LOGINเซฟเฮาส์หรูขนาดใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และป่าที่อุดมสมบูรณ์ ชาลิสาถูกโยนเข้ามาในห้องที่กว้างขวางและตกแต่งทันสมัยกว่าที่เธอจินตนาการ มันไม่ใช่คุกใต้ดินที่มีหนูวิ่งผ่านไปมาเหมือนในภาพยนต์ แต่เป็นห้องชุดสุดลักชัวรี่ แต่กลับถูกผ้าม่านสีเข้มปิดทึบทั้งหมด ทำให้มองไม่เห็นโลกภายนอก มีเพียงแสงไฟผสมผสานสีอบอุ่นที่สร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายและส่องให้เห็นรอยช้ำจาง ๆ บนข้อมือเรียวเล็กนั่น
ก่อนทรุดตัวลงบนโซฟาหนังสีโทนครีมอย่างหมดแรง พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ เธอกวาดมองโดยรอบอย่างระแวดระวังเพราะอาจจะมีกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การถูกจับ แต่คือการเผชิญหน้ากับชายผู้มีอำนาจที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
ขณะกำลังคิดอะไรอยู่นั้น จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เสียงที่ดังขึ้นทำให้ชาลิสานั่งตัวเกร็ง ชายในเสื้อเชิ้ตสีเข้มและกางเกงสแล็ค เดินตรงมานั่งที่โซฟาด้วยท่าทางสบาย ทำเอาชาลิสารีบถอยไปนั่งชิดขอบโซฟาอีกด้าน
“หวังว่าจะชอบที่นี่นะ คุณนักข่าว!" น้ำเสียงฟังดูราบเรียบไร้อารมณ์แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่าง ชาลิสาลุกขึ้นยืนทันที ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธ
"ปล่อยฉันออกไป!! คุณไม่มีสิทธิ์มากักขังฉันแบบนี้!”
“แล้วถ้าไม่ปล่อย?”
“คุณอยากให้ฉันลบหลักฐาน? ฉันก็ทำไปแล้วไง!"
"หลักฐานง่อย ๆ นั้นนะเหรอ" ชาลิสาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อชายร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะหยุดห่างจากเธอเพียงแค่หนึ่งช่วงแขน
“แล้วคุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่?” เธอโพล่งถามออกไปแม้จะรู้สึกกลัว แต่การที่เขาทำแบบนี้มันเข้าข่ายผิดกฎหมายทั้งที่ตัวเองเป็นทหาร นี่มันใช้อำนาจข่มขู่ประชาชนชัด ๆ
"หึ! แค่อย่าเข้ามาแส่เรื่องนี้พอ"
คนที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้มายุ่งยิ้มหยัน "เรื่องนี้? เรื่องอะไรละ...เรื่องการทุจริตหรือฆาตกรรม?..แหม..อย่ามาทำตัวเป็นคนมีศีลธรรมหน่อยเลยน่า"
แววตาคมกริบฉายแววความไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว "ทำไม? อยากเป็นฮีโร่ผดุงคุณธรรมว่างั้น...อย่าฝันไปหน่อยเลยฮีโร่มันเป็นแค่ชื่อหมาที่เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านเท่านั้น" ชาลิสาก้าวถอยหลังจนไปชนเข้ากับโต๊ะเครื่องแป้ง เมื่อมือแข็งแกร่งที่สวมด้วยนาฬิกาสีดำที่ดูแปลกแต่พิเศษเท้าลงบนโต๊ะ แม้จะไม่ได้ทำอันตรายแต่ก็เต็มไปด้วยการคุกคาม ไม่รู้ว่ากลิ่นน้ำหอมสดชื่นจากกายเขาที่ทำให้ชาลิสาเริ่มสับสนหรือเพราะลมหายใจอุ่นที่กำลังเป่ารดต้นคอนี้กันแน่
"อ้อ! แล้วจากนี้ไป...ถ้าพยายามหนีหรือส่งสัญญาณใด ๆ ออกไปผมรับรองว่าไม่ใช่แค่เธอเท่านั้นที่จะต้องเจ็บตัว..จำไว้!!"
