Mag-log inหลังจากคืนนั้น…
ชีวิตของฉินก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี ที่เขาเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อมาตลอด ถ้าอีวานไม่ใช่คนฆ่าพ่อ แล้วใครคือคนที่ทำ? และทำไมทุกคนถึงยอมให้เขาเกลียดอีวานมาตลอด? ห้องทำงานของฉินเงียบสนิท กล่องไม้เก่าๆวางอยู่บนโต๊ะ ของที่พ่อเขาทิ้งไว้ เขาเปิดมันอีกครั้ง รูปเก่าๆ เอกสารบางส่วน และจดหมายหนึ่งฉบับ แต่จดหมายฉบับนั้น… ไม่มีชื่อผู้รับ มีเพียงคำเดียว “ถึงลูกชายของฉัน” มือของฉินหยุดนิ่ง สิบปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยได้รับอะไรจากพ่ออีกเลย และนี่คือครั้งแรก ที่เขาได้เห็นลายมือของอเล็กเซย์ เขาเปิดจดหมาย “ฉินถ้าลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้แปลว่าพ่ออาจไม่ได้อยู่ข้างลูกแล้ว” หัวใจของเขาหนักขึ้น “พ่ออยากให้ลูกรู้ว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ คนที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ศัตรูของเรา” “แต่คือคนที่อยู่ใกล้เราที่สุด และเลือกที่จะทรยศเรา” ฉินกำกระดาษ คำพูดเดียวกับข้อความที่เขาได้รับ “อย่าไว้ใจคนที่ยืนอยู่ข้างคุณ” “คุณฉิน” เสียงจินดังขึ้น ฉินรีบเก็บจดหมาย “มีอะไร?” จินยื่นเอกสาร “เราเจอข้อมูลเกี่ยวกับคืนที่คุณอเล็กเซย์เสียชีวิตเพิ่มครับ” ฉินรับมา “ใคร?” จินเงียบไปเล็กน้อย “ชื่อของคนที่อยู่ในเหตุการณ์…” เขาวางแฟ้มลง “มีชื่อคุณดมิทรี” ฉินนิ่ง “คุณอาอยู่ที่นั่น” “ใช่ครับ” “แต่มีอีกคน” จินเปิดหน้าเอกสารชื่อหนึ่งปรากฏขึ้น เชอร์เกย์ ความเงียบปกคลุม แม้เขาจะสงสัยอยู่แล้ว แต่การเห็นชื่อชัดเจนกลับทำให้ทุกอย่างมีน้ำหนักขึ้น อีกด้านหนึ่ง อันดากำลังนั่งคุยกับอีวาน เป็นครั้งแรก ที่เธอเป็นฝ่ายถามเรื่องอดีต “คุณพ่อคะ” อีวานมองเธอ “ว่าไง?” “คุณพ่อรู้จักฉินมานานแค่ไหนคะ?” คำถามธรรมดา แต่ทำให้อีวานเงียบ “ตั้งแต่เขายังเด็ก” “แล้ว…” อันดาหยุด “ทำไมเขาถึงเกลียดคุณพ่อละคะ?” อีวานมองออกไปนอกหน้าต่าง “เพราะบางครั้ง…” “คนเราก็ต้องการให้ใครสักคนเป็นคนผิด” “เพื่อที่จะได้มีแรงอยู่ต่อ” คำตอบนั้นทำให้อันดานิ่ง เธอไม่เคยเห็นอีวานพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้ เหมือนคนที่ยอมรับความเจ็บปวดมานาน “คุณพ่อเคยรักเขาใช่ไหมคะ?” อีวานหลับตา “เขาเป็นลูกของเพื่อนพ่อ” “ก็เหมือนลูกชายอีกคน” คำตอบนั้นทำให้อันดาเข้าใจ บางที… ความสัมพันธ์ระหว่างอีวานกับฉิน อาจไม่ได้เริ่มจากความเกลียด แต่มาจากการสูญเสีย คืนนั้น