LOGINเวลาสิบปี…
อาจจะนานพอที่จะทำให้บางคนลืมอดีต แต่ไม่ใช่สำหรับฉิน เพราะทุกครั้งที่เขาหลับตา ภาพของคืนวันนั้นยังกลับมาเสมอ เสียงปืน เสียงคนตะโกน และภาพของพ่อที่ล้มลงต่อหน้าเขา เด็กชายคนนั้นในวันนั้น ไม่มีอำนาจ ไม่มีใครปกป้อง มีเพียงคำถามเดียวในหัว ใครเป็นคนฆ่าพ่อ? และตลอดสิบปีที่ผ่านมา เขาใช้คำถามนั้นเป็นเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ แต่ตอนนี้… ทุกอย่างกลับเริ่มเปลี่ยนไป เพราะคนที่เขาเคยเชื่อว่าเป็นศัตรู อาจไม่ใช่คนที่ทำลายครอบครัวของเขา “คุณฉิน” เสียงของจินดังขึ้น ฉินละสายตาจากเอกสารเก่า “ว่าไง” “เรื่องที่คุณไปพบคุณดมิทรี…” จินหยุดเล็กน้อย “คุณแน่ใจเหรอครับว่าจะเดินหน้าต่อ?” ฉินมองเขา “ทำไมถามแบบนั้น?” จินถอนหายใจ “เพราะถ้าความจริงไม่ใช่อย่างที่คุณคิด” “ทุกสิ่งที่คุณทำมาตลอดสิบปี…” เขาไม่ได้พูดต่อ แต่ฉินเข้าใจ ถ้าอีวานไม่ใช่คนผิด คนที่เขาเกลียดมาตลอด อาจเป็นเพียงคนที่ถูกโยนความผิดให้ และนั่นหมายความว่าความแค้นทั้งหมดของเขา อาจถูกสร้างขึ้นจากคำโกหก “ฉันไม่ได้กลัวความจริง” ฉินพูด “ฉันแค่ต้องรู้ว่าใครเป็นคนโกหก” อีกด้านหนึ่ง อันดายืนอยู่หน้าชั้นหนังสือในห้องทำงานของอีวาน เธอมาที่นี่บ่อย แต่วันนี้ความรู้สึกกลับแตกต่างออกไป เพราะเป็นครั้งแรก ที่เธอรู้สึกว่า คนที่เธอเรียกว่า “พ่อ” มีอดีตบางอย่างที่เธอไม่เคยรู้ “คุณหนู” เสียงลินดังขึ้น อันดาหันกลับมา “มีอะไร?” “เอกสารที่คุณขอให้ตรวจสอบค่ะ” ลินวางแฟ้มลง อันดาเปิดดู ข้อมูลเกี่ยวกับฉิน ประวัติการทำงาน ธุรกิจ และเรื่องราวในอดีต แต่สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาเธอ ชื่อ… อเล็กเซย์ โวลคอฟ พ่อของฉิน “ลิน” “คะ?” “คุณรู้จักเขาไหม?” ลินเงียบ “หมายถึงคุณอเล็กเซย์?” อันดาพยักหน้า ลินลังเลก่อนตอบ “รู้แค่ว่าเขาเคยเป็นคนสำคัญของคุณอีวาน” “สำคัญแค่ไหน?” ลินมองเธอ “มากพอที่จะทำให้คุณอีวานไม่เคยลืม” คำตอบนั้นทำให้อันดานิ่ง เพราะมันขัดกับสิ่งที่เธอเห็น ถ้าอีวานเป็นคนทำร้ายอเล็กเซย์จริง ทำไมเขาถึงยังเก็บเรื่องของเพื่อนเก่าไว้? เย็นวันนั้น ฉินได้รับข้อความจากอีวาน “ถ้าอยากรู้ความจริงให้มาหาลุงที่…” เขามองข้อความนั้นอยู่นาน ก่อนตัดสินใจ “จิน” “ครับ” “เตรียมรถ” สถานที่นัดหมาย เป็นโกดังเก่าที่ไม่มีใครใช้ สถานที่แบบนี้ เหมาะกับการพูดเรื่องที่ไม่ควรมีใครได้ยิน เมื่อฉินมาถึง อีวานยืนรออยู่ก่อนแล้ว ชายสองคนที่แบกอดีตเดียวกัน แต่เห็นในมุมต่างกัน “หลานโตขึ้นมากนะ” อีวานพูด ฉินมองเขา “อย่าพูดเหมือนรู้จักผม” คำพูดนั้นแทงเข้าไปในใจ แต่อีวานไม่ได้โกรธ เพราะเขารู้ เด็กคนนี้สูญเสียมามากแค่ไหน “หลานมีสิทธิ์เกลียดลุง” ฉินกำมือแน่น “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำแก้ตัว” “ผมต้องการรู้ว่า…” เขาหยุด “ใครฆ่าพ่อผม” ความเงียบเกิดขึ้น อีวานมองเขา และในสายตานั้น ไม่มีความกลัว มีเพียงความเสียใจ “อเล็กเซย์ไม่ได้ตายเพราะลุง” คำพูดนั้นทำให้ฉินนิ่งแม้จะเคยได้ยินจากคนอื่น แต่การได้ยินจากปากของอีวาน กลับทำให้ความรู้สึกซับซ้อนขึ้น “แล้วทำไมทุกอย่างถึงชี้มาที่คุณ?” อีวานหลับตา “เพราะคนที่ทำ…” เขาหยุด “ต้องการให้ลุงเป็นคนผิด” ก่อนที่ฉินจะถามต่อ ก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้น เสียงรถหลายคัน จินมองออกไปด้านนอกสีหน้าเปลี่ยน “คุณฉิน…” “มีคนมา” ฉินหันไป และในวินาทีนั้น เขารู้ทันที การพบกันครั้งนี้ ไม่เคยเป็นความลับ มีใครบางคนรู้ และกำลังพยายามหยุดพวกเขา เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ ฉินมองอีวาน เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองคนไม่ได้มองกันด้วยความเกลียด แต่ด้วยความเข้าใจว่า พวกเขามีศัตรูคนเดียวกัน “คุณรู้ไหมว่าใครมา?” ฉินถาม อีวานส่ายหน้า “แต่ถ้าพวกมันมาในวันนี้” “แปลว่าพวกมันกลัว” ฉินมองเขา คำพูดนั้นทำให้เขานึกถึงพ่อ อเล็กเซย์เคยพูดว่า “คนที่กลัวความจริง จะพยายามทำลายคนที่ตามหามัน” เสียงกระจกแตกดังขึ้น ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ฉินดึงอีวานหลบ เสียงปืนดังขึ้น ปัง! จินรีบเข้ามาป้องกัน “คุณฉิน!” ฉินไม่ตอบ เขากำลังมองหาตำแหน่งของคนยิง นิสัยจากโลกที่เขาเติบโตมา กลับมาโดยไม่ต้องคิด ประเมิน วางแผน ปกป้องคนของตัวเอง อีวานมองเขา และในวินาทีนั้น เขาเห็นภาพของอเล็กเซย์ ลูกชายของเพื่อนเขากำลังทำสิ่งเดียวกับพ่อของเขา ปกป้องคนอื่นก่อนตัวเอง หลังเหตุการณ์สงบ โกดังกลับมาเงียบอีกครั้ง แต่มีคำถามมากกว่าเดิม “ทำไมหลานถึงช่วยลุง?” อีวานถาม ฉินนิ่ง เขาเองก็ไม่รู้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงปล่อยให้อีวานรับผลของอดีต แต่วันนี้ เขากลับเลือกช่วย “อย่าเข้าใจผิด” ฉินพูด “ผมไม่ได้ทำเพื่อคุณ” อีวานยิ้มบาง ๆ “เหมือนอเล็กเซย์ไม่มีผิด” คำพูดนั้นทำให้ฉินเงียบ ก่อนกลับ อีวานหยิบกล่องเล็ก ๆ ออกมา “นี่ของพ่อหลาน” ฉินมอง “ทำไมคุณมี?” “เพราะเขาฝากไว้กับลุง” มือของฉินกำแน่น “แล้วทำไมไม่ให้ผมตั้งแต่แรก?” อีวานมองเขา “เพราะตอนนั้นหลานยังไม่พร้อม” “หลานไม่ได้ต้องการความจริง” “หลานต้องการคนผิด” คำพูดนั้นทำให้ฉินนิ่ง เพราะมันเจ็บ แต่ก็จริง คืนนั้น ฉินกลับมาที่ห้อง เขาเปิดกล่อง ข้างในมีเพียงรูปเก่าๆ รูปของอเล็กเซย์ อีวานและเด็กชายคนหนึ่ง ตัวเขาเอง ด้านหลังรูปมีข้อความ “ฉิน อย่าให้ความแค้นทำให้ลูกเสียตัวตน พ่อเชื่อว่าลูกจะเลือกสิ่งที่ถูกต้อง” มือของฉินสั่นเล็กน้อย เป็นครั้งแรก ที่เขารู้สึกว่า พ่อไม่ได้ต้องการให้เขาล้างแค้น แต่ต้องการให้เขาค้นหาความจริง ในเวลาเดียวกัน เชอร์เกย์มองรายงาน “พวกเขาเริ่มร่วมมือกันแล้ว” ชายข้าง ๆ ถาม “จะทำยังไงต่อ?” เชอร์เกย์ยิ้ม “ปล่อยให้พวกเขาคิดว่ากำลังเข้าใกล้ความจริง” “เพราะยิ่งเข้าใกล้…” “ยิ่งเจ็บ” และในคืนเดียวกัน อันดาได้รับข้อความจากฉินเป็นครั้งแรก “ระวังตัว” เธอมองข้อความนั้น ก่อนยิ้มเล็กน้อย เพราะผู้ชายที่เคยเข้ามาด้วยความเกลียด กำลังเป็นคนที่เตือนให้เธอระวังอันตราย โดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองเริ่มกลายเป็นคนที่เธอไว้ใจเสียงประตูเหล็กบานมหึมาค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆครืด…เสียงโลหะเสียดสีกันดังก้องไปทั่วโรงงานร้าง ราวกับกำลังต้อนรับผู้มาเยือนสู่ฉากสุดท้ายของเกมที่ดำเนินมายาวนานกว่าสิบปีฉินก้าวเข้าไปเป็นคนแรกสายตาเย็นเฉียบกวาดมองทุกมุมของอาคารอย่างรวดเร็วภายในโรงงานกว้างใหญ่เงียบผิดปกติมีเพียงหลอดไฟนีออนเก่า ๆ ที่กะพริบเป็นจังหวะ สาดแสงสีขาวซีดลงบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยคราบสนิมและรอยที่กัดกินทุกสิ่งด้านหลังเขา…ดมิทรี อีวาน ไนท์ และจิน เคลื่อนตัวเข้าประจำตำแหน่งตามแผนที่วางไว้ไนท์แตะหูฟังสื่อสารเบา ๆ“ทีมเหนือเข้าประจำจุดแล้ว”“ทีมตะวันตกปลอดภัย”“ไม่มีเป้าหมายหลุดออกไป”จินยืนอยู่หลังเสาคอนกรีต ใช้แท็บเล็ตเชื่อมต่อโดรนลาดตระเวนที่บินอยู่เหนืออาคารภาพแผนผังภายในโรงงานค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจุดสีแดงจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วพื้นที่เขาขมวดคิ้วทันที“อย่างน้อยสามสิบห้าคนครับ”“อาวุธครบมือ”“แต่…”จินหยุดนิ่ง ก่อนซูมภาพเข้าไปยังห้องกลางของอาคารจุดสีแดงทั้งหมด…กำลังเคลื่อนตัวออกจากบริเวณนั้นราวกับเปิดพื้นที่ให้ใครบางคน“เหมือนพวกมันตั้งใจเปิดทาง”ดมิทรีจับปืนแน่นขึ้น“ระวังไว้”“นี่ไม่ใช่การซุ่มโจมตีธรรมดา”
ห้องบัญชาการของ Black Raven เงียบกว่าทุกครั้งแม้ภารกิจช่วยอันดาจะสำเร็จ และเธอได้รับการปฐมพยาบาลจนพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่บรรยากาศภายในกลับไม่ได้เต็มไปด้วยความยินดีทุกคนรู้ดีว่า…สงครามยังไม่จบเจ้าหน้าที่ของ Black Raven ยังคงนั่งประจำจอมอนิเตอร์ ถอดรหัสข้อมูลที่กู้คืนมาจากฐานของ EDEN อย่างต่อเนื่องแสงจากหน้าจอหลายสิบจอสะท้อนทั่วห้อง แต่ไม่มีใครละสายตาจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมฉิน…ในมือของเขายังคงถือจดหมายของอเล็กเซย์เหลืออีกเพียงหน้าสุดท้ายหน้าที่เขาไม่กล้าเปิดอ่านมาตลอดนิ้วเรียวยาวลูบผ่านกระดาษเก่าที่เริ่มซีดตามกาลเวลาอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าความทรงจำทั้งหมดจะสลายหายไปพร้อมกับมันรอบโต๊ะประชุม…อีวาน ดมิทรี ไนท์ และจิน ต่างนั่งเงียบ ไม่มีใครเร่งรัด ไม่มีใครพูดอะไรเพราะทุกคนรู้ดีว่า…คำตอบที่ฉินตามหามาตลอดสิบปี กำลังรออยู่ในหน้ากระดาษเพียงแผ่นเดียวฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนค่อย ๆ คลี่กระดาษออกลายมือของอเล็กเซย์ยังคงหนักแน่น แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสิบปีเขาเริ่มอ่านออกเสียงช้า ๆ“ถึงลูกชายของพ่อ…”“เมื่อถึงวันที่ลูกอ่านหน้าสุดท้ายของจดหมายฉบับนี้…”“แปลว่าลูกเดินมาไกลกว
