เข้าสู่ระบบท่ามกลางแมกไม้หนาทึบและเสียงแมลงกลางคืน เซฟเฮาส์รูปทรงกล่องสี่เหลี่ยมถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติด้วยการติดตั้งกระจกกันกระสุนทั้งหลัง ไม่มีแสงไฟสว่างจ้าออกมาภายนอก มีเพียงแสงไฟวอร์มไลท์สลัวส่องเฉพาะจุดตามแนวทางเดินหินแกรนิต
ชาลิสาซ่อนโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่า ๆ ไว้ใต้หมอน รอจนกระทั่งยามค่ำคืนมาเยือน เสียงเดินตรวจการณ์ของลูกน้องนายพันโทลอว์สันก็เงียบลง
ชาลิสาหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยใจที่เต้น ตึก ตึก ทั้งรู้สึกกลัวและตื่นเต้น ขณะจ้องมองมันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความมุ่งมั่น แม้จะรู้ว่านี่ไม่ใช่การช่วยเหลืออย่างบริสุทธิ์ใจ และเธออาจเป็นเหยื่อล่อที่ถูกโยนเข้ามาให้เธอเล่นเอง
เธอพยายามเปิดเครื่องและค้นหาข้อมูลที่เคยรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ และค้นพบข้อมูลใหม่ ๆ ที่ถูกใส่เข้ามาในเครื่อง โดยมีแค่ 'ชื่อรหัส' ของภารกิจลับที่เขาคนนั้นเคยทำ: "ปฏิบัติการแทนทาลัส"
"Tantalus... ชื่อเทพที่ถูกลงโทษให้ยืนในน้ำดื่มที่ดื่มไม่ได้ และอยู่ใต้ผลไม้ที่เอื้อมไม่ถึง...นี่มันชื่อภารกิจหรือชีวิตของใครกันแน่?" ชาลิสาพูดเบา ๆ กับตัวเองขณะพิมพ์ค้นหา
และในที่สุดเธอก็ค้นพบชื่อ ลอว์สัน ปรากฏในรายงานภารกิจนั้นในฐานะ หัวหน้าทีมปฏิบัติการ แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือชื่อของ พันเอก นิธิป ก็ปรากฏอยู่ในเอกสารลับนั้นเช่นกัน..ในฐานะผู้บัญชาการระดับสูง
"นิธิป... ไม่ใช่แค่ลอว์สัน... นี่มันคือเรื่องราวของทหารระดับสูงที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดงั้นเหรอ?" ชาลิสายิ่งค้นหัวใจก็เริ่มเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและตกใจกับข้อมูลใหม่ตรงหน้า
ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็มีข้อความใหม่แจ้งเตือนเข้ามา จากเบอร์ที่ไม่ระบุชื่อ
'หยุดค้นหาข้อมูลภารกิจ Tantalus. เดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากตกอยู่ในอันตราย'
‘บอกฉันมาว่า Tantalus คืออะไร? และเกี่ยวข้องอะไรกับพันเอก นิธิป..นี่ใช่คนที่ส่งคุณมาไหม?'
ชาลิสารู้สึกตื่นเต้นจนเผลอกัดนิ้วมือในขณะที่ตั้งตารอข้อความตอบกลับอยู่หลายนาที
'นิธิปคือคนที่หน้าเนื้อใจเสือ ทำทุกอย่างเพื่ออำนาจแม้งานนั้นจะสกปรกก็ตาม. และถ้าเธออยากรอด... อย่าถามฉัน'
ชาลิสากำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีด คำพูดนั้นไม่ได้ให้ข้อมูลตรงไปตรงมา ทำเอารู้สึกปวดที่ขมับจนต้องยกมือมานวดคลึง
ทันใดนั้นเสียงปลดล็อกประตูห้องก็ดังขึ้นฉับพลัน ทำเอาชาลิสาตกใจจนทำโทรศัพท์หลุดมือ! พร้อมกับลอว์สันที่สาวเท้าก้าวเข้ามาในห้องทันที แววตาคมกริบของเขาสแกนไปทั่วห้องอย่างระแวดระวัง
"ทำไมยังไม่นอน? หรือกำลังทำตัวเป็นนักสืบแทนนักข่าวอยู่?"
