Rrrr
ครืดดด~ ครืดดดด~
ครืดดดด~ ครืดดดด~
"อื้อ โทรศัพท์อยู่ไหนเนี่ย" ฉันงัวเงียตื่นพลางควานหาโทรศัพท์มือถือที่กำลังดังรบกวนการหลับนอนของฉันตอนนี้ พอควานหาเจอก็หยิบขึ้นมาดูว่าใครโทรมา...
"ใบเฟิร์น" พอรู้ว่าใครโทรมา ฉันก็พึมพำชื่อของเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มที่โชว์อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ออกมา ก่อนที่จะกดรับสายมันด้วยสภาพที่ยังง่วงนอนไม่หาย คือเมื่อเช้าเสียพลังงานไปกับตาบ้านักรบเยอะไง สภาพเลยเป็นอย่างที่เห็น ง่วงนอนมาก
"อืม ว่าไง"
"นี่นอนอยู่เหรอ"
"อืม มีไรป่าว" ปากขยับตอบปลายสายนะแต่ตานี่ลืมแทบจะไม่ขึ้นเลย ง่วงนอนมาก
"มี คือว่าฉันเบื่ออะแล้วก็เหงาด้วย คืนนี้ไปร้านเหล้าหลังมอกันไหม"
"ร้านเหล้าเหรอ?" ฉันลืมตาขึ้นทันทีที่ได้ยินยัยใบเฟิร์นมันชวนไปร้านเหล้า จากที่ง่วงนอนคือตาสว่างจ้าไปเลยค่ะ เรื่องเที่ยวกลางคืนนี่ของชอบฉันเลย ยิ่งเป็นผับเป็นร้านเหล้านะ หืม~ ลาภปากเพราะผู้ชายหล่อๆ มันนั่งกันให้ควั่ก! ยัยลูกพีชคนนี้ชอบมองมาก
"อืม ไปปะ?"
"ผู้ชายเยอะไหม ไอ้ร้านเหล้าหลังมอที่ว่าอะ" ไอ้ฉันก็เป็นพวกชัดเจนในเรื่องผลประโยชน์ด้วยไง ก็เลยต้องถามให้ชัวร์ก่อนจะได้ตัดสินใจตอบถูกว่าจะไปหรือจะนอนต่อดี
"ผู้ชายเหรอ ก็น่าจะเยอะนะ อีกอย่างร้านที่ว่าก็เป็นร้านเปิดใหม่ด้วย คนน่าจะเยอะและผู้ชายก็น่าจะเยอะด้วย" คำตอบโอเคมีเหตุผล "งั้นโอเค ไป" ใช่ค่ะ ถ้าคำตอบชัดเจนว่ามีผู้ชายเยอะ ฉันเซเยสหมดแหละ เพราะผู้หญิงอย่างเราๆ ที่เลือกไปนั่งร้านเหล้าก็เพราะอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะไปมองผู้ชายเท่ๆ นั่งดื่มเหล้ากัน
อีกอย่างฉันก็เป็นพวกชัดเจนในความรู้สึกของตัวเองด้วย ดูระริกระรี้ ก็ใช่ไงคะ ฉันระริกระรี้ค่ะ เป็นคนระริกระรี้ไม่เรียบร้อยอ่อนหวานนะคะ ไม่อ่อนโยนค่ะ เป็นผู้หญิงที่ด่ามาฉันด่ากลับให้ลืมบ้านเกิดเท่านั้นค่ะ ฉันสู้ยิบตาฟันต่อฟัน ใครคิดจะมาสู้กับฉันไปศึกษาประวัติฉันก่อน ถึงหน้าตาจะออกสวยหวานนิดๆ ชื่อน่ารักน่ากิน แต่ฉันปากแซ่บมากค่ะ
"ดิว...แล้วยัยฟ้าอะจะชวนมันไปปะ เผื่อมันอยากไปด้วย" ยัยฟ้าเหรอ? ฉันนอนใช้ความคิดแป๊บหนึ่งเมื่อนึกถึงยัยพราวฟ้า คือว่าฉันก็อยากชวนยัยฟ้ามันไปนะ แต่เมื่อเช้าฉันเพิ่งโดนมาร์ตินมันเขม็งมาเองอะ อย่าเพิ่งชวนมันดีกว่า
งั้นพับยัยนั้นไว้ที่ห้องผัวมันนั่นแหละ ให้มันนอนกอดผัวมาเฟียของมันไปเถอะ คนอื่นจะได้ไม่ลำบากด้วย
