Masukฉินกลับมาเพื่อแก้แค้น แต่ความจริง…อาจทำให้เขากลายเป็นคนผิดเอง และผู้หญิงที่ควรเกลียด กลับทำให้เขาเริ่มลังเล
Lihat lebih banyakสิบปี…
เวลาผ่านไปนานพอที่จะทำให้คนบางคนลืมเรื่องราวในอดีต แต่ไม่ใช่สำหรับเขา เพราะบางความทรงจำไม่ได้จางหายไปตามเวลา มันเพียงแค่ถูกเก็บซ่อนไว้… รอวันที่จะกลับมาทวงคืน เสียงปืนในคืนนั้น เสียงตะโกนของผู้คน และภาพของชายคนหนึ่งที่ล้มลงต่อหน้าเขา ยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน “คุณฉินครับ” เสียงเรียกทำให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่หลุดออกจากความคิด เมืองทั้งเมืองอยู่ใต้สายตาของเขา แสงไฟจากตึกสูงสะท้อนบนกระจก สถานที่แห่งนี้คือสำนักงานใหญ่ของ ตึกส้ม บริษัทบันเทิงที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ศิลปินมากมายอยากเข้ามาอยู่ภายใต้การดูแล ผู้คนในวงการต่างพูดถึงชื่อของเจ้าของบริษัทแห่งนี้ ฉิน โวลคอฟ CEO อายุเพียง 25 ปี ชายหนุ่มที่สร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมา โดยไม่ใช้ชื่อของตระกูล ไม่ใช้เส้นสาย และไม่ต้องการให้ใครเรียกเขาว่า “ทายาทโวลคอฟ” แต่ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ภาพลักษณ์ของนักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จ เขายังคงเป็นเด็กชายคนนั้น เด็กชายที่สูญเสียพ่อในคืนเดียว “เอกสารที่คุณให้ผมหามาให้ครับ” เสียงของชายอีกคนดังขึ้น จินวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ เขาคือคนที่อยู่ข้างฉินมาหลายปี ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย แต่เป็นคนที่รู้ว่า ภายใต้ใบหน้าเย็นชา เจ้านายของเขาแบกรับอะไรไว้บ้าง ฉินเดินกลับมาที่โต๊ะ สายตาหยุดอยู่ที่แฟ้มสีดำ บนหน้าปกมีเพียงชื่อเดียว อีวาน นิ้วของเขากำแน่นขึ้นเล็กน้อย เพียงแค่เห็นชื่อนั้น ภาพในอดีตก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง “พ่อ…” เสียงของเด็กชายคนหนึ่งสั่น ท่ามกลางกลิ่นควันและเสียงความวุ่นวาย ชายวัยกลางคนที่นอนอยู่บนพื้นพยายามลืมตาขึ้น อเล็กเซย์ โวลคอฟ หัวหน้าแห่งโวลคอฟ พ่อของเขา “ฉิน…” มือของอเล็กเซย์เอื้อมมาจับมือเล็ก ๆ ของลูกชาย “จำไว้นะ…” “อย่าให้ความแค้น…” ชายคนนั้นหยุดหายใจชั่วขณะ ก่อนพูดต่อด้วยเสียงแผ่วเบา “เปลี่ยนลูกให้กลายเป็นคนที่ลูกเกลียด” แต่เด็กชายในวันนั้นไม่เข้าใจ เขาเข้าใจเพียงอย่างเดียว พ่อของเขาจากไป และคนที่อยู่เบื้องหลัง… คืออีวาน กลับมาที่ปัจจุบัน ฉินเปิดแฟ้มเอกสาร ข้อมูลมากมายถูกวางอยู่ตรงหน้า เกี่ยวกับชายที่เคยเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ ชายที่เขาเกลียดมาตลอดสิบปี “ผมยังหาไม่เจอครับ” จินพูดขึ้น “หลักฐานที่บอกว่าอีวานเป็นคนลงมือ” ห้องทั้งห้องเงียบลง