LOGIN"ไม่ต้องคิดแล้วค่ะผู้จัดการ มัทขอรับข้อเสนอนี้ค่ะ" มัทนารีบตอบตกลงทันควัน เงินเดือนที่เพิ่มขึ้นตั้งหลายเท่าขนาดนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร
"อ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วนก่อนเถอะมัทนา.. มันมีเงื่อนไขค่าปรับหากคุณเป็นฝ่ายผิดสัญญานะ"
หญิงสาวก้มลงอ่านทบทวนข้อความฉบับนั้นอีกครั้ง ในสัญญาระบุไว้เพียงว่า หากเธอเป็นฝ่ายขอยกเลิกสัญญากลางคันหรือไม่ยินยอมทำงานจนครบกำหนดหนึ่งปี เธอจะต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนไม่น้อย
ตัวเลขค่าปรับนั้นทำให้เธอตกใจอยู่บ้าง...
มัทนาคิดทบทวนดูแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เธอจะลาออก งานบัญชีของบริษัทใหญ่ต่อให้สเกลงานจะกว้างขึ้น แต่ก็ย่อมต้องมีทีมงานคอยช่วยกันทำอยู่แล้ว ไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรงอะไร
คิดได้ดังนั้น มือบางจึงจับปากกาจรดลายเซ็นชื่อของตัวเองลงบนท้ายเอกสารสัญญาฉบับนั้นทันทีด้วยหัวใจที่พองโตและเปี่ยมไปด้วยความหวัง
หลังจากจัดการเรื่องเซ็นสัญญาฉบับใหม่เสร็จสิ้น สิ่งแรกที่มัทนาต้องรีบคิดหาลู่ทางรับมือคือเรื่องของลูกชาย เนื่องจากสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งห่างไกลจากบ้านพักและโรงเรียนอนุบาลของน้องคินน์มาก หากเธอต้องเดินทางไปกลับคงไม่สามารถมาทันรับลูกด้วยตัวเองได้เหมือนอย่างเคย
หญิงสาวพลันนึกถึงพิมพ์ พี่เลี้ยงคนเดิมที่เคยมาช่วยดูแลน้องคินน์ตั้งแต่ตอนที่แกยังเป็นทารกและยังไม่ได้เข้าเรียน หวังว่าพิมพ์จะยังไม่ได้รับงานที่ไหนไปเสียก่อนนะ
เมื่อพอมีเวลาว่างช่วงพัก มัทนาก็รีบต่อสายตรงหาอดีตพี่เลี้ยงทันที ซึ่งคำตอบที่ได้รับกลับมาก็ทำให้เธอโล่งอกไปทีเดียว พิมพ์บอกว่าคิดถึงน้องคินน์อยู่เหมือนกัน ส่วนงานพาร์ตไทม์ที่ทำอยู่ในตอนนี้ก็สามารถพูดคุยกับนายจ้างเพื่อขอลาออกมารับงานดูแลน้องคินน์ได้ไม่มีปัญหา
วันต่อมา หลังจากเลิกงาน มัทนาเดินลงมาจากอาณาจักรตึกแถวของสาขาย่อย สายตาก็ปะทะเข้ากับรถยนต์คุ้นตาของธันวาที่จอดสตาร์ตเครื่องรออยู่ล่วงหน้าแล้ว
"วันนี้ผ่านมาแถวนี้อีกแล้วหรือคะ ถึงได้มารอรับได้" หญิงสาวก้าวเดินไปเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับแล้วสอดตัวเข้าไปนั่งอย่างคุ้นชิน ราวกับมันเป็นที่นั่งประจำของเธอไปแล้ว
"ไม่เจอกันหลายวันแล้วครับ ผมเลยคิดถึง" ธันวาเอ่ยตอบตรง ๆ ด้วยรอยยิ้ม
มัทนาได้แต่ยิ้มรับ นึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ได้ติดต่อเขาไปหลายวันแล้วจริง ๆ แต่ตามปกติเธอก็แทบจะไม่เป็นฝ่ายทักไปหาเขาก่อนอยู่แล้ว ยกเว้นแต่ว่าจะมีเรื่องด่วนคอขาดบาดตาย อย่างเช่นตอนที่ลูกชายไม่สบายจนต้องรีบตามให้เขามาช่วยรับส่ง
และเรื่องที่ธันวามารับเธอถึงหน้าบริษัทสาขาย่อยก็ถึงหูของคีริน ประธานหนุ่มขบฟันแน่น ก่อนจะตวัดปากกาเซ็นคำสั่งด่วนที่สุดออกไป สั่งให้มัทนาเข้ามารายงานตัวที่สำนักงานใหญ่ในวันพรุ่งนี้ทันที
อยากรู้นัก.. ว่าถ้าไอ้หมอนั่นรู้ว่าเมียเก็บของตัวเองกำลังจะย้ายกลับมาทำงานใต้โอวาทของเขา มันจะทำหน้ายังไง?
คีรินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าธันวารู้เรื่องอดีตระหว่างเขากับมัทนามากน้อยแค่ไหน แต่สำหรับเขาแล้ว เกมนี้มันชักจะสนุกขึ้นมาทุกที กระดาษแผ่นที่เธอจรดลายเซ็นสัญญาว่าจะยอมทำงานที่นี่หนึ่งปีเต็มถูกมือหนาหยิบขึ้นมาเพ่งมอง ริมฝีปากกระตุกยิ้มร้ายอย่างมีเลศนัย
ต่อให้มัทนามารู้ทีหลังว่าทั้งหมดนี้คือแผนการที่ถูกวางเอาไว้ เธอก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เงินค่าปรับมหาศาลขนาดนั้น ไอ้ธันวามันคงไม่กล้ายื่นมือเข้ามาเสี่ยงช่วยจ่ายให้หรอก
"น้องคินน์ครับ" เสียงหวานของคนเป็นแม่เอ่ยเรียกหนูน้อยที่นั่งเล่นรออยู่ในห้องพักเด็กอนุบาล ทันทีที่หันมาเห็นมารดาเดินเคียงคู่มากับคุณลุงคนโปรด เด็กชายตัวน้อยก็รีบวิ่งยิ้มแป้นตรงดิ่งเข้ามาหาทันที
"ดีใจจังเลยครับที่คุณลุงมากับแม่ด้วย" ถึงปากจะบอกว่าดีใจและคิดถึงคุณลุง แต่ร่างป้อมกลับโถมตัวเข้ากอดหมับที่เอวบางของผู้เป็นแม่เป็นอันดับแรกโดยไม่ได้วิ่งไปกอดธันวาก่อน
"ลุงต้องดีใจไหมเนี่ย บอกว่าคิดถึงลุงแต่ทำไมวิ่งไปหาแม่ก่อนล่ะครับคนเก่ง" ธันวาแกล้งทำเสียงน้อยใจพร้อมกับลูบหัวเด็กชาย
"ก็หนูคิดถึงแม่มากกว่านี่ครับ" เด็กน้อยตอบซื่อ ๆ ตามประสา เพราะหนูน้อยรู้ดีแก่ใจว่า แม่คือคนเดียวที่คอยอยู่เคียงข้างและกอดเขาเอาไว้ในทุก ๆ ช่วงเวลาชีวิต
ในระหว่างที่นั่งรถกลับบ้าน มัทนาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดู เห็นข้อความแจ้งเตือนจากทางฝ่ายบุคคลของสำนักงานใหญ่ระบุว่าให้เธอไปเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ทันที หญิงสาวก็ถึงกับอุทานออกมาเบา ๆ
"พรุ่งนี้เลยเหรอ?" งานของเธอที่บริษัทส่งมอบยังไม่เรียบร้อยเลย
"มีอะไรหรือเปล่าครับมัท?" ธันวาที่กำลังทำหน้าที่บังคับพวงมาลัยหันมาเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ
"คือ.. ทางบริษัทมีคำสั่งด่วนให้มัทไปช่วยงานบัญชีที่สำนักงานใหญ่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลยค่ะ"
"สำนักงานใหญ่?"
