LOGINแสงแดดจางๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ชาลิสางัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะแสงแดดแยงตา เมื่อกวาดสายตามองไปรอบห้องก็พบเตียงนอนที่ว่างเปล่า
เธอกวาดตามองสำรวจรอบห้องเพื่อเช็กชัวร์ว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ออกจากห้องไปแล้วด้วยใจที่เต้นรัวแทบทะลุออกมาจากอก แม้จะพยายามตั้งสติ แต่ความตื่นเต้นผสมกับความกลัวทำเอาสมองตื้อไปหมด
ก่อนจะรีบมุดลงไปใต้ผ้าห่ม แล้วแอบหยิบโทรศัพท์ที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อออกมา นิ้วเรียวสั่นเล็กน้อยขณะปลดล็อกหน้าจอ แล้วรีบพิมพ์ข้อความถามสิ่งที่ติดค้างไว้เมื่อคืนทันที
'คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่'
เธอกดส่งไปพร้อมกับจ้องมองหน้าจอไม่วางตา ลุ้นว่าปลายทางจะตอบกลับมาว่าอะไร ในใจเต็มไปด้วยความสับสน เพราะไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกเป็นเบี้ยในเกมของใคร ระหว่างลอว์สันที่ดูอันตราย หรือนิธิปเจ้าแผนการ
ไม่กี่นาทีต่อมา แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากโทรศัพท์ในมือก็ทำให้ชาลิสาสะดุ้งโหยง เธอรีบกดเปิดดูข้อความที่ส่งกลับมาทันที
“แค่ทำตามคำสั่งก็พอ..!” ข้อความสั้นๆ โชว์บนหน้าจอ ไม่รู้ว่าเป็นโจนส์หรือนิธิป แต่มันไม่ได้ช่วยให้คำถามในใจของชาลิสาคลี่คลายลงสักนิด มันกลับยิ่งตอกย้ำว่าตัวเธอมีแค่สองทางเลือก
ชาลิสากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ความกลัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความโกรธที่ถูกต้อนให้จนมุม จึงรวบรวมความกล้าพิมพ์โต้ตอบกลับไปทันควัน
'แล้วฉันจะได้อะไร?' ไม่มีใครอยากเป็นแค่เบี้ยที่ถูกหลอกใช้ฟรีๆ เธอก็เช่นกัน!
แต่ผ่านไปไม่ถึงหน้าที ข้อความที่ตอบกลับบนหน้าจอก็ทำให้รู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางอากาศ
‘เธอไม่มีสิทธิ์มาต่อรอง.!’
ชาลิสาหน้าชา มือเรียวกำโทรศัพท์แน่น ขณะสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นความไม่พอใจ ก่อนจะรัวแป้นพิมพ์โทรศัพท์ส่งข้อความสุดท้ายออกไป
'แล้วคำสั่งของคุณคือ?'
เธอนั่งนิ่งค้างจ้องมองข้อความที่เพิ่งส่งไป ใจหนึ่งก็อยากให้เขาเงียบหายไป แต่อีกใจก็ทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว
เมื่อหน้าจอสว่างวาบขึ้นอีกครั้งพร้อมกับข้อความที่ทำเอาชาลิสาแทบหยุดหายใจ
‘หาจุดอ่อนของลอว์สัน’
ข้อความถูกส่งมาอย่างรวดเร็ว ตามด้วยประโยคถัดมาที่ดูจะสำคัญกว่า
‘สืบมาให้ได้ว่ามันซ่อนของสำคัญไว้ที่ไหน’
ชาลิสาขมวดคิ้วมุ่น ความสับสนปนความอยากรู้ทำให้นิ้วเล็กรัวแป้นพิมพ์ถามกลับไปทันที
‘มันคืออะไร? แฟลชไดร์ฟหรือพวกเอกสารลับใช่ไหม’
ก่อนจะค่อยๆ โผล่หน้าออกจากผ้าห่มพลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง พยายามจินตนาการว่าผู้ชายที่เย็นชาแบบเขา จะซ่อนความลับสุดยอดอะไรเอาไว้และเธอ... หมาดื้อที่เขาเพิ่งขู่จะจับเข้ากรงขังเมื่อคืน จะมีปัญญาไปงัดความลับนั้นออกมาจากตัวพันโทลอว์สันได้จริงหรือเปล่า
