LOGINปึ่ง!!
เสียงประตูบานใหญ่ปิดกระแทกดังลั่น ราวกับประกาศชัดเจนถึงอารมณ์เดือดดาลของคนเห็นแก่ตัวที่เพิ่งเดินหันหลังออกไป ทิ้งแฟนสาวที่คบกันมานานเกือบสามปียืนอยู่ท่ามกลางความเงียบ ในสมองขาวโพลนร่างกายชาไปทั้งตัวจนแทบจะไม่รู้สึกมีเพียงหัวใจที่เจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก
ไอริทรุดฮวบลงนั่งพับเพียบกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ปล่อยหยาดน้ำตาเอ่อล้นจากดวงตาอย่างควบคุมไม่อยู่ ก่อนจะปล่อยโฮออกมาเสียงดังราวกับโลกทั้งใบพังทลายตรงหน้า
‘เลิกกัน’ งั้นหรอ? คำพูดที่หลุดออกจากปากเขายังคงสะท้อนอยู่ในหัวของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิดเดียว ทำไมเขาถึงทิ้งเธอไปง่าย ๆ แบบนี้ ไอริยกมือขึ้นสองข้างปิดใบหน้าตัวเอง พยายามกลั้นเสียงสะอื้นแต่ก็ไม่อาจหยุดความเจ็บปวดนี้ได้
พรึ่บ!
ไม่นานร่างบางที่นั่งอยู่กับพื้นก็ถูกพยุงขึ้นอย่างอ่อนโยนด้วยมือหนาของคนที่อยู่เหตุการณ์มาตั้งแต่ต้น ดวงตาสวยที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาเงยขึ้นสบกับดวงตาคมของชายหนุ่ม คิ้วเรียวหนาขมวดเป็นปมอย่างไม่ชอบใจ ก็มันเหี้ยขนาดนั้นจะร้องไห้หามันทำไมวะ!
“ลุกขึ้น...อย่าทำตัวน่าสมเพชให้มันเห็น”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและน่าเกรงขามทำให้ไอริสะอึกไปที ราวกับเสียงสวรรค์ที่เตือนสติเธอว่าคนเห็นแก่ตัวแบบแดนไม่เหมาะสมที่จะได้เห็นน้ำตาของเธอ
รามคว้าข้อมือเล็กให้มานั่งพิงโซฟา ก่อนจะถอนหายใจออกเฮือกใหญ่พลางเหลือบมองร่างบางเล็กน้อย เพราะจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าไอริไปเลือกคนอย่างแดนมาเป็นแฟนได้ยังไง...จะว่าหน้าตาก็ไม่ใช่ บ้านรวยก็เป็นไปไม่ได้หรือจะนิสัยดี? ...นั่นยิ่งไม่ใช่ใหญ่เลย อยากจะรู้จริง ๆ ว่าสมองส่วนไหนสั่งให้เลือกไอ้สันดานเดรัจฉานนี่มาเป็นแฟน
ก็อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่ารามแอบชอบไอริมานานแต่ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเพราะรู้ว่าเธอมีแฟนแล้ว เขาค่อนข้างให้เกียรติไอริถึงแม้จะอยากได้เธอแค่ไหนแต่ก็ยังยืนยันที่จะเคารพการตัดสินใจของเธอ ตลอดเวลาที่ผ่านมารามก็ได้แต่แอบมอง แอบส่อง แอบตาม ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหนเขาก็จะไปที่นั่น แม้กระทั่งในห้องสมุดซึ่งเป็นสถานที่ที่รามเกลียดที่สุด...แต่เพราะไอริชอบอยู่ที่นั่นเขาก็ตามไปนั่งเฝ้าเธอได้ทั้งวันทั้งคืน ทำตัวราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธออย่างไงอย่างงั้น
…จนมาวันนี้ เขากลับรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดมหันต์
หากรู้ว่าแดนไม่รักไอริอย่างที่ได้ยินมาเมื่อกี้ รามคงเข้าไปแทรกแซงและแย่งเธอมาตั้งนานแล้ว ไม่ปล่อยให้เสียเวลาขนาดนี้หรอก
“รักมันมากขนาดนั้นเลย?”
รามว่าพร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนเล่นแล้วชำเลืองมองคนข้าง ๆ ที่ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น
“อืออ ฮืออ” ไอริพยักหน้ารัวตอบคำถามเสียงดังในรูคอ
“รู้ใช่ไหมว่าตอนนี้เธอเป็นผู้หญิงของฉันแล้ว?”
