LOGINชายหนุ่มลูกชายนักการเมืองใหญ่ผู้ที่ไม่เคยสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นเขามีนิสัยเกเร อันธพาลและไม่ชอบเป็นผู้แพ้ เขาชอบรถบิ๊กไบค์เป็นชีวิตจิตใจ และมักจะชวนเพื่อนๆ ในกลุ่มในแก๊งจัดทริปเพื่อขับรถท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ แต่แล้วเมื่ออยู่ๆ ก็ถูกใครบางคนท้าทายเพื่อแย่งชิงคำว่า 'จ่าฝูง' มีเหรอที่เขาจะไม่ตอบรับการท้าทายในเกมนี้ เกมแห่งศักดิ์ศรี เกมแห่งการประกาศชัยชนะ "เบิร์ดขอโทษนะซีล" "ไม่เอานะเบิร์ด อย่าทำกับซีลแบบนี้เลยนะ" "ไง มึงจะเอาอะไรมาเดิมพันกับกู" "แฟนกู" "หึ น่าสนใจกว่าที่กูคิด"
View MoreTK University
บรื้นนนน…
เสียงท่อรถที่ดังกังวานเกินกว่ากฎหมายกำหนดของแก๊งบิ๊กไบค์ประจำมหาวิทยาลัยดังใกล้เข้ามา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นพวกไหน ก็คงจะเป็นพวกเด็กเกเรอันธพาลที่รูปหล่อ พ่อรวย แล้วคิดว่าไม่มีใครสามารถทำอะไรตัวเองได้อย่างเขานั่นแหละ อีกอย่างความกร่างยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีกเมื่อแบล็กของเขาไม่ใช่เพียงแค่พ่อที่เป็นนักการเมืองใหญ่ที่มีแต่คนชื่นชอบเท่านั้น เพราะเขายังเป็นรุ่นน้องของผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยแห่งนี้อีกด้วย
"เชรดดดดโด้ รถใหม่เหรอวะไอ้โซ่"
"..." ชายหนุ่มตัวสูง ผิวขาว รูปร่างดีที่สาวๆ หลายๆ คนต่างก็มองมาที่เขาเป็นตาเดียว ด้วยลายสักตามแบบตัวร้ายที่เขาชื่นชอบอีกทั้งสีผมยังออกแนวฝรั่งจ๋า ไม่ใช่เป็นสีธรรมชาติหรอกนะแต่เป็นสีที่เขาทำมา เขาไม่ค่อยสนใจผู้หญิงเท่าไหร่ต่างจากเพื่อนๆ ในกลุ่มที่ก็ยังพอมีเรื่องผู้หญิงอยู่บ้าง เอาง่ายๆ ว่ากลุ่มนี้ถึงแม้จะนิสัยไม่น่ารัก เกเร อันธพาล แต่ไม่มั่วผู้หญิงอย่างแน่นอน
"จุ๊ๆๆ อย่างเด็ดเลยมึง เดี๋ยวกูไปให้แดดดี้ออกมาให้บ้างดีกว่า"
เดวิด หรือที่เพื่อนๆ เรียกกันว่าเดฟ เป็นหนึ่งในเพื่อนของกลุ่มนี้ กลุ่มของโซ่เป็นกลุ่มแก๊งบิ๊กไบค์กลุ่มใหญ่ที่ชอบนัดรวมตัวกันขับรถบิ๊กไบค์ออกทริปไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งรวมกลุ่มกันแต่ละทีก็มีรถบิ๊กไบค์จากหลายๆ ที่มารวมกันเยอะมาก โซ่ มีสถานะเป็น 'จ่าฝูง' ของแก๊งนี้และเป็นผู้ที่ตั้งชื่อแก๊งนี้ว่า 'ฟีนิกซ์'