‘แทนทาลัส ไม่ใช่เอกสาร แต่มันคือรหัสเรียกผู้หญิงคนหนึ่ง และนังนั่นคือกุญแจสำคัญ’
ทันทีที่อ่านข้อความจบ ความรู้สึกรังเกียจฉายชัดออกมาจากแววตาที่สั่นไหวนั่น ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าความเลวร้ายทั้งหมดที่ลอว์สันชักใยอยู่เบื้องหลังนั้น ทั้งหมดนี้เพื่อผู้หญิงคนเดียวอย่างนั้นเหรอ? ลอว์สันในสายตาเธอตอนนี้ ไม่ใช่แค่คนเย็นชาที่น่ากลัว แต่เป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวจนน่ารังเกียจที่สุด
กริ๊ก
เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำเอาชาลิสาสะดุ้งจนโทรศัพท์ในมือเกือบตก เธอรีบยัดมันกลับเข้าที่เดิม ก่อนจะแสร้งเป็นนอนหลับแต่ดันสบสายตากันในจังหวะที่ร่างสูงเปิดประตูเข้ามาพอดี
"คิดว่าจะได้เอาปลอกคอมาสวมให้ซะแล้ว" คำพูดดูถูกที่หลุดออกมาจากปากคนหน้าตายทำเอาชาลิสากำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้ากระดูก เธอโกรธจนตัวสั่นแต่ก็พยายามปั้นหน้ายิ้มสู้เสือร้ายตรงหน้า มือหนึ่งยังกดทับตำแหน่งที่ซ่อนโทรศัพท์ไว้แน่นขณะที่ปากก็ย้อนถามกลับอย่างไม่ยอมคน
“ทำไมคะ..กลัวฉันหนี หรือกลัวไม่ได้เจอหน้าคนสวยๆ อย่างฉันกันแน่” ลอว์สันกวาดสายตาคมกริบมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะกระตุกยิ้มที่ดูเหมือนการเหยียดมากกว่าชม
“นี่คือสวยแล้วใช่ไหม” คำถามสั้น ๆ แต่ดาเมจแรงทำเอาชาลิสาถึงกับกัดฟันกรอดด้วยความโมโห ในใจอยากจะพุ่งไปหยุมหัวคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด
‘หน็อย..ไอ้คนตาถั่ว! ถ้าไม่คิดว่าต้องค้นหาความลับเรื่องผู้หญิงนั่น ฉันจะตบให้หน้าหันเลย
“ทำไม...โกรธเหรอ” เขาถามพลางเลิกคิ้วมองท่าทางฟึดฟัดของเธอ
“แหม ใครจะอยากไปนอนลูกกรงล่ะ จริงไหมคะ”..คนอยากหยุมหัวแสร้งทำเป็นยิ้มร่าเริงเพื่อกลบเกลื่อน
“ดี...อย่างน้อยก็รู้จักเจียมตัว” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะขยับเข้ามาหาใกล้ชาลิสาต้องถอยร่น
ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ลองโยนหินถามทางดู “ฉันสงสัยเรื่องหนึ่ง..คุณเคยทำอะไรให้พันเอกนิธิป โกรธมาก่อนไหม แบบว่า...ขัดแข้งขัดขา”
กึก!
ฝีเท้าของลอว์สันหยุดชะงักทันที บรรยากาศรอบตัวชวนขนลุก แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับอยากจะฉีกร่างคนถามเป็นชิ้นๆ ก่อนคว้าหมับที่ต้นแขนแน่น
“เธอได้ยินชื่อนี้มาจากใคร ชาลิสา.!” ลอว์สันเค้นถามเสียงเรียบ แรงบีบแน่นที่ต้นแขนเพิ่มมากขึ้นเป็นสีแดงช้ำจนชาลิสานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“คะ..แค่เคยได้ยินพวกข่าวลือมาคะ” ชาลิสาพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องทั้งที่ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“อย่ามาแส่เรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ชาลิสา!” เขาตวาดเสียงแข็ง แววตาเต็มไปด้วยความดุร้ายราวกับจะเผาทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง “และถ้ายังไม่หยุดสอดรู้...ผมจะลงโทษให้สาสม!!”
