ตอนที่7 ความลับนี้...ห้ามบอกใคร
เวลา21.00 น.
ผับ The Attic
บรรยากาศยามค่ำคืนที่ The Attic เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ แสงไฟนีออนสีม่วงและน้ำเงินสลัว ๆ ตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มและเบาะหนังขัดมันเพิ่มความหรูหราแบบดิบเท่
ตัวร้านโปร่งโล่งด้วยเพดานสูงสมชื่อ แต่กลับหนาแน่นไปด้วยผู้คนในโซนหน้าเวที เสียงดนตรีแนว House จังหวะหนักหน่วงสลับกับเพลงสากลยอดฮิตดังกระหึ่มจนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่พื้นไม้
มิเกล และ นีน่า เดินเข้ามาท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่หันมองตาม
คืนนี้มิเกลเลือกสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีครีมยาวคลุมเข่า ทับด้วยเสื้อคาดิแกนผ้าบางตัวสั้นสีเข้าชุดกัน ดูละมุนตาแต่แฝงความมีสไตล์ เธอปล่อยผมยาวสลวยที่ดัดลอนคลายๆ ไว้ที่ปลายผม กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอยิ่งทำให้ดูน่าทะนุถนอม ส่วนนีน่ามาในลุคที่ซนกว่าด้วยเสื้อครอปสีดำแมตช์กับกระโปรงยีนส์สั้น และรองเท้าผ้าใบ ทั้งคู่ไม่ได้แต่งตัวโป๊แต่กลับดูสวยเด่นและดูสะอาดสะอ้านท่ามกลางแสงสี
“เกล นีน่า! ทางนี้ ๆ” เสียงรุ่นพี่ผู้หญิงในสายรหัสดังแทรกเสียงเพลงมา พร้อมกับกวักมือเรียกพวกเธอไปที่โต๊ะโซน VIP ที่ยกสูงขึ้นเล็กน้อย ทำให้มองเห็นบรรยากาศทั่วทั้งร้านได้ชัดเจน
“มานั่งนี่เลยสาว ๆ” รุ่นพี่อีกคนรีบขยับเก้าอี้สตูลทรงสูงมาให้พวกเธอนั่งอย่างกระตือรือร้น
“โห ร้านสวยจังเลยนะคะ” นีน่าตะโกนบอกพลางมองไปรอบ ๆ ที่เห็นเคาน์เตอร์บาร์ยาวเหยียดประดับด้วยขวดเครื่องดื่มราคาสูงเรียงรายเป็นตับ
“แน่นอน ร้านนี้คัดคนสุด ๆ แล้ววันนี้จะรับอะไรกันดีจ๊ะสาวน้อย?” รุ่นพี่คนหนึ่งถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“เกลขอ...น้ำส้ม แล้วกันค่ะ” มิเกลตอบอย่างสุภาพพร้อมรอยยิ้มบาง
“อุ๊ย! งั้นนีน่าขอจัดหนักเลยค่ะ เอาเหล้าแรง ๆ เลยพี่!” นีน่าชูนิ้วบอกอย่างร่าเริง
“ฮ่า ๆ ๆ!” รุ่นพี่ระเบิดหัวเราะออกมาทันทีพลางแซวขำ ๆ “ดูสิ โต๊ะเรามีทั้งแม่พระมาโปรดกับนักล่าแต้มเหล้าขาวว่ะ เกล...พี่ว่าหนูมาผิดที่หรือเปล่าจ๊ะเนี่ย แต่นีน่าเนี่ยพี่ชอบนะ ท่าทางจะคอแข็ง!”