โซ่ก้าวขาลงจากรถบิ๊กไบค์คันใหญ่เขาถอดหมวกกันน็อคราคากว่าห้าแสนออกแล้ววางเอาไว้ที่ถังน้ำมัน มือข้างหนึ่งก็เสยผมอย่างลวกๆ อีกข้างก็จัดเสื้อผ้าของตัวเอง โดยที่เขายังใส่ชุดยูนิฟอร์มของมหาวิทยาลัย มือหนึ่งล้วงในกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายหยิบเอาบุหรี่ราคาแพงออกมาแล้วจุดสูบ
"คนอื่นยังไม่มาเหรอ"
ถามเดวิดออกไปแบบนั้นแล้วมองเข้าไปที่ใต้อาคาร เขาเรียนอยู่คณะวิศวะ สาขาคอมพิวเตอร์ ร่วมกับกับเพื่อนๆ ในกลุ่มของเขา และเขามีเพจใหญ่ที่มีผู้ติดตามเพจของกลุ่มฟีนิกซ์มากกว่าสามล้านคน มีสมาชิกร่วมอยู่ด้วยทั่วประเทศซึ่งเขาคนเดียวสามารถควบคุมกลุ่มนี้ได้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว แถมเพจของเขา เขาก็แทบจะไม่ต้องดูแลเองเพราะมีเพื่อนสนิทอีกสามคนช่วยดูแลเป็นแอดมินของเพจ ประกอบไปด้วย เดวิด เชาวน์ และขุนเขา
"อืม กำลังทยอยมา นั่นไง ตายยากฉิบหาย" เดวิดจุดบุหรี่ขึ้นสูบบ้าง แล้วนั่งอยู่ที่ม้านั่งที่เอาไว้ให้สำหรับนักศึกษาได้นั่งพักผ่อนอยู่ใต้ต้นกัลปพฤกษ์
บรื้นนนน… บรื้นนนน…
รถบิ๊กไบค์อีกสองคันขับเข้ามาจอดขนาบข้าง ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเพื่อนของเขา เชาวน์ กับขุนเขา
"ไอ้โซ่ มึงเปลี่ยนรถใหม่อีกแล้วเหรอวะ"
"เออ กูอยากเอามาลองว่ามันจะแรงแค่ไหน"
"แม่ง อย่างเจ๋งเลย เอามาให้กูถ่ายรูปหน่อย กูจะอัปลงเพจ"
"เอาดิ" โซ่เป็นคนที่รักรถบิ๊กไบค์ของเขามาก เหตุผลที่เขาไม่สนใจผู้หญิงเพราะเขาคิดว่า บิ๊กไบค์ของเขาเป็นความรักเพียงหนึ่งเดียวที่เขามี โซ่เข็นรถไปจอดอยู่กลางแดดที่แสงส่องลงมากับรถของเขาได้อย่างสวยงาม พร้อมกันนั่นยังขึ้นคร่อมรถคันใหม่ ให้เชาวน์ที่เป็นตากล้องประจำเพจถ่ายรูปให้
เชาวน์เป็นคนที่ถ่ายรูปสวยมาก และรูปจากฝีมือของเชาวน์ทำให้มีผู้คนแชร์เพจของเขาไปมาก ส่งผลให้มีผู้ติดตามมากขึ้น ทีนี้เวลาที่เขาจะทำอะไรเกี่ยวกับกลุ่มออกมาขาย ก็มักจะขายดีเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด เสื้อฮูด รูปถ่าย เงินสปอนเซอร์จากการจัดงานเอ็กซ์โป หรือแม้แต่ถุงมือสำหรับขับรถนี่คือหนึ่งในเส้นทางรายได้หลักของเขากับเพื่อน
"เบิร์ด อยู่ไหนแล้วทำไมยังมาไม่ถึงอีก จะเข้าเรียนแล้วนะ"
