เข้าสู่ระบบหลังจากผ่านไปหนึ่งวันเต็ม ๆ ที่ชาลิสาถูกกักขังอยู่ในห้องที่ไร้หน้าต่าง วันนี้เธอถูกนำตัวออกมายังห้องนั่งเล่นที่ติดกับห้องครัวขนาดกลาง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งาน
ลอว์สันยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์กาแฟ ดวงตาสีเฮเซลจ้องมองสมาร์ทวอทช์เรือนไทเทเนี่ยม 8 เหลี่ยมสีดำสนิทที่ข้อมือซ้ายกำลังส่องแสงแจ้งเตือนบางอย่าง ในขณะที่มือข้างขวาถือแก้วกาแฟดำร้อน ชาลิสาลอบมองเงียบ ๆ พลางคิดในใจว่าคนตรงหน้ามีใบหน้าที่หล่อไม่แพ้นายแเบบแถวหน้า ไหนจะรูปร่างที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามนั่นทุกอย่างดูเพอร์เฟค ยกเว้นปากที่ขู่เก่งยิ่งกว่าหมาที่บ้าน
"มานี่ แล้วนั่งลง" เขาชี้ไปที่เก้าอี้ทานข้าวพลางค่อย ๆ จิบกาแฟ "เรามาคุยกันเรื่อง 'กฎ' กันสักหน่อย ถ้าคิดจะอยู่ร่วมกัน"
“แล้วฉันบอกเมื่อไหร่ว่าฉันอยากจะอยู่ร่วมกับคุณ!” พร้อมกับจ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว แต่ใจกับแต้นรัว
“ผมไม่ได้ถามความสมัครใจ แต่นี่คือคำสั่ง..แต่ถ้ายังปากดีอีกคำเดียว ไอ้นี่จะกระแทกปากแทน” ชาลิสามองตามสายตาลอว์สันก็เห็นกระบอกปืนสั้นวางอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ทำเอาชาลิสาต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ
"นี่คุณกำลังข่มขู่ประชาชนเหรอ"
“อยากลองดูไหมล่ะ” รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏที่มุมปากขณะจับกระบอกปืนพลิกไปมาเหมือนกำลังจะทดสอบความแข็งแรงของมันชาลิสาก้าวถอยหลังไปชนกับพนักเก้าอี้ก่อนจะทรุดลงนั่งมันอย่างไม่เต็มใจ เมื่อเจ้าของปืนเดินตรงมาหาเธอ "ถ้ายังอยากมีชีวิตรอดออกไปครบสามสิบสอง..ทางเดียวก็คือทำตามคำสั่งฉันซะ"
"พูดเงื่อนไขของคุณมา!" สุดท้ายชาลิสาก็ต้องจำยอม เพราะดูท่าชายตรงหน้าจะไม่ได้แค่ขู่
"เงื่อนไขที่หนึ่ง.ห้ามพูดถึงเรื่องอาวุธ หรือ แม้แต่คนที่เธอกำลังตามหากับใครทั้งนั้น..แม้แต่กับ โจนส์"
ชาลิสาแสดงสีหน้าไม่พอใจพร้อมกับพูดว่า "ทำไม? กลัวว่าความจริงจะทำลายเกียรติยศจอมปลอมที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดทหารนั่นสินะ?"
"หึ! คนที่ตายก่อนมักเป็นพวกสอดรู้สอดเห็น" คนเสนอเงื่อนไขหางคิ้วกระตุก ขณะใช้ปลายนิ้วแตะที่หน้าผากเธอเบา ๆ
"ถ้าอย่างนั้นทำไม่คุณไม่ฆ่าฉันตั้งแต่แรก" เธอเชิดหน้าขึ้นถามอย่างท้าทาย ทำเอาลอว์สันได้แต่ถอนหายใจยาว ๆ เหมือนเบื่อหน่าย "ไม่ดีกว่าเหรอถ้าก่อนตายเธอจะมีประโยชน์บ้าง"
คำพูดของลอว์สันทำให้ชาลิสานิ่งไป เธอมองเห็นความจริงจังในดวงตาคู่นั้น เขาไม่ได้สนใจเธอในฐานะผู้หญิง แต่เธออาจจะกำลังตกอยู่ในสถานะของ เครื่องมือ
"เดี๋ยวนะ! นี่คุณกำลังบอกว่า... คุณจะใช้ชีวิตฉันเพื่อแลกกับผลประโยชน์ของคุณ?"