หากมัทนาสังเกตอาการของคนข้าง ๆ สักนิด เธอคงจะทันเห็นว่าธันวาแอบกลืนน้ำลายลงคอดังอึกใหญ่ เขารู้ดีว่าสำนักงานใหญ่ที่เธอว่าคืออาณาจักรของใคร ไอ้คีรินมันเริ่มลงมือแล้วสินะ!
"มีอะไรหรือเปล่าคะคุณธันวา?" มัทนาถามเมื่อเห็นเขาเงียบไป
"ทำไมอยู่ ๆ ถึงอยากย้ายล่ะครับ?"
"ทางบริษัทใหญ่ยื่นข้อเสนอที่ดีกว่ามาให้ค่ะ"
"แล้วเขาให้เซ็นสัญญาด้วยไหม?"
"ทําไมคุณธันวารู้ล่ะคะ"
จากที่กำลังขับรถอยู่ด้วยความเร็วคงที่ ธันวารีบเหยียบเบรกจนล้อตื้อ ก่อนจะหักเลี้ยวพวงมาลัยเข้าข้างทางเพื่อหาที่จอดทันที "ทางนั้นให้คุณเซ็นสัญญาผูกมัดด้วยเหรอครับ?"
"ใช่ค่ะ.. เป็นสัญญาดึงตัวไปช่วยงานบัญชีระยะเวลาหนึ่งปีเต็มค่ะ" มัทนาตอบตามจริง ท่าทางตกอกตกใจของธันวาทำให้เธอเริ่มรู้สึกแปลกใจ
"แล้วในสัญญานั้นมีระบุเรื่องค่าปรับในกรณีผิดสัญญาด้วยไหมครับ?"
"ทำไมคุณรู้?"
ธันวาขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน.. ทําไมนักธุรกิจด้วยกันถึงจะไม่รู้ล่ะ นี่มันเล่นแผนสกปรกแบบนี้เลยงั้นเหรอเนี่ย! เขาจะต้องหาทางรู้ให้ได้ว่ารายละเอียดในสัญญาที่มัทนาเซ็นยอมรับไปนั้น มีข้อความหน้าเลือดตรงไหนซ่อนอยู่บ้าง
"น้องใบหม่อน... เป็นลูกสาวของพี่สาวฉันเองค่ะ ตอนนั้นพี่สาวคิดจะไปทำแท้ง แต่ฉันขอร้องไว้ ยอมให้พี่คลอดแกออกมาแล้วฉันจะเป็นคนเลี้ยงดูในฐานะแม่เอง..." พูดได้แค่นั้นเธอก็สะอึกสะอื้นไห้ มือหนาเอื้อมมาลูบเรือนผมของเธออย่างอ่อนโยน"คุณเก่งมากเลยนะน้ำชา""ฉันสงสารหลานค่ะ อยากให้แกได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก ฉันเลยยอมแบกรับคำว่าแม่เลี้ยงเดี่ยว แล้วทำงานหาเงินสร้างอนาคตให้แก""หลังจากนี้ไป... คุณไม่ต้องเหนื่อยคนเดียวอีกแล้วนะ ภาระหน้าที่ทั้งหมดนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีคนนี้เอง" ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปจุมพิตหน้าผากมนเนิ่นนาน"ขอบคุณมากนะคะคุณธันวา แต่ตราบใดที่ฉันยังไหว ฉันก็ยังอยากทำงานต่อนะคะ""นี่คุณถามผมหรือยัง ว่าผมจะยอมให้คุณออกไปทำงานต่อไหม"น้ำชาเงียบไปนิด... จะให้เธออยู่บ้านเกาะเขากินเฉย ๆ ได้ยังไงล่ะ "แล้ว... เรื่องเมื่อเช้า ท่านประธานเล่าให้คุณฟังหมดแล้วใช่ไหมคะ""คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอกครับ ผมกับคีรินจัดการกัลยาเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่รอส่งฟ้องศาล""ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลเลยเหรอคะ?!" เธอตกใจ แค่เธอหกล้มเนี่ยนะ"กัลยาคิดไม่ซื่อ วางแผนจะเล่นงานทั้งบริษัทของผมและของไอ้คีรินมันน
"ผู้หญิงพวกนั้นมีอะไรดีนักหนา ฉันไม่เข้าใจผู้ชายอย่างพวกคุณสองคนเลยจริง ๆ... ตาต่ำ!""หึ!" ธันวาตวัดสายตาคมกริบมองผู้หญิงที่หลงคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าคนอื่น "ถ้าอย่างคุณมัทนากับคุณน้ำชาเรียกว่าต่ำ... ผู้หญิงอย่างคุณก็คงจมปลักอยู่ในโคลนตมแล้วมั้งครับ"คีรินปรายตามองอย่างพึงพอใจ ไม่คิดว่าฝีปากของไอ้คู่แข่งคนนี้จะจัดจ้านถึงใจได้ขนาดนี้ ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ก้าวเข้ามาในห้องทำงาน"พาตัวออกไปดำเนินคดีตามกฎหมายได้เลยครับ" คีรินออกคำสั่งเสียงเฉียบ"อะไรกันคะ! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด พวกคุณต่างหากที่จงใจเซ็นสัญญาทับซ้อนกันเอง!""คุณลองเอาเวลานี้ไปปรึกษาทนายดูดีกว่านะ ว่าไอ้สิ่งที่คุณทำลงไป มันจะต้องเข้าไปนอนในคุกกี่ปี" คีรินตัดบทอย่างตัดรำคาญ เขาไม่คิดเลยว่าจะเคยรู้จักกับคนพรรค์นี้ สมัยเด็ก ๆ กัลยาก็ไม่ได้มีนิสัยร้ายกาจขนาดนี้ หรือเพราะไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศจนเหลิง... แต่ก็คงไม่ใช่หรอก สันดานคนมันต้องมาจากกมลสันดานของตัวเองล้วน ๆฝ่ายกฎหมายและ รปภ. ตรงเข้าคุมตัว กัลยาพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้ จึงถูกลากตัวออกไปจากห้องทำงาน ท่าม
เวลาที่กัลยารอคอยก็มาถึง ในวันต่อมาหญิงสาวถือแฟ้มสัญญาฉบับนั้นบุกมาหาคีรินถึงบริษัทตั้งแต่เช้าตรู่เธอเดินเชิดหน้าตรงดิ่งเข้ามาในห้องทำงานของท่านประธานโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า มิหนำซ้ำยังไม่คิดจะบอกกล่าวเลขาฯ หน้าห้อง ถือวิสาสะเคาะประตูแล้วผลักเข้าไปทันทีน้ำชาที่พยายามรีบผุดลุกขึ้นตามไปขวางแต่ก็ไม่ทัน จึงรีบก้าวเท้าตามเข้าไปห้ามปรามเสียงแข็ง "คุณกัลยาคะ ทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ มันผิดกฎระเบียบของบริษัท!""อีกไม่นาน... กฎระเบียบของบริษัทนี้ ฉันก็จะเป็นคนตั้งมันขึ้นมาใหม่เอง!"ว่าแล้วกัลยาก็ใช้ฝ่ามือผลักร่างของน้ำชาให้ออกไปพ้นทางอย่างแรง จนร่างบางเซถลาล้มพับลงไปกับพื้น รองเท้าส้นสูงคู่สวยรับแรงกระแทกไม่ไหวจนส้นหักสะบั้นมัทนาที่อยู่ในห้องเตรียมเครื่องดื่มได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็รีบวิ่งออกมาดู ทันเห็นสินธุผู้ช่วยกำลังรีบก้มลงประคองน้ำชาให้ลุกขึ้นพอดี"คุณน้ำชาเป็นอะไรมากไหมคะ!" มัทนาถลันเข้าไปถามด้วยความตกใจ เมื่อเห็นน้ำชาหน้าซีดเผือด เอามือกุมท้องน้อยของตัวเองไว้แน่น"เจ็บ... น้ำชาเจ็บท้องค่ะคุณมัท""ฉันไม่ได้ผลักแรงอะไรเลยนะยะ! อย่ามาแกล้งสำออยทำเป็นล้มหน่อยเลย!" กัลยาตะคอกใส่เสียงแหลม