เสียงใสดังใกล้เข้ามาส่งผลให้โซ่ที่กำลังคร่อมรถบิ๊กไบค์ของเขาอยู่มองไปที่หญิงสาวคนนั้น ไม่ใช่แค่โซ่หรอกที่มอง แม้แต่เดวิด เชาวน์ ขุนเขาก็ยังมองตามเสียงใสๆ นั่นไป
"เมียไอ้เบิร์ดนี่หว่า สันดานเหี้ยๆ อย่างมันไม่น่ามีเมียน่ารักขนาดนี้เลยเนอะ"
"ไงมึง แบบนั้นไม่สนใจบ้างเหรอ"
"รอพวกมึงมีก่อนแล้วกัน" โซ่ตอบขุนเขาอย่างขอไปทีเพราะไม่ได้สนใจเรื่องอะไรพวกนี้อยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่รถบิ๊กไบค์หรือรถซูเปอร์คาร์ก็ไม่สามารถดึงความสนใจของเขาได้หรอก โซ่ละสายตากลับมาพร้อมกับจัดท่าทางให้เชาวน์ถ่ายรูปให้เขาต่อโดยทุกรูปที่ออกมารับรองว่าเท่ระเบิดระเบ้อ
"งั้นซีลเข้าเรียนก่อนนะ"
สาวน้อยหน้าตาราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ผิวเธอขาวอมชมพู ตัวเล็กอย่างน่าทะนุถนอม สูงพอดีมาตรฐานหญิงไทยกำลังคุยโทรศัพท์กับแฟนหนุ่มของเธอ เธอกับเขาคบกันมาตั้งแต่อยู่เธออยู่ มอ.3 จนตอนนี้เธอเข้าปีหนึ่ง ส่วนเขาอยู่ปีสามมหาวิทยาลัยเดียวกันแค่คนละคณะ เธอมีหน้าที่โทรปลุกแฟนหนุ่มของเธอทุกวัน และใช่เขาเองก็มาสายและหงุดหงิดใส่เธอทุกครั้งที่เธอเป็นฝ่ายโทรมาปลุกเขาให้ตื่นนอน
บ้านของเธอเปิดร้านขนมไทยขาย โดยมีคุณแม่เป็นคนทำส่วนเธอเป็นลูกมือ บ้านเธอไม่ได้ร่ำรวย และไม่ได้ขัดสนเรียกได้ว่าไม่เดือดร้อนเพราะรู้จักกินรู้จักใช้ เธออยู่กับคุณแม่แค่เพียงสองคนเพราะคุณพ่อทิ้งไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่เธอยังอยู่ในท้อง เมื่อเวลาที่เธอเลิกเรียนหรือเป็นวันหยุดเธอมักจะช่วยแม่ของเธอขายขนมและทำขนม มีการเปิดพรีออเดอร์ขนมไทยที่มหาวิทยาลัยด้วยนะ แล้วเธอก็เป็นฝ่ายเอาขนมนั้นมาส่งให้กับเพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ ที่สั่ง
ซีลเวียร์ วางสายจากเบิร์ดไปแล้วเธอยังไม่ถึงเวลาเข้าเรียนหรอก ที่บอกเบิร์ดไปแบบนั้นเป็นเพราะว่าเวลาเขาหงุดหงิดใส่เธอแล้วเธอรู้สึกไม่ดี เธอจึงไม่อยากจะคุยกับเขาต่อเลยเลือกโกหกคำโตไปว่าต้องเข้าเรียนแล้ว ซีลเวียร์กำลังเดินหาที่สำหรับนั่งรอเพื่อนๆ ของเธอ เพราะบ้านเธออยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเธอจึงมักมาเรียนก่อนเพื่อนๆ เสมอ
"เข้าเพจมหา'ลัยดีกว่า อุ๊ย! เดี๋ยวถามแม่ก่อนดีกว่าว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรขาย" ว่าแล้วก็โทรศัพท์ไปหาแม่ตัวเอง รอสายไม่นานเสียงหวานจากปลายสายก็ตอบกลับมา