ฉินได้รับข้อความจากอันดา “คุณเป็นยังไงบ้าง?” เขามองโทรศัพท์ ปกติไม่มีใครถามเขาแบบนี้ ทุกคนมักจะถามว่าเขาชนะหรือแพ้ ไม่มีใครถามว่าเขาเจ็บไหม “ผมสบายดี” เขาพิมพ์ตอบแต่ลบและแก้ใหม่ “ยังไม่ตาย” ส่ง ไม่นานมีข้อความตอบกลับมา “คำตอบคุณแปลกมากๆ” ฉินมองหน้าจอ เป็นครั้งแรก ที่เขาเผลอยิ้มเล็กน้อย แต่ในเวลาเดียวกันใครบางคนกำลังมองข้อมูลทั้งหมด “ฉินเริ่มสงสัยแล้ว” ชายที่นั่งข้าง ๆ ถาม “เราจะจัดการเขาไหม?” เชอร์เกย์ส่ายหน้า “ยัง” เขามองรูปอเล็กเซย์ “ปล่อยให้เขาค้นหาต่อไป” “เพราะความจริง…” เขายิ้ม “จะทำลายเขาเอง” คืนนั้น หลังจากอ่านจดหมายของพ่ออีกครั้ง ฉินไม่ได้หลับ เขานั่งอยู่ในห้องทำงาน มองคำพูดเดิมซ้ำไปซ้ำมา “คนที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่ศัตรูของเรา แต่คือคนที่อยู่ใกล้เราที่สุด และเลือกที่จะทรยศเรา” ตลอดสิบปี เขาคิดว่าคำตอบคืออีวาน แต่ตอนนี้… ชื่อหนึ่งกลับวนอยู่ในหัว เชอร์เกย์ คนของโวลคอฟ คนที่เคยอยู่ข้างพ่อ คนที่ไม่มีใครสงสัย “คุณฉิน” จินเดินเข้ามา “มีอะไร?” “ผมตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมแล้วครับ” จินวางแฟ้มลง “คืนที่คุณอเล็กเซย์เสียชีวิต” “ก่อนเกิดเหตุประมาณสามชั่วโมง…” เขาเปิดเอกสาร “เชอร์เกย์หายออกจากตำแหน่งรักษาความปลอดภัย” ฉินมองข้อมูล “หายไปหรอ?” “ครับ” “และกลับมาอีกครั้งหลังเกิดเหตุ” ความเงียบเข้าปกคลุม เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ “แล้วคุณอาหละ?” ฉินถาม จินส่ายหน้า “ยังไม่มีหลักฐานว่าเขาเกี่ยวข้อง” ฉินมองออกไปนอกหน้าต่าง “เขารู้บางอย่าง” “แต่เลือกที่จะไม่พูด” อีกด้านหนึ่ง อันดาได้รับข่าวจากฝ่ายงาน มีข้อมูลบางส่วนจากบริษัทของเธอถูกแฮ็ก ไม่ใช่ข้อมูลธุรกิจ แต่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับ โครงการร่วมระหว่างเธอกับฉิน “ใครแฮ็กข้อมูลนี้?” อันดาถาม พนักงานส่ายหน้า “ยังตรวจสอบไม่ได้ค่ะ” อันดานิ่ง เธอไม่ใช่คนที่ตื่นกลัวง่ายๆ แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเพราะเธอรู้ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ธุรกิจ มีใครบางคนกำลังตามหาอะไรบางอย่าง “คุณหนู” ลินเดินเข้ามา “มีคนมาขอพบค่ะ” อันดาขมวดคิ้ว “ใคร?” “คุณฉินค่ะ” เป็นคำตอบที่ทำให้เธอนิ่งไป อันดาเดินออกมา เห็นฉินยืนอยู่ ผู้ชายที่ปกติไม่เคยเข้าหาใครก่อน แต่วันนี้กลับเป็นฝ่ายมาหาเธอ “มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เธอถาม ฉินมองเธอ “ข้อมูลของเราถูกขโมย” อันดาเงียบ “คุณรู้?” “ใช่” “และผมคิดว่า…” เขาหยุด “มันเกี่ยวกับเรื่องของพ่อผม” คำว่า “พ่อ” ทำให้อันดาสังเกตเห็นบางอย่าง น้ำเสียงของฉินเปลี่ยนไป ผู้ชายที่ดูแข็งแกร่งตลอดเวลา มีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว ที่ทำให้เขาเสียการควบคุม “คุณคิดว่าใครทำ?” ฉินมองเธอ “ยังไม่รู้” “แต่คนคนนั้นรู้เรื่องในอดีต” อันดานิ่ง “แล้วคุณมาบอกฉันทำไม?” คำถามนั้นทำให้ฉินเงียบ เพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจ แต่คำตอบที่ได้คือ “เพราะคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย” อันดามองเขา “คุณเป็นห่วงฉันหรอคะ?” ฉินชะงัก “อย่าคิดไปเอง” “ผมแค่ไม่อยากให้คนบริสุทธิ์ต้องเข้ามาเกี่ยวด้วย” อันดายิ้มบาง ๆ “คุณโกหกไม่เก่งเลยนะคะ” ฉินมองเธอ เป็นครั้งแรก ที่มีคนกล้าพูดกับเขาแบบนี้ “คุณหนู” ลินเดินเข้ามา “มีเอกสารส่งมาค่ะ” อันดารับมา ด้านในคือรูปถ่ายเก่าๆ รูปของอเล็กเซย์ อีวาน และ… เชอร์เกย์ ด้านหลังรูปมีข้อความ “คนทรยศไม่ได้อยู่ไกล เขาอยู่ในที่เดียวกัน” ฉินหยิบรูปขึ้นมาสายตาเปลี่ยนไปทันที เพราะในรูปนั้น เชอร์เกย์ไม่ได้ยืนอยู่ด้านหลัง เขายืนข้างอเล็กเซย์ เหมือนคนที่ได้รับความไว้วางใจที่สุด “เขาเป็นคนสนิทของพ่อผม” ฉินพูดเบา ๆ อันดามองเขา “แล้วถ้าเขาทรยศจริง…” ฉินกำรูปแน่น “งั้นสิบปีที่ผ่านมา” เขาหยุด “ผมเกลียดคนผิดมาตลอด” คืนนั้น ที่สำนักงานใหญ่โวลคอฟ มิคาเอลได้รับรายงาน “ฉินเริ่มรู้เรื่องเชอร์เกย์แล้ว” เขาหลับตา “เร็วเกินไป” “จะหยุดเขาไหมครับ?” มิคาเอลเงียบ ก่อนตอบ “ไม่” “อเล็กเซย์เคยเชื่อในตัวเขา” “ฉันอยากรู้เหมือนกัน…” เขามองไปที่รูปข้างผนัง “ว่าลูกชายของเขาจะเลือกเดินเหมือนพ่อหรือเปล่า” ขณะเดียวกัน เชอร์เกย์เปิดแฟ้มเก่าๆอีกครั้ง ข้างในมีเอกสารฉบับหนึ่ง เอกสารที่ยังไม่มีใครเห็น แม้แต่อเล็กเซย์ เขายิ้ม “ฉิน…” “ถ้านายรู้ความจริงทั้งหมด” “นายจะยังปกป้องคนที่นายรักอยู่ไหม?” และในคืนนั้น โดยไม่มีใครรู้ เกมอำนาจครั้งใหม่กำลังเริ่มขึ้น ไม่ใช่ระหว่างศัตรู แต่ระหว่างคนที่เคยเป็นครอบครัวเดียวกันเสียงประตูเหล็กบานมหึมาค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆครืด…เสียงโลหะเสียดสีกันดังก้องไปทั่วโรงงานร้าง ราวกับกำลังต้อนรับผู้มาเยือนสู่ฉากสุดท้ายของเกมที่ดำเนินมายาวนานกว่าสิบปีฉินก้าวเข้าไปเป็นคนแรกสายตาเย็นเฉียบกวาดมองทุกมุมของอาคารอย่างรวดเร็วภายในโรงงานกว้างใหญ่เงียบผิดปกติมีเพียงหลอดไฟนีออนเก่า ๆ ที่กะพริบเป็นจังหวะ สาดแสงสีขาวซีดลงบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยคราบสนิมและรอยที่กัดกินทุกสิ่งด้านหลังเขา…ดมิทรี อีวาน ไนท์ และจิน เคลื่อนตัวเข้าประจำตำแหน่งตามแผนที่วางไว้ไนท์แตะหูฟังสื่อสารเบา ๆ“ทีมเหนือเข้าประจำจุดแล้ว”“ทีมตะวันตกปลอดภัย”“ไม่มีเป้าหมายหลุดออกไป”จินยืนอยู่หลังเสาคอนกรีต ใช้แท็บเล็ตเชื่อมต่อโดรนลาดตระเวนที่บินอยู่เหนืออาคารภาพแผนผังภายในโรงงานค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจุดสีแดงจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วพื้นที่เขาขมวดคิ้วทันที“อย่างน้อยสามสิบห้าคนครับ”“อาวุธครบมือ”“แต่…”จินหยุดนิ่ง ก่อนซูมภาพเข้าไปยังห้องกลางของอาคารจุดสีแดงทั้งหมด…กำลังเคลื่อนตัวออกจากบริเวณนั้นราวกับเปิดพื้นที่ให้ใครบางคน“เหมือนพวกมันตั้งใจเปิดทาง”ดมิทรีจับปืนแน่นขึ้น“ระวังไว้”“นี่ไม่ใช่การซุ่มโจมตีธรรมดา”
ห้องบัญชาการของ Black Raven เงียบกว่าทุกครั้งแม้ภารกิจช่วยอันดาจะสำเร็จ และเธอได้รับการปฐมพยาบาลจนพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่บรรยากาศภายในกลับไม่ได้เต็มไปด้วยความยินดีทุกคนรู้ดีว่า…สงครามยังไม่จบเจ้าหน้าที่ของ Black Raven ยังคงนั่งประจำจอมอนิเตอร์ ถอดรหัสข้อมูลที่กู้คืนมาจากฐานของ EDEN อย่างต่อเนื่องแสงจากหน้าจอหลายสิบจอสะท้อนทั่วห้อง แต่ไม่มีใครละสายตาจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมฉิน…ในมือของเขายังคงถือจดหมายของอเล็กเซย์เหลืออีกเพียงหน้าสุดท้ายหน้าที่เขาไม่กล้าเปิดอ่านมาตลอดนิ้วเรียวยาวลูบผ่านกระดาษเก่าที่เริ่มซีดตามกาลเวลาอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าความทรงจำทั้งหมดจะสลายหายไปพร้อมกับมันรอบโต๊ะประชุม…อีวาน ดมิทรี ไนท์ และจิน ต่างนั่งเงียบ ไม่มีใครเร่งรัด ไม่มีใครพูดอะไรเพราะทุกคนรู้ดีว่า…คำตอบที่ฉินตามหามาตลอดสิบปี กำลังรออยู่ในหน้ากระดาษเพียงแผ่นเดียวฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนค่อย ๆ คลี่กระดาษออกลายมือของอเล็กเซย์ยังคงหนักแน่น แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสิบปีเขาเริ่มอ่านออกเสียงช้า ๆ“ถึงลูกชายของพ่อ…”“เมื่อถึงวันที่ลูกอ่านหน้าสุดท้ายของจดหมายฉบับนี้…”“แปลว่าลูกเดินมาไกลกว
