Masuk@Yukkii casino
จะเรียกใจง่าย หรือไว้ใจคนง่ายดี หลังจากที่ยืนชั่งใจไม่ถึงสิบวิฯ ก็ตัดสินใจเดินขึ้นรถมอม้าเพื่อมาเจอกับบุคคลที่เป็นเจ้าชีวิตของตัวเอง
มอม้าพาฉันขับรถมาจากสถานที่ๆ เราเจอกันถึงสี่ชั่วโมงเต็ม ถึงว่าทำไมฉันพยายามตามหาเขาแถวๆ นั้นก็ไม่เจอ ‘ที่แท้ก็เพราะมันอยู่คนละซีกโลกแบบนี้สินะ’
“ถึงแล้ว เดี๋ยวยืนรอฉันแปบนะ”
หลังจากที่ลงจากรถเบนซ์สีดำเงาวับ มอม้าก็สั่งให้ฉันยืนรอเขาอยู่หน้าประตูทางเข้าสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นตัวตึกที่สูงประมาณสามชั้นสามคูหาใหญ่ๆ หากมองขึ้นไปสุดคอเหมือนจะมีดาดฟ้าด้วยนะ
ประตูทางเข้าตึกเป็นกระจกสีดำทึบ มีการ์ดยืนเฝ้าประตูซ้ายขวาข้างละคน มองเลยขึ้นไปเหนือประตูกระจก มีป้ายสีทองอร่ามเขียนเป็นภาษาอังกฤษ
‘Yukkii Casino’
อ๋อ... ที่แท้มอม้าพาฉันมาที่คาสิโนนี่เอง
“ป้ะ! เข้าไปข้างในกัน”
เสียงมอม้าทำให้ฉันละสายตาและความคิดเกี่ยวกับสถานที่ตรงหน้า เมื่อกี้เหมือนเขาจะเดินไปทำอะไรสักอย่างแถวๆ หน้าคาสิโน แต่ตอนนี้เขากำลังเดินนำเข้าไปข้างในแล้ว ก้าวแรกที่ฉันเหยียบย่างผ่านพ้นประตูของยุกกี้คาสิโน ข้างในค่อนข้างกว้างขวางน่าจะจุคนได้ราวๆ ร้อยคนได้มั้ง
บรรยากาศภายในดูครึกครื้นค่อนไปทางเสียงดังเพราะมีคนมาใช้บริการเยอะแยะเต็มไปหมด ฝั่งซ้ายมือของฉันจะเป็นพวกตู้เกม ตู้สล็อตและอีกเยอะแยะวางเรียงๆ กันเป็นแถวๆ ตรงกลางจะเป็นโต๊ะไพ่ โป๊กเกอร์ โต๊ะสนุกเกอร์ก็มี และอะไรอีกไม่รู้ซึ่งฉันไม่สันทัดกับทางนี้เลยบอกไม่ถูก
มองเข้าไปข้างในสุดติดกำแพงปูนที่มีลวดลายเพ้นส์สีสันแปลกตา เหมือนจะเป็นโซนบาร์เล็กๆ สำหรับให้ลูกค้าที่มาใช้บริการไปนั่งผ่อนคลาย สาวๆ ในชุดเด็กเสิร์ฟสีขาวดำกระโปรงบานสั้นเลยเข่าแค่คืบ สวมที่คาดผมกระต่ายหูยาว เดินกันให้ควั่ก แต่ละคนหุ่นดีๆ สวยๆ กันทั้งนั้น
“เดี๋ยวเธอรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนนะ ขอเข้าไปบอกเฮียก่อน”
หลังจากที่มอม้าพาฉันเดินผ่านชั้นลอยที่สามารถมองลงไปเห็นพื้นที่เกือบทั้งหมดของชั้นหนึ่ง เดินขึ้นอีกสิบกว่าขั้นก็จะเป็นชั้นสอง ก่อนที่พวกเราจะหยุดอยู่ตรงหน้าห้องๆ หนึ่งของชั้นนี้
ฉันมองดูรอบๆ บริเวณหน้าห้องที่เงียบสงัดแลดูวังเวงเมื่อยืนอยู่คนเดียว พลันสายตาสะดุดเข้ากับป้ายที่เขียนแปะไว้ที่หน้าประตูห้องไม้สักตรงหน้า ป้ายสีขาวผืนผ้าน่าจะยาวสักไม้บรรทัดหนึ่ง เขียนด้วยตัวหนังสือสีแดงสดเหมือนสีเลือด
ฉันเชื่อเลยว่าใครที่ได้อ่านข้อความจากป้ายนี้ต้องมีอาการ ‘ขนลุก’ และ ‘กลืนก้อนหนืดๆ ลงคอ’ เหมือนฉันแน่ๆ
‘พื้นที่ส่วนตัว ไม่อยากตาย!... เคาะประตู’
ช่างเป็นข้อความเตือนภัยถึงความเกรี้ยวกราดของเจ้าของห้องได้ดีจริงๆ
หรือว่าเขาอาจจะเป็นพวกเจ้าพ่อมาเฟีย หรือพวกมีอิทธิพลแถบนี้?
