ตอนที่2 การเริ่มต้นใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม..
2ปีต่อมา...
ผ่านไปกว่าสองปีเต็ม... สองปีที่เปลี่ยนเด็กสาวผู้อ่อนแอให้กลายเป็นคนใหม่ในสภาพแวดล้อมที่ไร้เงาของอดีต
มิเกลเลือกเริ่มต้นใหม่ในโรงเรียนแห่งใหม่ ที่ที่ไม่มีใครรู้จักชื่อของ ลีออน และไม่มีใครจดจำภาพความอับอายกลางสนามบาสในวันนั้นได้ เธอพยายามฝึกยิ้มให้กว้างขึ้น เข้มแข็งให้มากกว่าเดิม
วิิน เขาเข้ามาในจังหวะที่หัวใจของเธอกำลังเปราะบาง ความอบอุ่นและการเอาใส่ใจของเขาทำให้มิเกลรู้สึกเหมือนได้เพื่อนใหม่และคนที่เข้าใจเธอ พวกเขาจึงตกลงกันว่าจะ ลองคุยกันไปก่อน
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการเข้ามหาวิทยาลัย มิเกลตัดสินใจเลือกเรียนคณะวิศวกรรมโยธา ตามคำชักชวนของวิน
“เราจะได้เรียนด้วยกัน อยู่ดูแลกันไปตลอดไง”
เช้าวันเปิดเทอมวันแรก...
มหาวิทยาลัยดูจะกว้างใหญ่และวุ่นวายกว่าที่มิเกลจินตนาการไว้ เสียงพูดคุยจากนักศึกษาใหม่และรุ่นพี่ที่มาต้อนรับดังเซ็งแซ่ไปทั่วลานกิจกรรม มิเกลยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่ขวักไขว่ หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความประหม่าปนตื่นเต้น
“เดี๋ยวเราไปหาวินก่อนนะ วินน่าจะรออยู่แถวหน้าตึกคณะ” เธอบอกเพื่อนใหม่ที่เพิ่งทำความรู้จักกันเมื่อเช้า ก่อนจะขอตัวแยกออกมาตามลำพัง
แต่ทว่า... ระหว่างทางที่เธอกำลังก้าวเดินไป สายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งที่แสนคุ้นตา ผู้ชายคนหนึ่งยืนเด่นอยู่ไม่ไกลนัก ท่ามกลางวงล้อมของนักศึกษาที่ขยับขยายพื้นที่ให้เขาดูราวกับเป็นศูนย์กลางของแรงดึงดูด
ไหล่กว้าง ท่าทางที่ดูนิ่งสงบ และใบหน้าที่สมบูรณ์แบบจนคนรอบข้างต้องเหลียวมอง... เขายังคงโดดเด่นและเป็นที่จับจ้องไม่ต่างจากเมื่อสองปีที่แล้ว
“พี่ลีออน...”
ชื่อนั้นดึงหัวใจของเธอกระตุกวูบอย่างรุนแรง ภาพความอับอายกลางสนามบาสที่ถูกฝังกลบไว้ใต้หน้าดินแห่งกาลเวลาพุ่งกลับมาเป็นฉาก ๆ ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
และในจังหวะที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็เงยหน้าขึ้นมาพอดี
สายตาทั้งสองคู่สบประสานกันในอากาศ
มันเป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่แสนสั้น แต่กลับมีน้ำหนักมหาศาลจนทำให้มิเกลรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงนิ่งเรียบและคาดเดาอารมณ์ไม่ได้เหมือนเดิม ทว่ามันกลับสั่นคลอนโลกทั้งใบที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่จนเกือบจะพังทลาย
มิเกลรีบสะบัดหน้าหนีแล้วจ้ำอ้าวเดินออกไปจากตรงนั้น หัวใจเต้นกระหน่ำจนเจ็บหน้าอก มือที่กุมสายกระเป๋าเย็นเฉียบและสั่นเทา
เธอเคยหลอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าลืมเขาไปหมดแล้ว ลืมคำปฏิเสธและสายตาคู่นั้นไปสิ้นเชิง แต่ความจริงที่น่ากลัวเพิ่งปรากฏชัดตรงหน้า