ชาลิสาอ้าปากค้าง เหมือนจะพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อเถียงหรือพูดอะไรบางอย่างออกไป แต่ไม่ทันที่คำพูดจะหลุดจากลำคอ เสียงเข้มของชายตรงหน้าก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
“อย่าริอ่านมาลองดี ความอดทนผมมีขีดจำกัด” พูดจบลอว์สันก็หันหลังให้เธออย่างรวดเร็วและเดินเข้าห้องน้ำไป ชาลิสาคลายมือที่กำแน่นจนเล็บจิกเนื้อ ความหวาดกลัวทำให้เธอตัวสั่นไปหมด แต่ในใจกลับมีเสียงกระซิบชื่อของผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นกุญแจสำคัญ และเธอไม่มีทางจะยอมแพ้
ชาลิสารอจนกระทั่งได้ยินเสียงน้ำไหลจากในห้องน้ำ เธอค่อยๆ ย่องอย่างระมัดระวังเพื่อเข้าไปใกล้โต๊ะข้างเตียง มือของเธอสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น ปลายนิ้วเรียวเล็กเย็นเฉียบแตะลงบนตัวเรือนไทเทเนียมของนาฬิกาข้อมือที่คนในห้องน้ำมักจะสวมใส่เป็นประจำ
ชาลิสารู้ดีว่าการกระทำนี้กำลังท้าทายคำเตือนของเจ้าของนาฬิกาแต่..ทันใดนั้น เสียงน้ำก็หยุดลง ชาลิสาสัมผัสได้ถึงความเงียบที่อันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา จึงรีบชักมือกลับมาทันที
ก่อนชาลิสาจะวิ่งกลับไปที่ใต้ผ้าห่ม สายตาคู่โตก็พลันเห็น อะไรบางอย่าง...
แสงแดดจางๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ชาลิสางัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะแสงแดดแยงตา เมื่อกวาดสายตามองไปรอบห้องก็พบเตียงนอนที่ว่างเปล่าเธอกวาดตามองสำรวจรอบห้องเพื่อเช็กชัวร์ว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ออกจากห้องไปแล้วด้วยใจที่เต้นรัวแทบทะลุออกมาจากอก แม้จะพยายามตั้งสติ แต่ความตื่นเต้นผสมกับความกลัวทำเอาสมองตื้อไปหมดก่อนจะรีบมุดลงไปใต้ผ้าห่ม แล้วแอบหยิบโทรศัพท์ที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อออกมา นิ้วเรียวสั่นเล็กน้อยขณะปลดล็อกหน้าจอ แล้วรีบพิมพ์ข้อความถามสิ่งที่ติดค้างไว้เมื่อคืนทันที 'คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่'เธอกดส่งไปพร้อมกับจ้องมองหน้าจอไม่วางตา ลุ้นว่าปลายทางจะตอบกลับมาว่าอะไร ในใจเต็มไปด้วยความสับสน เพราะไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกเป็นเบี้ยในเกมของใคร ระหว่างลอว์สันที่ดูอันตราย หรือนิธิปเจ้าแผนการไม่กี่นาทีต่อมา แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากโทรศัพท์ในมือก็ทำให้ชาลิสาสะดุ้งโหยง เธอรีบกดเปิดดูข้อความที่ส่งกลับมาทันที“แค่ทำตามคำสั่งก็พอ..!” ข้อความสั้นๆ โชว์บนหน้าจอ ไม่รู้ว่าเป็นโจนส์หรือนิธิป แต่มันไม่ได้ช่วยให้คำถามในใจของชาลิสาคลี่คลายลงสักนิด มันกลับยิ่งตอกย้ำว่าตัวเธอมีแค่สองทางเลือกชาลิสากัดริมฝีปากแน่น