ห้องบัญชาการของ Black Raven ยังคงเงียบสนิทมีเพียงแสงจากจอมอนิเตอร์หลายสิบจอที่สะท้อนบนใบหน้าของทุกคนไมโครฟิล์มจากนาฬิกาพกของอเล็กเซย์ถูกฉายขึ้นบนจอขนาดใหญ่กลางห้องแผนผังองค์กรสีดำค่อย ๆ ปรากฏชัดPROJECT EDENชื่อดังกล่าวอยู่ตรงกลางของแผนผัง ก่อนแตกแขนงออกเป็นหลายหน่วยงานมีทั้งฝ่ายวิจัยฝ่ายรักษาความปลอดภัยฝ่ายลำเลียงและหน่วยปฏิบัติการพิเศษชื่อของเชอร์เกย์เป็นในหนึ่งในหน่วยปฏิบัติการแต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนเงียบลงคือเหนือชื่อของเขา…ยังมีลำดับชั้นอีกหลายระดับส่วนตำแหน่งสูงสุดถูกปิดทับไว้ด้วยแถบสีดำราวกับอเล็กเซย์จงใจไม่ให้ใครรู้ว่าคนที่อยู่บนสุดคือใครฉินจ้องภาพนั้นไม่กะพริบสมองของเขาเริ่มเชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกันคืนที่พ่อเสียชีวิตการทรยศของเชอร์เกย์การลักพาตัวอันดารวมถึงการโจมตีที่โกดัง A-17ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผลแต่เป็นหมากที่ถูกวางไว้ล่วงหน้ามานานหลายปีดมิทรียืนกอดอกอยู่ด้านหลังก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“อเล็กเซย์ไม่ได้เก็บไมโครฟิล์มไว้เพื่อบอกว่าใครเป็นศัตรู”เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนใช้นิ้วชี้ไปยังสัญลักษณ์เล็ก ๆ มุมล่างของแผนผัง“เขากำล
เสียงปืนยังคงดังเป็นระยะจากด้านหน้าโกดังลูกกระสุนเจาะกำแพงคอนกรีตจนเศษปูนแตกกระจายดมิทรียืนประจำตำแหน่งอยู่หน้าทางเดิน มือขวายกปืนขึ้นยิงตอบโต้โดยไม่ลังเลปัง!ชายชุดดำที่กำลังวิ่งเข้ามาทรุดลงทันที“ฉิน!”เสียงอีวานดังขึ้น“ออกทางด้านหลัง!”ฉินพยักหน้า ก่อนเก็บซองจดหมายของอเล็กเซย์ไว้ในเสื้อสูทด้านในอย่างระมัดระวังส่วนกล่องไม้และเอกสารทั้งหมด จินเป็นคนรับหน้าที่ถือไว้ทั้งสี่คนรีบเคลื่อนตัวออกจากห้องลับดมิทรีเป็นคนสุดท้ายที่ถอยออกมาก่อนผลักประตูเหล็กปิดและเลื่อนชั้นเหล็กกลับเข้าที่อย่างรวดเร็ว“ต่อให้พวกมันเข้ามา…”เขาพูดเสียงเรียบ“…ก็จะเสียเวลาอีกพักใหญ่กว่าจะหาห้องนี้เจอ”เสียงระเบิดดังขึ้นจากด้านหน้าโกดังตูม!แสงสีขาวสว่างวาบไปทั่วอาคารตามด้วยเสียงตะโกนของลูกน้องอีวาน“ถอยครับ!”“พวกมันเข้ามาแล้ว!”ดมิทรีหันมองอีวานทั้งสองสบตากันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนอีวานจะพยักหน้า“ไป”ทั้งกลุ่มรีบวิ่งออกทางประตูด้านหลังโกดังด้านนอกเป็นทางเดินแคบที่ถูกต้นไม้รกปกคลุมฝนเมื่อคืนทำให้พื้นเต็มไปด้วยโคลนจินหันกลับไปมองโกดังเสียงปืนยังดังไม่หยุดควันสีเทาค่อย ๆ ลอยขึ้นเหนือหลังคาฉินกำหมัดแ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านม่านหมอกสีเทาเหนือพื้นที่อุตสาหกรรมร้างทางตอนเหนือของเมือง ขบวนรถเอสยูวีสีดำสามคันค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้า