เข้าสู่ระบบชาลิสาถูกลากเข้ามาในห้องนอนที่เหมือนถูกดูดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง เมื่อนาวินหยุดอยู่หน้าผนังกระจก เขาไม่ได้แตะสวิตช์ไฟ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ ผนังกระจกที่เคยใส ก็เปลี่ยนเป็นสีเขม่าควันจนมืดสนิท
ทันทีที่เสียงล็อกประตูดังกริ๊ก แสงไฟสีส้มทองสลัวก็ค่อยสว่างจากใต้เตียงและหลุมฝ้า เผยให้เห็นความหรูหราของเตียงขนาดคิงไซซ์สีชาร์โคลที่สามารถปปรับระดับความนุ่มและองศาการนอนได้ผ่านคำสั่งเสียง
ในระหว่างที่นักข่าวบ้านนาอย่างชาลิสากำลังอ้าปากค้างกวาดมองรอบห้องด้วยตาลุกวาว ผ้าห่มผืนหนาก็ถูกโยนมาใส่หน้าเธอเต็ม ๆ
"นอนซะ และห้ามส่งเสียงดังรบกวนตอนฉันหลับ" น้ำเสียงเฉยเมยพร้อมกับชี้ไปที่ผ้าห่มที่กองอยู่ข้างเตียง "นั่นคือที่ของเธอ"
นักข่าวบ้านนากอดอกแน่นด้วยความไม่พอใจ "คุณจะให้ฉันนอนบนพื้นเนี่ยนะทั้งที่เตียงคุณใหญ่กว่าห้องนอนฉันอีก"
ลอว์สันถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างไม่ใส่ใจ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจาง ๆ และกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง "ฉันเกลียดเชื้อโรค” เขาตอบหน้านิ่งแต่ทำเอาชาลิสาไม่พอใจจนลมออกหู ในขณะที่เขาเดินไปเลื่อนตู้เสื้อผ้าบานใหญ่โดยไม่รู้ว่าอีกคนกำมัดแน่นจนสั่นระริกด้วยความโมโห
ลอว์สันดึงเสื้อยืดสีดำเรียบ ๆ ออกมาจากตู้ เขาสวมมันหน้าตู้เสื้อผ้าบานใหญ่อย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ พร้อมกับโยนเสื้อตัวโคร่งไปที่ผ้าห่มที่ยังกองอยู่ข้างเตียง
“ใส่ซะ เดี๋ยวพื้นเปื้อน” น้ำเสียงและแววตามองเธอเหมือนกับขยะชิ้นหนึ่งในห้อง
“ฉันไม่ใช่เชื้อโรค” ชาลิสวนกลับทันควันด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“ผมหมายถึงเห็บ!!”
“ไอ้...! ฉันไม่ใช่หมานะ!”
“อ้าวเหรอ?”