"ฉันแค่นอนไม่หลับ! ห้องนี้มันดูอึดอัดเกินไป!" ชาลิสารีบลุกขึ้นยืนพลางพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น พันโทเดินเข้ามาใกล้และจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ทำให้ชาลิสาแทบจะทรุดลงไปกับพื้น เมื่อเห็นสายตาที่ดูไม่ไว้วางใจอย่างชัดเจนในดวงตาของเขา
"ไม่ใช่ว่ากำลังฝ่าฝืนกฎหรอกนะ?" เขาใช้ปลายนิ้วเย็นเฉียบ แตะเข้าที่คอชาลิสาจนเธอลอบกลืนน้ำลาย
“ถ้าฉันทำจริง... คุณก็ฆ่าฉันไปแล้วสิ! หรือว่า... คุณกลัวว่าถ้าคุณฆ่าฉัน... เขา จะใช้มันเล่นงานคุณ!!?"
ชายที่เพิ่งขู่นิ่งเงียบไปหนึ่งวินาทีเต็ม ดวงตาสีเฮเซลไหววูบเพียงครู่ "อย่าพยายามลองดีกับผม ชาลิสา!" และผลักคอหญิงสาวที่กล้าเชิดหน้าท้าทายเขา ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัยทำเอาชาลิสาเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาจริง ๆ
"ตามผมมา!"
ไม่ใช่ประโยคร้องขอ แต่เป็นประโยคคำสั่งให้เธอเดินตามเขาไปโดยไม่มีข้อแม้
ชาลิสาถูกบีบให้ต้องเดินตามเขาไปอย่างไม่มีทางเลือก พลางลอบมมองโทรศัพท์เครื่องเก่าที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมที่ลอว์สันอนุญาตให้ใส่ เธอรู้ว่าการต่อต้านเขานั่นเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์...แต่การใช้สติปัญญาและข้อมูลลับที่เธอได้มาคืออาวุธเดียวของเธอ การค้นหาความจริงเกี่ยวกับ Tantalus และ นิธิป คือเดิมพันสุดท้ายที่เธอต้องเล่น
แสงแดดจางๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ชาลิสางัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะแสงแดดแยงตา เมื่อกวาดสายตามองไปรอบห้องก็พบเตียงนอนที่ว่างเปล่าเธอกวาดตามองสำรวจรอบห้องเพื่อเช็กชัวร์ว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ออกจากห้องไปแล้วด้วยใจที่เต้นรัวแทบทะลุออกมาจากอก แม้จะพยายามตั้งสติ แต่ความตื่นเต้นผสมกับความกลัวทำเอาสมองตื้อไปหมดก่อนจะรีบมุดลงไปใต้ผ้าห่ม แล้วแอบหยิบโทรศัพท์ที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อออกมา นิ้วเรียวสั่นเล็กน้อยขณะปลดล็อกหน้าจอ แล้วรีบพิมพ์ข้อความถามสิ่งที่ติดค้างไว้เมื่อคืนทันที 'คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่'เธอกดส่งไปพร้อมกับจ้องมองหน้าจอไม่วางตา ลุ้นว่าปลายทางจะตอบกลับมาว่าอะไร ในใจเต็มไปด้วยความสับสน เพราะไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกเป็นเบี้ยในเกมของใคร ระหว่างลอว์สันที่ดูอันตราย หรือนิธิปเจ้าแผนการไม่กี่นาทีต่อมา แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากโทรศัพท์ในมือก็ทำให้ชาลิสาสะดุ้งโหยง เธอรีบกดเปิดดูข้อความที่ส่งกลับมาทันที“แค่ทำตามคำสั่งก็พอ..!” ข้อความสั้นๆ โชว์บนหน้าจอ ไม่รู้ว่าเป็นโจนส์หรือนิธิป แต่มันไม่ได้ช่วยให้คำถามในใจของชาลิสาคลี่คลายลงสักนิด มันกลับยิ่งตอกย้ำว่าตัวเธอมีแค่สองทางเลือกชาลิสากัดริมฝีปากแน่น
