ เขาหันไปพยักหน้าให้เซริวและไซเรนที่เพิ่งวิ่งตามมาถึงด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ลากมันไปหลังร้าน... แล้วสั่งให้การ์ดไปเอาภาพจากกล้องวงจรปิดมา ส่งตำรวจข้อหาพยายามข่มขืน”น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าเยือกเย็นจนน่ากลัวจนคนฟังขนลุก ทั้งเซริวและไซเรนแอบลอบมองหน้ากันพลางคิดในใจ... ไหนตอนแรกมันบอกไม่มีเด็กไงวะ?อันปันยังคงยืนตัวสั่น ทำอะไรไม่ถูก ความหวาดกลัวเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย ทว่าจังหวะนั้นเอง ทิศเหนือก็หมุนตัวกลับมาหาเธอ นัยน์ตาดุดันตวัดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่มือหนาจะคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วออกแรงกระชากจนเธอถลาเข้าไปปะทะอกแกร่งอย่างแรง“ว้าย!”“อยากได้เงินจนตัวสั่น ถึงขนาดตามผู้ชายมาถึงลานจอดรถเลยหรือไง?” เสียงเย็นชาพ่นคำด่าที่ทำเอาคนฟังถึงกับหน้าชา ความโล่งใจที่คิดว่าเขามาช่วยพังทลายลงในพริบตา แทนที่จะได้รับคำปลอบโยน เธกลับถูกเขาสาดคำพูดใจร้ายใส่หน้าอย่างจงใจเหยียบย่ำ“ปล่อย!” อันปันเม้มปากแน่น พยายามสะบัดข้อมือออก แต่ฝ่ามือเขากลับล็อกแน่นราวกับคีมเหล็ก “หนูเจ็บนะ ปล่อยดิวะ!”“ไม่ปล่อย”“พี่ไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้นะ เราเลิกกันแล้ว!”“แล้วไง?