ในบ่ายวันนั้นเอง สายเรียกเข้าสายหนึ่งต่อตรงเข้ามาหาคีรินจากเบอร์ของธันวา คู่แข่งทางธุรกิจเบอร์หนึ่งของเขา ประเด็นที่อีกฝ่ายโทรมาในวันนี้ กลับไม่ใช่เรื่องการห้ำหั่นทางผลประโยชน์แต่อย่างใด"บอสจะรับสายนี้ไหมครับ" สินธุเอ่ยถามผู้เป็นนายก่อนจะยื่นโทรศัพท์มือถือส่งให้>>{"ว่ามา"} คีรินรับเครื่องมาแนบหูแล้วกรอกเสียงเรียบลงไป{"เรื่องคุณกัลยา"}พอได้ยินชื่อที่หลุดออกมาจากปลายสาย คีรินก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียง "อืม" สั้น ๆ ในลำคอเพื่อหยั่งเชิงว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดอะไร{"ผู้หญิงคนนั้นชักจะล้ำเส้นมากเกินไปแล้ว"}ประโยคเดือดดาลที่หลุดจากปากธันวาทำเอาคีรินเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ นึกสงสัยอยู่ในใจว่ากัลยาไปก่อเรื่องอะไรไว้ ถึงทำให้ศัตรูหัวใจอย่างมันหัวร้อนจนต้องต่อสายตรงมาเคลียร์กับเขาถึงที่>>{"ว่ามาสิ ฉันฟังอยู่"}จากนั้นธันวาก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่ากัลยาเล่นตุกติกและล้ำเส้นความสัมพันธ์ของเขาอย่างไร คีรินฟังแล้วก็กระตุกยิ้มมุมปาก ไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย แต่เป็นความรู้สึกทึ่งปนคาดไม่ถึงเสียมากกว่า... ไอ้ธันวามันก็มีมุมร้อนรนและออกตัวปกป้องผู้หญิงของมันขนาดนี้เหมือนก
"ถ้าคุณยังไม่เลิกส่งสายตาหวานเชื่อมมองหน้าผมอยู่แบบนี้นะ... ผมจะไม่ยอมรอให้ถึงคืนนี้จริง ๆ ด้วย"ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาหมายจะประกบปากจูบอีกรอบ น้ำชาจึงรีบใช้สองมือดันหน้าเขาออกห่างแล้วผุดลุกขึ้นนั่งทันที"ฉันหิวข้าวแล้วค่ะ! จะรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้แหละ!" หญิงสาวรีบคว้าผ้าเช็ดตัววิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างไว ปล่อยให้ชายหนุ่มนอนหัวเราะด้วยความเอ็นดูอยู่บนเตียงหลังทานมื้อค่ำเสร็จ น้ำชาก็ออกมายืนรับลมชมบรรยากาศอันแสนเงียบสงบยามค่ำคืนของขุนเขาพอมองทอดสายตาออกไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา ก็เห็นแสงไฟสีส้มระยิบระยับจากตัวเมืองส่องสว่างอยู่เบื้องล่าง แหงนหน้ามองขึ้นไปบนผืนฟ้ากว้างก็พร่างพราวไปด้วยดวงดารานับล้านดวงที่ส่องแสงระยับตา"ถ้าคุณชอบ... ไว้พวกเราแวะมาเที่ยวที่นี่กันบ่อย ๆ ก็ได้นะ"เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นชิดแผ่นหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นของผ้าห่มผืนนุ่มที่ถูกนำมาคลุมไหล่บางไว้ ก่อนที่สองแขนแกร่งจะกอดร่างเธอไว้แนบอก "ข้างนอกนี้อากาศเริ่มเย็นลงมากแล้ว อย่าออกมายืนตากลมหนาวนานนักสิครับ""ทำไมคุณถึงดีกับฉันขนาดนี้คะ" หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นสบตากับคนที่กอดเธอจากทางด้านหลังธันวาโน้มใบหน้
