หลังจากที่ฉันเผลอเรียกชื่อของนักรบและยืนอึ้งตาค้างเหมือนคนเป็นใบ้อยู่ตรงนี้ประมาณสามวินาทีได้ นักรบที่กำลังยืนจ้องหน้าลูกค้าร้านตัวเองด้วยสายตานิ่งๆ แต่แอบโหดเบาๆ ก็เอ่ยพูดออกมาอีกครั้ง แล้วประเด็นคือมันทำเหมือนฉันไม่ได้มีตัวตนอยู่ตรงนี้อะ
มองข้ามสุดไรสุด!
"ว่าไงครับ จะยังอยากมีเรื่องกันในร้านกูอยู่ไหม" ถามนิ่งๆ แต่น้ำเสียงและสีหน้าขณะที่ใช้มองผู้ชายสองคนที่จะต่อยกันเมื่อกี้ไม่ได้ดูซอฟลงเลยสักนิดโดยเฉพาะคำว่ากูที่ฟังดูดุดันมาก
แถมอารมณ์ที่สัมผัสได้ในตอนนี้ก็แบบว่า เอาดิอยากเปิดก็เปิดเลยแต่เดี๋ยวมันจะแจมด้วย แจมเสร็จมันจะโยนสองคนนี้ลงบ่อจระเข้ต่อด้วย ดูเฉยๆ นะแต่รังสีความโหดผ่านสีหน้าหล่อๆ นิ่งๆ ของมันตอนนี้คือพุ่งกระจายมาก รับรองเลยว่าถ้าสองคนนี้เปิดเมื่อไหร่ มันองค์ลงแน่นอน ยิ่งกว่าองค์เฮดว้ากวิศวะลงอีกบอกเลย
"...ถ้าไม่เปิดก็แยกย้ายไปครับ และถ้าออกไปจากร้านกูได้จะยิ่งดีมาก" นั่น...สะท้านไปถึงขั้วหัวใจเลยไหมล่ะกับสกิลปากคมๆ ของมันนะ แถมไม่สนหัวลูกค้าด้วย เพราะร้านกูกูใหญ่สุด
ด้านลูกค้าหนุ่มสองคนที่เข้ามาจีบฉันก่อนหน้านี้พอโดนนักรบไล่ออกจากร้านไปแล้วก็ยอมเดินคอตกออกไปจากร้านแต่โดยดีโดยที่ไม่แสดงท่าที่ไม่พอใจอะไรออกมา ก็ลองสู้กลับสิ เจ้าของร้านมันยืนเท้าเอวพร้อมกระทืบขนาดนี้
"สร้างปัญหาเก่งจังนะเธออะ" ทันทีที่ได้รับน้ำเสียงเชือดเฉือนมาจากอีตาบ้านักรบ ฉันก็ละสายตาจากสองหนุ่มที่กำลังเดินออกไปจากร้านทันทีก่อนจะปรายตามองเขม็งใส่มันตาขวางกลับไป
"ใครสร้างปัญหาไม่ทราบ พูดดีๆ นะ ฉันอยู่ของฉันดีๆ สองคนนั้นเขาเดินเข้ามาหาฉันเองต่างหาก"
"จะบอกว่าตัวเองสวยว่างั้นเถอะ" เอ้า ไอ้นี่ พูดแบบนี้หมายความว่าไงอะ ถ้าฉันไม่สวยบาดตาบาดใจ ผู้ชายสองคนนั้นจะเดินเข้ามาทักทายฉันไหม ตัวเองรสนิยมไม่ดีแล้วมาพูดจาห่วยๆ แบบนี้เหรอ
"ไม่สวยจริงผู้ชายสองคนนั้นจะรุมเข้ามาหาฉันไหม" ว่าจบฉันก็สะบัดผมไปด้านหลังด้วยจริตคนสวยหนึ่งทีก่อนจะขยับเข้าไปใกล้นักรบแล้วเด้งหน้าอกตูมๆ ของตัวเองใส่นักรบอย่างที่เคยทำที่ห้องอีกครั้ง
แต่ดูหมอนี้มันทำหน้าทำตาเอาเถอะ ทำเป็นกระเถิบหน้าหนีไม่มองหน้าอกของฉัน เฮอะ แล้วนอกจากมันจะทำเป็นไม่สนใจหน้าอกของฉันแล้ว มันยังแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายใส่ฉันอีกด้วย ให้ตายเถอะ
เดี๋ยวเถอะ! ถ้าฉันมีโอกาสล้มใส่มันอีกครั้งนะ ฉันจะเอาหน้าอกทับหน้ามันให้ขาดอากาศหายใจเลยคอยดู!