"หนึ่งชีวิต แลกกับโอกาสที่ฉันจะได้แก้แค้น” ลอว์สันยักไหล่อย่างไม่แคร์เหมือนชีวิตเธอเป็นแค่หมดปลวก แต่ชาลิสากลับสังเกตเห็นความโกรธชั่วขณะในแววตาคู่นั้น
"อ้อ... ทั้งหมดที่พูดมาก็เพื่อแผนแก้แค้น คุณยอมทำเรื่องเลว ๆ เพื่อสนองความต้องการของตัวเอง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย!!"
"ก็แล้วแต่เธอจะเข้าใจ" เขาเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์กาแฟก่อนจะพูดด้วยใบหน้าจริงจัง "ถ้าเธอเอาเรื่องกองทัพมาพูดพร่อย ๆ... ผมจะไม่ลังเลที่จะจัดการกับทุกคนที่เธอรัก" ชาลิสากำมือแน่นด้วยความโกรธ
“เผด็จการ” ลอว์สันตวัดสายตามองด้วยใบหน้าจริงจัง ขณะที่มือที่กำลังกำแน่นสั่นระริกเพราะโมโหหรือเพราะกลัวสายตาคู่นั้น
"และกฎข้อสุดท้ายคือเชื่อฟังฉัน... ทุกเรื่อง!!" ชาลิสากัดฟันแน่นกับกฎบ้า ๆ ที่ไม่ยุติธรรม แต่เลือกที่จะไม่ตอบโต้ หญิงสาวลุกเดินกลับไปห้อง ซึ่งนั่นเป็นการประกาศให้รู้ว่าเขาอาจควบคุมตัวเธอได้ แต่ไม่มีวันควบคุมความคิดของนักข่าวอย่างเธอได้...ไม่มีวัน!!
ลอว์สันมองแผ่นหลังที่ดื้อรั้นของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวเบา ๆ แล้วเดินออกไป
หลังจากลอว์สันออกไปไม่นาน โจนส์ ก็เข้ามาในห้องพร้อมกับถาดอาหารว่าง
"ท่านลอว์สันออกไปแล้วครับ ผมเอาขนมปังกับผลไม้มาเพิ่ม" โจนส์พูดด้วยน้ำเสียงเบาและท่าทางระมัดระวังเหมือนกลัวใครเห็น
ขณะวางถาดลงบนโต๊ะข้างโซฟา ก่อนจะทำเป็นเช็กความเรียบร้อยของห้องเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้เขาทำโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่า ๆ หล่นลงไปในช่องว่างระหว่างเบาะโซฟาที่ชาลิสานั่งอยู่ เธอมองการกระทำของโจนส์อย่างสงสัย
"ใช้มันให้ฉลาดนะครับ... ผู้ใหญ่ฝากมา " เขาพูดเสียงเบาขณะจัดผ้าม่าน
"ผู้ใหญ่? ใคร?" โจนส์หันไปมองหน้าชาลิสาด้วยแววตาที่หนักใจและหันไปทางประตูเล็กน้อย "คนที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้... แค่รู้ว่าถ้าคุณอยากรอดและอยากให้ความจริงถูกเปิดโปง... คุณต้องเล่นตามเกม"
ชาลิสารีบเก็บโทรศัพท์ไว้ในมืออย่างรวดเร็วพลางมองโจนส์ที่กำลังเปลี่ยนผ้าม่าน ในหัวกำลังครุ่นคิดและสับสนว่าใครคือผู้ใหญ่ เขาต้องการอะไรจากเธอ หรือนี่คือการช่วยเหลือที่มาจากจุดประสงค์ที่ซ่อนเร้น?
แสงแดดจางๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ชาลิสางัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะแสงแดดแยงตา เมื่อกวาดสายตามองไปรอบห้องก็พบเตียงนอนที่ว่างเปล่าเธอกวาดตามองสำรวจรอบห้องเพื่อเช็กชัวร์ว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ออกจากห้องไปแล้วด้วยใจที่เต้นรัวแทบทะลุออกมาจากอก แม้จะพยายามตั้งสติ แต่ความตื่นเต้นผสมกับความกลัวทำเอาสมองตื้อไปหมดก่อนจะรีบมุดลงไปใต้ผ้าห่ม แล้วแอบหยิบโทรศัพท์ที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อออกมา นิ้วเรียวสั่นเล็กน้อยขณะปลดล็อกหน้าจอ แล้วรีบพิมพ์ข้อความถามสิ่งที่ติดค้างไว้เมื่อคืนทันที 'คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่'เธอกดส่งไปพร้อมกับจ้องมองหน้าจอไม่วางตา ลุ้นว่าปลายทางจะตอบกลับมาว่าอะไร ในใจเต็มไปด้วยความสับสน เพราะไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกเป็นเบี้ยในเกมของใคร ระหว่างลอว์สันที่ดูอันตราย หรือนิธิปเจ้าแผนการไม่กี่นาทีต่อมา แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากโทรศัพท์ในมือก็ทำให้ชาลิสาสะดุ้งโหยง เธอรีบกดเปิดดูข้อความที่ส่งกลับมาทันที“แค่ทำตามคำสั่งก็พอ..!” ข้อความสั้นๆ โชว์บนหน้าจอ ไม่รู้ว่าเป็นโจนส์หรือนิธิป แต่มันไม่ได้ช่วยให้คำถามในใจของชาลิสาคลี่คลายลงสักนิด มันกลับยิ่งตอกย้ำว่าตัวเธอมีแค่สองทางเลือกชาลิสากัดริมฝีปากแน่น
ท่ามกลางแมกไม้หนาทึบและเสียงแมลงกลางคืน เซฟเฮาส์รูปทรงกล่องสี่เหลี่ยมถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติด้วยการติดตั้งกระจกกันกระสุนทั้งหลัง ไม่มีแสงไฟสว่างจ้าออกมาภายนอก มีเพียงแสงไฟวอร์มไลท์สลัวส่องเฉพาะจุดตามแนวทางเดินหินแกรนิตชาลิสาซ่อนโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่า ๆ ไว้ใต้หมอน รอจนกระทั่งยามค่ำคืนมาเยือน เสียงเดินตรวจการณ์ของลูกน้องนายพันโทลอว์สันก็เงียบลงชาลิสาหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยใจที่เต้น ตึก ตึก ทั้งรู้สึกกลัวและตื่นเต้น ขณะจ้องมองมันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความมุ่งมั่น แม้จะรู้ว่านี่ไม่ใช่การช่วยเหลืออย่างบริสุทธิ์ใจ และเธออาจเป็นเหยื่อล่อที่ถูกโยนเข้ามาให้เธอเล่นเองเธอพยายามเปิดเครื่องและค้นหาข้อมูลที่เคยรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ และค้นพบข้อมูลใหม่ ๆ ที่ถูกใส่เข้ามาในเครื่อง โดยมีแค่ 'ชื่อรหัส' ของภารกิจลับที่เขาคนนั้นเคยทำ: "ปฏิบัติการแทนทาลัส" "Tantalus... ชื่อเทพที่ถูกลงโทษให้ยืนในน้ำดื่มที่ดื่มไม่ได้ และอยู่ใต้ผลไม้ที่เอื้อมไม่ถึง...นี่มันชื่อภารกิจหรือชีวิตของใครกันแน่?" ชาลิสาพูดเบา ๆ กับตัวเองขณะพิมพ์ค้นหาและในที่สุดเธอก็
