ตอนที่8 ใครปกป้องใคร?
วินเดินกลับมาที่โต๊ะด้วยท่าทางเหมือนคนสติหลุด ใบหน้าที่เคยดูดีบัดนี้ซีดเผือดจนมิเกลสังเกตเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน
“วิน!... เป็นอะไรหรือเปล่า? หน้าดูไม่ดีเลย” มิเกลเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ปะ...เปล่าเกล วินว่าวินน่าจะเริ่มเมาแล้วล่ะ มึนหัวนิดหน่อยน่ะ” วินสะดุ้งเล็กน้อยราวกับกลัวความผิด
“โหย เพิ่งจะเริ่มเอง” อ้อนที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่พูดแทรกขึ้นมาทันที ก่อนจะหันไปทางนีน่าและมิเกล “นี่ นีน่า เกล ไปเต้นกันเถอะ เพลงกำลังมันเลยเนี่ย ไปเร็ว!”
“ไปดิๆ เกลไปกันเถอะ” นีน่าเริ่มขยับตัวตามจังหวะเพลง
“เราไม่ถนัดน่ะ นีน่ากับอ้อนไปกันเลย” มิเกลส่งยิ้มบางๆ ปฏิเสธตามระเบียบ
เมื่ออ้อนเห็นว่ามิเกลไม่ไป เธอก็จำใจต้องเดินออกไปกับนีน่า ทิ้งให้วินและมิเกลนั่งอยู่ด้วยกันที่โต๊ะ วินพยายามทำตัวเป็นแฟนที่ดีด้วยการดูแลมิเกลสารพัด ทั้งคอยหยิบทิชชู่ ส่งแก้วน้ำให้ไม่ขาดมือ เพื่อกลบเกลื่อนความขี้ขลาดในใจที่เพิ่งโดนลีออนขยี้มา
ไม่นานนักนีน่ากับอ้อนก็เดินกลับมาที่โต๊ะด้วยสีหน้าบึ้งตึงเมื่อเห็นวินเอาอกเอาใจมิเกลจนออกนอกหน้า
“วิน อ้อนอยากกินค็อกเทลตัวนั้นอ่ะ ไปสั่งให้หน่อยดิ” อ้อนพูดขัดจังหวะขณะที่วินกำลังคุยกับมิเกล
“อ้อนก็เห็นว่าวินคุยกับเกลอยู่ อ้อนไปสั่งเองดิ เพื่อนเยอะแยะ” วินตอบกลับอย่างรำคาญ
“ทำไมอ่ะ! เมื่อก่อนอ้อนอยากได้อะไรวินก็ทำให้ตลอด ทำไมวันนี้ต้องมาประเคนให้แต่ยัยเกลด้วย!” อ้อนแผดเสียงอย่างลืมตัว ความอิจฉาริษยาพุ่งทะลุขีดจำกัดจนแสดงออกมาทางคำพูดอย่างชัดเจน
“อ้อน! เงียบเดี๋ยวนี้!” วินตะคอกกลับเสียงดังจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง “จะไปไหนก็ไป อย่ามาทำตัวงี่เง่าแถวนี้!”
อ้อนชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาคลอเบ้านิ่งอึ้งไปกับท่าทีเกรี้ยวกราด
“วิน... วินไม่เคยว่าอ้อนแรงขนาดนี้มาก่อนเลยนะ เพราะมันใช่ไหม วินถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้!”