ไม่นานนัก กลุ่มเพื่อนปีหนึ่งคนอื่น ๆ ที่เห็นพวกเธอก็เริ่มทยอยเดินเข้ามาทักทาย
“นีน่า วันนี้แต่งตัวจัดเต็มเลยนะ กะมาเก็บเรียบทุกสายรหัสเลยป่ะ?” อีกคนแซวติดตลก
มิเกลยิ้มตอบเพื่อน ๆ อย่างเป็นกันเอง เธอพยายามปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศที่แสนวุ่นวายนี้ แม้เสียงเพลงจะดังจนหูอื้อก็ตาม
ถัดออกมาจากความวุ่นวายบริเวณหน้าเวที สู่ระเบียงโซนเปิดโล่งด้านหลังที่ผู้คนไม่พลุกพล่านนัก แสงไฟสลัวจากในร้านสาดส่องออกมาเพียงเบาบาง
ร่างสูงของลีออนยืนพิงราวระเบียงเหล็ก นิ้วเรียวยาวคีบมวนบุหรี่ราคาแพงขึ้นจดริมฝีปาก ก่อนจะพ่นควันสีเทาจางออกมาช้า ๆ
ควันเหล่านั้นลอยวนตามแรงลมหายไปในความมืด ท่ามกลางบรรยากาศรอบข้างที่เต็มไปด้วยคู่รักหลายคู่ที่กำลังยืนกอดรัดเหวี่ยงและจูบกันอย่างดูดดื่มโดยไม่แคร์สายตาใคร แสงไฟสลัวยิ่งทำให้ภาพการพัวพันเหล่านั้นดูเร่าร้อนและดิบเถื่อน
ลีออนเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ดูแชทกลุ่มที่ไอ้เพื่อนตัวดีอย่างเพลิงฉลามและซันส่งมาไม่หยุด แต่แล้วหางตาของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาคนคุ้นตาที่มุมมืดถัดไปไม่ไกลนัก
ที่ตรงนั้น... วินกำลังเบียดร่างของอ้อนเข้าหาผนัง ทั้งคู่แลกจูบกันอย่างหนักหน่วงจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
“เหอะ... ระยำฉิบหาย!”
ลีออนสบถออกมาอย่างหัวเสียพลางขยี้หัวบุหรี่ลงกับที่เขี่ยอย่างแรง เสียงสบถทุ้มต่ำนั่นทำให้วินที่กำลังหลงระเริงสะดุ้งสุดตัว เขาหันมาเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงนั้นก็รีบผลักอ้อนออกห่างทันทีจนฝ่ายหญิงเซถลา
“พะ พี่ลีออน!”
วินละล่ำละลักเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยความเกรงกลัวและลนลาน เขาเป็นเพียงนักศึกษาทั่วไปที่รู้ดีว่าลีออนไม่ใช่แค่รุ่นพี่ แต่เป็นถึงหนึ่งในหุ้นส่วนใหญ่ของผับชื่อดังแห่งนี้ และยังมีอิทธิพลที่คนอย่างเขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
“...”
“ผม...คือผมไม่ได้ตั้งใจ...อ้อนเขา...” วินพยายามจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเกรงใจและขลาดกลัวในอำนาจของคนตรงหน้า
ลีออนไม่ได้ปรายตามองวินแม้แต่นิดเดียว เขามองข้ามไปเหมือนสองคนนั้นเป็นเพียงขยะหรือธาตุอากาศ
“จะไปตายที่ไหนก็ไป อย่ามาทำตัวอุบาทว์แถวนี้”
เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินชนไหล่วินออกมาอย่างไม่ใยดี ทิ้งให้วินยืนตัวสั่นและอ้อนที่พยายามจะจัดเสื้อผ้าด้วยใบหน้าบึ้งตึง ลีออนก้าวเท้ากลับเข้าสู่โซน VIP ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวจัด
ทว่า... ทันทีที่เขาก้าวผ่านฝูงชนออกมา สายตาคมกลับชะงักกึก
ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนที่กำลังหัวเราะต่อกระซิบกันอย่างสนุกสนาน มิเกล นั่งอยู่ตรงนั้น... ในชุดเดรสสีครีมที่ดูสะอาดตา ใบหน้าสวยหวานมีรอยยิ้มจาง ๆ ประดับอยู่ขณะกำลังฟังเพื่อนพูด
รอยยิ้มที่ดูบริสุทธิ์นั่น ตัดกับภาพคาว ๆ ที่เขาเพิ่งเห็นมาจากหลังระเบียงเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ลีออนยืนนิ่งมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ความหัวเสียเมื่อครู่มลายหายไป แต่ความรู้สึกบางอย่างที่หนักแน่นกว่าเดิมกลับเข้ามาแทนที่...