"คุณแม่กับคุณลุงคืนดีกันแล้วใช่ไหมคะ" น้องใบหม่อนที่นอนมองตาแป๋วอยู่บนเตียงเอ่ยถามเสียงใส"คุณแม่ของเราเขาเป็นคนขี้น้อยใจ หนูต้องช่วยคุณลุงดูแลคุณแม่ให้ดี ๆ นะครับ" ชายหนุ่มหันไปส่งยิ้มให้เด็กน้อย แต่สองแขนแกร่งก็ยังคงโอบกอดร่างบางของแม่เด็กไว้แน่นไม่ยอมปล่อยและในค่ำคืนนั้น เขาก็ยังคงนอนกอดเธอไว้บนโซฟาเบดแคบ ๆ ตัวเดิม แม้ใจจะโหยหาอยากจะฟัดร่างนุ่มนี้แทบขาดใจ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ เขาก็ทำได้เพียงแค่จูบเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากคุณหมอเข้ามาตรวจดูอาการจนแน่ใจแล้ว ก็อนุญาตให้น้องใบหม่อนออกจากโรงพยาบาลได้ธันวาขับรถพาสองแม่ลูกแวะกลับมาเก็บเสื้อผ้าที่บ้านพักของน้ำชาก่อน ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่นว่าจะให้เธอกับลูกย้ายไปพักฟื้นที่คฤหาสน์ของเขาสักระยะ เพื่อจะได้มีคนคอยช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งครั้งนี้น้ำชายอมพยักหน้าตกลงแต่โดยดีในเมื่อผู้ชายคนนี้ดีกับเธอถึงขนาดนี้ ทำไมเธอจะต้องยอมปล่อยมือเปิดทางให้ผู้หญิงหน้าด้านคนอื่นมาแย่งเขาไปด้วยล่ะ จากเหตุการณ์เมื่อวานมันชัดเจนแล้วว่ากัลยาจ้องจะฉกเขาไปจากอกเธอ... ไม่มีวันเสียหรอก!ทันทีที่รถแล่นมาถึงคฤหาสน์ธนากรณ์ ธัญญ่าก็รีบสาวเท้าออกมารับขวัญหลานตัวน้อย
งับ!มัทนาพยายามรวบรวมสติเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ขบฟันลงบนริมฝีปากหนาของคนตัวโตอย่างแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ความเจ็บแปรปรวนทำให้นิ้วแกร่งที่บีบรัดต้นแขนเธอชะงัก คีรินสะดุ้งสุดตัวก่อนจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างจำนนมือหนายกขึ้นแตะมุมปากตัวเองเบา ๆ นัยน์ตาคมตวัดมองปลายนิ้วที่มีหยาดเลือดสีสดซึมอ
"เธอทำฉันแสบมากนะมัทนา!" แรงบีบที่ต้นแขนเรียวเพิ่มขึ้นตามอารมณ์เดือดดาลของคนพูด มัทนานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ มือบางพยายามแกะพันธนาการของเขาออกพัลวัน แต่เธอกลับไม่กล้าส่งเสียงกรีดร้องหรือโวยวายให้ดังไปกว่านี้ ลำพังแค่ความเจ็บทางกายยังพอทนได้ แต่สิ่งที่เธอกลัวเหนือสิ่งอื่นใด.. คือกลัวว่าเสียงทะเลาะวิวา
เมื่อมาถึงโรงเรียนอนุบาล มัทนาก็รีบสาวเท้าตรงดิ่งเข้าไปยังห้องพักของเด็กอนุบาลด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่มราวกับไฟลน ทันทีที่บานประตูเปิดออก ภาพลูกชายตัวน้อยที่นั่งรออยู่ก็ทำให้คนเป็นแม่แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่"แม่ครับ.." เสียงเล็ก ๆ ออดอ้อนสั่นเครือดังขึ้นทันทีที่เห็นหน้ามารดา"น้องคินน์! เป็นยังไงบ้างล
บริษัท เตชะ เอสเตท จำกัด"ได้เรื่องแล้วครับเจ้านาย"ในวันต่อมา สินธุเดินเข้ามาในห้องทำงานหรูพร้อมซองเอกสารลับในมือ เขารีบนำรายงานด่วนที่สุดส่งให้ผู้เป็นนายที่นั่งหน้านิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่"ว่ายังไง.." คีรินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตาคมกริบกลับตวัดมองลูกน้องคนสนิทอย่างรอคอย ทั้ง