"ค่อยชวนยัยนั่นไปวันอื่นละกัน คืนนี้เราไปเช็กอินกันก่อน" ฉันตอบยัยใบเฟิร์นกลับไป
"อืมโอเค งั้นสองทุ่มเจอกันนะ" ได้ยินเวลานัดหมายจากใบเฟิร์นเสร็จฉันก็รับทราบอย่างเรียบร้อย "เค" ก่อนจะกดวางสายในเวลาต่อมา แล้วพอกดวางสายปุ๊บเวลามันก็จะขึ้นมาให้เราเห็นบนหน้าจอโทรศัพท์ทันที ฉันเห็นปุ๊บถึงกับเบิกตาโพลงเลยทีเดียวเพราะตอนนี้มันหนึ่งทุ่มแล้วยังไงล่ะ
บ้าจริงนี่ฉันนอนมาราธอนกันหรือไงนะ คือนอนตั้งแต่บ่ายโมงจนเวลาล่วงเลยมาถึงหนึ่งทุ่มเลยเหรอ ข้าวเที่ยงก็ยังไม่ได้กินเลยอะ แต่ช่างมันเถอะค่อยออกไปหาอะไรกินตอนออกไปข้างนอกคืนนี้ละกัน ส่วนตอนนี้รีบลุกไปอาบน้ำก่อนดีกว่า
คิดได้ดังนั้นแล้วฉันก็ไม่นอนอืดอยู่บนเตียงต่อ รีบลุกขึ้นออกจากเตียงเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที เพราะอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าก็จะถึงเวลานัดกับยัยใบเฟิร์นแล้วด้วย เพราะฉะนั้นฉันต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้เท่านั้น!
.
.
20.00น.
ติ๊ง!
ลูกพีช : แกเสร็จยัง
ใบเฟร์น : เสร็จแล้ว กำลังจะขับรถออกไป
ลูกพีช : เค งั้นส่งโลเคชั่นมาพลางๆ ละกัน ไว้ไปเจอกันที่ร้าน
ใบเฟิร์น : เค เจอกัน
หลังจากที่ฉันส่งข้อความคุยกับใบเฟิร์นเสร็จ ฉันก็หยิบกระเป๋าที่เตรียมไว้ขึ้นมาสะพายไหล่ ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูห้องนอน เปิดออกแล้วเดินออกไปเพื่อมุ่งตรงไปที่ประตูใหญ่ แต่ระหว่างทางที่กำลังเดินผ่านห้องโถงใหญ่ จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าห้องมันเงียบแปลกๆ เหมือนไม่มีใครอยู่เลย
ไอ้ใครที่ว่าก็คือไอ้บ้านักรบนั่นแหละ ใช่ ฉันคิดว่าตอนนี้เหมือนมันเองก็ไม่ได้อยู่ในห้องแห่งนี้ แล้วมันไปไหนล่ะ ไปผับเหรอ หรือไปเที่ยว หรือไปอึ๊บสาว แต่เดี๋ยวนะแล้วฉันจะไปสงสัยอะไรกับเรื่องของมันด้วยเนี่ย มันจะไปที่ไหน อึ๊บใครมันก็เรื่องของไอ้บ้านั่นหรือเปล่า?
ใช่ มันเป็นเรื่องของไอ้บ้านั่นไม่ใช่เรื่องของฉัน เพราะฉะนั้นแยกย้ายค่ะ ไปหาความสุขใส่ตัวดีกว่า...
คิดได้ดังนั้นแล้วฉันก็ไม่รอช้าคิดมากทำเพลงบรรเลงให้เสียเวลาอีก รีบเดินตรงไปที่ทางออกของห้องแล้วพุ่งตรงลงไปที่ชั้นจอดรถวีไอพีที่มีแค่พวกฉันจอดได้ทันที จากนั้นก็ขับรถเดินทางไปตามโลเคชั่นที่ยัยใบเฟิร์นมันแอบส่งมาก่อนหน้านี้...