ฉินไม่ได้ตอบทันที เพราะลึก ๆ แล้ว… เขาเองก็รู้ ว่ามีบางอย่างไม่สมเหตุสมผล ถ้าอีวานเป็นคนฆ่าพ่อจริง ทำไมเขาถึงไม่เคยเปิดเผยเหตุผล? ทำไมไม่มีหลักฐานชัดเจน? และทำไม… คนที่เคยรักและไว้ใจกันที่สุด ถึงเลือกหักหลังกัน? “แต่เขาอยู่ในเหตุการณ์” ฉินพูดเสียงเรียบ “และหลังจากพ่อฉันตาย…” “ทุกอย่างของโวลคอฟก็เปลี่ยนไป” จินมองเจ้านายของตัวเอง เขารู้ว่าไม่มีใครหยุดฉินได้ เมื่อเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับอเล็กเซย์ “มีอีกเรื่องครับ” จินเปิดเอกสารอีกชุด “อีวานกำลังร่วมลงทุนโปรเจกต์ใหม่” ฉินมองเอกสาร “ใคร?” จินเงียบไปเล็กน้อย ก่อนตอบ “ลูกสาวบุญธรรมของเขาครับ” ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏบนหน้าจอ หญิงสาววัย 21 ปี ใบหน้าเรียบนิ่ง สายตาคม มีบางอย่างในแววตาที่ทำให้คนมองรู้สึกว่า เธอไม่ใช่คนธรรมดา ชื่อของเธอปรากฏขึ้น อันดา “เธอเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของอีวานกรุ๊ป” จินอธิบาย “ดูแลโปรเจกต์ภาพยนตร์ ซีรีส์ และเพลงทั้งหมด” ฉินมองภาพนั้นนิ่ง ลูกสาวของอีวาน… ในหัวของเขามีเพียงคำเดียว “ถ้าเข้าใกล้เธอได้…” “บางทีอาจได้ความจริงทั้งหมด” เขาปิดแฟ้มลง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เตรียมการประชุม” จินชะงัก “กับอีวานเหรอครับ?” ฉินมองออกไปนอกหน้าต่าง สายตาไร้อารมณ์ “ไม่” เขาหยุดเล็กน้อย “กับลูกสาวของเขา” และในคืนนั้น ฉิน โวลคอฟ ไม่รู้เลยว่า… คนที่เขากำลังจะใช้เป็นทางผ่านไปหาความจริง จะกลายเป็นคนเดียวกัน… ที่ทำให้กำแพงความแค้นของเขาเริ่มสั่นคลอน สามวันต่อมา ชื่อของ ตึกส้ม กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการบันเทิง ไม่ใช่เพราะข่าวศิลปินคนใหม่ ไม่ใช่เพราะโปรเจกต์ใหญ่ที่กำลังจะเปิดตัว แต่เพราะการปรากฏตัวของเจ้าของบริษัทหนุ่ม ฉิน โวลคอฟ ชายหนุ่มวัย 25 ปีที่ขึ้นชื่อว่าเป็น CEO ที่อายุน้อยที่สุดคนหนึ่งในวงการ เขาไม่ใช่คนที่ชอบออกสื่อ ไม่เคยพยายามสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูเข้าถึงง่าย ตรงกันข้าม… ยิ่งเขาเงียบ ผู้คนกลับยิ่งให้ความสนใจ เพราะทุกคนรู้ว่า เบื้องหลังความสำเร็จของชายคนนี้ ไม่ได้มีเพียงธุรกิจ แต่มีกลิ่นอายของตระกูลโวลคอฟที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง รถสีดำจอดหน้าอาคารของอีวานกรุ๊ป ฉินก้าวลงจากรถ ชุดสูทสีเข้มทำให้เขาดูเหมือนคนที่ไม่ควรอยู่ในโลกเดียวกับวงการบันเทิง แต่กลับเป็นโลกที่เขาสร้างขึ้นด้วยตัวเอง “คุณฉิน” พนักงานต้อนรับกล่าวทักด้วยความสุภาพ “ทางเรารออยู่แล้วค่ะ” ฉินไม่ได้ตอบ เพียงเดินผ่านไป สายตาของเขาสำรวจทุกอย่างรอบตัว นิสัยจากโลกเดิมยังติดอยู่ เขาไม่เคยเดินเข้าไปในสถานที่ที่ไม่รู้จักโดยไม่ระวัง