ชาลิสาถูกลากเข้ามาในห้องนอนที่เหมือนถูกดูดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง เมื่อนาวินหยุดอยู่หน้าผนังกระจก เขาไม่ได้แตะสวิตช์ไฟ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ ผนังกระจกที่เคยใส ก็เปลี่ยนเป็นสีเขม่าควันจนมืดสนิททันทีที่เสียงล็อกประตูดังกริ๊ก แสงไฟสีส้มทองสลัวก็ค่อยสว่างจากใต้เตียงและหลุมฝ้า เผยให้เห็นความหรูหราของเตียงขนาดคิงไซซ์สีชาร์โคลที่สามารถปปรับระดับความนุ่มและองศาการนอนได้ผ่านคำสั่งเสียงในระหว่างที่นักข่าวบ้านนาอย่างชาลิสากำลังอ้าปากค้างกวาดมองรอบห้องด้วยตาลุกวาว ผ้าห่มผืนหนาก็ถูกโยนมาใส่หน้าเธอเต็ม ๆ"นอนซะ และห้ามส่งเสียงดังรบกวนตอนฉันหลับ" น้ำเสียงเฉยเมยพร้อมกับชี้ไปที่ผ้าห่มที่กองอยู่ข้างเตียง "นั่นคือที่ของเธอ"นักข่าวบ้านนากอดอกแน่นด้วยความไม่พอใจ "คุณจะให้ฉันนอนบนพื้นเนี่ยนะทั้งที่เตียงคุณใหญ่กว่าห้องนอนฉันอีก"ลอว์สันถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างไม่ใส่ใจ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจาง ๆ และกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง "ฉันเกลียดเชื้อโรค” เขาตอบหน้านิ่งแต่ทำเอาชาลิสาไม่พอใจจนลมออกหู ในขณะที่เขาเดินไปเลื่อนตู้เสื้อผ้าบานใหญ่โดยไม่รู้ว่าอีกคนกำมัดแน่นจนสั่นระริกด้วยความโมโหลอว์สันดึงเสื้
หลังจากผ่านไปหนึ่งวันเต็ม ๆ ที่ชาลิสาถูกกักขังอยู่ในห้องที่ไร้หน้าต่าง วันนี้เธอถูกนำตัวออกมายังห้องนั่งเล่นที่ติดกับห้องครัวขนาดกลาง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานลอว์สันยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์กาแฟ ดวงตาสีเฮเซลจ้องมองสมาร์ทวอทช์เรือนไทเทเนี่ยม 8 เหลี่ยมสีดำสนิทที่ข้อมือซ้ายกำลังส่องแสงแจ้งเตือนบางอย่าง ในขณะที่มือข้างขวาถือแก้วกาแฟดำร้อน ชาลิสาลอบมองเงียบ ๆ พลางคิดในใจว่าคนตรงหน้ามีใบหน้าที่หล่อไม่แพ้นายแเบบแถวหน้า ไหนจะรูปร่างที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามนั่นทุกอย่างดูเพอร์เฟค ยกเว้นปากที่ขู่เก่งยิ่งกว่าหมาที่บ้าน"มานี่ แล้วนั่งลง" เขาชี้ไปที่เก้าอี้ทานข้าวพลางค่อย ๆ จิบกาแฟ "เรามาคุยกันเรื่อง 'กฎ' กันสักหน่อย ถ้าคิดจะอยู่ร่วมกัน"“แล้วฉันบอกเมื่อไหร่ว่าฉันอยากจะอยู่ร่วมกับคุณ!” พร้อมกับจ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว แต่ใจกับแต้นรัว“ผมไม่ได้ถามความสมัครใจ แต่นี่คือคำสั่ง..แต่ถ้ายังปากดีอีกคำเดียว ไอ้นี่จะกระแทกปากแทน” ชาลิสามองตามสายตาลอว์สันก็เห็นกระบอกปืนสั้นวางอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ทำเอาชาล