ฉันใช้เวลาขับรถไม่นานก็ถึงที่หมายตามที่แมพมันพาฉันมา และทันทีที่ถึงร้านฉันก็ลงจากรถมองร้านเหล้าที่ยัยใบเฟิร์นว่าด้วยสายตาและความรู้สึกเป็นประกายอย่างถูกใจ "เลือกร้านได้ไม่เลวแฮะยัยเฟิร์น"
ใช่แล้ว ความหมายประโยคที่ฉันพูดคือตามนั้นเลย ร้านที่ยัยใบเฟิร์นเลือกมามันไม่เลวเลยละ ร้านค่อนข้างที่จะดีและน่ามาเที่ยวมาก เจ้าของเทสดีนะว่าไม่ได้ เป็นร้านเหล้ากึ่งบาร์ที่แบบมีความลัคชูรี่เบาๆ ฟิลลูกคุณเบื่อๆ มานั่งเมาท์กันประมาณนั้น แต่เป็นร้านเหล้านะอะไรประมาณนี้
ฉันชอบนะ รู้สึกถูกชะตากับร้านนี้ดี บรรยากาศร้านมันได้อะ มันโอเคไปหมดที่สำคัญนะวันไหนที่อกหักขึ้นมา ขับรถมาซดเหล้าร้านนี้ได้เลย อารมณ์มันได้อะ
"พีช!"
ขวับ!
"ยัยเฟิร์น" ฉันกำลังยืนชื่นชมภาพบรรยากาศของร้านอย่างเพลิดเพลินแต่หูได้ยินคนเรียกชื่อตัวเองซะก่อน ก็เลยหันหน้าไปดูว่าใครเรียก ก่อนจะพบว่าคนที่เรียกก็คือยัยใบเฟิร์นที่เพิ่งจอดรถเสร็จและกำลังเดินมาหาฉันนั่นเอง
ค่ะ นัดฉันมาสองทุ่มแต่มันมาถึงสองทุ่มสามสิบ คนไทยแท้อะเนอะ
"สายไปตั้งสามสิบนาที คืนนี้คุณมึงเลี้ยงนะคะ"
"เอางั้นเลยเหรอ ได้สิไม่มีปัญหาอยู่แล้ว" นี่ค่ะ มันต้องเริ่ดสะแมนแตนแบบนี้ค่ะ รู้ตัวและไม่ปฏิเสธความผิดของตัวเองค่อยน่าคบหากันหน่อย
"เริ่ดมากค่ะสาว ไปค่ะ ฉันอยากเข้าไปชมในร้านแล้ว"
"ดูแกตื่นเต้นกับร้านนี้นะ"
"ร้านมันถูกจริตฉันพอดีอะ ก็เลยสนใจเป็นพิเศษ" คือมันถูกจริตฉันจริงๆ นะ แบบว่าค่อนข้างที่จะพอใจมากๆ เลยละ
"อ่อ...งั้นรีบไปกันเถอะ" ใบเฟิร์นตอบฉันเสร็จมันก็ควงแขนฉันแล้วพากันเดินเข้าร้านทันที
และในทันทีที่ฉันย่างกรายเข้าไปในร้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ตามคาดเลยค่ะ...ผู้ชายเยอะมาก นั่งกันให้ควั่ก ที่สำคัญหน้าตาแต่ละคนนี้คืออาหารตาดีๆ นี่เอง คือมันเหมือนศูนย์รวมความหล่อของจักรวาลอะ
ที่สำคัญอีกข้อหนึ่งคือ หนุ่มๆ พวกนี้อยู่ในวัยนักศึกษาประมาณแปดสิบเปอร์เซ็นต์ และเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนด้วย เพราะดูจากรถหรูๆ ที่จอดเรียงกันเป็นแถวข้างนอกนั่นแล้ว ส่วนใหญ่เป็นคันเดียวกันกับที่ฉันเคยเห็นในมหาวิทยาลัยของตัวเองเลย แต่เอาจริงๆ มันก็ไม่แปลกอะไรหรอกเพราะร้านนี้มันก็เปิดอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนนี่เนอะ
"คนเยอะดีนะแก โดยเฉพาะหนุ่มๆ" หลังจากที่ฉันกับใบเฟิร์นได้โต๊ะนั่งแล้ว ยัยใบเฟิร์นที่นั่งลงพร้อมกับฉันก็พูดขึ้นพร้อมกับปรายตามองไปรอบๆ ร้านด้วยสายตาเป็นประกายอย่างตื่นเต้นเบาๆ ฉันที่ได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้นจึงยิ้มกริ่มบางๆ ออกไปอย่างรู้กัน
เนี่ย เวลาคนโสดมันมาอยู่ด้วยกันความอิสระทางสายตามันก็จะประมาณนี้ จะมอง จะยิ้มให้ใครมันก็คล่องตัวไปหมด ไม่เหมือนยัยพราวฟ้าที่แค่มีคนเดินเข้ามาคุยด้วยผู้ชายคนนั้นก็โดนหิ้วปีกออกไปละ ผัวหวงเป็นบ้า!