(ว่าไงคะน้องซีล)
"แม่จ๋า พรุ่งนี้จะทำอะไรขายจ๊ะ"
(แม่ว่าจะทำตะโก้เผือกกับตะโก้แห้ว น้องซีลคิดว่าดีมั้ยคะลูก)
"ดีเลยค่ะ ซีลอยากกินพอดีเลย" พูดไปยิ้มไปพลางเอามือลูบท้องแบนราบของตัวเองไป
(งั้นตามนี้นะคะ เดี๋ยวแม่ไปขายของก่อนนะลูก ลูกค้ามาเต็มร้านแล้ว)
"จ้าาาา~" วางสายไปแล้วซีลเวียร์ก็รีบโพสต์ลงในเพจของมหาวิทยาลัยทันที ไม่นานก็มีออเดอร์ขนมไทยเข้ามารัวๆ เธอรีบเปิดกระเป๋าหากระดาษกับปากกาเอามาจดว่าใครเป็นคนสั่งบ้าง อยู่สาขาไหน คณะอะไร แล้วสั่งเท่าไหร่ พร้อมกับเช็กเงินในบัญชีรัวๆ เพราะว่าคนที่สั่งต้องโอนเงินเข้ามาก่อน ถึงจะเป็นการพรีออเดอร์ที่เสร็จสมบูรณ์
"โอ้โห คืนนี้นอนดึกอีกแน่" เมื่อเห็นออเดอร์ก็พูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ
ซีลเวียร์มองไปทางประตูรั้วมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเพื่อนเธอสักคน กระทั่งเธอหิวน้ำจึงลุกขึ้นเอาสมุดกับหนังสือจองโต๊ะไว้ก่อนแล้วเดินไปที่ตู้กดน้ำของมหาวิทยาลัย
"อ่ะ!"
"..." สองสายตาประสานกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ดวงตากลมโตของเธอกะพริบสองสามครั้ง ส่วนเขาก็มีสีหน้านิ่งๆ พร้อมกับส่งกลิ่นตัวหอมๆ โชยมาตามลม ซีเวียร์ได้สติเธอจะเอามือออกจากแก้วกระดาษ แต่ว่าทำยังไงก็เอาไม่ออกเพราะว่ามือของอีกคนจับทับไปที่มือของเธออยู่
"เกะกะ" เอ้า! เธอเนี่ยนะเกะกะ
"พี่ก็ปล่อยมือซีลซิคะ"
"เธอก็ถอยออกไปห่างๆ ฉันสิ"
"แต่พี่จับมือซีลอยู่นะคะ"
"อยากให้ฉันจับเองทำไม" ไอ้…! ไม่รู้จะด่าว่าเขายังไงเลย ผู้ชายคนนี้มีนิสัยเกเรอันธพาล เธอไม่ถูกชะตาเอาซะเลย
"พี่โซ่!"
"ออกไปดิ ฉันจะกินน้ำ"
"ก็ปล่อยมือซีลซิคะ จะจับไว้ทำไม" เธอเถียง!
โซ่ถอนหายใจออกมาแรงๆ แสดงอาการไม่พอใจออกมาเขาเลยจับมือเธอข้างที่จับอยู่ที่แก้วกระดาษนั้นแน่นกว่าเดิมแล้วดึงแก้วกระดาษลงมา! ซีลเวียร์ได้โอกาส เธอรีบดึงมือของตัวเองออกมาแล้วถอยหลังไปสามก้าวกอดอกทำหน้างออย่างไม่ปิดบังเพื่อรอคิวกินน้ำต่อจากเขา
"พี่จะกินให้หมดถังเลยมั้ยคะ" ยืนนานเหลือเกิน
"เรื่องของฉัน"
"จิ๊! นิสัยเสีย" เธอบ่นงึมงำ แล้วยังตั้งหน้าตั้งตารอเขากินน้ำอยู่ แต่ก็นานขนาดนี้แล้วทำไมเขาถึงกินไม่เสร็จสักที