ไอริเลื่อนดวงตาฉ่ำไปมองรามก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ถึงเธอจะรู้ช้าในตอนที่สายไปแล้วก็ตามเถอะ
เดิมพันครั้งนี้ไอริคือคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่คิดว่าตัวเองกลายเป็นสิ่งของที่สามารถโยนให้ใครรับผิดชอบก็ได้ ไม่เคยรู้เลยว่าแฟนที่เธอรักที่สุดจะเลวทรามกับเธอได้ขนาดนี้
“เธอได้ยินที่มันบอกเมื่อกี้แล้วใช่ไหม? มันขอเลิกกับเธอ นั้นหมายความว่าเธอห้ามไปยุ่งกับมันอีก”
“ได้ยินเต็มสองหูเลย ถึงมันจะไม่ขอเลิกฉันก็ไม่กล้าไปยุ่งหรอก คนอะไร...ฮืออ~ ใจร้ายชะมัด” ไอริว่าเสียงสะอื้นพร้อมยกมือขึ้นปาดน้ำตา
“ฉันให้เวลาเธอสิบนาที ร้องไห้สะให้พอใจ ครบสิบนาทีเมื่อไหร่...น้ำตาสักหยดก็อย่าให้ฉันได้เห็น”
รามถอนหายใจอย่างขุ่นเคืองใจก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นดั่งประกาศกร้าวเด็ดขาด นิ้วชี้เรียวยกขึ้นตรงหน้าพร้อมจ้องเขม็งหญิงสาวอย่างออกคำสั่ง
“ดุจัง” ไอริสะอื้นตัวโยนพยายามหยุดร้องไห้ทันทีแต่ก็ยากเกินจะทำได้ “งั้นฉันขอยืมเสื้อได้ไหม?”
มือบางเอื้อมไปหยิบเสื้อช็อปสีเทาเข้มมาครองก่อนจะหันไปขออนุญาตเจ้าของ รามเห็นแบบนั้นก็พยักหน้าเป็นการอนุญาตเพราะคิดว่าเธอจะเอาเช็ดน้ำตาที่ไหนได้...
“ฟื้ดดด!~~” ไอริหยิบเสื้อมาสั่งขี้มูกสุดแรงจนเจ้าของเสื้อผืนนั้นตกใจมองตาค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย!” รามเอ็ดไอริอย่างลืมตัวแล้วรีบแย่งเสื้อของตัวเองคืนทันที
“กะ...ก็ฉันหายใจไม่ออก เลยสั่งน้ำมูก”
ไอริว่าไปก็สะอื้นไปหลังจากที่ผ่านการร้องไห้มานาน เธอช้อนดวงตากลมมองคนตรงหน้าอย่างกลัวความผิด
“แล้วทำไมไม่บอกว่าจะสั่งน้ำมูกห้ะ!!” เพราะถ้ารู้ว่าเธอจะเอาเสื้อเขามาเช็ดน้ำมูกคงไม่ยอมให้ยืมง่าย ๆ หรอก
“แต่เมื่อกี้ฉันขอนายแล้วนะ...นายพยักหน้าหงึก ๆ” ไอริพูดเสียงเบาในประโยคหลังอย่างไม่มั่นใจ
“ก็ฉันคิดว่าเธอจะเอาเช็ดน้ำตา!”
“ทำไมต้องตะคอกด้วย พรุ่งนี้ฉันซักให้ก็ได้”
“พรุ่งนี้ฉันต้องใส่เข้าช็อป” รามเอ่ยเสียงเรียบทว่ากลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจอยู่นัยที
“มีเสื้อผืนเดียวหรอ?”
“มีหลายผืน...”
“ก็ใส่ตัวอื่นไปก่อนก็ได้นี่น่า”
“ตัวอื่นก็ไม่ได้ซัก”
“งั้นเดี๋ยวฉันไปซักแห้งให้ก็ได้ แถมรีดให้ด้วย”
“ฉันไม่ชอบซักแห้ง ผ้าซีดเร็วไป”
“...งั้นถ้าไม่รังเกียจ นายใส่ผืนนี้ไปเรียนก่อนก็ได้ เดี๋ยวเช็ดออกให้ น้ำมูกยังไม่แห้งเป็นคราบ”
ไอริยิ้มหน้าเจื่อน อยู่ ๆ ก็กลายเป็นคนผิดทั้ง ๆ ที่เธอขอเขาแล้ว
เธอรีบดึงชายเสื้อตัวเองมาเช็ดคราบน้ำมูกบนเสื้อช็อปสีเทาเข้ม รามที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากเบา ๆ อย่างเอ็นดู เธอแม่งโคตรไม่มีพิษมีภัยเลย
“ไม่ร้องไห้แล้ว?”