ท่ามกลางแมกไม้หนาทึบและเสียงแมลงกลางคืน เซฟเฮาส์รูปทรงกล่องสี่เหลี่ยมถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติด้วยการติดตั้งกระจกกันกระสุนทั้งหลัง ไม่มีแสงไฟสว่างจ้าออกมาภายนอก มีเพียงแสงไฟวอร์มไลท์สลัวส่องเฉพาะจุดตามแนวทางเดินหินแกรนิตชาลิสาซ่อนโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่า ๆ ไว้ใต้หมอน รอจนกระทั่งยามค่ำคืนมาเยือน เสียงเดินตรวจการณ์ของลูกน้องนายพันโทลอว์สันก็เงียบลงชาลิสาหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยใจที่เต้น ตึก ตึก ทั้งรู้สึกกลัวและตื่นเต้น ขณะจ้องมองมันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความมุ่งมั่น แม้จะรู้ว่านี่ไม่ใช่การช่วยเหลืออย่างบริสุทธิ์ใจ และเธออาจเป็นเหยื่อล่อที่ถูกโยนเข้ามาให้เธอเล่นเองเธอพยายามเปิดเครื่องและค้นหาข้อมูลที่เคยรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ และค้นพบข้อมูลใหม่ ๆ ที่ถูกใส่เข้ามาในเครื่อง โดยมีแค่ 'ชื่อรหัส' ของภารกิจลับที่เขาคนนั้นเคยทำ: "ปฏิบัติการแทนทาลัส" "Tantalus... ชื่อเทพที่ถูกลงโทษให้ยืนในน้ำดื่มที่ดื่มไม่ได้ และอยู่ใต้ผลไม้ที่เอื้อมไม่ถึง...นี่มันชื่อภารกิจหรือชีวิตของใครกันแน่?" ชาลิสาพูดเบา ๆ กับตัวเองขณะพิมพ์ค้นหาและในที่สุดเธอก็
ชาลิสาถูกลากเข้ามาในห้องนอนที่เหมือนถูกดูดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง เมื่อนาวินหยุดอยู่หน้าผนังกระจก เขาไม่ได้แตะสวิตช์ไฟ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ ผนังกระจกที่เคยใส ก็เปลี่ยนเป็นสีเขม่าควันจนมืดสนิททันทีที่เสียงล็อกประตูดังกริ๊ก แสงไฟสีส้มทองสลัวก็ค่อยสว่างจากใต้เตียงและหลุมฝ้า เผยให้เห็นความหรูหราของเตียงขนาดคิงไซซ์สีชาร์โคลที่สามารถปปรับระดับความนุ่มและองศาการนอนได้ผ่านคำสั่งเสียงในระหว่างที่นักข่าวบ้านนาอย่างชาลิสากำลังอ้าปากค้างกวาดมองรอบห้องด้วยตาลุกวาว ผ้าห่มผืนหนาก็ถูกโยนมาใส่หน้าเธอเต็ม ๆ"นอนซะ และห้ามส่งเสียงดังรบกวนตอนฉันหลับ" น้ำเสียงเฉยเมยพร้อมกับชี้ไปที่ผ้าห่มที่กองอยู่ข้างเตียง "นั่นคือที่ของเธอ"นักข่าวบ้านนากอดอกแน่นด้วยความไม่พอใจ "คุณจะให้ฉันนอนบนพื้นเนี่ยนะทั้งที่เตียงคุณใหญ่กว่าห้องนอนฉันอีก"ลอว์สันถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างไม่ใส่ใจ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจาง ๆ และกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง "ฉันเกลียดเชื้อโรค” เขาตอบหน้านิ่งแต่ทำเอาชาลิสาไม่พอใจจนลมออกหู ในขณะที่เขาเดินไปเลื่อนตู้เสื้อผ้าบานใหญ่โดยไม่รู้ว่าอีกคนกำมัดแน่นจนสั่นระริกด้วยความโมโหลอว์สันดึงเสื้
หลังจากผ่านไปหนึ่งวันเต็ม ๆ ที่ชาลิสาถูกกักขังอยู่ในห้องที่ไร้หน้าต่าง วันนี้เธอถูกนำตัวออกมายังห้องนั่งเล่นที่ติดกับห้องครัวขนาดกลาง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานลอว์สันยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์กาแฟ ดวงตาสีเฮเซลจ้องมองสมาร์ทวอทช์เรือนไทเทเนี่ยม 8 เหลี่ยมสีดำสนิทที่ข้อมือซ้ายกำลังส่องแสงแจ้งเตือนบางอย่าง ในขณะที่มือข้างขวาถือแก้วกาแฟดำร้อน ชาลิสาลอบมองเงียบ ๆ พลางคิดในใจว่าคนตรงหน้ามีใบหน้าที่หล่อไม่แพ้นายแเบบแถวหน้า ไหนจะรูปร่างที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามนั่นทุกอย่างดูเพอร์เฟค ยกเว้นปากที่ขู่เก่งยิ่งกว่าหมาที่บ้าน"มานี่ แล้วนั่งลง" เขาชี้ไปที่เก้าอี้ทานข้าวพลางค่อย ๆ จิบกาแฟ "เรามาคุยกันเรื่อง 'กฎ' กันสักหน่อย ถ้าคิดจะอยู่ร่วมกัน"“แล้วฉันบอกเมื่อไหร่ว่าฉันอยากจะอยู่ร่วมกับคุณ!” พร้อมกับจ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว แต่ใจกับแต้นรัว“ผมไม่ได้ถามความสมัครใจ แต่นี่คือคำสั่ง..