ตอนที่3 แรกเจอ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปในรั้วมหาวิทยาลัย...
ชีวิตนิสิตใหม่ของมิเกลเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ความกังวลที่เคยมีในวันแรกค่อย ๆ จางลง เธอไม่เห็นเงาของลีออน อีกเลย ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องดีที่สุดสำหรับเธอ
มิเกลเริ่มปรับตัวกับการเรียนที่หนักขึ้น และการใช้ชีวิตอิสระในหอพัก ห้องที่เธอเลือกกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวที่เธอใช้ซ่อมแซมความเหนื่อยล้าในแต่ละวัน
เช้าวันนี้ มิเกลเดินเข้าไปในห้องบรรยายรวมขนาดใหญ่ สายตาพยายามสอดส่องหาแผ่นหลังของวินหรือรอยยิ้มของอ้อน แต่กลับไร้วี่แววของทั้งคู่
‘สงสัยวินจะพาอ้อนไปทำธุระอีกแล้วมั้ง’
เธอคิดในใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินไปเลือกที่นั่งว่างแถวกลางห้อง ซึ่งยังพอมีพื้นที่เหลือเฟือให้เธอนั่งได้อย่างไม่เบียดเสียด
ขณะที่เธอกำลังหยิบสมุดจดออกมาวาง หญิงสาวคนหนึ่งที่มีใบหน้าจิ้มลิ้มและท่าทางดูเป็นมิตรก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ข้างโต๊ะ
“ขอโทษนะจ๊ะ ตรงนี้นั่งได้ไหม?” เธอเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มอาย ๆ
“ได้สิๆ” มิเกลยิ้มตอบ พลางขยับกระเป๋าออกเพื่อเปิดทาง หญิงสาวคนนั้นรีบนั่งลงทันทีด้วยท่าทีโล่งอก
“ขอบใจมากนะ... เราชื่อนีน่านะ พอดีเรามาสายไปหน่อย เพื่อนที่รู้จักตอนวันปฐมนิเทศก็นั่งเต็มกันหมดแล้ว ตอนนี้เราเลยเคว้งมาก ไม่มีเพื่อนเลยสักคน”
“เราชื่อมิเกล เราเองก็เพิ่งแยกกับเพื่อนมาเหมือนกัน นั่งด้วยกันนี่แหละ จะได้มีเพื่อนเรียน” มิเกลหัวเราะเบา ๆ อย่างเข้าใจ
“จริงเหรอ! ดีใจจัง” นีน่าตาเป็นประกาย “มิเกลดูใจดีจังเลย คณะนี้คนเยอะจนเราเวียนหัวไปหมด โดยเฉพาะพวกพี่ระเบียบนะ เห็นว่าดุมาก มิเกลเตรียมใจมารับน้องหรือยัง?”
“ก็... นิดหน่อย” มิเกลตอบพลางนึกถึงวินที่มักจะบอกเธอเสมอว่าไม่ต้องกลัว “แต่เห็นว่าช่วงนี้มีกิจกรรมเชียร์กลางด้วยนะ นีน่าจะไปไหม?”
“ไปดิ! ไปคนเดียวมันเหงา งั้นเราไปด้วยกันนะ”
นีน่าคว้าแขนมิเกลเขย่าเบา ๆ อย่างรวดเร็ว ความสดใสของเพื่อนใหม่ทำให้บรรยากาศรอบตัวมิเกลดูสว่างไสวขึ้นมาบ้าง
บทสนทนาเรียบง่ายระหว่างเพื่อนใหม่ช่วยคลายความประหม่าในใจไปได้มาก มิเกลเริ่มรู้สึกว่าบางทีชีวิตมหาลัยอาจจะไม่ใจร้ายกับเธอเกินไปนัก...