"ซีลไม่กินแล้วค่ะ ไปซื้อเอาก็ได้" โซ่ไหวไหล่อย่างไม่แคร์ มองตามซีลเวียร์ที่เดินออกไปด้วยความโมโห แล้วหัวเราะในลำคอก่อนจะเดินออกไปทันที
"หึ"
•••
"คนบ้า คนประสาท นิสัยเสีย ไม่รู้จักปรับปรุงตัวเอง เกเรตั้งแต่เด็กยันโต!" เพราะแฟนหนุ่มของเธอก็เป็นเพื่อนเขาเหมือนกัน แต่น่าจะไม่ได้สนิทกันมากเหมือนเพื่อนเขาอีกสามคนที่เดินตามกันเป็นเงา ทำให้เธอรู้ว่าเขานิสัยเกเรไม่เปลี่ยน
"ซีลลล~ ทำไมนั่งหน้าตาบอกบุญไม่รับแบบนี้"
"จะมีอะไร ไอ้พี่โซ่คนเลวแกล้งเธออีกแล้วใช่มั้ย"
"พี่โซ่นี่ก็ยังไง หญิงอื่นเข้าหา ไล่เขาอย่างกับหมูหมา แต่มาแกล้งเพื่อนตะเล้ก ตะน้อย ของฉันเนี่ย"
"นั่นสิ ถามหน่อย โดนคนหล่อแกล้งบ่อยๆ แบบนี้ ไม่หวั่นไหวบ้างเหรออออ~"
"หยุดเลยทั้งสามคน ซีลมีแฟนแล้วนะ"
ตันหยง เทียนหอม และน้ำอุ่น เพื่อนสนิทเธอเรียนที่เดียวกันมาตั้งแต่ มอ.3 เหมือนกัน พวกเธอทั้งสามถึงได้รู้ว่าคนเดียวที่จะทำให้ซีลเวียร์น้อยของพวกเธอหน้าบูดเป็นตูดแบบนี้มีเพียงไอ้พี่โซ่ ไอ้อันธพาลคนนั้นเท่านั้นแหละ!
"เธอก็หัดสู้เขาไปบ้างสิ ปล่อยให้เขาแกล้งอยู่ได้"
"ซีลไม่อยากมีเรื่องต่างหาก ถ้าซีลจะสู้จริงๆ นะ พี่โซ่ต้องมานั่งร้องไห้ตรงหน้าซีลแน่"
"จ้าๆๆๆ แล้วนี่แฟนเธอยังไม่มาเหมือนเดิมเหรอซีล"
"อืม ซีลโทรไปแล้วเบิร์ดเพิ่งตื่นน่ะ" ถึงแม้โซ่กับเบิร์ดจะอายุไล่เลี่ยกัน แต่ไม่รู้ทำไมซีลเวียร์ถึงได้เรียกเขาว่าพี่โซ่ เรียกแฟนหนุ่มของตัวเองว่าเบิร์ดเฉยๆ
"เออนี่ เพื่อนรักจ๋า พรุ่งนี้มีตะโก้เผือกกับแห้วนะ สนใจปะ"
"สนสิ สน"
"งั้นจดออเดอร์เลยนะ"
"จัดปุยครัชน้อนๆ "
เอาล่ะครับสาว ๆ ออกมากันแล้วกับคนอื่นเป็นยังไงผมไม่รู้ ผมไม่ได้สังเกตรอบข้างเลย ผมสนใจแค่ว่าวันนี้เมียผมสวยเป็นพิเศษผมยืนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ผมดีใจมากที่ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของเธอไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านขนมหวานให้แม่ของเธอซึ่งเงินทั้งหมดก็เป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเองที่บอกว่าเป็นน้ำพักน้ำแรงของเธอเพราะว่าเธอก็ทำงานออนไลน์ด้วยซึ่งเป็นงานพาร์ทไทม์ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแฟนผมก็เป็น