แต่ก็น่าสงสารมันนะมีผัวไวอดมีความสุขกับพวกฉันเลย
"สั่งก่อนไหมแก"
"อืม เอาเลย" ฉันตอบเพื่อนกลับไป ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดกล้องเซลฟี่ตัวเองไปพลางๆ เซลฟี่ไปเรื่อยจนยัยเฟิร์นออเดอร์เสร็จแล้วฉันก็ยังไม่หยุดถ่ายรูปตัวเองเลยอะ แต่สุดท้ายฉันก็ต้องหยุดเมื่อจู่ๆ ก็มีหนุ่มหล่อสูงยาวเข่าดี คือหน้าตาหล่อแบบพระเอกเกาหลีเกาใจมาก เขาเดินเข้ามาหยุดที่โต๊ะของพวกฉันจากนั้นก็พูดบางอย่างกับฉันออกมา
"คุณสวยจังเลยครับ จะเป็นไรไหมครับถ้าผมจะขออนุญาตนั่งร่วมโต๊ะด้วยคน" ทันทีที่ฟังพ่อหนุ่มคนหล่อพูดจบฉันก็แอบเหลือบมองเพื่อนสนิทอย่างใบเฟิร์นที่นั่งตรงข้ามด้วยสีหน้ายิ้มกริ่มทันที ก่อนจะเรียกสายตากลับไปมองพ่อหนุ่มตัวสูงตรงหน้าอีกครั้ง
"ได้สิคะ เชิญนั่งเลยค่ะ" พอฉันเชิญคุณผู้ชายท่านนี้เสร็จเขาก็เผยรอยยิ้มให้ฉัน ก่อนจะนั่งลงแล้วพูดคุยกันตามประสาคนเพิ่งรู้จักกันในเวลาต่อมา และแน่นอนว่าในระหว่างที่เราพวกเรานั่งจิบแอลกอฮอล์ที่ไม่แรงมากนักพร้อมๆ กับฟังดนตรีสดอยู่นั่น จู่ๆ ฉันก็เหมือนกำลังถูกจีบจากพ่อหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาซะแล้ว
เขากำลังจ้องฉันด้วยนัยน์ตาเป็นประกายอย่างเปิดเผย เหมือนสนใจฉันและอยากจะทำความรู้จักกับฉันมากกว่านี้ คือภาษากายของเขามันชัดเจนมาก ฉันที่สัมผัสได้แบบนั้นจึงละสายตาจากเขาแล้วแอบส่งสายตาและรอยยิ้มมีนัยไปให้ใบเฟิร์นเงียบๆ ก่อนจะเรียกสายตากลับมามองคนที่กำลังพูดคุยกับฉันอย่างพ่อหนุ่มหน้าหล่อคนนี้ต่อ ใบเฟิร์นที่เห็นท่าทางนี้ของฉันมันก็เลยอดกลั้นขำไม่ได้ก็เลยต้องแอบหัวเราะเบาๆ
ดูเอาเถอะแทนที่มันจะช่วยฉันก่อน ยัยบ้าเอ้ย!
แล้วที่มันหัวเราะแบบนั้น คือมันรู้ไงว่าฉันเกมแล้ว เกมที่ว่าก็คือผู้ชายตกหลุมรักฉันเข้าแล้วและพร้อมที่จะพลีชีพเพื่อฉันมาก แต่ฉัน! ฉันดันไม่ชอบอะไรที่มันเข้าถึงง่ายอย่างเช่นสถานการณ์ตอนนี้
ใช่ ฉันไม่ชอบอะไรที่มันง่าย เพราะมันไม่ตื่นเต้น ถ้าจะจีบหรือรักใครสักคน ฉันขอผู้ชายแบบ ปากร้ายๆ เลวๆ เข้าถึงยาก เย็นชา แบบว่าต้องให้ฉันดิ้นรนในการเข้าหาอะ อยากได้ฟิลความลำบากมากกว่าความสบาย ไม่เอาแบบนี้ที่นั่งเฉยๆ ผู้ชายก็พร้อมสยบให้แล้ว มันไม่เร้าใจฉันค่ะ
"เดี๋ยวพีชขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ" เอาว่ะ ฉันขอตัวหนีไปเข้าห้องน้ำก่อนละกัน ไม่ไหวจริงๆ ฉันไม่ชอบสายตาสื่อความหมายแบบนั้นของคนตรงหน้าตอนนี้เลย มันขนลุก
"เชิญครับ ว่าแต่จะให้ผมไปเป็นเพื่อนไหมครับ"
"โอ้ว ไม่เป็นไรเลยค่ะ พีชไปเองคนเดียวได้ค่ะ" ฉันรีบยกมือปฏิเสธแทบไม่ทันอะ จะบ้าตาย!