"เธอมากับใคร" หลังจากเงียบไปสักพัก จู่ๆ นักรบก็เอ่ยถามฉันว่ามากับใคร ฉันที่เงียบไปก่อนหน้านี้เลยต้องช้อนตาขึ้นไปสบตากับมันแวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยสีหน้าเจือความสงสัย "มากับยัยเฟิร์น ถามทำไมอะ" แต่เดี๋ยวก่อนนะ คืนนี้นักรบมันดูเครียดๆ นะ เหมือนมันกำลังมีปัญหาอะไรบางอย่างอะ ไม่สิ เหมือนมีคนมาสร้างปัญหาให้มันอะหน้าตาถึงได้ดูตึงๆ แบบนี้
"มารถคันเดียวกันหรือเปล่า" อะไรของมันเนี่ย ถามแบบนี้คิดจะมาจี้รถของฉันหรือไง
"เปล่า มาคนละคันกัน นี่นายถามแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าเนี่ย" ฉันเริ่มชักจะไม่แน่ใจแล้วนะ
"ไปกับฉันหน่อย" นั่นไง...ว่าจบนักรบก็ไม่ทิ้งช่วงให้ฉันได้คิดหรือให้คำตอบมันเลย มันเล่นฉุดข้อมือฉันแล้วพาเดินออกจากหลังร้านไปเลย แถมมันยังดึงกระเป๋าจากไหล่ของฉันไปค้นกุญแจรถเองด้วย พอได้กุญแจรถเสร็จมันก็ไม่รอช้ารีบสตาร์ทรถพาฉันออกไปจากบริเวณร้านของมันทันที
นี่มันจะรีบไปไหนเนี่ย แล้วประเด็นคือ ฉันยังไม่ได้บอกยัยใบเฟิร์นเลยนะว่าฉันออกมาจากร้านแล้วอะ
"นี่ ถามหน่อยเถอะ นายจะไปไหนแล้วทำไมต้องลากฉันไปด้วย อีกอย่างนายลากฉันนั่งรถออกมาแบบนี้ ฉันยังไม่ได้บอกยัยใบเฟิร์นเลยนะ"
"ฉันมีเรื่องต้องไปเคลียร์ที่ผับ เธอส่งข้อความไปบอกใบเฟิร์นละกัน" มีเรื่องต้องไปเคลียร์? แล้วทำไมไม่ไปกับรถตัวเองล่ะ มาลากฉันไปด้วยทำไม เฮลโล่~
"แล้วทำไมนายไม่ขับรถตัวเองไปล่ะ"
"น้ำตาลมายืมรถฉันไปใช้เมื่อกี้เอง รถยัยนั่นเสีย" ฉันก็เลยต้องเป็นยัยคนสวยที่ซวยต้องมานั่งรถไปที่ผับกับมันสินะ เหอะ พระเจ้ากำลังจะสร้างโมเม้นท์อะไรให้ฉันไม่ทราบ?
อ่อ แล้วน้ำตาลที่ว่านะ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกเป็นน้องสาวของนักรบเอง น้องน้ำตาลเรียนอยู่ชั้นปีที่หนึ่งคณะแพทย์เป็นเพื่อนกับยัยแพรวาน้องสาวยัยพราวฟ้า จะบอกว่าน้องสาวของนักรบสวยมากแล้วก็แสบมากด้วยพอๆ กับยัยแพรวาน้องสาวพราวฟ้าเลยล่ะ
"แล้วฉันก็ต้องมาซวยนั่งรถไปกับนายสินะ" ฉันว่าพร้อมกลอกตามองบนด้วยสีหน้าเซ็งจัดอย่างเปิดเผย นักรบที่ได้ยินแบบนั้นก็เลยหันมามองหน้าฉันแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปตั้งใจขับรถต่อ...
"ก็จะได้กลับพร้อมกันไง อีกอย่างเธอยังไม่รู้รหัสห้องของฉัน กลับพร้อมกันนั่นแหละดีแล้ว" ดีกับผีนะสิ อยู่ใกล้ชิดกับคนแบบมันนะไม่มีอะไรดีหรอก อย่างที่เห็นจะๆ ตอนนี้เลยก็คือ ฉันต้องมานั่งเสียเวลานั่งรถไปกับมันเนี่ย ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันเลย ที่สำคัญฉันไม่รู้รหัสห้องของมันฉันโทรถามเอาก็ได้ปะ ไม่เห็นจะต้องนั่งรถกลับด้วยกันแบบนี้ก็ได้มั้ง ขนลุก!