พูดจบอ้อนก็สะบัดหน้าเดินหนีออกจากวงไปทันที ทิ้งให้บรรยากาศที่โต๊ะมาคุจนถึงขีดสุด มิเกลและนีน่ามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนที่มิเกลจะทำใจดีสู้เสือเอ่ยขึ้นเบาๆ
“แรงไปหรือเปล่าวิน... อ้อนเขาอาจจะแค่เมาน่ะ”
วินถอนหายใจทิ้งอย่างหงุดหงิดพลางนวดขมับ
“ช่างเขาเถอะเกล วินรำคาญ... วินขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ เดี๋ยวมา”
ท่ามกลางความวุ่นวายและแสงสีที่สาดส่องไปมา ลีออน ยังคงนั่งอยู่ในเงามืดของโซน VIP หลังกระจกกรองแสงที่มองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนจากมุมสูง ร่างสูงเอนหลังพิงโซฟาหนังท่าทางสบายๆ ขาแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นพาดไขว้ห้างอย่างถือดี
มือเรียวคีบแก้วคริสตัลที่มีน้ำสีอำพันบรรจุอยู่ภายใน เขาเหวี่ยงแก้ววนไปมาเบาๆ ให้ก้อนน้ำแข็งกระทบกับขอบแก้วเกิดเสียง คลิ้ง ใสๆ ก่อนจะยกขึ้นจิบเพียงแผ่วเบา สายตาคมกริบจ้องมองเหตุการณ์ที่โต๊ะของมิเกลมาโดยตลอด
เขามองเห็นทุกอย่าง... เห็นความหน้าไหว้หลังหลอกของไอ้วิน เห็นความริษยาของอ้อน และเห็นความไร้เดียงสา ของผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนั้น
ลีออนแค่นยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ดวงตาวาวโรจน์ดูเถื่อนและดิบจัดท่ามกลางแสงสลัว
“ละครลิงจบไวไปหน่อยนะ...” เขาพึมพำลอดไรฟัน สายตาจดจ้องไปที่มิเกลที่ตอนนี้นั่งอยู่คนเดียวเพียงลำพังที่โต๊ะ
“มันพูดอะไรของมันวะ?” เพลิงเอ่ยถามเพื่อนทั้งสอง แต่กลับไม่มีีใครรู้ว่าเขากำลังหมายถึงอะไร
“ถึงเวลาพระเอกตัวจริงลงไปปิดม่านแล้วมั้ง”
อ้อนเดินกลับมาพร้อมแก้วทรงสูงที่บรรจุของเหลวสีฟ้าสดใสดูสวยงามราวกับน้ำทะเล หล่อนแกว่งมันไปมาคล้ายของเล่นชิ้นโปรด รอยยิ้มหวานหยดย้อยประดับบนใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาเสียจนใครที่มองมาคงต้องเผลอยิ้มตอบ ทว่าภายใต้ท่าทีที่ดูเป็นมิตรนั้น กลับแฝงไปด้วยความอันตรายที่พร้อมจะทิ่มแทงได้ทุกเมื่อ
อ้อนทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกับมิเกล แทนที่ที่นั่งเดิมของนีน่า
“นีน่าไปไหนซะแล้วล่ะ?” อ้อนเอ่ยถามพลางจ้องลึกเข้าไปในตาของมิเกล
“ไปเข้าห้องน้ำ” มิเกลตอบด้วยน้ำเสียงสั้นๆ อ้อนพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าสำนึกผิด
“เกล...อ้อนขอโทษนะที่ตะกี้ใส่อารมณ์ไปหน่อย พอดีอ้อนเมาน่ะ เลยคุมอารมณ์ไม่อยู่ อย่าโกรธอ้อนเลยนะ”
มิเกลเพียงแค่ยกยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาเรียวสวยจับจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างค้นหา เธอไม่ใช่คนโง่ที่จะมองไม่ออกว่ารอยยิ้มขอโทษนั้นไปไม่ถึงดวงตา และคำว่า 'เมา' มักจะถูกยกมาเป็นข้ออ้างยอดฮิตของคนที่ตั้งใจทำเรื่องแย่ๆ เสมอ
“ไม่เป็นไรหรอก เราไม่ถือ” มิเกลตอบเสียงนุ่ม แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกท้าทายอยู่ลึกๆ
อ้อนยิ้มรับก่อนจะเลื่อนแก้วน้ำสีฟ้าสดนั่นมาตรงหน้ามิเกล
“นี่...ลองจิบดูสิ อ้อนสั่งแบบที่มีแอลกอฮอล์แค่นิดเดียวมาให้ สีสวยแถมอร่อยด้วยนะ ลองดูหน่อยสิเกล ถือว่าหายกันไง”
คนตัวเล็กนั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ สายตาจ้องมองของเหลวสีสวยที่กระเพื่อมไปมาตามแรงสั่นของโต๊ะ มารยาหญิงตรงหน้าถูกขุดออกมาใช้แบบไม่ลดละ อ้อนพยายามขยับแก้วเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นพลางคะยั้นคะยอไม่หยุด
“อ้อนกินเลย เรากินน้ำส้มจนท้องจะแตกละ”
“โห...เสียดายออก ของดีนะเนี่ย นะจ๊ะเกล จิบนิดเดียวก็ได้ อ้อนตั้งใจสั่งมาให้เกลโดยเฉพาะเลยนะ” อ้อนยังคงส่งสายตาออดอ้อนพลางเลื่อนแก้วจนชิดมือของมิเกล
ร่างเล็กเงียบไปครู่หนึ่ง เธอรู้ดีว่าการปฏิเสธแบบตัดเยื่อใยในตอนนี้อาจจะทำให้ไก่ตื่น มือเรียวหยิบแก้วสีสวยขึ้นมาถือไว้ เธอไม่ได้เชื่อใจอ้อนแม้แต่น้อย แต่เพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะเล่มเกมอะไรกันแน่
ยัยนี่! ไม่รู้ซะแล้วว่าฉันเป็นใคร อยากลองดีเหรอห่ะ!?
มิเกลยกแก้วขึ้นจิบเพียงนิดเดียวให้น้ำนั่นสัมผัสแค่ปลายลิ้น รสชาติหวานปนเปรี้ยวซาบซ่ากลบกลิ่นแอลกอฮอล์จนแทบไม่ได้กลิ่น แต่สัมผัสที่บาดคอเล็กน้อยทำให้เธอรู้ว่ามัน 'แรง' กว่าที่อ้อนบอกหลายเท่า
เธอวางแก้วลงที่เดิมพลางมองหน้าอ้อนที่กำลังยิ้มกว้างราวกับผู้ชนะ โดยที่อ้อนไม่รู้เลยว่า... ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยของมิเกลนั้น เธอกำลังจดบันทึกทุกพฤติกรรมของ 'เพื่อนสนิท' คนนี้ไว้ในใจอย่างละเอียดยิบเลยทีเดียว
บริกรหนุ่มในชุดเครื่องแบบเนี้ยบกริบเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะ พร้อมกับถาดเงินที่มีแก้วไวน์ขาวชั้นเลิศวางตระหง่านอยู่ หยดน้ำที่เกาะรอบแก้วจนดูหรูหราผิดกับเครื่องดื่มอื่นบนโต๊ะ เขาค่อย ๆ วางมันลงตรงหน้าหญิงสาวอย่างสุภาพ
“เอ่อ...ฉันไม่ได้สั่งนะคะ” อ้อนขมวดคิ้วถาม ทว่าแววตาเริ่มเป็นประกายด้วยความหวัง
“พี่ผู้ชายโซนโน้นสั่งมาให้ครับ”
บริกรหนุ่มตอบพร้อมกับผินหน้าไปทางโซนVIP ลีออน นั่งอยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยกแก้วในมือขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย สายตาคมกริบจ้องมองมาอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม
อ้อนที่เห็นแบบนั้นก็แทบเก็บอาการไม่อยู่ หล่อนเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ชนะ พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านอย่างโอ้อวด
สาวๆ หลายโต๊ะต่างหันมามองด้วยความริษยาที่หล่อนกลายเป็นเป้าหมายของชายที่ฮอตที่สุดในผับอย่างลีออน
มิเกลหันไปมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ใบหน้าสวยนิ่งค้างไป... มันไม่ใช่ความอิจฉา แต่มันคือความสับสนปนเปกันไปหมด ทั้งความรู้สึกผิดหวังในตัววิน ความระแวงในตัวอ้อน และความรู้สึก 'แปลกประหลาด' ที่มีต่อลีออน สายตาที่เขาส่งมามันดูเหมือนจะมอบให้อ้อน แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนเขากำลังจ้องลึกเข้ามาในจิตใจของเธออยู่กันแน่
อ้อนคว้าแก้วไวน์ขึ้นมาจิบอึกใหญ่ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ก่อนจะยกขึ้นดื่มอีกครั้งจนหมดแก้วราวกับจะเฉลิมฉลองให้กับชัยชนะของตัวเอง
“เราขอไปล้างหน้าหน่อยนะ...” มิเกลเอ่ยเสียงแผ่ว เธอพยายามจะลุกขึ้นยืน ทว่าทันทีที่หยัดกายขึ้น ร่างทั้งร่างกลับโอนเอนจนต้องรีบคว้าขอบโต๊ะไว้
วินาทีนั้นเอง... ร่างกายของมิเกลกลับร้อนวาบขึ้นมาอย่างรุนแรงราวกับมีไฟสุมอยู่ใต้ผิวหนัง ความร้อนนั้นไม่ได้มาจากอากาศ แต่มันพุ่งพล่านออกมาจากภายในไหลเวียนไปตามกระแสเลือดอย่างบ้าคลั่ง
หัวใจเต้นรัวเร็วอย่างผิดปกติ ลมหายใจเริ่มติดขัดและหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายส่วนลึกเริ่มสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกรุ่มร้อนและโหยหาบางอย่างที่น่าอายพุ่งเข้าโจมตีสติสัมปชัญญะของเธอจนขาวโพลน
ยาปลุกเซ็กส์ชนิดรุนแรงที่ผสมอยู่ในแก้วสีฟ้านั่น... กำลังออกฤทธิ์กัดกินความฝืนทนของเธอลงไปทุกที
มิเกลพยายามประคองสติที่เริ่มเลือนราง สายตาพล่ามัวมองเห็นเพียงเงาร่างสูงของใครบางคนที่กำลังก้าวเดินตรงมาหาเธอ... คนที่ส่งไวน์มาให้เพื่อนของเธอ แต่กลับก้าวเท้ามาหยุดลงตรงหน้าของเธอเอง
“เป็นอะไรไป... หน้าแดงเชียว” เสียงทุ้มต่ำของลีออนดังอยู่ใกล้แค่เอื้อม แฝงไปด้วยความร้ายกาจที่ทำให้คนฟังแทบจะสิ้นสติลงตรงนั้น