แอ้ด~
“เข้ามาสิ” ฉันที่ยืนรอหน้าห้องได้ไม่นาน มอม้าก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับเรียกให้ฉันเข้าไปภายในห้องเชือดตรงหน้า
[Yuuki’s part]
ทำไมวันนี้ตาขวาผมกระตุกแปลกๆ ตั้งแต่เช้าแล้ววะ นี่ขนาดนั่งดูพวกบัญชีรายรับ-จ่าย ของยุกกี้คาสิโนที่ผมเป็นเจ้าของมาเกือบชั่วโมงแล้ว แม่งยังไม่หายกระตุกเลย มีแต่ยิ่งกระตุกถี่ขึ้นซะอีก
ก๊อกๆ
จู่ๆ เสียงประตูห้องก็ถูกเคาะด้วยฝีมือใครสักคน เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามาแบบที่ไม่ต้องรอผมเอ่ยบอก สันดานแบบนี้มีไม่กี่คนหรอกครับ
“ผมพาคนมาหา” ว่าแล้วถ้าไม่ใช่เพื่อนผมก็ไอ้มอม้า ลูกน้องคนสนิทมือขวาของผมที่ผมรักมันเหมือนกับน้องในไส้
“ใคร?” ผมถามมันด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ตายังคงจดจ่อกับพวกตัวเลขตรงหน้าเหมือนเคย “ผู้หญิง โคตรน่ารักอะเฮีย”
พรึ่บ!
ผมปิดแฟ้มเอกสารทันที หลังจากที่มอม้าบอกว่ามีผู้หญิงมาหาผม ปกติผมไม่เคยมีลูกค้าหรือแขกผู้หญิงสักคน แล้วใครที่ไอ้นี่มันพามา
“ให้ผมพาเข้ามาเลยแล้วกันเนอะ เฮียจะได้เลิกคิ้วเป็นปมแบบนั้น” มอม้าพูดเองเออเองอยู่คนเดียว แล้วเดินไปเปิดประตูให้ใครสักคนเข้ามา
“มาแล้วครับเฮีย” เสียงมอม้าบอกผม พร้อมกับร่างผู้หญิงที่ดูเด็กมาก กะจากระยะสายตาน่าจะสูงประมาณ 165 เซนฯ ได้
“สวัสดีค่ะ” เสียงเล็กๆ ใสๆ ฟังนุ่มหู แต่ผมกลับรู้สึกรำคาญดังขึ้นพร้อมกับสองมือน้อยๆ ยกไหว้ผมแบบมีมารยาท
“คนนี้?” ผมเลิกคิ้วถามมอม้า ที่ยืนอยู่ข้างๆ ผู้หญิงผมยาวสีน้ำตาลอ่อนๆ ถึงกลางหลัง ใบหน้าขาวใส ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลดูแปลกตา
“อ้าว! เฮียจำเธอไม่ได้เหรอ ก็ไหนเธอบอกว่าเฮียช่วยชีวิตเธอไว้”
อะไรของไอ้มอม้ามันวะ! ผมทำหน้างุนงงใส่มัน พร้อมกับปรายตาเฉี่ยวคมของตัวเองมองหน้าผู้หญิงที่อ้างตัวว่าผมเคยช่วยเหลือเธอ เพ่งพินิจตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ว่าจะมองยังไง ผมก็ไม่ยักกะจำได้ว่าเคยไปช่วยหรือเจอเธอที่ไหนมาก่อน
“เราเคยเจอกัน?” ผมถามผู้หญิงตาสีฟ้าด้วยเสียงนิ่งๆ
“ค่ะ ที่ตรอกนั่น” เธอตอบเสียงฉะฉาน
“ตรอกนั่น ตรอกไหน วันไหน” ผมรัวคำถามออกไปด้วยน้ำเสียงปนหงุดหงิด ผมไม่ชอบเสวนากับพวกผู้หญิง แค่เห็นหน้ามันก็ดูขัดหูขัดตายังไงไม่รู้บอกไม่ถูก
แต่ก็ยกเว้นบางคน