ห้องประชุมชั้นบนสุด ประตูเปิดออก และคนแรกที่เขาเห็น… ไม่ใช่อีวาน แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอยืนอยู่หน้ากระจกถือเอกสารในมือ ใบหน้าเรียบนิ่ง ท่าทางสงบ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับทำให้คนอื่นไม่กล้าเข้ามารบกวน หญิงสาวหันกลับมาสบตากับเขา ดวงตาคู่นั้นไม่ได้แสดงความกลัว ไม่ได้แสดงความประหม่า มีเพียงความนิ่ง และความมั่นใจ “คุณฉิน โวลคอฟ?” เสียงของเธอเรียบนิ่ง ฉินมองเธอก่อนตอบ “ครับ” เธอยื่นมือออกมา “อันดาค่ะ” เขามองมือของเธอ แต่ไม่ได้จับทันที เพราะในหัวของเขามีเพียงภาพเดียว ลูกสาวของอีวาน อันดาสังเกตเห็น แต่ไม่ได้แสดงสีหน้า เธอลดมือลงอย่างใจเย็น “ดูเหมือนคุณจะไม่ได้มาที่นี่เพื่อคุยเรื่องธุรกิจอย่างเดียว” คำพูดนั้นทำให้ฉินมองเธออีกครั้ง ผู้หญิงคนนี้… อ่านเขาออก? “คุณรู้?” ฉินถาม อันดาเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ “คนที่มาหาฉันด้วยสายตาแบบนั้น” เธอวางเอกสารลง “ไม่ได้มองฉันเหมือนคู่ค้า” เธอเงยหน้าขึ้น “คุณกำลังมองหาคำตอบบางอย่าง” ห้องประชุมเงียบ ฉินไม่คิดว่าเธอจะตรงขนาดนี้ “คุณฉลาด” เขาพูด อันดายิ้มบาง ๆ “ฉันแค่สังเกต” ก่อนที่บทสนทนาจะไปไกลกว่านั้น ประตูห้องเปิดออก ชายสูงวัยเดินเข้ามาบรรยากาศในห้องเปลี่ยนทันที อีวาน ชายที่ฉินรอมาสิบปี สายตาของทั้งสองคนปะทะกัน ไม่มีคำทักทาย ไม่มีรอยยิ้ม มีเพียงอดีตที่ยังไม่ได้รับการสะสาง “โตขึ้นมากเลยนะ ฉิน” อีวานพูด แต่ฉินไม่ได้ตอบ “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำทักทาย” น้ำเสียงเย็น “ผมมาที่นี่เพื่อถามความจริง” อันดามองทั้งสองคนเธอสัมผัสได้ทันทีว่าความสัมพันธ์ของชายสองคนนี้ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องธุรกิจ อีวานนิ่ง “ความจริงบางอย่าง…” เขาพูดช้า ๆ “มันยังไม่ถึงเวลาเปิดเผย” ฉินหัวเราะเบา ๆ แต่ไม่มีความรู้สึกสนุก “สิบปีแล้ว” “คุณยังคิดว่ามันไม่ถึงเวลาอีกเหรอ?” บรรยากาศในห้องหนักขึ้น อันดามองฉิน เป็นครั้งแรกที่เธอเห็น ชายที่ดูควบคุมทุกอย่างได้ กำลังเจ็บปวด ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นบาดแผล อีวานหลับตาลงเล็กน้อย เหมือนกำลังแบกบางอย่างที่พูดไม่ได้ “ฉิน…” แต่ก่อนที่เขาจะพูดต่อโทรศัพท์ของอันดาดังขึ้น เธอรับสาย สีหน้าที่เคยนิ่งเปลี่ยนไปเล็กน้อย “อะไรนะ?” ทุกคนหันไปมอง “ส่งข้อมูลมาให้ฉันเดี๋ยวนี้” เธอวางสาย ก่อนมองอีวาน “มีคนกำลังขุดเรื่องของคุณพ่อ” คำว่า “คุณพ่อ” ทำให้ฉินชะงัก เพราะเธอไม่ได้เรียกอีวานว่า อดีตมาเฟีย ไม่ได้เรียกว่าเจ้านาย ไม่ได้เรียกด้วยผลประโยชน์ แต่เรียกว่า “คุณพ่อ” และในวินาทีนั้น ความคิดแรกของฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อย