Creator กับเขาเหมือนกัน เธอมีรายได้ต่อเดือน 5-6 หลักเลยทีเดียว และผมก็ไม่ว่าหรือไม่มีทางขัดขวางเธอเด็ดขาดเพราะว่ามันเป็นความสุขของเธอนอกจากเธอจะเปิดร้านขนมหวานให้แม่เธอได้แล้ว อ่อ… ต้องอธิบายแบบนี้ก่อนที่ว่าเปิดร้านขนมหวานก็คือการซื้อที่ตรงหน้านั่นแหละแล้วมาปรับปรุงใหม่ให้สวยอย่างที่แม่เธอชอบพร้อมกันนั้นบ้านที่แม่เธออยู่ทุกวันนี้เราสองคนก็รวมเงินกันซื้อที่ให้เป็นสิทธิ์ขาดของแม่เธอแต่เพียงผู้เดียว และตอนนี้เธอประสบความสำเร็จด้านการศึกษาผมดีใจมากที่ผมได้อยู่ในนั้น ผมได้อยู่ในความสำเร็จของเธอ"ยินดีด้วยครับบัณฑิตใหม่" เธอเดินยิ้มหวานเข้ามาหาผมโอบกอดผมอย่างคนที่มีความสุข"ขอบคุณนะที่พี่โซ่อยู่ในทุกความสำ
ตอนพิเศษ 5[Part โซ่]ผมเรียนจบมาได้นานแล้วส่วนคนรักของผมตอนนี้อยู่ปี 4 ปีสุดท้าย ในขณะนี้ผมกำลังนั่งคิดอยู่ว่าจบการศึกษาปีนี้ของคนรักของผม ผมจะซื้ออะไรให้เธอดีจะเล่นใหญ่ดีไหมหรือว่าจะให้เป็นของเล็ก ๆ น่ารัก ๆ เพราะว่าไม่ว่ายังไงจะให้เป็นแบบไหนเธอก็ชอบอยู่ดีเธอมักจะชอบพูดเสมอว่าอะไรที่มาจากผมเธอชอบทั้งหมดในตอนนี้ผมเป็นลูกจ้างในบริษัทฯ ของเพื่อนพ่อซึ่งเป็นสายงานเดียวกันกับที่ผมเรียนมา พ่อยังไม่เปิดบริษัทให้ผม และผมก็ยังไม่พร้อมที่จะเปิดบริษัทเอง ผมอยากที่จะเรียนรู้งานไปก่อนพ่อเลยฝากให้ผมมาเป็นพนักงานที่นี่ ผมทำงานที่นี่ได้ระยะหนึ่งแล้วผมได้เลื่อนขั้นจากพนักงานต๊อกต๋อยกลายเป็นผู้จัดการแล้วล่ะ และแน่นอนว่าผมมันเด็กเส้นผมจะทำอะไรเพื่อนพ่อก็ไม่เคยว่าผมสักอย่างแถมยังรัก และเอ็นดูผมเหมือนกับลูกชายแท้ ๆ ของเขาอีกด้วยที่เขารัก และเอ็นดูผมมากขนาดนี้เพราะเขาเพิ่งสูญเสียลูกชายของเขาไปส่วนผมก็ทำหน้าที่แทนลูกชายเขาไปโดยปริยายโดยที่พ่อของผมก็เต็มใจด้วยซ้ำ ในตอนนี้ผมแค่กำลังนั่งคิดอยู่ว่านอกจากจะเป็นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ ๆ ที่ใคร ๆ เขาต่างก็ชอบทำกัน ผมจะเปลี่ยนเป็นอะไรดี เปลี่ยนเป็นใส่ลูกโป่งไว้ท้ายรถดี