ในขณะที่ไอริกำลังตั้งใจเช็ดเสื้อให้เขาอยู่ รามก็เอ่ยขึ้นมาพร้อมเอียงใบหน้าเล็กน้อยอย่างสงสัย
“ลืม...ลืมเสียใจไปเลยแฮะ”
คงเพราะมัวกังวลว่าจะเป็นต้นเหตุทำให้รามไม่มีเสื้อใส่ไปเรียนพรุ่งนี้ ไอริเลยหยุดร้องไห้ไปเสียดื้อ ๆ ราวกับสมองถูกรีเซตไปชั่วขณะ จนลืมไปเลยว่าตัวเองเพิ่งถูกคนรักทอดทิ้งไปแบบไม่เหลียวแล…แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ได้ถูกทิ้งให้อยู่ลำพังเพราะยังมีรามนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน เพราะไม่ว่าอย่างไรคืนนี้...ไอริต้องกลับกับรามเท่านั้น
“ไม่เขินแล้วหน้าแดงทำไม?”“ฉันโมโหโว้ยย ไม่ได้เขิน!!”“วันนี้ฉันไปรู้ความจริงมาด้วยแหละ” ไอริเริ่มเปิดประเด็นเล่าให้รามฟังเพื่อกระจ่างความสงสัย “แดนกับเพื่อนที่ฉันไว้ใจแอบแทงข้างหลังฉันด้วยนะ”เธอว่าพร้อมระบายยิ้มบาง ๆ อย่างฝืนใจ จะว่าไม่เจ็บปวดก็คงไม่ใช่ แผลในใจยังสดไม่ทันได้แห้งดีก็ถูกเพื่อนตัวเองเหยียบซ้ำอีก“นายคิดดูสิ...สองคนนั้นคบกันมาสามเดือนแล้วแต่ฉันเพิ่งเลิกกับมันมาแค่ 12 วัน นะ” ไอริว่าอย่างใส่อารมณ์พร้อมชูสองนิ้วให้รามดู“13 วัน 8 ชั่วโมง” รามรีบโต้แย้งเมื่อข้อมูลที่ไอริพูดมานั้นผิด“ห้ะ?”“เธอเลิกกับไอ้แดน 13 วันกับอีก 8 ชั่วโมง”“จำได้ไง นับชั่วโมงด้วยหรอ?”ไอริขยับกายออกห่างเล็กน้อย ทว่าดวงตาสวยยังไม่ละไปจากใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม“ก็ฉันอยู่ในเหตุการณ์ จะให้บอกเป็นนาทีหรือวินาทีฉันก็จำได้นะ”เพราะเรื่องการเลิกราของไอริและแดน รามนั่นเฝ้ารอมานานแสนนาน จำไม่ได้ก็แปลกแล้ว“อย่ามาเวอร์” มือเล็กฟาดเข้าที่ท่อนแขนแกร่งเบา ๆ ก่อนจะย่นจมูกใส่อย่างหมั่นไส้“แล้วยังไงต่อ เล่าให้มันจบ ๆ ดิ” คิ้วหนาขมวดเป็นปมเมื่อไอริไม่พูดต่อสักที“ก็ที่นายเห็นว่าฉันไปสวนพฤกษ์เพราะจะไปให้เห็นกับตา
แสงแดดยามสายราวสิบโมงส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง เงาแดดอ่อนจางทอดตัวทาบปลายเตียงอย่างอบอุ่น โดยบนเตียงกว้างมีร่างอรชรนอนตะแคงหันหลังให้ชายหนุ่ม แผ่นหลังเล็กแนบชิดกับอกกว้างของเขาอย่างพอดิบพอดี“อืออ”ไอริครางเสียงเบา ๆ อย่างงัวเงียเมื่อรู้สึกถึงแสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามารบกวนการหลับนอน เธอพยายามขยับตัวเล็กน้อยแต่กลับรู้สึกอึดอัดอย่างน่าประหลาดเปลือกตาบางค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะพบว่าตัวเองยังอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน…เธอรีบหันกลับไปมองก็พบใบหน้าหล่อยังคงหลับตาพริ้ม ลมหายใจอุ่น ๆ รดรินที่เสี้ยวไหล่ของเธออย่างสม่ำเสมอ ไอริถอนหายใจออกช้า ๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมองมือหนาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดนูนบ่งบอกถึงความแข็งแรงของชายหนุ่ม ที่ตอนนี้วางอยู่บนหน้าท้องของเธออย่างนิ่งสงบมือเล็กค่อย ๆ เลื่อนไปทาบลงบนหลังมือใหญ่อย่างแผ่วเบา เธอมองมันอย่างใช้ความคิดเพราะไม่เคยเจอคนที่มือใหญ่และเห็นเส้นเลือดชัดขนาดนี้มาก่อน“มือใหญ่จัง” ไอริพึมพำเบา ๆ ทว่ากลับรู้สึกถึงแรงกระชับกอดให้แน่ขึ้น“Kวยก็ใหญ่ อยากจับดูไหม?”