ถ้าอีวานคือคนที่ฆ่าพ่อเขาจริง… ทำไมลูกสาวของเขาถึงรักเขาขนาดนี้? ฉินเดินออกจากห้องประชุม แต่ก่อนประตูจะปิด เขาหันกลับไปมองอันดาอีกครั้ง ผู้หญิงคนนี้… อาจเป็นกุญแจไปสู่ความจริง แต่เขาไม่รู้เลยว่าการเข้าใกล้เธอ จะเป็นการเข้าใกล้หัวใจตัวเองด้วยเสียงประตูเหล็กบานมหึมาค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆครืด…เสียงโลหะเสียดสีกันดังก้องไปทั่วโรงงานร้าง ราวกับกำลังต้อนรับผู้มาเยือนสู่ฉากสุดท้ายของเกมที่ดำเนินมายาวนานกว่าสิบปีฉินก้าวเข้าไปเป็นคนแรกสายตาเย็นเฉียบกวาดมองทุกมุมของอาคารอย่างรวดเร็วภายในโรงงานกว้างใหญ่เงียบผิดปกติมีเพียงหลอดไฟนีออนเก่า ๆ ที่กะพริบเป็นจังหวะ สาดแสงสีขาวซีดลงบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยคราบสนิมและรอยที่กัดกินทุกสิ่งด้านหลังเขา…ดมิทรี อีวาน ไนท์ และจิน เคลื่อนตัวเข้าประจำตำแหน่งตามแผนที่วางไว้ไนท์แตะหูฟังสื่อสารเบา ๆ“ทีมเหนือเข้าประจำจุดแล้ว”“ทีมตะวันตกปลอดภัย”“ไม่มีเป้าหมายหลุดออกไป”จินยืนอยู่หลังเสาคอนกรีต ใช้แท็บเล็ตเชื่อมต่อโดรนลาดตระเวนที่บินอยู่เหนืออาคารภาพแผนผังภายในโรงงานค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจุดสีแดงจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วพื้นที่เขาขมวดคิ้วทันที“อย่างน้อยสามสิบห้าคนครับ”“อาวุธครบมือ”“แต่…”จินหยุดนิ่ง ก่อนซูมภาพเข้าไปยังห้องกลางของอาคารจุดสีแดงทั้งหมด…กำลังเคลื่อนตัวออกจากบริเวณนั้นราวกับเปิดพื้นที่ให้ใครบางคน“เหมือนพวกมันตั้งใจเปิดทาง”ดมิทรีจับปืนแน่นขึ้น“ระวังไว้”“นี่ไม่ใช่การซุ่มโจมตีธรรมดา”
ห้องบัญชาการของ Black Raven เงียบกว่าทุกครั้งแม้ภารกิจช่วยอันดาจะสำเร็จ และเธอได้รับการปฐมพยาบาลจนพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่บรรยากาศภายในกลับไม่ได้เต็มไปด้วยความยินดีทุกคนรู้ดีว่า…สงครามยังไม่จบเจ้าหน้าที่ของ Black Raven ยังคงนั่งประจำจอมอนิเตอร์ ถอดรหัสข้อมูลที่กู้คืนมาจากฐานของ EDEN อย่างต่อเนื่องแสงจากหน้าจอหลายสิบจอสะท้อนทั่วห้อง แต่ไม่มีใครละสายตาจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมฉิน…ในมือของเขายังคงถือจดหมายของอเล็กเซย์เหลืออีกเพียงหน้าสุดท้ายหน้าที่เขาไม่กล้าเปิดอ่านมาตลอดนิ้วเรียวยาวลูบผ่านกระดาษเก่าที่เริ่มซีดตามกาลเวลาอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าความทรงจำทั้งหมดจะสลายหายไปพร้อมกับมันรอบโต๊ะประชุม…อีวาน ดมิทรี ไนท์ และจิน ต่างนั่งเงียบ ไม่มีใครเร่งรัด ไม่มีใครพูดอะไรเพราะทุกคนรู้ดีว่า…คำตอบที่ฉินตามหามาตลอดสิบปี กำลังรออยู่ในหน้ากระดาษเพียงแผ่นเดียวฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนค่อย ๆ คลี่กระดาษออกลายมือของอเล็กเซย์ยังคงหนักแน่น แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสิบปีเขาเริ่มอ่านออกเสียงช้า ๆ“ถึงลูกชายของพ่อ…”“เมื่อถึงวันที่ลูกอ่านหน้าสุดท้ายของจดหมายฉบับนี้…”“แปลว่าลูกเดินมาไกลกว