[ครับ เฮียออกมาทำธุระ... เฮียม้าเอาไงกับ...]เหมือนจะได้ยินเสียงใครอีกคนเรียกมอม้าและถามความเห็นอะไรเขาสักอย่าง แต่เสียงนั้นมันลอดเข้ามาเบาๆ ทำให้ฉันจับใจความไม่ได้“เอ่อ ถ้ายุ่งอยู่ หงส์ขอคุยกับคุณยูกิได้ไหมคะ” ฉันลองเรียบๆ เคียงๆ ถามหาเจ้าของมือถือดู แต่กลับได้ยินเพียงเสียงถอนหายใจเบาๆ ดังกลับมา[…]“ถ้าคุณยูกิไม่ว่าง หงส์ไม่กว...” ฉันกำลังจะบอกว่าไม่รบกวนเขาแล้วหากเจ้านายเขาไม่คุยกับฉันแต่มอม้ากลับพูดแทรกขึ้นมา[คุณไฉ่หงมาที่ที่หนึ่งได้ไหมครับ เดี๋ยวผมส่งคนไปรับ]“คือ หงส์ออกไปไม่ได้หรอกค่ะ” ฉันจะบอกเขาดีไหมนะว่าเจ้านายเขาขังฉันไว้ไม่ให้ออกไปไหนแบบนี้[แต่มันสำคัญมาก ผมอยากให้คุณไฉ่หงมาที่นี่และตอนนี้!] เสียงมอม้าดูหดหู่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เรียกให้หัวใจฉันเต้นกระหน่ำปนวูบไหวไปด้วย“คือ หงส์ออกจากห้องตัวเองไม่ได้” ฉันลองบอกมอม้าถึงสิ่งที่ขัดขวางฉันสู่โลกภายนอกอีกครั้ง[ไอ้เฮียขังคุณไฉ่หงไว้สินะ] เหมือนมอม้าจะรู้จักเจ้านายเขาดี คำพูดก่อนหน้าไม่น่าจะใช่คำถามสำหรับฉัน เขาน่าจะพูดกับตัวเองเสียมากกว่า“…” ฉันเงียบ ไม่กล้าพูดอะไรออกไป ในเมื่อมันเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ[ไม่เป็นไร เดี๋ยวผม
“เออๆ” ผมหันกลับไปพยักหน้าให้น้องชาย พร้อมกับสูดลมเข้าปอดเพื่อระงับสติอารมณ์ของตัวเองแอ้ด... เสียงประตูห้องฉุกเฉินดังขึ้น“คนไหนญาติคนไข้ครับ” เสียงหมอท่านหนึ่งถามขึ้น ผมรีบวิ่งไปเกาะแขนท่านเขย่าๆ พร้อมกับเอ่ยเสียงสั่นหน่อยๆ“ผมเป็นลูกน้องคนสนิทคุณยูกิครับ คนไข้ปลอดภัยใช่ไหมครับ” พูดไปเขย่าร่างกายหมอที่เป็นเจ้าของไข้เฮียยูกิไปพลางๆ“ใจเย็นๆ นะครับ ตอนนี้เราผ่ากระสุนออกได้สำเร็จแล้ว คนไข้เสียเลือดมากแต่โชคดีที่เป็นกรุ๊ปเลือดปกติที่ทางโรงพยาบาลเรามีสำรองเยอะ ตอนนี้ก็แค่ให้คนไข้นอนพักฟื้นอีกสักสามชั่วโมง หากไม่มีอาการติดเชื้อเราจะย้ายคนไข้ไปห้องพักฟื้นปกติอีกทีครับ” หมอคนไข้เฮียยูกิเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม แม้บนใบหน้าท่านจะดูเหนื่อยล้า“ขอบคุณมากครับหมอ ผมเข้าไปเยี่ยมได้ไหมครับ” ผมเอ่ยถามหมอด้วยความร้อนใจ ผมอยากเห็นกับตาว่าไอ้เฮียมันปลอดภัยจริงๆ“ตอนนี้ยังไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมนะครับ ไว้รออีกสามชั่วโมงหลังหมอตรวจอาการอีกทีจะให้เข้าเยี่ยมครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะครับ”ผมถึงกับคอตกแต่ก็ยอมพยักหน้ารับคำหมอ และปล่อยมือออกจากร่างกายท่านเพื่อให้กลับไปทำหน้าที่ตามเดิม“เอาน่าเฮียม้า ตอนนี้ไอ