เสียงแหบพร่าดังอยู่ข้างหลังอย่างเย้ายวน ทำเอาคนฟังขนลุกขนชันรีบหันหน้าไปมองคนเจ้า
หลังจากกลับมาไอริก็รีบเก็บข้าวของที่แดนทิ้งเอาไว้ที่คอนโดไปทิ้งทันที ตอนแรกคิดว่าจะหาเวลาว่างเก็บแต่พอมารู้เรื่องแบบนี้ ถึงตอนนี้แม้จะไม่ว่างเธอก็จะเก็บไปทิ้งให้หมดร่างบางในชุดนอนน่ารักนอนแผ่กายบนเตียงด้วยความเหน็ดเหนื่อย ดวงตาสวยมองเพดานอย่างล่องลอย อยู่ ๆ ก็หวนกลับไปคิดว่า...ชีวิตนี้เธอจะได้เจอความรักดี ๆ กับคนอื่นบ้างไหมทว่ายังไม่ทันได้ปล่อยตัวปล่อยใจเข้าไปอยู่ในภวังค์เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างกายก็ดังขึ้น เธอถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ราวกับต้องการสลัดความคิดออกไปให้หมด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าใครมันโทรมาตอนเที่ยงคืน--ราม—“ฮัลโหล?”ไอริกลอกเสียงหวานอย่างออดอ้อนราวกับรู้ความผิด ก็วันนี้เป็นวันศุกร์ซึ่งความจริงแล้วเธอต้องอยู่กับราม(มารับหน่อยย) ปลายสายว่าเสียงคานยานบ่งบอกว่าเขากำลังเมา“ห้ะ??”(มารับหน่อยย หน้า XBar)“ให้ฉันออกไปตอนเที่ยงคืนเนี่ยนะ”ไอริดันกายขึ้นนั่งก่อนจะเอ็ดไปอย่างไม่สบอารมณ์พลางก้มมองตัวเองที่ใส่ชุดนอนพร้อมห่มผ้านอน
--ผ่านไปหลายวัน—ว่ากันว่า...วันเวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่างได้แม้กระทั่งหัวใจที่เจ็บช้ำจากการถูกหักหลัง อาจจะสามวัน สามเดือน หรือสามปี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ว่า คน ๆ นั้นสามารถมูฟออนได้เร็วแค่ไหนอย่างเช่นไอริตอนนี้...เธอกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติแล้ว ไม่สิ ต้องบอกว่าเธอได้ใช้ชีวิตใหม่ ได้ทำอะไรที่แปลกใหม่ ทั้งบ้า ทั้งวุ่นวาย เพราะวัน ๆ เธอเอาแต่วิ่งวุ่นอยู่กับราม จะว่าเป็นเรื่องที่ดีก็ไม่ใช่เพราะเธอเหนื่อยมาก แต่จะว่าเป็นเรื่องที่แย่ก็ไม่เชิง เพราะอย่างน้อยความวุ่นวายนี้ก็ทำให้เธอไม่มีเวลามานั่งเศร้าเสียใจกับเรื่องราวในอดีตอีกหรือจะเรียกง่าย ๆ แบบเข้าใจตรงกันเลยคือ รามเองก็มีส่วนที่ทำให้ไอริปลงได้เร็วแบบนี้พรึ่บ!“เห็นยัง?”กระเป๋าสะพายข้างอันสวยหรูราคาแพงอยู่วางลงเก้าอี้เลคเชอร์ของหญิงสาวที่กำลังนั่งจดจ่อกับไอแพดคู่ใจอยู่ ดวงตาสวยหวานเงยขึ้นมองคนมาใหม่ที่ทำหน้าบึ้งตึงอย่างไม่สบอารมณ์ ไอริเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยเมื่อเพื่อนรักแสดงสีหน้าออกมาชัดเจน“เป็นอะไร?”“เห็นอีฝันรึยัง?”มิวมิว หรือ เรียกสั้น ๆ ว่า อีมิว เป็นเพื่อนสนิทไอริ เธอมีนิสัยเงียบขรึมทว่าครั้งนี้กลับปรี้ดแตกเพราะดันไปเห็นบางอย่า