ๆ ก่อนหยุดลงริมถนนคอนกรีตที่แตกร้าวตามกาลเวลา เบื้องหน้าคือโกดังเก่าหลังหนึ่ง อาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ถูกเถาวัลย์ปกคลุมแทบทั้งหลัง ป้ายเหล็กที่ขึ้นสนิมยังคงแขวนเอียงอยู่เหนือประตู A-17 ฉินมองตัวอักษรสองตัวนั้นนิ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ นี่คือสถานที่สุดท้าย… ที่พ่อของเขาเคยเข้ามา อีวานก้าวลงจากรถก่อนเป็นคนแรก สายตาของเขากวาดมองพื้นที่โดยรอบอย่างระมัดระวัง แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสิบปี แต่สัญชาตญาณของอดีตมาเฟียยังไม่เคยหายไป “ผิดปกติ…” เขาพูดเบา ๆ ดมิทรีซึ่งยืนอยู่ข้างกันพยักหน้าช้า ๆ “เงียบเกินไป” จินเหลือบมองป่าโปร่งด้านข้างโกดัง ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงแมลง แม้แต่สายลมยังแทบไม่พัดผ่าน บรรยากาศเหมือนเป็นธรรมชาติแต่เงียบสงบเกินไป ฉินขมวดคิ้ว “มีอะไรหรือเปล่าครับ” ดมิทรีไม่ได้ตอบในทันที เขาคุกเข่าลงแตะพื้นดินหน้าประตูโกดัง ปลายนิ้วลูบผ่านโคลนที่ยังชื้นจากฝนเมื่อคืน ก่อนจะยกขึ้นมาดู มีคราบดินสีเข้มติดอยู่เพียงบาง ๆ “มีรถเข
รถเอสยูวีสีดำแล่นฝ่าสายฝนเข้าสู่คฤหาสน์ของอีวานประตูเหล็กบานใหญ่ค่อย ๆ เปิดออกอย่างเงียบๆ ก่อนปิดลง ราวกับตัดโลกภายนอกออกไปโดยสิ้นเชิงฉินมองผ่านกระจกรถทุกอย่างที่นี่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด แม้เขาจะไม่เคยก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้มาก่อนสวนสนถูกตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ น้ำพุหินอ่อนกลางลานยังคงทำงาน ทว่าบรรยากาศกลับเงียบจนผิดปกติไม่มีเสียงพนักงานไม่มีเสียงสนทนามีเพียงชายชุดดำยืนประจำตำแหน่งอยู่ตามจุดต่าง ๆรถหยุดสนิทหน้าตัวอาคารชายวัยกลางคนที่มารับพวกเขาเปิดประตูให้ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ“นายท่านรออยู่ในห้องทำงานครับ”ฉินก้าวลงจากรถโดยไม่ลังเลจินเดินตามมาติด ๆ พลางกวาดสายตามองรอบตัวด้วยความระมัดระวัง“ผมไม่ชอบที่นี่เลยครับ”เขาพูดเบา ๆ“เงียบเกินไป”ฉินพยักหน้า“คนที่ผ่านสงครามมา มักทำให้บ้านเงียบกว่าปกติ”ทั้งสองเดินผ่านโถงทางเดินยาวบนผนังแขวนภาพถ่ายหลายใบส่วนใหญ่เป็นภาพวิวทิวทัศน์และงานศิลปะ ไม่มีภาพครอบครัวแม้แต่ใบเดียวจนกระทั่งฉินหยุดฝีเท้าภาพหนึ่งที่แขวนอยู่สุดทางเดินทำให้เขานิ่งไปเป็นภาพชายสองคนยืนเคียงกันในวัยหนุ่มคนหนึ่งคืออีวานส่วนอีกคน…แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ฉินจ