“หน็อย!” คนที่เพิ่งโดนหลอกด่ากัดฟันกรอด “ถ้าจะรังเกียจกันเบอร์นี้ แล้วลากตูมาเพื่อ?” เธอบ่นอุบอิบ
"มีปัญหา?" เขาถามกลับสั้น ๆ พลางเลิกคิ้วมองท่าทางฟึดฟัดของคนข้างหลังด้วยสายตานิ่งเฉยเหมือนตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด
“ถามจริง..ที่ทำท่ารังเกียจนี่เพราะกลัวห้ามใจตัวเองไม่ไหวถ้าอยู่ใกล้ฉันใช่ป่ะ” ชาลิสาแสยะยิ้มท้าทาย
ทำเอาคนที่กลัวเชื้อโรคนิ่งค้างไปทันที ใบหน้าคมปั้นยาก ดวงตา
คมกริบเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาซุกซนของยัยตัวแสบและไม่ให้เธอรู้ว่าหูของเขากำลังเริ่มแดง
"ประสาท" คนหูแดงลามไปถึงลำคอพ่นคำสั้น ๆ ออกมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูรำคาญ ทั้งที่อกข้างซ้ายเต้นแรงจนแทบจะทะลุ
“เพ้อเจ้อให้มันน้อย ๆ หน่อย เอาไปใส่ แล้วหุบปาก อย่าให้ต้องพูดซ้ำ” พูดจบเขาก็รีบสาวเท้าเดินมาข้างเตียงขนาดคิงไซซ์ ปล่อยให้ชาลิสายืนขำกับท่าทาง ‘เสียอาการ’ของคนอีโก้สูงปรี๊ด ที่ดูยังไงก็รู้ว่ากำลังเขินชัด ๆ
ในขณะที่คนขี้แกล้งกำลังจะเดินไปกวนประสาทต่อ เขาก็จับผ้าห่มที่กองอยู่บนพื้นห่มคลุมร่างชาลิสาจนถึงคอ
"เฮ้ย! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!" ชาลิสาร้องถาม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตกใจ เธอพยายามจะดิ้นแต่เขากลับใช้แขนอีกข้างกดร่างนั้นไว้แนบพื้น
“ก็อยากเป็นหมามากนะไม่ใช่เหรอ” พร้อมกับโน้มหน้าลงมาจนจมูกแทบจะชนกัน แม้แววตาจะดูเจ้าเล่ห์แต่ก็มีความประหม่าซ่อนอยู่
“หมาดื้อแบบนี้ มันต้องโดนล่ามโซ่ไม่ให้ไปไหน” เสียงแหบพร่าชิดใบหูทำเอาชาลิซาขนลุกซู่ ร่างที่ห่อหุ้มด้วยผ้านวมผืนใหญ่เหมือนมัมมี่พยายามดิ้นเมื่อเธอเริ่มได้สติ
“ปล่อยนะ เล่นบ้าอะไรของคุณ”
“อย่าขยับ” น้ำเสียงเข้มขึ้นดูจริงจัง มือที่กดทับร่างแรงขึ้นเพื่อเตือน ดวงตาสีเฮเซลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวของยัยตัวแสบ “ถ้ายังพูดไม่ฟัง เธอจะได้ไปนอนในลูกกรงแทน...เลือกเอา..!!” คำขู่นั่นทำเอามัมมี่ที่กำลังดิ้นพล่านถึงกับหยุดชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก! สัญชาตญาณรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้พูดเล่นๆ รังสีความน่ากลัวทำให้เธอรู้สึกตัวลีบทันที
คนอะไร ดุยิ่งกว่าเสือ.!
ชาลิสานอนตัวแข็งทื่อ พลางกวาดตามองรอบห้องก็เห็นแต่เพียงความมืด บรรยากาศในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอของคนที่นอนบนเตียง ความเย็นเฉียบของพื้นหินอ่อนราคาแพงสัมผัสเข้าที่แผ่นหลังทำเอาเธอต้องนอนขดตัวงอด้วยความหนาวเย็น
แม้อากาศภายในห้องจะเย็น แต่มือของเธอกลับเหงื่อซึมขณะพยายามรวบรวมความกล้าซุกนิ้วไปสัมผัสกับวัตถุสี่เหลี่ยม ที่เธอแอบซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อ...มันคือโทรศัพท์ของโจนส์ มือเล็กกำแน่นจนปลายนิ้วซีดขาวด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม ได้แต่ภาวนาขออย่าให้สังเกตเห็น
ก่อนจะหลับตาลง แต่ภาพของ พันเอก นิธิป ที่ปรากฏในเอกสาร Tantalus ก็ฉายชัดขึ้นมาในหัว
ลอว์สันต้องการให้ฉันปลอดภัยจริง ๆ หรือแค่กำลังใช้ฉันเป็นเครื่องมือ?
แสงแดดจางๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ชาลิสางัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะแสงแดดแยงตา เมื่อกวาดสายตามองไปรอบห้องก็พบเตียงนอนที่ว่างเปล่าเธอกวาดตามองสำรวจรอบห้องเพื่อเช็กชัวร์ว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ออกจากห้องไปแล้วด้วยใจที่เต้นรัวแทบทะลุออกมาจากอก แม้จะพยายามตั้งสติ แต่ความตื่นเต้นผสมกับความกลัวทำเอาสมองตื้อไปหมดก่อนจะรีบมุดลงไปใต้ผ้าห่ม แล้วแอบหยิบโทรศัพท์ที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อออกมา นิ้วเรียวสั่นเล็กน้อยขณะปลดล็อกหน้าจอ แล้วรีบพิมพ์ข้อความถามสิ่งที่ติดค้างไว้เมื่อคืนทันที 'คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่'เธอกดส่งไปพร้อมกับจ้องมองหน้าจอไม่วางตา ลุ้นว่าปลายทางจะตอบกลับมาว่าอะไร ในใจเต็มไปด้วยความสับสน เพราะไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกเป็นเบี้ยในเกมของใคร ระหว่างลอว์สันที่ดูอันตราย หรือนิธิปเจ้าแผนการไม่กี่นาทีต่อมา แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากโทรศัพท์ในมือก็ทำให้ชาลิสาสะดุ้งโหยง เธอรีบกดเปิดดูข้อความที่ส่งกลับมาทันที“แค่ทำตามคำสั่งก็พอ..!” ข้อความสั้นๆ โชว์บนหน้าจอ ไม่รู้ว่าเป็นโจนส์หรือนิธิป แต่มันไม่ได้ช่วยให้คำถามในใจของชาลิสาคลี่คลายลงสักนิด มันกลับยิ่งตอกย้ำว่าตัวเธอมีแค่สองทางเลือกชาลิสากัดริมฝีปากแน่น
ท่ามกลางแมกไม้หนาทึบและเสียงแมลงกลางคืน เซฟเฮาส์รูปทรงกล่องสี่เหลี่ยมถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติด้วยการติดตั้งกระจกกันกระสุนทั้งหลัง ไม่มีแสงไฟสว่างจ้าออกมาภายนอก มีเพียงแสงไฟวอร์มไลท์สลัวส่องเฉพาะจุดตามแนวทางเดินหินแกรนิตชาลิสาซ่อนโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่า ๆ ไว้ใต้หมอน รอจนกระทั่งยามค่ำคืนมาเยือน เสียงเดินตรวจการณ์ของลูกน้องนายพันโทลอว์สันก็เงียบลงชาลิสาหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยใจที่เต้น ตึก ตึก ทั้งรู้สึกกลัวและตื่นเต้น ขณะจ้องมองมันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความมุ่งมั่น แม้จะรู้ว่านี่ไม่ใช่การช่วยเหลืออย่างบริสุทธิ์ใจ และเธออาจเป็นเหยื่อล่อที่ถูกโยนเข้ามาให้เธอเล่นเองเธอพยายามเปิดเครื่องและค้นหาข้อมูลที่เคยรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ และค้นพบข้อมูลใหม่ ๆ ที่ถูกใส่เข้ามาในเครื่อง โดยมีแค่ 'ชื่อรหัส' ของภารกิจลับที่เขาคนนั้นเคยทำ: "ปฏิบัติการแทนทาลัส" "Tantalus... ชื่อเทพที่ถูกลงโทษให้ยืนในน้ำดื่มที่ดื่มไม่ได้ และอยู่ใต้ผลไม้ที่เอื้อมไม่ถึง...นี่มันชื่อภารกิจหรือชีวิตของใครกันแน่?" ชาลิสาพูดเบา ๆ กับตัวเองขณะพิมพ์ค้นหาและในที่สุดเธอก็