“นั่งลง”เสียงทุ้มเอ่ยบอกอย่างออกคำสั่งเมื่อร่างบางยืนกอดอกค้ำหัวเขาอยู่นาน โซฟาก็มีตั้งหลายตัวหานั่งเองไม่เป็นรึไง ดื้อฉิบหายพอโดนดุไอริจึงรีบนั่งลงทันที เธอถอนหายใจออกอย่างแรงด้วยความไม่พอใจ พอคิดว่าอยู่ ๆ ตัวเองก็กลายไปเป็นของเล่นของใครก็ไม่รู้ ก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ก่อนอื่นเลย...ตอนนี้เธอเลิกกันไอ้แดนแล้ว” รามว่าน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับต้องการย้ำกับเธออีกครั้ง“รู้แล้ว ไม่ต้องซ้ำเติม”“ฉะนั้นไอ้แดนต้องไม่มายุ่งกับเธออีกหรือถ้ามันยังมาวุ่นวาย เธอฟ้องฉันได้เลย”“ฟ้องนายแล้วจะได้อะไร เป็นตำรวจรึไง?”“ก็ลองมาฟ้องดูก่อนแล้วจะรู้ว่าได้อะไร”รามตอบอย่างไม่ใส่ใจ เพราะเขามั่นใจว่าตัวเองทำงานไวกว่าตำรวจแน่นอน“นี่เป็นกฎระหว่างเธอและฉัน...อ่านสะแล้วก็ทำตามให้ได้ด้วย”ไอริรับกระดาษจากรามมาแล้วไล่สายตาอ่านทีละบรรทัด ขณะที่อ่านคิ้วเรียวก็เริ่มขมวดแน่นขึ้นเรื่อย รามที่สังเกตอยู่ตลอดรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจของเธอได้ทันทีกฎเดิมพัน (ไอริ)1.เธอตกเป็นของฉันในทุกกรณี2.ฉันต้องติดต่อเธอได้ตลอดเวลา ห้ามหนี ห้ามปิดเครื่อง ส่งข้อความไปเธอต้องตอบทุกครั้ง หากไม่ว่างแค่กฎสติ๊กเกอร์มาก็ไ
--เช้าต่อมา--@เพนท์เฮาส์รามภายในห้องนอนขนาดใหญ่ ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี่ โทนสีเข้มให้ความรู้สึกนิ่งสงบแต่แฝงด้วยความหรูหรา ผ้าม่านทึบแสงถูกเปิดแง้มเพียงเล็กน้อย เปิดทางให้แสงแดดยามเช้าส่องลอดเข้ามาพาดผ่านเตียงคิงส์ไซซ์ที่ตอนนี้มีร่างของชายหญิงสองคนนอนกอดก่ายกันแนบชิดราวกับเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามัน ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเขาเพิ่งได้พูดคุยกันจริงจังเป็นครั้งแรกเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา“อื้ออ~~”เสียงหวานครางเบา ๆ พลางบิดขี้เกียจในอ้อมกอดอุ่น เปลือกตาเนียนบางกะพริบไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาดแม้ว่าไอริจะมี (เคย) แฟน แต่เธอก็นอนคนเดียวมาตลอดเกือบปีความรู้สึกแน่นอึดอัดเหมือนถูกงูรัดแบบนี้…บอกตรง ๆ ว่าไม่ชินเอาเสียเลย“เฮ้ย!!”หญิงสาวอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจเมื่อภาพตรงหน้าคือชายหนุ่มรูปหล่อนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ เธอผงะกายออกเล็กน้อยทว่ายิ่งขยับห่างวงแขนแกร่งกลับกระชับเธอแน่นมากยิ่งขึ้น“ทำไมนายมานอนตรงนี้…เอ๊ยย ไม่สิ ทำไมฉันมานอนอยู่ตรงนี้?”เพราะเท่าที่จำได้เมื่อคืนไอรินั่งรอรามอาบน้ำ เพราะเขาบอกว่าจะไปส่งเธอที่คอนโดซึ่งอยู่อีกตึกหนึ่ง ครั้นจะเดินก