ห้องบัญชาการของ Black Raven ยังคงเงียบสนิทมีเพียงแสงจากจอมอนิเตอร์หลายสิบจอที่สะท้อนบนใบหน้าของทุกคนไมโครฟิล์มจากนาฬิกาพกของอเล็กเซย์ถูกฉายขึ้นบนจอขนาดใหญ่กลางห้องแผนผังองค์กรสีดำค่อย ๆ ปรากฏชัดPROJECT EDENชื่อดังกล่าวอยู่ตรงกลางของแผนผัง ก่อนแตกแขนงออกเป็นหลายหน่วยงานมีทั้งฝ่ายวิจัยฝ่ายรักษาความปลอดภัยฝ่ายลำเลียงและหน่วยปฏิบัติการพิเศษชื่อของเชอร์เกย์เป็นในหนึ่งในหน่วยปฏิบัติการแต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนเงียบลงคือเหนือชื่อของเขา…ยังมีลำดับชั้นอีกหลายระดับส่วนตำแหน่งสูงสุดถูกปิดทับไว้ด้วยแถบสีดำราวกับอเล็กเซย์จงใจไม่ให้ใครรู้ว่าคนที่อยู่บนสุดคือใครฉินจ้องภาพนั้นไม่กะพริบสมองของเขาเริ่มเชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกันคืนที่พ่อเสียชีวิตการทรยศของเชอร์เกย์การลักพาตัวอันดารวมถึงการโจมตีที่โกดัง A-17ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผลแต่เป็นหมากที่ถูกวางไว้ล่วงหน้ามานานหลายปีดมิทรียืนกอดอกอยู่ด้านหลังก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“อเล็กเซย์ไม่ได้เก็บไมโครฟิล์มไว้เพื่อบอกว่าใครเป็นศัตรู”เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนใช้นิ้วชี้ไปยังสัญลักษณ์เล็ก ๆ มุมล่างของแผนผัง“เขากำล
เสียงปืนยังคงดังเป็นระยะจากด้านหน้าโกดังลูกกระสุนเจาะกำแพงคอนกรีตจนเศษปูนแตกกระจายดมิทรียืนประจำตำแหน่งอยู่หน้าทางเดิน มือขวายกปืนขึ้นยิงตอบโต้โดยไม่ลังเลปัง!ชายชุดดำที่กำลังวิ่งเข้ามาทรุดลงทันที“ฉิน!”เสียงอีวานดังขึ้น“ออกทางด้านหลัง!”ฉินพยักหน้า ก่อนเก็บซองจดหมายของอเล็กเซย์ไว้ในเสื้อสูทด้านในอย่างระมัดระวังส่วนกล่องไม้และเอกสารทั้งหมด จินเป็นคนรับหน้าที่ถือไว้ทั้งสี่คนรีบเคลื่อนตัวออกจากห้องลับดมิทรีเป็นคนสุดท้ายที่ถอยออกมาก่อนผลักประตูเหล็กปิดและเลื่อนชั้นเหล็กกลับเข้าที่อย่างรวดเร็ว“ต่อให้พวกมันเข้ามา…”เขาพูดเสียงเรียบ“…ก็จะเสียเวลาอีกพักใหญ่กว่าจะหาห้องนี้เจอ”เสียงระเบิดดังขึ้นจากด้านหน้าโกดังตูม!แสงสีขาวสว่างวาบไปทั่วอาคารตามด้วยเสียงตะโกนของลูกน้องอีวาน“ถอยครับ!”“พวกมันเข้ามาแล้ว!”