"ก็โทรถามได้ไหมล่ะ แต่ช่างมันเถอะ" ตอนแรกก็กะว่าจะพูดยาวกว่านี้แต่ก็คิดได้ว่าไม่น่าจะมีประโยชน์อะไรก็เลยหยุดไปแค่นั้น ก่อนจะนั่งกอดอกตัวเองมองข้างทางผ่านกระจกกั้นระหว่างฉันกับวิวกลางคืนข้างนอกแทน ส่วนนักรบมันก็เงียบไปแค่นั้นเช่นกัน ต่างคนต่างเงียบในพื้นที่ของตัวเองไปสักพักใหญ่ๆ แต่อยู่ๆ สมองของฉันก็ดันมีคำถามเกี่ยวกับร้านเหล้าของนักรบก่อนหน้านี้ขึ้นมาดื้อๆ ก็เลยต้องขยับตัวหันไปคุยกับมันอีกครั้ง
"ว่าแต่ร้านเหล้านั่นเป็นของนายจริงๆ เหรอ"
"อืม ถามทำไม"
"แล้วผับที่อาทามให้นายดูแลก็ยังดูแลอยู่ใช่ไหม" อ่า...ใช่ทุกคนคงยังไม่ทราบว่านักรบมันมีผับที่เป็นกิจการของครอบครัวด้วยแต่ตอนนี้มันเป็นคนดูแล เนื่องจากอาทามไทจะใช้ชีวิตอยู่ภาคเหนือเสียส่วนใหญ่ นานๆ ทีจะมาที่กรุงเทพฯ กิจการส่วนใหญ่ของที่นี่นักรบเลยเป็นคนได้รับอำนาจในการเข้าไปดูแลแทน
"อืม"
"เฮอะ นี่นายไม่เหนื่อยบ้างเหรอ ตัวเองก็ยังต้องเรียนแล้วไหนยังต้องเข้าไปคุมกิจการอีก แล้วไม่ใช่แค่ที่เดียวด้วยนะหลายที่มากทั้งผับทั้งร้านเหล้า เอาเวลาที่ไหนมานอนมาพักเนี่ย"
อันนี้จริงจัง ฉันโคตรจะไม่เข้าใจเลยว่ามันจะขยันเปิดธุรกิจอะไรเยอะแยะขนาดนั้น ไอ้ผับที่บอกไปก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีที่เดียวนะคะ มันมีหลายที่มาก แล้วไหนจะร้านเหล้าที่มันเพิ่งเปิดอีก เอาเวลาไหนมาพักผ่อนอะ ถามหน่อย!
"บ่นเหมือนเป็นห่วงฉันเลยนะ" โอ้วมายก๊อด! นี่ฉันแสดงออกไปแบบนั้นเหรอ ฉันไม่ได้เป็นห่วงไอ้เส็งเคร็งอย่างมันสักหน่อยแค่สงสัยเฉยๆ เถอะว่าเอาเวลาที่ไหนไปพักผ่อนเท่านั้นเอง
"ไม่ได้เป็นห่วงยะ ฉันแค่ถามเฉยๆ"
"ฉันก็เอาเวลาตอนเช้าที่เธอรบกวนไปนั่นแหละมาพักผ่อน" นั่น! ไม่น่าถามออกไปเลยยัยลูกพีชเอ้ย เข้าตัวเองเฉยเลย แล้วไม่พอแค่นั้นนะพอฉันจะหันไปมองนักรบฉันก็ต้องชะงักกับสายตานิ่งๆ ของมันที่หันมาจ้องฉันอยู่แล้วตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้
ไอ้บ้าเอ้ยตกใจหมด!
"ขอโทษได้ไหมล่ะ"
"ไม่ ฉันไม่อภัยให้ใครง่ายๆ เธอก็รู้" เจ้าคิดเจ้าแค้น! เรื่องเล็กน้อยเถอะไม่เห็นจะต้องอาฆาตแค้นกันเลย อีกอย่างฉันก็โดนทำโทษไปแล้วไง ที่ต้องไปอยู่ห้องมันแทนอะ
เพราะฉะนั้นก็เรื่องของมันเถอะ
"งั้นก็เรื่องของนาย" ว่าจบฉันก็ขยับตัวหันไปด้านข้างที่เป็นกระจกรถเพื่อชมวิวกลางคืนอีกครั้ง เลิกต่อปากต่อคำไปแค่นั้น