ก๊อกๆ“มีใครอยู่ข้างนอกมั้ย ได้ยินฉันหรือเปล่า” อัปจนหันทางที่จะติดต่อยูกิแล้วจริงๆ ในเครื่องฉันก็มีแค่เบอร์เฮียเทียน ยูกิ และเฉินฮ่งที่เพิ่งบันทึกไว้ครั้นโทรหาพี่ชายตัวดีในยามคับขันก็ไม่มีคนรับสายเช่นกันหลังจากลองเคาะประตูห้องนอนยูกิไปพักใหญ่ๆ ปรากฏว่าทุกอย่างเงียบงัน ไม่มีใครส่งเสียงตอบกลับมาสักคน ฉุกคิดขึ้นได้ตอนที่ยูกิพาฉันมาที่ห้องนอนเขามีประตูเชื่อมที่ฉันเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันก่อนอยู่ เลยเลือกใช้เส้นทางนั้นเชื่อมไปยังห้องนอนของตัวเอง เผื่อว่ายูกิจะไม่ได้ล็อกประตูห้องฉันจากทางด้านนอกเหมือนห้องของเขาแกรกๆยูกิรอบคอบเกินไปแล้ว เขาปิดทางหนีของฉันทุกทาง แม้แต่ห้องนอนฉันเขาก็ล็อกมันไว้จากทางด้านนอกปังๆ ฉันลองเคาะประตูห้องตัวเองอีกครั้ง“คุณไฉ่หงต้องการอะไรหรือเปล่าครับ” ครั้งนี้ได้ผล มีเสียงถามออกมาจากหน้าห้องฉันดังขึ้น“คือ หงส์” แต่พอจะเอ่ยถามถึงเจ้านายพวกเขาลิ้นกลับชาหนึบขึ้นมาทันที แต่ก็แค่ชั่วครู่ เพราะความเป็นห่วงมันมีมากกว่าทิฐิพวกนั้น“ฉันอยากพบคุณยูกิ” ฉันบอกความต้องการของตัวเองออกไป“คุณยูกิออกไปทำธุระยังไม่กลับ ไว้พรุ่งนี้เช้าผมจะเรียนท่านให้นะครับ”เสียงลูกน้องคนเดิมเอ
“เฮีย” ไอ้มอม้าวิ่งมาหาผมที่ตอนนี้ค่อยๆ กวาดตามองดูความผิดปกติรอบๆ พื้นที่ “พวกมันไปแล้ว ไม่มีใครบาดเจ็บก็ดีแล้ว”ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดีที่ลูกน้องผมคัดมาแต่คนที่ว่องไว มีฝีมืออยู่บ้างเลยหลบห่ากระสุนนั้นได้ทัน“เฮ้ย! เลือด” ผมถึงกับสะดุ้งเมื่อไอ้มอม้าตะโกนเหมือนใครได้รับบาดเจ็บ“ไอ้ใบไม้! ไอ้เฮียถูกยิง!!” ผมได้ยินเสียงมอม้าตะโกนเรียกน้องมันผมเนี่ยนะถูกยิง? บ้าไปแล้ว ไม่เห็นรู้สึก จะ เจ็บตรงไหนเลย“อึก เชี่ย!”เพราะคำพูดไอ้มอม้าทำให้ตอนนี้ผมรู้สึกถึงความเหนียวหนืดของๆ เหลวบางอย่างกำลังไหลออกมาแถวๆ ซี่โครงทางด้านขวาโดนยิงตอนไหนวะ? ผมว่าเมื่อกี้ผมหลบทันนะ ไอ้กระสุนนัดที่มันดังขึ้นก่อนที่ผมจะล้มโต๊ะเป็นเกราะกำบังน่ะ“ไปเอารถมาสิวะ มัวชักช้าทำซากอะไร!” เสียงใครสักคนดังขึ้นเหมือนจะอยู่ใกล้ๆ แต่มันกลับดังเหมือนอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไกลออกไปเรื่อยๆ‘ไฉ่หง’วูบหนึ่งผมคิดถึงใบหน้าสวยหวานของเธอ คนที่หัวใจผมร่ำร้องอยากกลับไปหาเธอให้เร็วที่สุด[End part]เพล้ง~“อ๊ะ!”อะไรกัน นี่ฉันเหม่อลอยถึงขนาดทำแก้วน้ำหลุดมือหล่นแตกเลยงั้นเหรอเมื่อกี้ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ภายในห้องนอนของยูกิยังคงมีแ