เขามองรอยยิ้มของเธอ แล้วนึกถึงใบหน้าของไอ้วินที่เพิ่งทรยศเธอมาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน
“มีแฟนแล้วงั้นเหรอ...?” เขาพึมพำกับตัวเอง สายตาแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์อย่างน่ากลัว
วินและอ้อนรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในโซน VIP อย่างรวดเร็ว วินพยายามตีสีหน้าเนียนเดินตรงเข้าไปหามิเกลที่นั่งคุยอยู่กับนีน่า
“เกล... มานานหรือยัง โทษทีนะ พอดีเราติดธุระด่วนเลยไม่ได้ตอบแชทเลย” วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูเป็นปกติที่สุด ในขณะที่อ้อนเดินตามมานั่งลงข้างๆ พร้อมส่งยิ้มหวานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อือ ไม่เป็นไรหรอก เราก็เพิ่งมา” เกลยิ้มตอบเบาๆ แม้ในใจจะแอบสงสัยในท่าทีที่ดูรีบร้อนของเขาก็ตาม
แต่บทสนทนาเพิ่งเริ่มได้เพียงไม่กี่ประโยค สายตาของวินก็เหลือบไปเห็นร่างสูงของลีออนที่นั่งดื่มอยู่กับกลุ่มเพื่อนตัวท็อปอย่าง ฉลาม เพลิง และซัน วินหน้าซีดเผือดทันทีเมื่อสบเข้ากับสายตาเย็นชาของลีออนที่มองมาทางเขาพอดี
“เอ่อ...เกล เราขอเข้าไปทักทายรุ่นพี่แป๊บหนึ่งนะ”
“อ่อ...อือ”
ด้วยความระแวงและกลัวว่าความลับจะแตก วินตัดสินใจรวบรวมความกล้าเดินแยกออกมาจากมิเกล แล้วก้าวเท้าเข้าไปหาโต๊ะของลีออนท่ามกลางสายตาของกลุ่มรุ่นพี่วิศวะที่มองมาอย่างสงสัย
“ไอ้ซันกูว่ามึง...”
“พี่... พี่ลีออนครับ ผมขอคุยด้วยแป๊บนึงได้ไหม” วินก้มหัวเล็กลงอย่างคนที่มีชนักติดหลัง
เสียงพูดคุยของฉลามและเพลิงหยุดชะงักลงทันที ทุกคนหันไปมองหน้าลีออนเป็นตาเดียว ลีออนไม่ได้วางแก้วเหล้าลงด้วยซ้ำ เขายังคงนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างวางอำนาจ แววตาคมกริบนิ่งสนิทจนน่ากลัว เขาไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะขยับปากรับคำ
“...”
เมื่อเห็นความนิ่งเงียบจนกดดัน วินจึงตัดสินใจโพล่งสิ่งที่อยู่ในใจออกมาตรงนั้นทันที
“พี่ครับ... เรื่องเมื่อกี้ที่หลังระเบียง ผมขอเถอะนะครับ อย่าบอกเรื่องที่เห็นผมกับอ้อนกำลัง...ให้เกลรู้เลยนะพี่ ถือว่าผมไหว้ล่ะ”
คำขอร้องที่ดูหน้าด้านนั้นทำให้กลุ่มเพื่อนของลีออน ขมวดคิ้ว ลีออนยอมปรายตาขึ้นมองวินช้าๆ เขาเค่นยิ้มมุมปากที่ดูแสนจะหยิ่งทะนง ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเรียบแต่บาดลึกถึงทรวงใน
“มึงเป็นใคร ถึงกล้ามาสั่งกู?”
“ปะ...เปล่าครับพี่ ผมแค่ขอความเห็นใจ...” วินตัวสั่นเทา
“ความเห็นใจ?” ลีออนทวนคำพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ ที่ฟังดูไม่ต่างจากเสียงมัจจุราช
“...”
“มึงทำตัวระยำเอง แล้วเดินมาสั่งให้กูช่วยปิดปากเนี่ยนะ? มึงสำคัญตัวผิดไปหรือเปล่าไอ้วิน... มึงไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะต่อรองอะไรกับกูได้ทั้งนั้น”
ลีออนยกเหล้าขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะกระแทกแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังจนวินสะดุ้งสุดตัว
“...”
“คนอย่างมึงน่ะเหรอที่มิเกลเลือก... เสียของฉิบหาย”
ลีออนพูดลอดไรฟัน สายตาจ้องเขม็งไปที่วินจนคนตรงหน้าแทบอยากจะมุดลงไปใต้พื้น
“...”
“ไสหัวไปก่อนที่กูจะหมดความอดทน แล้วจำใส่หัวไว้...กูจะทำอะไรมันก็เรื่องของกู มึงไม่มีสิทธิ์มาเสนอหน้าสั่งกูอีกเป็นครั้งที่สอง”
วินหน้าถอดสี รีบถอยกรูดออกมาทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของกลุ่มเพื่อนๆ ที่ดังตามหลังมา และในขณะที่วินเดินคอตกกลับไปหามิเกล
เขาไม่รู้เลยว่าสายตาของลีออนในตอนนี้นั้น... ไม่ได้มองมาที่เขาอีกแล้ว แต่มันกำลังจับจ้องไปที่คนตัวเล็กที่ยังนั่งไม่รู้เรื่องรู้ราว ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง