LOGIN“ไม่เขินแล้วหน้าแดงทำไม?”“ฉันโมโหโว้ยย ไม่ได้เขิน!!”“วันนี้ฉันไปรู้ความจริงมาด้วยแหละ” ไอริเริ่มเปิดประเด็นเล่าให้รามฟังเพื่อกระจ่างความสงสัย “แดนกับเพื่อนที่ฉันไว้ใจแอบแทงข้างหลังฉันด้วยนะ”เธอว่าพร้อมระบายยิ้มบาง ๆ อย่างฝืนใจ จะว่าไม่เจ็บปวดก็คงไม่ใช่ แผลในใจยังสดไม่ทันได้แห้งดีก็ถูกเพื่อนตัวเองเหยียบซ้ำอีก“นายคิดดูสิ...สองคนนั้นคบกันมาสามเดือนแล้วแต่ฉันเพิ่งเลิกกับมันมาแค่ 12 วัน นะ” ไอริว่าอย่างใส่อารมณ์พร้อมชูสองนิ้วให้รามดู“13 วัน 8 ชั่วโมง” รามรีบโต้แย้งเมื่อข้อมูลที่ไอริพูดมานั้นผิด“ห้ะ?”“เธอเลิกกับไอ้แดน 13 วันกับอีก 8 ชั่วโมง”“จำได้ไง นับชั่วโมงด้วยหรอ?”ไอริขยับกายออกห่างเล็กน้อย ทว่าดวงตาสวยยังไม่ละไปจากใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม“ก็ฉันอยู่ในเหตุการณ์ จะให้บอกเป็นนาทีหรือวินาทีฉันก็จำได้นะ”เพราะเรื่องการเลิกราของไอริและแดน รามนั่นเฝ้ารอมานานแสนนาน จำไม่ได้ก็แปลกแล้ว“อย่ามาเวอร์” มือเล็กฟาดเข้าที่ท่อนแขนแกร่งเบา ๆ ก่อนจะย่นจมูกใส่อย่างหมั่นไส้“แล้วยังไงต่อ เล่าให้มันจบ ๆ ดิ” คิ้วหนาขมวดเป็นปมเมื่อไอริไม่พูดต่อสักที“ก็ที่นายเห็นว่าฉันไปสวนพฤกษ์เพราะจะไปให้เห็นกับตา
แสงแดดยามสายราวสิบโมงส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง เงาแดดอ่อนจางทอดตัวทาบปลายเตียงอย่างอบอุ่น โดยบนเตียงกว้างมีร่างอรชรนอนตะแคงหันหลังให้ชายหนุ่ม แผ่นหลังเล็กแนบชิดกับอกกว้างของเขาอย่างพอดิบพอดี“อืออ”ไอริครางเสียงเบา ๆ อย่างงัวเงียเมื่อรู้สึกถึงแสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามารบกวนการหลับนอน เธอพยายามขยับตัวเล็กน้อยแต่กลับรู้สึกอึดอัดอย่างน่าประหลาดเปลือกตาบางค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะพบว่าตัวเองยังอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน…เธอรีบหันกลับไปมองก็พบใบหน้าหล่อยังคงหลับตาพริ้ม ลมหายใจอุ่น ๆ รดรินที่เสี้ยวไหล่ของเธออย่างสม่ำเสมอ ไอริถอนหายใจออกช้า ๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมองมือหนาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดนูนบ่งบอกถึงความแข็งแรงของชายหนุ่ม ที่ตอนนี้วางอยู่บนหน้าท้องของเธออย่างนิ่งสงบมือเล็กค่อย ๆ เลื่อนไปทาบลงบนหลังมือใหญ่อย่างแผ่วเบา เธอมองมันอย่างใช้ความคิดเพราะไม่เคยเจอคนที่มือใหญ่และเห็นเส้นเลือดชัดขนาดนี้มาก่อน“มือใหญ่จัง” ไอริพึมพำเบา ๆ ทว่ากลับรู้สึกถึงแรงกระชับกอดให้แน่ขึ้น“Kวยก็ใหญ่ อยากจับดูไหม?”เสียงแหบพร่าดังอยู่ข้างหลังอย่างเย้ายวน ทำเอาคนฟังขนลุกขนชันรีบหันหน้าไปมองคนเจ้า
หลังจากกลับมาไอริก็รีบเก็บข้าวของที่แดนทิ้งเอาไว้ที่คอนโดไปทิ้งทันที ตอนแรกคิดว่าจะหาเวลาว่างเก็บแต่พอมารู้เรื่องแบบนี้ ถึงตอนนี้แม้จะไม่ว่างเธอก็จะเก็บไปทิ้งให้หมดร่างบางในชุดนอนน่ารักนอนแผ่กายบนเตียงด้วยความเหน็ดเหนื่อย ดวงตาสวยมองเพดานอย่างล่องลอย อยู่ ๆ ก็หวนกลับไปคิดว่า...ชีวิตนี้เธอจะได้เจอความรักดี ๆ กับคนอื่นบ้างไหมทว่ายังไม่ทันได้ปล่อยตัวปล่อยใจเข้าไปอยู่ในภวังค์เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างกายก็ดังขึ้น เธอถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ราวกับต้องการสลัดความคิดออกไปให้หมด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าใครมันโทรมาตอนเที่ยงคืน--ราม—“ฮัลโหล?”ไอริกลอกเสียงหวานอย่างออดอ้อนราวกับรู้ความผิด ก็วันนี้เป็นวันศุกร์ซึ่งความจริงแล้วเธอต้องอยู่กับราม(มารับหน่อยย) ปลายสายว่าเสียงคานยานบ่งบอกว่าเขากำลังเมา“ห้ะ??”(มารับหน่อยย หน้า XBar)“ให้ฉันออกไปตอนเที่ยงคืนเนี่ยนะ”ไอริดันกายขึ้นนั่งก่อนจะเอ็ดไปอย่างไม่สบอารมณ์พลางก้มมองตัวเองที่ใส่ชุดนอนพร้อมห่มผ้านอน
--ผ่านไปหลายวัน—ว่ากันว่า...วันเวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่างได้แม้กระทั่งหัวใจที่เจ็บช้ำจากการถูกหักหลัง อาจจะสามวัน สามเดือน หรือสามปี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ว่า คน ๆ นั้นสามารถมูฟออนได้เร็วแค่ไหนอย่างเช่นไอริตอนนี้...เธอกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติแล้ว ไม่สิ ต้องบอกว่าเธอได้ใช้ชีวิตใหม่ ได้ทำอะไรที่แปลกใหม่ ทั้งบ้า ทั้งวุ่นวาย เพราะวัน ๆ เธอเอาแต่วิ่งวุ่นอยู่กับราม จะว่าเป็นเรื่องที่ดีก็ไม่ใช่เพราะเธอเหนื่อยมาก แต่จะว่าเป็นเรื่องที่แย่ก็ไม่เชิง เพราะอย่างน้อยความวุ่นวายนี้ก็ทำให้เธอไม่มีเวลามานั่งเศร้าเสียใจกับเรื่องราวในอดีตอีกหรือจะเรียกง่าย ๆ แบบเข้าใจตรงกันเลยคือ รามเองก็มีส่วนที่ทำให้ไอริปลงได้เร็วแบบนี้พรึ่บ!“เห็นยัง?”กระเป๋าสะพายข้างอันสวยหรูราคาแพงอยู่วางลงเก้าอี้เลคเชอร์ของหญิงสาวที่กำลังนั่งจดจ่อกับไอแพดคู่ใจอยู่ ดวงตาสวยหวานเงยขึ้นมองคนมาใหม่ที่ทำหน้าบึ้งตึงอย่างไม่สบอารมณ์ ไอริเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยเมื่อเพื่อนรักแสดงสีหน้าออกมาชัดเจน“เป็นอะไร?”“เห็นอีฝันรึยัง?”มิวมิว หรือ เรียกสั้น ๆ ว่า อีมิว เป็นเพื่อนสนิทไอริ เธอมีนิสัยเงียบขรึมทว่าครั้งนี้กลับปรี้ดแตกเพราะดันไปเห็นบางอย่า