"ครับ"
พอคุณเขาตอบว่าครับ ฉันก็รีบชิ่งเดินหนีไปเข้าห้องน้ำทันที รอดแล้วฉันรอดแล้ว เฮ้อ! ไม่คิดว่าการมานั่งร้านเหล้าครั้งแรกในชีวิตจะถูกจีบง่ายขนาดนี้ ปกติไปเที่ยวแต่ผับโดนจีบยากมาก แต่พอมาร้านเหล้าคือผู้ชายเข้าหาง่ายซะงั้น งงมากแม่
หลังจากที่ฉันทำธุระในห้องน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาจากห้องน้ำกำลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะ แต่อยู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อมีผู้ชายคนใหม่เดินเข้ามาทักทายฉันแต่ฉันยังไม่ทันจะได้อ้าปากทักทายกลับเลยไอ้คุณพี่ผู้ชายที่นั่งโต๊ะฉันเมื่อกี้ก็เดินเข้ามาผลักอกผู้ชายคนใหม่ที่กำลังยืนตรงหน้าฉันแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอะ
"เฮ้ย! นี่มึงกำลังจีบเด็กกูอยู่เหรอวะ" อะไรกันเนี่ย ฉันไปเป็นเด็กคุณพี่ตอนไหนคะเนี่ย
"ก็แค่เด็กแต่ยังไม่ใช่เมียมึงถูกไหม งั้นกูก็มีสิทธิ์จีบเว้ย" เอ้า คนใหม่ก็ไม่เบา ตอบกลับไปแบบนั้นมีหวังได้วางมวยกันแน่ๆ
"พูดแบบนี้ มึงจะเอาใช่ไหม" นั่นไง
"หึ อยากลองก็เข้ามาดิว่ะ"
เอาแล้วไงนี่ปัญหามันเกิดมาจากฉันใช่ไหมเนี่ย โอ้ยอย่าเพิ่งตีกันเลยค่า ฉันกลัวเจ้าของร้านมันจะกระทืบเอา
"อะ เอ่อ...หยุดก่อนเถอะนะคะ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ" ฉันว่าพร้อมขยับเข้าไปห้ามผู้ชายทั้งสองคนไม่ให้มีเรื่องกัน แต่ผู้ชายที่มาใหม่เมื่อกี้เขาหัวร้อนมากก็เลยปัดมือของฉันออกจนหลังมือพี่แกเกือบจะฟาดหน้าฉันอะ
"เรื่องอะไรผมต้องเย็น ไอ้เวรนี่มันห้าวใส่ผมก่อนนะ" ค่ะพี่หนูรู้ค่ะ
"แล้วไงว่ะ จะเอาก็เปิดมาดี้" แต่คนเก่านี่ก็ใช่ย่อย จุดไฟดีฉิบเป๋ง โอ้ยลูกพีชเครียดใครก็ได้มาช่วยฉันที!
"จะเปิดที่ไหนก็เปิดได้แต่ต้องไม่ใช่ที่ร้านกูดิครับคุณลูกค้า"
ขวับ!
ฉันหันขวับมองตามเสียงที่ได้ยินเมื่อกี้ทันทีที่รู้สึกว่าน้ำเสียงโทนทุ้มๆ นิ่งๆ แต่ติดเยือกเย็นแบบที่ไอ้พวกพี่ว้ากชอบใช้มันคุ้นหูเหมือนใครสักคนหนึ่งที่รู้จัก! และใช่ค่ะ ทันทีที่ร่างสูงปรากฏเหนือความมืดสลัวจากทางเดินของร้าน ฉันก็อึ้งตาค้างไปเลยเพราะมันใช่ตามที่ฉันคิดไว้จริงๆ ด้วย
"นักรบ!" ใช่แล้วไอ้คนที่ฉันคิดไว้เมื่อกี้มันคือนักรบจริงๆ ด้วย แต่เดี๋ยวนะเมื่อกี้หมอนี้พูดว่าร้านผมเหรอ? ร้านผมที่ว่าหมายถึงร้านนี้เป็นของมันใช่ไหม
นี่ฉันมาเที่ยวร้านตาบ้านนี้เหรอ? แล้วก่อนหน้านี้ที่จะเข้าร้านฉันก็เผลอชมไปซะเยอะด้วยสิ โอ้ยฉันจะบ้าตายรายวัน ทำไมชีวิตของฉันไม่เคยพ้นไปจากมันสักทีนะ!