ห้องบัญชาการของ Black Raven ยังคงเงียบสนิทมีเพียงแสงจากจอมอนิเตอร์หลายสิบจอที่สะท้อนบนใบหน้าของทุกคนไมโครฟิล์มจากนาฬิกาพกของอเล็กเซย์ถูกฉายขึ้นบนจอขนาดใหญ่กลางห้องแผนผังองค์กรสีดำค่อย ๆ ปรากฏชัดPROJECT EDENชื่อดังกล่าวอยู่ตรงกลางของแผนผัง ก่อนแตกแขนงออกเป็นหลายหน่วยงานมีทั้งฝ่ายวิจัยฝ่ายรักษาความปลอดภัยฝ่ายลำเลียงและหน่วยปฏิบัติการพิเศษชื่อของเชอร์เกย์เป็นในหนึ่งในหน่วยปฏิบัติการแต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนเงียบลงคือเหนือชื่อของเขา…ยังมีลำดับชั้นอีกหลายระดับส่วนตำแหน่งสูงสุดถูกปิดทับไว้ด้วยแถบสีดำราวกับอเล็กเซย์จงใจไม่ให้ใครรู้ว่าคนที่อยู่บนสุดคือใครฉินจ้องภาพนั้นไม่กะพริบสมองของเขาเริ่มเชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกันคืนที่พ่อเสียชีวิตการทรยศของเชอร์เกย์การลักพาตัวอันดารวมถึงการโจมตีที่โกดัง A-17ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผลแต่เป็นหมากที่ถูกวางไว้ล่วงหน้ามานานหลายปีดมิทรียืนกอดอกอยู่ด้านหลังก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“อเล็กเซย์ไม่ได้เก็บไมโครฟิล์มไว้เพื่อบอกว่าใครเป็นศัตรู”เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนใช้นิ้วชี้ไปยังสัญลักษณ์เล็ก ๆ มุมล่างของแผนผัง“เขากำล
เสียงปืนยังคงดังเป็นระยะจากด้านหน้าโกดังลูกกระสุนเจาะกำแพงคอนกรีตจนเศษปูนแตกกระจายดมิทรียืนประจำตำแหน่งอยู่หน้าทางเดิน มือขวายกปืนขึ้นยิงตอบโต้โดยไม่ลังเลปัง!ชายชุดดำที่กำลังวิ่งเข้ามาทรุดลงทันที“ฉิน!”เสียงอีวานดังขึ้น“ออกทางด้านหลัง!”ฉินพยักหน้า ก่อนเก็บซองจดหมายของอเล็กเซย์ไว้ในเสื้อสูทด้านในอย่างระมัดระวังส่วนกล่องไม้และเอกสารทั้งหมด จินเป็นคนรับหน้าที่ถือไว้ทั้งสี่คนรีบเคลื่อนตัวออกจากห้องลับดมิทรีเป็นคนสุดท้ายที่ถอยออกมาก่อนผลักประตูเหล็กปิดและเลื่อนชั้นเหล็กกลับเข้าที่อย่างรวดเร็ว“ต่อให้พวกมันเข้ามา…”เขาพูดเสียงเรียบ“…ก็จะเสียเวลาอีกพักใหญ่กว่าจะหาห้องนี้เจอ”เสียงระเบิดดังขึ้นจากด้านหน้าโกดังตูม!แสงสีขาวสว่างวาบไปทั่วอาคารตามด้วยเสียงตะโกนของลูกน้องอีวาน“ถอยครับ!”“พวกมันเข้ามาแล้ว!”ดมิทรีหันมองอีวานทั้งสองสบตากันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนอีวานจะพยักหน้า“ไป”ทั้งกลุ่มรีบวิ่งออกทางประตูด้านหลังโกดังด้านนอกเป็นทางเดินแคบที่ถูกต้นไม้รกปกคลุมฝนเมื่อคืนทำให้พื้นเต็มไปด้วยโคลนจินหันกลับไปมองโกดังเสียงปืนยังดังไม่หยุดควันสีเทาค่อย ๆ ลอยขึ้นเหนือหลังคาฉินกำหมัดแ