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด เขาถอนมือออกและหันไปมองยังประตูที่กำลังเปิดออก เผยให้เห็นชายอีกคนในชุดลำลองดูวัยใกล้เคียงกับเจ้าของคหหาสน์ แต่ท่าทางนอบน้อมและนุ่มนวลกว่า
โจนส์เจ้าหน้าที่อีกคนในหน่วยรบพิเศษ รูปร่างล่ำสัน ผมดำหยิก ผิวสีช็อคโกแลต กำลังถือถาดอาหารและชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นเข้ามาในห้อง
"เอ่อ..ขอโทษที่ขัดจังหวะครับท่านลอว์สัน... นี่คืออาหารมื้อแรกของเธอครับ และนี่... ยาแก้ปวดกับชุดทำความสะอาดบาดแผลเล็กน้อย"ชายผู้มาใหม่ฉีกยิ้มจนเห็นฟันสีขาวให้ชาลิสาอย่างสุภาพ ซึ่งขัดกับบรรยากาศในห้องที่กำลังมาคุ
โจนส์วางถาดอาหารไว้บนโต๊ะ ก่อนจะหันมามองชาลิสาแวบหนึ่งด้วยใบหน้าที่ดูหนักใจแฝงไปด้วยความเห็นใจเล็กน้อย
“ตรวจเช็กให้เรียบร้อย อย่าให้ตายก่อนละ" เสียงเข้มออกคำสั่งก่อนจะจบท้ายด้วยประโยคที่อีกคนต้องกำหมัด
"ครับท่าน" โจนส์พยักหน้ารับคำสั่งอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินไปที่ม่านหน้าต่าง ทำท่าเหมือนกำลังตรวจเช็กอุปกรณ์ทั่วไป แต่ขณะที่เขาเดินผ่านชาลิสาไปนั้น... เขาลอบแอบผลักขวดน้ำเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะให้ใกล้กับมือชาลิสามากขึ้นเล็กน้อย ซึ่งลอว์สันอาจจะไม่สังเกตเห็น
"ทานอาหารให้หมดนะครับ... จะได้มีแรง" โจนส์พูดกับชาลิสาด้วยน้ำเสียงปกติ แต่แววตาของเขากลับสื่อสารบางอย่างที่ต่างออกไป เธอรู้สึกสับสนในท่าทีของโจนส์ขณะลอบมองแผ่นหลังของเจ้าของผิวสีช็อคโกแลตที่กำลังเดินออกจากห้องไป ในขณะที่ลอว์สันหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง
"หยุดความคิดนั่นซะ!"
ชาลิสากัดฟันด้วยความไม่ชอบใจ "ฉันรู้ว่าเขาดูไม่เหมือนคนที่อยากให้ฉันตาย ไม่เหมือนคุณ"
รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏที่มุมปากของพลโทลอว์สัน "รู้ตัวก็ดี!”เขาเดินออกไปที่ประตูพร้อมกับทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ก่อนประตูห้องปิดลง
"ชาลิสา... ถ้าเธอฉลาดพอ...พอจะเข้าใจว่าบางครั้ง... การทำตามคำสั่ง... ก็เป็นทางเดียวที่จะรอด"
ปั้ง!!
เสียงประตูปิดลง ทิ้งให้ชาลิสาอยู่คนเดียวในห้องหรูหราที่เต็มไปด้วยความกดดัน เธอเดินไปที่โต๊ะแล้วหยิบขวดน้ำที่โจนส์วางไว้พลางจ้องมองไปยังรอยช้ำบนข้อมือ
เมื่อครู่เขาเรียกชื่อเธอ แถมยังขู่ว่าถ้าหนีไม่ใช่แค่ชาลิสาคนเดียวที่จะเจ็บตัว เขารู้จักครอบครัวของฉันเหรอ ความสับสนกำลังถาโถมเข้าสาเขาจับมาเพื่อฆ่าปิดปาก..ก็ไม่ หรือเขาจับมาเป็นตัวประกัน และประกันอะไรล่ะ หรือความจริงแล้วชาลิสาคือหมากที่กำลัง... ถูกโยนเข้ามากลางสนามรบ
แสงแดดจางๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ชาลิสางัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะแสงแดดแยงตา เมื่อกวาดสายตามองไปรอบห้องก็พบเตียงนอนที่ว่างเปล่าเธอกวาดตามองสำรวจรอบห้องเพื่อเช็กชัวร์ว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ออกจากห้องไปแล้วด้วยใจที่เต้นรัวแทบทะลุออกมาจากอก แม้จะพยายามตั้งสติ แต่ความตื่นเต้นผสมกับความกลัวทำเอาสมองตื้อไปหมดก่อนจะรีบมุดลงไปใต้ผ้าห่ม แล้วแอบหยิบโทรศัพท์ที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อออกมา นิ้วเรียวสั่นเล็กน้อยขณะปลดล็อกหน้าจอ แล้วรีบพิมพ์ข้อความถามสิ่งที่ติดค้างไว้เมื่อคืนทันที 'คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่'เธอกดส่งไปพร้อมกับจ้องมองหน้าจอไม่วางตา ลุ้นว่าปลายทางจะตอบกลับมาว่าอะไร ในใจเต็มไปด้วยความสับสน เพราะไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกเป็นเบี้ยในเกมของใคร ระหว่างลอว์สันที่ดูอันตราย หรือนิธิปเจ้าแผนการไม่กี่นาทีต่อมา แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากโทรศัพท์ในมือก็ทำให้ชาลิสาสะดุ้งโหยง เธอรีบกดเปิดดูข้อความที่ส่งกลับมาทันที“แค่ทำตามคำสั่งก็พอ..!” ข้อความสั้นๆ โชว์บนหน้าจอ ไม่รู้ว่าเป็นโจนส์หรือนิธิป แต่มันไม่ได้ช่วยให้คำถามในใจของชาลิสาคลี่คลายลงสักนิด มันกลับยิ่งตอกย้ำว่าตัวเธอมีแค่สองทางเลือกชาลิสากัดริมฝีปากแน่น