เข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้าจนถึงเวลาเริ่มคลาส แต่เก้าอี้ข้างกายมิเกลก็ยังไร้วี่แววของวิน เธอคอยชะเง้อคอมองไปยังประตูบานใหญ่ที่ท้ายห้องอยู่เป็นระยะ จนกระทั่งเห็นร่างเล็กของอ้อนวิ่งหน้าตั้งเข้ามาด้วยท่าทางลนลาน โดยมีวินเดินตามหลังมาติด ๆ ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบ ไม่ได้รีบร้อนเหมือนคนที่กำลังจะสายเลยแม้แต่น้อย
มิเกลกำลังจะยกมือขึ้นกวักเรียกเพื่อบอกพิกัดที่นั่ง แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้มือของเธอค้างนิ่งอยู่กลางอากาศ
อ้อนดึงแขนวินให้ลงนั่งที่โต๊ะแถวด้านหลังเยื้องไปไม่ไกลนัก มิเกลค่อย ๆ ลดมือลงแล้วหันกลับมานั่งตัวตรง พยายามสะกดกั้นความรู้สึกประหลาดที่เริ่มก่อตัวขึ้น
เธอแอบปรายตามองผ่านเงาสะท้อนก่อนจะหันไปมองชั่วครู่ ก็เห็นอ้อนกำลังขะมักเขม้นกับการจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่ เสื้อนักศึกษาของเธอดูยับย่นและหลุดรุ่ยอย่างน่าประหลาด สวนทางกับวินที่ยังคงดูเนี๊ยบเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า
“มิเกล อาจารย์จะเริ่มสอนแล้วนะ” นีน่าเพื่อนใหม่สะกิดแขนเธอเบา ๆ เมื่อเห็นว่าเธอดูเหม่อลอย
“อ้อ... จ้ะ” มิเกลขานรับขณะที่อาจารย์เริ่มเช็คชื่อนักศึกษาทีละคนจนครบ
ตลอดการบรรยายในชั่วโมงนั้น สมาธิของมิเกลไม่ได้อยู่ที่กระดานหน้าห้องเลยแม้แต่นิดเดียว เธออดไม่ได้ที่จะแอบมองพฤติกรรมของทั้งคู่เป็นระยะ ๆ อ้อนมักจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบกระซาบข้างหูวินอยู่บ่อยครั้ง บางจังหวะเธอก็หัวเราะคิกคักแล้วตีแขนวินเบา ๆ อย่างสนิทสนมเกินกว่าที่คนทั่วไปจะทำกันในห้องเรียน
มิเกลลอบพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบาเพื่อระบายความอึดอัดในใจ
‘เขาเป็นญาติกันนะมิเกล... พี่น้องที่โตมาด้วยกันคงเล่นกันแรงแบบนี้เป็นปกติ อย่าคิดมากไปหน่อยเลย’
เธอบอกตัวเองซ้ำ ๆ พยายามปัดความสงสัยทิ้งไปและหันกลับมาโฟกัสที่ชีทเรียนตรงหน้า ทว่าความสนิทสนมที่ดู ล้นออกมาของทั้งคู่ กลับเริ่มทิ้งตะกอนเล็ก ๆ ไว้ในใจของเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว
หลังสิ้นสุดการบรรยายที่แสนอึดอัด กลิ่นอายของ การรับน้องก็เริ่มต้นขึ้นทันที บรรยากาศเปลี่ยนจากความเงียบสงบในห้องเรียน กลายเป็นความกดดัน เมื่อเหล่ารุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ในเสื้อช็อปสีเข้มยืนเรียงแถวหน้ากระดาน สายตาแต่ละคู่ดุดันและทรงพลังจนนักศึกษาปีหนึ่งแทบไม่กล้าสบตา
“สวัสดีน้องๆ ทุกคนครับ! ยินดีต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวโยธาของพวกเรานะ พี่ชื่อสายชล เป็นประธานรุ่นปี 4 พวกพี่ๆ ทุกคนดีใจมาก ที่เห็นน้องๆ นักศึกษาทุกคนมานั่งรวมกันตรงนี้!”
ทันใดนั้น รุ่นพี่ปี 3 กลุ่มใหญ่ที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น นำโดยอาร์ตพี่ระเบียบที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยบ
“สวัสดีครับน้องๆ ผมอาร์ตรุ่นพี่ปีสาม รับหน้าที่ดูแลระเบียบวินัยของพวกคุณตลอดเทอมนี้!” อาร์ตตะโกนก้อง “ก่อนที่เราจะรู้จักกันมากกว่านี้ ผมมีกฎเหล็กสามข้อที่พวกคุณต้องจำให้ขึ้นใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด!”
“...”
“หนึ่ง..ให้เกียรติสถานที่และเครื่องแบบ เมื่อไหร่ที่พวกคุณได้รับสิทธิ์ให้ใส่เสื้อช็อป จำไว้ว่ามันไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่มันคือเครื่องหมายของความรับผิดชอบ ห้ามใส่ไปเที่ยวเตร่ในที่ที่ไม่เหมาะสมเด็ดขาด! สอง..การเคารพผู้อื่น เจอครูอาจารย์ต้องไหว้ครับ เจอรุ่นพี่ต้องเคารพ สาม..ต้องตรงต่อเวลา ห้ามมีคำว่าขี้เกียด!”
“...”
“และเรื่องสำคัญที่สุด... นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เวลา ห้าโมงเย็น หลังจากคาบเรียนสุดท้ายสิ้นสุดลง น้องใหม่ทุกคนต้องมาประจำตำแหน่งที่ลานเกียร์แห่งนี้เพื่อเข้าเชียร์!”
“เราจะไม่มีการเลิกก่อนเวลาจนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น” ภูผาเสริมขึ้นมา “ในห้องเชียร์ พวกคุณจะได้เรียนรู้เพลงคณะ ฝึกความอดทน และที่สำคัญ... พวกคุณจะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ถ้าคนหนึ่งมาสาย ทุกคนต้องรอ ถ้าคนหนึ่งทำผิด ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน! เข้าใจไหม!”