ชาลิสาถูกลากเข้ามาในห้องนอนที่เหมือนถูกดูดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง เมื่อนาวินหยุดอยู่หน้าผนังกระจก เขาไม่ได้แตะสวิตช์ไฟ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ ผนังกระจกที่เคยใส ก็เปลี่ยนเป็นสีเขม่าควันจนมืดสนิททันทีที่เสียงล็อกประตูดังกริ๊ก แสงไฟสีส้มทองสลัวก็ค่อยสว่างจากใต้เตียงและหลุมฝ้า เผยให้เห็นความหรูหราของเตียงขนาดคิงไซซ์สีชาร์โคลที่สามารถปปรับระดับความนุ่มและองศาการนอนได้ผ่านคำสั่งเสียงในระหว่างที่นักข่าวบ้านนาอย่างชาลิสากำลังอ้าปากค้างกวาดมองรอบห้องด้วยตาลุกวาว ผ้าห่มผืนหนาก็ถูกโยนมาใส่หน้าเธอเต็ม ๆ"นอนซะ และห้ามส่งเสียงดังรบกวนตอนฉันหลับ" น้ำเสียงเฉยเมยพร้อมกับชี้ไปที่ผ้าห่มที่กองอยู่ข้างเตียง "นั่นคือที่ของเธอ"นักข่าวบ้านนากอดอกแน่นด้วยความไม่พอใจ "คุณจะให้ฉันนอนบนพื้นเนี่ยนะทั้งที่เตียงคุณใหญ่กว่าห้องนอนฉันอีก"ลอว์สันถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างไม่ใส่ใจ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจาง ๆ และกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง "ฉันเกลียดเชื้อโรค” เขาตอบหน้านิ่งแต่ทำเอาชาลิสาไม่พอใจจนลมออกหู ในขณะที่เขาเดินไปเลื่อนตู้เสื้อผ้าบานใหญ่โดยไม่รู้ว่าอีกคนกำมัดแน่นจนสั่นระริกด้วยความโมโหลอว์สันดึงเสื้
หลังจากผ่านไปหนึ่งวันเต็ม ๆ ที่ชาลิสาถูกกักขังอยู่ในห้องที่ไร้หน้าต่าง วันนี้เธอถูกนำตัวออกมายังห้องนั่งเล่นที่ติดกับห้องครัวขนาดกลาง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานลอว์สันยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์กาแฟ ดวงตาสีเฮเซลจ้องมองสมาร์ทวอทช์เรือนไทเทเนี่ยม 8 เหลี่ยมสีดำสนิทที่ข้อมือซ้ายกำลังส่องแสงแจ้งเตือนบางอย่าง ในขณะที่มือข้างขวาถือแก้วกาแฟดำร้อน ชาลิสาลอบมองเงียบ ๆ พลางคิดในใจว่าคนตรงหน้ามีใบหน้าที่หล่อไม่แพ้นายแเบบแถวหน้า ไหนจะรูปร่างที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามนั่นทุกอย่างดูเพอร์เฟค ยกเว้นปากที่ขู่เก่งยิ่งกว่าหมาที่บ้าน"มานี่ แล้วนั่งลง" เขาชี้ไปที่เก้าอี้ทานข้าวพลางค่อย ๆ จิบกาแฟ "เรามาคุยกันเรื่อง 'กฎ' กันสักหน่อย ถ้าคิดจะอยู่ร่วมกัน"“แล้วฉันบอกเมื่อไหร่ว่าฉันอยากจะอยู่ร่วมกับคุณ!” พร้อมกับจ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว แต่ใจกับแต้นรัว“ผมไม่ได้ถามความสมัครใจ แต่นี่คือคำสั่ง..แต่ถ้ายังปากดีอีกคำเดียว ไอ้นี่จะกระแทกปากแทน” ชาลิสามองตามสายตาลอว์สันก็เห็นกระบอกปืนสั้นวางอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ทำเอาชาล