ตอนพิเศษ 4[Part ซีลเวียร์] "เลิกงอนพี่ได้แล้ว""พี่ก็พาหนูออกมาข้างนอกแล้วนี่ไง แล้วสรุปว่าหนูอยากไปไหนครับ"วันนี้ฉันงอแงใส่พี่โซ่ฉันรู้ตัวเลยนะว่าฉันงอแงแต่ฉันก็ห้ามมันไม่อยู่ฉันหยุดมันไม่ได้ฉันรู้แค่ว่าฉันอยากงอแงใส่เขา อยากจะงอแงให้หนัก ๆ อยากจะให้เขาตามใจ ก่อนหน้านี้ฉันบอกเขาว่าฉันอยากกินลูกชิ้นปลาระเบิดแต่เขาก็ไม่ยอมพาฉันออกมา ฉันให้เขาสั่งเดลิเวอรี่มาให้ เขาก็ไม่ยอมสั่งมาให้เขาบอกว่าถ้าฉันยังกินอีกฉันจะอ้วนกว่านี้มากพอฉันอ้วนกว่านี้ฉันก็จะไปบ่นใส่เขาโวยวายใส่เขาว่าฉันไม่มีเสื้อผ้าจะใส่เลย มันจริงซะที่ไหนกันล่ะฉันไม่ได้อ้วนสักหน่อยฉันแค่อวบขึ้นมาแค่นิดเดียวเอง"..." ฉันยังคงเงียบไม่ตอบเขากลับไปว่าฉันอยากจะไปไหนเอาจริง ๆ แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าฉันอยากจะไปไหนเหมือนกันฉันรู้แค่ว่าฉันอยากออกมาข้างนอกฉันอยากโดนเอาใจ"ก็เมื่อกี้หนูบอกว่าหนูอยากกินลูกชิ้นปลาระเบิดอ่ะแล้วทำไมพี่โซ่ไม่พาหนูออกมา จะไม่พาออกมาก็ไม่เป็นอะไรหรอกแต่ทำไมพี่โซ่ถึงไม่สั่งมาให้หนูกินล่ะ""หนู พอพี่สั่งมาให้หนูกินมาก ๆ หนูก็บ่นพี่ว่าพี่จะขุนให้หนูอ้วนเป็นหมู"พี่โซ่พยายามจะใจเย็นกับฉันมากฉันเห็นสีหน้าเขาก็รู้ได้ทันที
เขาพูดแผ่วเบาข้างใบหูฉัน ฉันรู้สิ ฉันรู้ตัวมาตลอดในเมื่อฉันตัดสินใจมาแล้วตอนแรกที่คิดว่าจะปฏิเสธเขาแต่ตอนนี้ฉันกลับมาอยู่ในห้องเขา ต่อให้ปฏิเสธฉันก็คงไม่รอดอีกแล้ว ฉะนั้น ฉันตัดสินใจแล้วว่าในเมื่อฉันพูดออกไปแบบนั้นงั้นแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวฉันกับเขาจบกันก็เพียงพอฉันไม่รอให้เขาเป็นฝ่ายเริ่มเพราะฉันรู้สึกว่าฉันเสียเปรียบ ฉันเลยปล่อยมือออกจากท้ายทอยของเขาทั้งสองข้างแล้วล้วงลึกเข้าไปใต้เสื้อของเขาสัมผัสกับมัดกล้ามเนื้อเป็นลอน เลื่อนขึ้นมาที่แผงอกแกร่ง หน้าอกของเขาแน่นหนัดตามแบบที่ฉันชอบแล้วเลื่อนขึ้นมาอีกนิดขณะนั้นเองพี่เดฟก็อำนวยความสะดวกให้ฉันด้วยการถอดเสื้อของตัวเองแล้วโยนทิ้งไป"พี่ไม่มีเสื้อใส่แล้ว""แต่หนูยังมีอยู่นี่คะ"ฉันยอมรับว่าตอนนี้ฉันกำลังยั่วยวนเขาฉันอยากรู้นี่ว่าเขาจะทำยังไงต่อไป และสุดท้ายฉันก็ได้รู้เมื่อพี่เดฟตัดสินใจถอดเสื้อของฉันออกทีเดียวทั้งสองชิ้นหมายถึงทั้งเสื้อยืดและบราเซียนะไม่รู้ว่าเขาไปปลดบราเซียฉันออกตั้งแต่ตอนไหน"หนูสวยจัง"เขาชมฉันแล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใช้ลิ้นสากของเขาสัมผัสกับยอดอกของฉันเบา ๆ ก่อนจะละเลงลิ้นสากระรัว และรุนแรงขึ้นทำให้ฉันรู้สึกเสียวแปลก ๆ ฉัน