“เข้าใจครับ! / เข้าใจค่ะ!”
“ผมไม่ได้ยิน! เสียงมีแค่นี้เหรอ!” ภูผาร้องตะโกนขึ้นอีกครั้ง น้องปีหนึ่งก็ตะเบงเสียงจนดังลั่นไปทั่วลานเกียร์
“เข้าใจครับ! / เข้าใจค่ะ!”
“ดีมากครับ งั้นตอนนี้เรามาทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมกันก่อน ปีหนึ่ง! จับคู่คนข้าง ๆ เดี๋ยวนี้!” เสียงว้ากของรุ่นพี่ปีสามดังกึกก้องไปทั่วลานเกียร์
มิเกลใจเต้นรัว เธอหันไปมองวินที่อยู่ไม่ไกล เห็นเขากำลังก้าวเท้าจะเดินตรงมาหาเธอเพื่อขอจับคู่ตามสัญชาตญาณ ทว่าในจังหวะนั้นเองอ้อนก็ถลันเข้ามาดักหน้าและคว้าแขนของวินไว้แน่น
“วิน! คู่กับอ้อนนะ อ้อนไม่กล้าคู่กับคนอื่น อ้อนกลัว” อ้อนพูดพร้อมทำท่าทางหวาดหวั่นพลางซุกตัวเข้าหา
วินชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้ามองมิเกลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำขอโทษ ก่อนจะถูกอ้อนลากไปอีกทาง มิเกลยืนนิ่ง รู้สึกเหมือนโดนทิ้งไว้กลางพายุเพียงลำพัง
“มิเกล! คู่กับเรานะ” นีน่ารีบวิ่งเข้ามาหาด้วยใบหน้าตื่น ๆ มิเกลพยักหน้าตอบรับ แม้ในใจจะรู้สึกโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูก
กิจกรรมดำเนินไปอย่างดุเดือด จนมาถึงเกมทดสอบความสามัคคีที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็นำมาซึ่งบทลงโทษ และเพราะความประหม่าที่สะสมมาทั้งวัน ทำให้มิเกลกับนีน่าก้าวพลาดในจังหวะสุดท้าย
“คู่ที่พลาดออกมาข้างหน้า! ปฏิบัติ!” รุ่นพี่คนหนึ่งตะโกนสั่ง
มิเกลเดินออกไปยืนหน้าแถวด้วยความรู้สึกประหม่าถึงขีดสุด แต่แล้วบรรยากาศรอบข้างกลับเงียบกริบลงทันตา เมื่อร่างสูงโปร่งในเสื้อช็อปที่ดูเนี้ยบกว่าใครเพื่อนเดินตรงเข้ามาหาเธอ
“เห้ย! พี่ลีออน...โคตรหล่อเลย”
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น ลีออนไม่ได้อยู่เพียงในฐานะนักศึกษาทั่วไป แต่เขาคือหนึ่งใน รุ่นพี่ระเบียบ ที่ขึ้นชื่อว่าโหดและนิ่งที่สุดในคณะ เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ามิเกล ระยะห่างที่ใกล้กันจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ปนกลิ่นแดดของเขา
ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่ใบหน้าของเธอโดยไม่วางตา มันนิ่งเรียบ แต่ทว่ามีกระแสบางอย่างที่แผดเผาจนมิเกลเริ่มหายใจติดขัด เธอพยายามก้มหน้าหลบสายตา แต่เสียงทุ้มต่ำของเขากลับสั่งการลงมาอย่างเฉียบขาด
“เงยหน้าขึ้นปีหนึ่ง... สบตาพี่เวลาพูด”
“...”
มิเกลจำใจเงยหน้าสบตาเขา หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความรู้สึกในอดีตที่เคยถูกปฏิเสธจนอับอายปะทะเข้ากับความกดดันในปัจจุบัน ลีออนมองลึกลงไปในดวงตาของเธอครู่ใหญ่ ราวกับจะค้นหาความลับที่เธอซ่อนไว้ภายใต้ความสั่นเทานั้น
“ทำพลาด... ก็ต้องรับผิดชอบ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่สายตากลับเหลือบไปมองวินที่ยืนอยู่อีกฝั่งครู่หนึ่ง ก่อนจะย้อนกลับมาที่มิเกล
“คะ?”
“ไปวิ่งรอบลานเกียร์ 5 รอบ... ทั้งคู่”
“...”
ในขณะที่มิเกลกำลังจะออกวิ่ง ลีออนกลับขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงเธอที่ได้ยิน
“แอบหนีไปเรียนที่อื่นเหรอ?...”
ประโยคนั้นทำให้มิเกลตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ความรู้สึกปลอดภัยที่เธอพยายามสร้างมาตลอดหนึ่งปีพังทลายลงในพริบตา