ดมิทรีหันมองอีวานทั้งสองสบตากันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนอีวานจะพยักหน้า“ไป”ทั้งกลุ่มรีบวิ่งออกทางประตูด้านหลังโกดังด้านนอกเป็นทางเดินแคบที่ถูกต้นไม้รกปกคลุมฝนเมื่อคืนทำให้พื้นเต็มไปด้วยโคลนจินหันกลับไปมองโกดังเสียงปืนยังดังไม่หยุดควันสีเทาค่อย ๆ ลอยขึ้นเหนือหลังคาฉินกำหมัดแ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านม่านหมอกสีเทาเหนือพื้นที่อุตสาหกรรมร้างทางตอนเหนือของเมือง ขบวนรถเอสยูวีสีดำสามคันค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้า ๆ ก่อนหยุดลงริมถนนคอนกรีตที่แตกร้าวตามกาลเวลา เบื้องหน้าคือโกดังเก่าหลังหนึ่ง อาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ถูกเถาวัลย์ปกคลุมแทบทั้งหลัง ป้ายเหล็กที่ขึ้นสนิมยังคงแขวนเอียงอยู่เหนือประตู A-17 ฉินมองตัวอักษรสองตัวนั้นนิ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ นี่คือสถานที่สุดท้าย… ที่พ่อของเขาเคยเข้ามา อีวานก้าวลงจากรถก่อนเป็นคนแรก สายตาของเขากวาดมองพื้นที่โดยรอบอย่างระมัดระวัง แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสิบปี แต่สัญชาตญาณของอดีตมาเฟียยังไม่เคยหายไป “ผิดปกติ…” เขาพูดเบา ๆ ดมิทรีซึ่งยืนอยู่ข้างกันพยักหน้าช้า ๆ “เงียบเกินไป” จินเหลือบมองป่าโปร่งด้านข้างโกดัง ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงแมลง แม้แต่สายลมยังแทบไม่พัดผ่าน บรรยากาศเหมือนเป็นธรรมชาติแต่เงียบสงบเกินไป ฉินขมวดคิ้ว “มีอะไรหรือเปล่าครับ” ดมิทรีไม่ได้ตอบในทันที เขาคุกเข่าลงแตะพื้นดินหน้าประตูโกดัง ปลายนิ้วลูบผ่านโคลนที่ยังชื้นจากฝนเมื่อคืน ก่อนจะยกขึ้นมาดู มีคราบดินสีเข้มติดอยู่เพียงบาง ๆ “มีรถเข
รถเอสยูวีสีดำแล่นฝ่าสายฝนเข้าสู่คฤหาสน์ของอีวานประตูเหล็กบานใหญ่ค่อย ๆ เปิดออกอย่างเงียบๆ ก่อนปิดลง ราวกับตัดโลกภายนอกออกไปโดยสิ้นเชิงฉินมองผ่านกระจกรถทุกอย่างที่นี่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด แม้เขาจะไม่เคยก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้มาก่อนสวนสนถูกตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ น้ำพุหินอ่อนกลางลานยังคงทำงาน ทว่าบรรยากาศกลับเงียบจนผิดปกติไม่มีเสียงพนักงานไม่มีเสียงสนทนามีเพียงชายชุดดำยืนประจำตำแหน่งอยู่ตามจุดต่าง ๆรถหยุดสนิทหน้าตัวอาคารชายวัยกลางคนที่มารับพวกเขาเปิดประตูให้ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ“นายท่านรออยู่ในห้องทำงานครับ”ฉินก้าวลงจากรถโดยไม่ลังเลจินเดินตามมาติด ๆ พลางกวาดสายตามองรอบตัวด้วยความระมัดระวัง“ผมไม่ชอบที่นี่เลยครับ”เขาพูดเบา ๆ“เงียบเกินไป”ฉินพยักหน้า“คนที่ผ่านสงครามมา มักทำให้บ้านเงียบกว่าปกติ”ทั้งสองเดินผ่านโถงทางเดินยาวบนผนังแขวนภาพถ่ายหลายใบส่วนใหญ่เป็นภาพวิวทิวทัศน์และงานศิลปะ ไม่มีภาพครอบครัวแม้แต่ใบเดียวจนกระทั่งฉินหยุดฝีเท้าภาพหนึ่งที่แขวนอยู่สุดทางเดินทำให้เขานิ่งไปเป็นภาพชายสองคนยืนเคียงกันในวัยหนุ่มคนหนึ่งคืออีวานส่วนอีกคน…แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ฉินจ