เซฟเฮาส์หรูขนาดใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และป่าที่อุดมสมบูรณ์ ชาลิสาถูกโยนเข้ามาในห้องที่กว้างขวางและตกแต่งทันสมัยกว่าที่เธอจินตนาการ มันไม่ใช่คุกใต้ดินที่มีหนูวิ่งผ่านไปมาเหมือนในภาพยนต์ แต่เป็นห้องชุดสุดลักชัวรี่ แต่กลับถูกผ้าม่านสีเข้มปิดทึบทั้งหมด ทำให้มองไม่เห็นโลกภายนอก มีเพียงแสงไฟผสมผสานสีอบอุ่นที่สร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายและส่องให้เห็นรอยช้ำจาง ๆ บนข้อมือเรียวเล็กนั่นก่อนทรุดตัวลงบนโซฟาหนังสีโทนครีมอย่างหมดแรง พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ เธอกวาดมองโดยรอบอย่างระแวดระวังเพราะอาจจะมีกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การถูกจับ แต่คือการเผชิญหน้ากับชายผู้มีอำนาจที่ซ่อนอยู่ในเงามืดขณะกำลังคิดอะไรอยู่นั้น จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เสียงที่ดังขึ้นทำให้ชาลิสานั่งตัวเกร็ง ชายในเสื้อเชิ้ตสีเข้มและกางเกงสแล็ค เดินตรงมานั่งที่โซฟาด้วยท่าทางสบาย ทำเอาชาลิสารีบถอยไปนั่งชิดขอบโซฟาอีกด้าน“หวังว่าจะชอบที่นี่นะ คุณนักข่าว!" น้ำเสียงฟังดูราบเรียบไร้อารมณ์แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่าง ชาลิสาลุกขึ้นยืนทันที ดวง
แนะนำเรื่องยิ่งใกล้... รหัสยิ่งร้อนยิ่งสัมผัส... ยิ่งอันตรายเกินต้านทานเมื่อรหัสลับระดับโลกที่ใครต่อใครต่างยอมฆ่ากันเพื่อให้ได้มา กลับถูกฝังอยู่ในร่างของ 'ชาลิสา' นักข่าวสาวที่จู่ๆ ชีวิตก็พลิกผันกลายเป็นเป้าสังหารอันดับหนึ่ง ภารกิจคุ้มกันอันตรายสุดบ้าระห่ำ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ร้อนกว่าสมรภูมิรบ เมื่อผู้คุ้มกันเพียงหนึ่งเดียวของเธอคือ 'พันโทลอว์สัน' ผู้บังคับการหนุ่มลูกครึ่งจากหน่วยรบพิเศษ จ้าของนัยน์ตาสีเฮเซลที่ดูลึกลับ แฝงไปด้วยความอันตราย ร้อนแรงยากจะต้านและยังถูกทางการหมายหัวภายใต้เครื่องแบบทหาร เต็มไปด้วยมัดกล้ามหกลูก อกกว้างรับกับช่วงไหล่ที่ดูองอาจ แขนเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนที่แสดงถึงพละกำลัง ความแข็งแกร่งและความเงียบขรึมที่ดูเข้าถึงยาก ทุกย่างก้าวดูมั่นคงและหนักแน่น กลับซ่อนความกระหายที่พร้อมจะปะทุทุกครั้งที่ได้ชิดใกล้ สายตาเย็นชาคู่นั้นไม่ได้แค่อยากจะหาทาง 'ถอดรหัสลับ' ในตัวเธอเพื่อจบภารกิจ... แต่อยากจะ 'ถอด' ทุกอย่างเพื่อสัมผัส....ในสมรภูมิที่เดิมพันด้วยชีวิต เขาจะเลือก 'ความแค้น' ที่ต้องแบกรับ หรือ 'สัญชาตญาณดิบ' ที่กำลังปะทุขึ้นจนยากจะควบคุม?"จำไ