“ก็แล้วแต่จะคิดว่ะ มึงลองพนันกันไหมล่ะ” ผมลองไซโคไอ้ดำดูเผื่อมันจะไขว่เขวไปกับผม “พนันอะไร?” มันถามกลับแทบทันควันหึ! ไอ้นี่มันกล่อมง่ายจริงๆ ถึงว่าได้เป็นแค่เด็กเดินยานรกนั่นไปวันๆ“กูพนันว่าถ้าพวกมึงจนมุม ไอ้นายใหญ่อะไรนั่นของมึงไม่ยื่นมือมาช่วยแน่ๆ”ผมใช้มือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง ทำท่าทางกวนส้นไอ้ดำเล่นๆ‘อีกสามก้าว พวกผมจะเข้าประชิดตัวเป้าหมาย’เสียงรายงานของมอม้าดังขึ้น “หึ!” ผมถึงกับกลั้วหัวเราะในลำคอพวกสามคนที่คุมตัวพวกใบไม้ไว้ก็แค่หมากตัวหนึ่งเหมือนกัน พวกมันคงเตรียมใจไว้แล้วว่าต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ ข้างหลังปล่อยโล่งไม่มีความระมัดระวังนายใหญ่ของไอ้ดำมันคงกำลังดูเชิงกลยุทธ์ของผม“มึงเลิกพูดจาวกไปวนมา เดี๋ยวจะไม่ได้ตายดี” ไอ้ดำดูอารมณ์เสียขึ้นมาอีกครั้งเมื่อผมเอาแต่ลอยหน้าลอยตา ดุนลิ้นในกระพุ้งแก้ม เล่นจ้องตากับมัน“ก็ได้! งั้นก็เข้าเรื่องเลยแล้วกัน”ผมหยักหน้าหนึ่งครั้ง พวกไอ้มอม้าก็เข้าประชิดตัวสามคนที่คุมตัวใบไม้กับลูกน้องมันได้สำเร็จ จากนั้นไม่นานคนของผมที่ซุ่มอยู่รอบๆ ประมาณสิบกว่าคนก็ออกจากที่ซ่อนยืนล้อมพวกไอ้ดำไว้โดยที่มันทำอะไรไม่ทันการ“เวรเอ๊ย!” เสียงสบถไอ้ดำกับ
[Yuuki’s part]“ไง! โผล่หางมาได้แล้วเหรอมึง”“เฮ้ย! มึงเป็นใครไอ้หัวชมพู”“ยูกิ!!”ผมไม่สนใจเสียงลูกกระจ๊อกไอ้ดำที่มันถามว่าผมเป็นใคร แต่ผมสนใจไอ้คนที่มันเรียกชื่อผมมากกว่า “ยังจำชื่อกูได้นี่” ผมยังคงใช้น้ำเสียงยียวนใส่มันแผนของผมก็ไม่มีอะไรมาก หลังจากที่ผมหลอกล่อให้พวกไอ้ดำมารวมตัวกันล้อมผมไว้ ทีมใบไม้ที่อยู่ใกล้บันไดขึ้นชั้นสองจะค่อยๆ ลอบเข้าไปช่วยตัวประกัน ซึ่งผมเดาว่าด้านบนไม่น่าจะมีลูกน้องไอ้ดำเฝ้าอยู่ เพราะดูจากโครงสร้างตึกแล้ว ทางขึ้นทางลงมีเพียงแค่ทางนี้ทางเดียวเท่านั้น“กูจำมึงได้ขึ้นใจเลยล่ะ” น้ำเสียงเคียดแค้นถูกส่งผ่านไรฟันออกมา“แค้นกูว่างั้น?” ผมยังคงยั่วโมโหไอ้ดำไปเรื่อยๆ ทำให้ลูกน้องมันอีกสี่ห้าคนลุกขึ้นมายืนข้างๆ ลูกพี่พวกมันเพื่อเตรียมพร้อมนั่นแหละดีมาก! ผมคิดในใจพวกมันไม่ระวังหลัง ไม่มีใครมองไปทางบันไดทางขึ้นชั้นสองสักคน ถือว่าเป็นโอกาสดีที่พวกใบไม้จะบุกขึ้นไปช่วยตัวประกัน“มึงลองให้กูควักลูกตามึงมาแลกกันดูมั้ยล่ะ!” มันตวาดถามผมดังลั่นมันคงคิดว่าแค่เพิ่มระดับเสียงมันจะดูน่ากลัวและผมจะสั่นไหวสิท่า‘เฮียอย่ายั่วโมโหมันมาก อย่าเฟี้ยวเกิน’เสียงมอม้าเตือนผมทางเครื่อง