ความรู้สึกนั้นไม่เคยหายไปไหน แต่มันถูกซ่อนไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดเพื่อรอเวลาจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
เธอยังไม่ทันได้ตั้งสติจากการเผชิญหน้ากับอดีตที่โหดร้าย มิเกลก็รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังจุดที่วินนัดไว้ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อขับไล่ภาพแววตาของลีออนออกไปจากหัวสมอง
เธอตรงไปยังจุดนัดพบที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ จนกระทั่งเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยของวินยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน
แต่ข้างกายของเขามีหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย ทั้งคู่ดูสนิทสนมกันจนมิเกลชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่วินจะหันมาเห็นเธอเข้าพอดี
“เกล! ทางนี้” วินกวักมือเรียกพลางยิ้มกว้างอย่างที่เขาชอบทำ “มาพอดีเลย นี่ 'อ้อน' เป็นลูกพี่ลูกน้องเราเอง อ้อนเพิ่งสอบติดคณะนี้เหมือนกัน น้าเขาเลยฝากให้เราดูแล”
“หวัดดีอ้อน” มิเกลส่งยิ้มให้ แม้ในใจจะยังสั่นไม่หาย หญิงสาวที่ชื่ออ้อนยิ้มตอบอย่างมีมิตรไมตรี ดวงตาของเธอดูกลมโตสดใส
“หวัดดีมิเกล ฝากตัวด้วยนะ อ้อนเพิ่งมาถึงเมืองไทยวันแรกยังทำตัวไม่ถูกเลย”
“แล้วเกลไปรายงานตัวที่จุดลงทะเบียนมารึยัง? เห็นเขาว่าปีนี้คนเยอะมาก ขั้นตอนยุ่งยากนิดนึงนะ” วินหันมาถามมิเกลด้วยความเป็นห่วงตามฉบับของเขา
“ยังเลย เราเพิ่งแยกกับเพื่อนมาน่ะ” มิเกลตอบเบา ๆ
“งั้นดีเลย เดี๋ยวเราไปพร้อมกัน” วินอธิบายขั้นตอนคร่าว ๆ ให้ฟัง
“...”
“เดี๋ยวต้องไปตรวจหลักฐานเอกสารที่โถงกลางก่อน แล้วค่อยไปถ่ายรูปทำบัตรนักศึกษา จากนั้นถึงจะไปรับสมุดคู่มือกับเข็มขัดคณะ ถ้าช้ากว่านี้คิวจะยาวถึงหน้ามหาลัยแน่ๆ”
“อ่อ..อือ”
มิเกลพยักหน้าตามคำแนะนำของแฟนหนุ่ม แต่ลึก ๆ ในใจเธอกลับไม่ได้โฟกัสที่เรื่องเอกสารเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกครั้งที่หลับตา ภาพดวงตาคมกริบของลีออนที่สบมองมาเมื่อครู่ยังคงตามหลอกหลอนจนใจสั่นระรัว
“เป็นอะไรหรือเปล่าเกล หน้าดูซีด ๆ นะ” วินเอื้อมมือมากุมมือเธอไว้ ความอบอุ่นของเขาทำให้เธอรู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อย
“ปะ...เปล่า แค่ตื่นเต้นน่ะ คนเยอะด้วย” เธอปั้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก
“งั้นไปกันเถอะ อ้อนไปเร็ว เดี๋ยวไม่ได้เข็มคณะนะ” วินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินนำทั้งสองสาวออกไปจากจุดนั้น
ท่ามกลางกระแสฝูงชนนักศึกษาใหม่ที่เบียดเสียดกันตามโถงทางเดิน เสียงตะโกนเรียกชื่อสลับกับเสียงพูดคุยของรุ่นพี่ที่คอยอำนวยความสะดวกดังเซ็งแซ่ไปหมด
มิเกลเดินตามแรงจูงใจของวินไปเงียบ ๆ โดยพยายามไม่หันไปมองรอบข้าง เพราะกลัวเหลือเกินว่า... หากเธอเหลียวกลับไป เธออาจจะเห็นร่างสูงคนนั้นมายืนประจันหน้าเธออีกครั้ง