ท่ามกลางแมกไม้หนาทึบและเสียงแมลงกลางคืน เซฟเฮาส์รูปทรงกล่องสี่เหลี่ยมถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติด้วยการติดตั้งกระจกกันกระสุนทั้งหลัง ไม่มีแสงไฟสว่างจ้าออกมาภายนอก มีเพียงแสงไฟวอร์มไลท์สลัวส่องเฉพาะจุดตามแนวทางเดินหินแกรนิตชาลิสาซ่อนโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่า ๆ ไว้ใต้หมอน รอจนกระทั่งยามค่ำคืนมาเยือน เสียงเดินตรวจการณ์ของลูกน้องนายพันโทลอว์สันก็เงียบลงชาลิสาหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยใจที่เต้น ตึก ตึก ทั้งรู้สึกกลัวและตื่นเต้น ขณะจ้องมองมันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความมุ่งมั่น แม้จะรู้ว่านี่ไม่ใช่การช่วยเหลืออย่างบริสุทธิ์ใจ และเธออาจเป็นเหยื่อล่อที่ถูกโยนเข้ามาให้เธอเล่นเองเธอพยายามเปิดเครื่องและค้นหาข้อมูลที่เคยรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ และค้นพบข้อมูลใหม่ ๆ ที่ถูกใส่เข้ามาในเครื่อง โดยมีแค่ 'ชื่อรหัส' ของภารกิจลับที่เขาคนนั้นเคยทำ: "ปฏิบัติการแทนทาลัส" "Tantalus... ชื่อเทพที่ถูกลงโทษให้ยืนในน้ำดื่มที่ดื่มไม่ได้ และอยู่ใต้ผลไม้ที่เอื้อมไม่ถึง...นี่มันชื่อภารกิจหรือชีวิตของใครกันแน่?" ชาลิสาพูดเบา ๆ กับตัวเองขณะพิมพ์ค้นหาและในที่สุดเธอก็
ชาลิสาถูกลากเข้ามาในห้องนอนที่เหมือนถูกดูดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง เมื่อนาวินหยุดอยู่หน้าผนังกระจก เขาไม่ได้แตะสวิตช์ไฟ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ ผนังกระจกที่เคยใส ก็เปลี่ยนเป็นสีเขม่าควันจนมืดสนิททันทีที่เสียงล็อกประตูดังกริ๊ก แสงไฟสีส้มทองสลัวก็ค่อยสว่างจากใต้เตียงและหลุมฝ้า เผยให้เห็นความหรูหราของเตียงขนาดคิงไซซ์สีชาร์โคลที่สามารถปปรับระดับความนุ่มและองศาการนอนได้ผ่านคำสั่งเสียงในระหว่างที่นักข่าวบ้านนาอย่างชาลิสากำลังอ้าปากค้างกวาดมองรอบห้องด้วยตาลุกวาว ผ้าห่มผืนหนาก็ถูกโยนมาใส่หน้าเธอเต็ม ๆ"นอนซะ และห้ามส่งเสียงดังรบกวนตอนฉันหลับ" น้ำเสียงเฉยเมยพร้อมกับชี้ไปที่ผ้าห่มที่กองอยู่ข้างเตียง "นั่นคือที่ของเธอ"นักข่าวบ้านนากอดอกแน่นด้วยความไม่พอใจ "คุณจะให้ฉันนอนบนพื้นเนี่ยนะทั้งที่เตียงคุณใหญ่กว่าห้องนอนฉันอีก"ลอว์สันถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างไม่ใส่ใจ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจาง ๆ และกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง "ฉันเกลียดเชื้อโรค” เขาตอบหน้านิ่งแต่ทำเอาชาลิสาไม่พอใจจนลมออกหู ในขณะที่เขาเดินไปเลื่อนตู้เสื้อผ้าบานใหญ่โดยไม่รู้ว่าอีกคนกำมัดแน่นจนสั่นระริกด้วยความโมโหลอว์สันดึงเสื้
หลังจากผ่านไปหนึ่งวันเต็ม ๆ ที่ชาลิสาถูกกักขังอยู่ในห้องที่ไร้หน้าต่าง วันนี้เธอถูกนำตัวออกมายังห้องนั่งเล่นที่ติดกับห้องครัวขนาดกลาง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานลอว์สันยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์กาแฟ ดวงตาสีเฮเซลจ้องมองสมาร์ทวอทช์เรือนไทเทเนี่ยม 8 เหลี่ยมสีดำสนิทที่ข้อมือซ้ายกำลังส่องแสงแจ้งเตือนบางอย่าง ในขณะที่มือข้างขวาถือแก้วกาแฟดำร้อน ชาลิสาลอบมองเงียบ ๆ พลางคิดในใจว่าคนตรงหน้ามีใบหน้าที่หล่อไม่แพ้นายแเบบแถวหน้า ไหนจะรูปร่างที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามนั่นทุกอย่างดูเพอร์เฟค ยกเว้นปากที่ขู่เก่งยิ่งกว่าหมาที่บ้าน"มานี่ แล้วนั่งลง" เขาชี้ไปที่เก้าอี้ทานข้าวพลางค่อย ๆ จิบกาแฟ "เรามาคุยกันเรื่อง 'กฎ' กันสักหน่อย ถ้าคิดจะอยู่ร่วมกัน"“แล้วฉันบอกเมื่อไหร่ว่าฉันอยากจะอยู่ร่วมกับคุณ!” พร้อมกับจ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว แต่ใจกับแต้นรัว“ผมไม่ได้ถามความสมัครใจ แต่นี่คือคำสั่ง..