แต่ถ้ายังปากดีอีกคำเดียว ไอ้นี่จะกระแทกปากแทน” ชาลิสามองตามสายตาลอว์สันก็เห็นกระบอกปืนสั้นวางอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ทำเอาชาล
เซฟเฮาส์หรูขนาดใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และป่าที่อุดมสมบูรณ์ ชาลิสาถูกโยนเข้ามาในห้องที่กว้างขวางและตกแต่งทันสมัยกว่าที่เธอจินตนาการ มันไม่ใช่คุกใต้ดินที่มีหนูวิ่งผ่านไปมาเหมือนในภาพยนต์ แต่เป็นห้องชุดสุดลักชัวรี่ แต่กลับถูกผ้าม่านสีเข้มปิดทึบทั้งหมด ทำให้มองไม่เห็นโลกภายนอก มีเพียงแสงไฟผสมผสานสีอบอุ่นที่สร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายและส่องให้เห็นรอยช้ำจาง ๆ บนข้อมือเรียวเล็กนั่นก่อนทรุดตัวลงบนโซฟาหนังสีโทนครีมอย่างหมดแรง พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ เธอกวาดมองโดยรอบอย่างระแวดระวังเพราะอาจจะมีกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การถูกจับ แต่คือการเผชิญหน้ากับชายผู้มีอำนาจที่ซ่อนอยู่ในเงามืดขณะกำลังคิดอะไรอยู่นั้น จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เสียงที่ดังขึ้นทำให้ชาลิสานั่งตัวเกร็ง ชายในเสื้อเชิ้ตสีเข้มและกางเกงสแล็ค เดินตรงมานั่งที่โซฟาด้วยท่าทางสบาย ทำเอาชาลิสารีบถอยไปนั่งชิดขอบโซฟาอีกด้าน“หวังว่าจะชอบที่นี่นะ คุณนักข่าว!" น้ำเสียงฟังดูราบเรียบไร้อารมณ์แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่าง ชาลิสาลุกขึ้นยืนทันที ดวง
แนะนำเรื่องยิ่งใกล้... รหัสยิ่งร้อนยิ่งสัมผัส... ยิ่งอันตรายเกินต้านทานเมื่อรหัสลับระดับโลกที่ใครต่อใครต่างยอมฆ่ากันเพื่อให้ได้มา กลับถูกฝังอยู่ในร่างของ 'ชาลิสา' นักข่าวสาวที่จู่ๆ ชีวิตก็พลิกผันกลายเป็นเป้าสังหารอันดับหนึ่ง ภารกิจคุ้มกันอันตรายสุดบ้าระห่ำ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ร้อนกว่าสมรภูมิรบ เมื่อผู้คุ้มกันเพียงหนึ่งเดียวของเธอคือ 'พันโทลอว์สัน' ผู้บังคับการหนุ่มลูกครึ่งจากหน่วยรบพิเศษ จ้าของนัยน์ตาสีเฮเซลที่ดูลึกลับ แฝงไปด้วยความอันตราย ร้อนแรงยากจะต้านและยังถูกทางการหมายหัวภายใต้เครื่องแบบทหาร เต็มไปด้วยมัดกล้ามหกลูก อกกว้างรับกับช่วงไหล่ที่ดูองอาจ แขนเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนที่แสดงถึงพละกำลัง ความแข็งแกร่งและความเงียบขรึมที่ดูเข้าถึงยาก ทุกย่างก้าวดูมั่นคงและหนักแน่น กลับซ่อนความกระหายที่พร้อมจะปะทุทุกครั้งที่ได้ชิดใกล้ สายตาเย็นชาคู่นั้นไม่ได้แค่อยากจะหาทาง 'ถอดรหัสลับ' ในตัวเธอเพื่อจบภารกิจ... แต่อยากจะ 'ถอด' ทุกอย่างเพื่อสัมผัส....ในสมรภูมิที่เดิมพันด้วยชีวิต เขาจะเลือก 'ความแค้น' ที่ต้องแบกรับ หรือ 'สัญชาตญาณดิบ' ที่กำลังปะทุขึ้นจนยากจะควบคุม?"จำไ