เซฟเฮาส์หรูขนาดใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และป่าที่อุดมสมบูรณ์ ชาลิสาถูกโยนเข้ามาในห้องที่กว้างขวางและตกแต่งทันสมัยกว่าที่เธอจินตนาการ มันไม่ใช่คุกใต้ดินที่มีหนูวิ่งผ่านไปมาเหมือนในภาพยนต์ แต่เป็นห้องชุดสุดลักชัวรี่ แต่กลับถูกผ้าม่านสีเข้มปิดทึบทั้งหมด ทำให้มองไม่เห็นโลกภายนอก มีเพียงแสงไฟผสมผสานสีอบอุ่นที่สร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายและส่องให้เห็นรอยช้ำจาง ๆ บนข้อมือเรียวเล็กนั่นก่อนทรุดตัวลงบนโซฟาหนังสีโทนครีมอย่างหมดแรง พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ เธอกวาดมองโดยรอบอย่างระแวดระวังเพราะอาจจะมีกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การถูกจับ แต่คือการเผชิญหน้ากับชายผู้มีอำนาจที่ซ่อนอยู่ในเงามืดขณะกำลังคิดอะไรอยู่นั้น จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เสียงที่ดังขึ้นทำให้ชาลิสานั่งตัวเกร็ง ชายในเสื้อเชิ้ตสีเข้มและกางเกงสแล็ค เดินตรงมานั่งที่โซฟาด้วยท่าทางสบาย ทำเอาชาลิสารีบถอยไปนั่งชิดขอบโซฟาอีกด้าน“หวังว่าจะชอบที่นี่นะ คุณนักข่าว!" น้ำเสียงฟังดูราบเรียบไร้อารมณ์แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่าง ชาลิสาลุกขึ้นยืนทันที ดวง
แนะนำเรื่องยิ่งใกล้... รหัสยิ่งร้อนยิ่งสัมผัส... ยิ่งอันตรายเกินต้านทานเมื่อรหัสลับระดับโลกที่ใครต่อใครต่างยอมฆ่ากันเพื่อให้ได้มา กลับถูกฝังอยู่ในร่างของ 'ชาลิสา' นักข่าวสาวที่จู่ๆ ชีวิตก็พลิกผันกลายเป็นเป้าสังหารอันดับหนึ่ง ภารกิจคุ้มกันอันตรายสุดบ้าระห่ำ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ร้อนกว่าสมรภูมิรบ เมื่อผู้คุ้มกันเพียงหนึ่งเดียวของเธอคือ 'พันโทลอว์สัน' ผู้บังคับการหนุ่มลูกครึ่งจากหน่วยรบพิเศษ จ้าของนัยน์ตาสีเฮเซลที่ดูลึกลับ แฝงไปด้วยความอันตราย ร้อนแรงยากจะต้านและยังถูกทางการหมายหัวภายใต้เครื่องแบบทหาร เต็มไปด้วยมัดกล้ามหกลูก อกกว้างรับกับช่วงไหล่ที่ดูองอาจ แขนเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนที่แสดงถึงพละกำลัง ความแข็งแกร่งและความเงียบขรึมที่ดูเข้าถึงยาก ทุกย่างก้าวดูมั่นคงและหนักแน่น กลับซ่อนความกระหายที่พร้อมจะปะทุทุกครั้งที่ได้ชิดใกล้ สายตาเย็นชาคู่นั้นไม่ได้แค่อยากจะหาทาง 'ถอดรหัสลับ' ในตัวเธอเพื่อจบภารกิจ... แต่อยากจะ 'ถอด' ทุกอย่างเพื่อสัมผัส....ในสมรภูมิที่เดิมพันด้วยชีวิต เขาจะเลือก 'ความแค้น' ที่ต้องแบกรับ หรือ 'สัญชาตญาณดิบ' ที่กำลังปะทุขึ้นจนยากจะควบคุม?"จำไ