แต่ถ้ายังปากดีอีกคำเดียว ไอ้นี่จะกระแทกปากแทน” ชาลิสามองตามสายตาลอว์สันก็เห็นกระบอกปืนสั้นวางอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ทำเอาชาล
เซฟเฮาส์หรูขนาดใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และป่าที่อุดมสมบูรณ์ ชาลิสาถูกโยนเข้ามาในห้องที่กว้างขวางและตกแต่งทันสมัยกว่าที่เธอจินตนาการ มันไม่ใช่คุกใต้ดินที่มีหนูวิ่งผ่านไปมาเหมือนในภาพยนต์ แต่เป็นห้องชุดสุดลักชัวรี่ แต่กลับถูกผ้าม่านสีเข้มปิดทึบทั้งหมด ทำให้มองไม่เห็นโลกภายนอก มีเพียงแสงไฟผสมผสานสีอบอุ่นที่สร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายและส่องให้เห็นรอยช้ำจาง ๆ บนข้อมือเรียวเล็กนั่นก่อนทรุดตัวลงบนโซฟาหนังสีโทนครีมอย่างหมดแรง พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ เธอกวาดมองโดยรอบอย่างระแวดระวังเพราะอาจจะมีกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การถูกจับ แต่คือการเผชิญหน้ากับชายผู้มีอำนาจที่ซ่อนอยู่ในเงามืดขณะกำลังคิดอะไรอยู่นั้น จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เสียงที่ดังขึ้นทำให้ชาลิสานั่งตัวเกร็ง ชายในเสื้อเชิ้ตสีเข้มและกางเกงสแล็ค เดินตรงมานั่งที่โซฟาด้วยท่าทางสบาย ทำเอาชาลิสารีบถอยไปนั่งชิดขอบโซฟาอีกด้าน“หวังว่าจะชอบที่นี่นะ คุณนักข่าว!" น้ำเสียงฟังดูราบเรียบไร้อารมณ์แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่าง ชาลิสาลุกขึ้นยืนทันที ดวง
แนะนำเรื่องยิ่งใกล้... รหัสยิ่งร้อนยิ่งสัมผัส... ยิ่งอันตรายเกินต้านทานเมื่อรหัสลับระดับโลกที่ใครต่อใครต่างยอมฆ่ากันเพื่อให้ได้มา กลับถูกฝังอยู่ในร่างของ 'ชาลิสา' นักข่าวสาวที่จู่ๆ ชีวิตก็พลิกผันกลายเป็นเป้าสังหารอันดับหนึ่ง ภารกิจคุ้มกันอันตรายสุดบ้าระห่ำ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ร้อนกว่าสมรภูมิรบ เมื่อผู้คุ้มกันเพียงหนึ่งเดียวของเธอคือ 'พันโทลอว์สัน' ผู้บังคับการหนุ่มลูกครึ่งจากหน่วยรบพิเศษ จ้าของนัยน์ตาสีเฮเซลที่ดูลึกลับ แฝงไปด้วยความอันตราย ร้อนแรงยากจะต้านและยังถูกทางการหมายหัวภายใต้เครื่องแบบทหาร เต็มไปด้วยมัดกล้ามหกลูก อกกว้างรับกับช่วงไหล่ที่ดูองอาจ แขนเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนที่แสดงถึงพละกำลัง ความแข็งแกร่งและความเงียบขรึมที่ดูเข้าถึงยาก ทุกย่างก้าวดูมั่นคงและหนักแน่น กลับซ่อนความกระหายที่พร้อมจะปะทุทุกครั้งที่ได้ชิดใกล้ สายตาเย็นชาคู่นั้นไม่ได้แค่อยากจะหาทาง 'ถอดรหัสลับ' ในตัวเธอเพื่อจบภารกิจ... แต่อยากจะ 'ถอด' ทุกอย่างเพื่อสัมผัส....ในสมรภูมิที่เดิมพันด้วยชีวิต เขาจะเลือก 'ความแค้น' ที่ต้องแบกรับ หรือ 'สัญชาตญาณดิบ' ที่กำลังปะทุขึ้นจนยากจะควบคุม?"จำไ