“นั่งลง”เสียงทุ้มเอ่ยบอกอย่างออกคำสั่งเมื่อร่างบางยืนกอดอกค้ำหัวเขาอยู่นาน โซฟาก็มีตั้งหลายตัวหานั่งเองไม่เป็นรึไง ดื้อฉิบหายพอโดนดุไอริจึงรีบนั่งลงทันที เธอถอนหายใจออกอย่างแรงด้วยความไม่พอใจ พอคิดว่าอยู่ ๆ ตัวเองก็กลายไปเป็นของเล่นของใครก็ไม่รู้ ก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ก่อนอื่นเลย...ตอนนี้เธอเลิกกันไอ้แดนแล้ว” รามว่าน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับต้องการย้ำกับเธออีกครั้ง“รู้แล้ว ไม่ต้องซ้ำเติม”“ฉะนั้นไอ้แดนต้องไม่มายุ่งกับเธออีกหรือถ้ามันยังมาวุ่นวาย เธอฟ้องฉันได้เลย”“ฟ้องนายแล้วจะได้อะไร เป็นตำรวจรึไง?”“ก็ลองมาฟ้องดูก่อนแล้วจะรู้ว่าได้อะไร”รามตอบอย่างไม่ใส่ใจ เพราะเขามั่นใจว่าตัวเองทำงานไวกว่าตำรวจแน่นอน“นี่เป็นกฎระหว่างเธอและฉัน...อ่านสะแล้วก็ทำตามให้ได้ด้วย”ไอริรับกระดาษจากรามมาแล้วไล่สายตาอ่านทีละบรรทัด ขณะที่อ่านคิ้วเรียวก็เริ่มขมวดแน่นขึ้นเรื่อย รามที่สังเกตอยู่ตลอดรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจของเธอได้ทันทีกฎเดิมพัน (ไอริ)1.เธอตกเป็นของฉันในทุกกรณี2.ฉันต้องติดต่อเธอได้ตลอดเวลา ห้ามหนี ห้ามปิดเครื่อง ส่งข้อความไปเธอต้องตอบทุกครั้ง หากไม่ว่างแค่กฎสติ๊กเกอร์มาก็ไ
--เช้าต่อมา--@เพนท์เฮาส์รามภายในห้องนอนขนาดใหญ่ ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี่ โทนสีเข้มให้ความรู้สึกนิ่งสงบแต่แฝงด้วยความหรูหรา ผ้าม่านทึบแสงถูกเปิดแง้มเพียงเล็กน้อย เปิดทางให้แสงแดดยามเช้าส่องลอดเข้ามาพาดผ่านเตียงคิงส์ไซซ์ที่ตอนนี้มีร่างของชายหญิงสองคนนอนกอดก่ายกันแนบชิดราวกับเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามัน ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเขาเพิ่งได้พูดคุยกันจริงจังเป็นครั้งแรกเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา“อื้ออ~~”เสียงหวานครางเบา ๆ พลางบิดขี้เกียจในอ้อมกอดอุ่น เปลือกตาเนียนบางกะพริบไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาดแม้ว่าไอริจะมี (เคย) แฟน แต่เธอก็นอนคนเดียวมาตลอดเกือบปีความรู้สึกแน่นอึดอัดเหมือนถูกงูรัดแบบนี้…บอกตรง ๆ ว่าไม่ชินเอาเสียเลย“เฮ้ย!!”หญิงสาวอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจเมื่อภาพตรงหน้าคือชายหนุ่มรูปหล่อนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ เธอผงะกายออกเล็กน้อยทว่ายิ่งขยับห่างวงแขนแกร่งกลับกระชับเธอแน่นมากยิ่งขึ้น“ทำไมนายมานอนตรงนี้…เอ๊ยย ไม่สิ ทำไมฉันมานอนอยู่ตรงนี้?”เพราะเท่าที่จำได้เมื่อคืนไอรินั่งรอรามอาบน้ำ เพราะเขาบอกว่าจะไปส่งเธอที่คอนโดซึ่งอยู่อีกตึกหนึ่ง ครั้นจะเดินก