ท่ามกลางแมกไม้หนาทึบและเสียงแมลงกลางคืน เซฟเฮาส์รูปทรงกล่องสี่เหลี่ยมถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติด้วยการติดตั้งกระจกกันกระสุนทั้งหลัง ไม่มีแสงไฟสว่างจ้าออกมาภายนอก มีเพียงแสงไฟวอร์มไลท์สลัวส่องเฉพาะจุดตามแนวทางเดินหินแกรนิตชาลิสาซ่อนโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่า ๆ ไว้ใต้หมอน รอจนกระทั่งยามค่ำคืนมาเยือน เสียงเดินตรวจการณ์ของลูกน้องนายพันโทลอว์สันก็เงียบลงชาลิสาหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยใจที่เต้น ตึก ตึก ทั้งรู้สึกกลัวและตื่นเต้น ขณะจ้องมองมันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความมุ่งมั่น แม้จะรู้ว่านี่ไม่ใช่การช่วยเหลืออย่างบริสุทธิ์ใจ และเธออาจเป็นเหยื่อล่อที่ถูกโยนเข้ามาให้เธอเล่นเองเธอพยายามเปิดเครื่องและค้นหาข้อมูลที่เคยรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ และค้นพบข้อมูลใหม่ ๆ ที่ถูกใส่เข้ามาในเครื่อง โดยมีแค่ 'ชื่อรหัส' ของภารกิจลับที่เขาคนนั้นเคยทำ: "ปฏิบัติการแทนทาลัส" "Tantalus... ชื่อเทพที่ถูกลงโทษให้ยืนในน้ำดื่มที่ดื่มไม่ได้ และอยู่ใต้ผลไม้ที่เอื้อมไม่ถึง...นี่มันชื่อภารกิจหรือชีวิตของใครกันแน่?" ชาลิสาพูดเบา ๆ กับตัวเองขณะพิมพ์ค้นหาและในที่สุดเธอก็
ชาลิสาถูกลากเข้ามาในห้องนอนที่เหมือนถูกดูดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง เมื่อนาวินหยุดอยู่หน้าผนังกระจก เขาไม่ได้แตะสวิตช์ไฟ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ ผนังกระจกที่เคยใส ก็เปลี่ยนเป็นสีเขม่าควันจนมืดสนิททันทีที่เสียงล็อกประตูดังกริ๊ก แสงไฟสีส้มทองสลัวก็ค่อยสว่างจากใต้เตียงและหลุมฝ้า เผยให้เห็นความหรูหราของเตียงขนาดคิงไซซ์สีชาร์โคลที่สามารถปปรับระดับความนุ่มและองศาการนอนได้ผ่านคำสั่งเสียงในระหว่างที่นักข่าวบ้านนาอย่างชาลิสากำลังอ้าปากค้างกวาดมองรอบห้องด้วยตาลุกวาว ผ้าห่มผืนหนาก็ถูกโยนมาใส่หน้าเธอเต็ม ๆ"นอนซะ และห้ามส่งเสียงดังรบกวนตอนฉันหลับ" น้ำเสียงเฉยเมยพร้อมกับชี้ไปที่ผ้าห่มที่กองอยู่ข้างเตียง "นั่นคือที่ของเธอ"นักข่าวบ้านนากอดอกแน่นด้วยความไม่พอใจ "คุณจะให้ฉันนอนบนพื้นเนี่ยนะทั้งที่เตียงคุณใหญ่กว่าห้องนอนฉันอีก"ลอว์สันถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างไม่ใส่ใจ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจาง ๆ และกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง "ฉันเกลียดเชื้อโรค” เขาตอบหน้านิ่งแต่ทำเอาชาลิสาไม่พอใจจนลมออกหู ในขณะที่เขาเดินไปเลื่อนตู้เสื้อผ้าบานใหญ่โดยไม่รู้ว่าอีกคนกำมัดแน่นจนสั่นระริกด้วยความโมโหลอว์สันดึงเสื้
หลังจากผ่านไปหนึ่งวันเต็ม ๆ ที่ชาลิสาถูกกักขังอยู่ในห้องที่ไร้หน้าต่าง วันนี้เธอถูกนำตัวออกมายังห้องนั่งเล่นที่ติดกับห้องครัวขนาดกลาง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานลอว์สันยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์กาแฟ ดวงตาสีเฮเซลจ้องมองสมาร์ทวอทช์เรือนไทเทเนี่ยม 8 เหลี่ยมสีดำสนิทที่ข้อมือซ้ายกำลังส่องแสงแจ้งเตือนบางอย่าง ในขณะที่มือข้างขวาถือแก้วกาแฟดำร้อน ชาลิสาลอบมองเงียบ ๆ พลางคิดในใจว่าคนตรงหน้ามีใบหน้าที่หล่อไม่แพ้นายแเบบแถวหน้า ไหนจะรูปร่างที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามนั่นทุกอย่างดูเพอร์เฟค ยกเว้นปากที่ขู่เก่งยิ่งกว่าหมาที่บ้าน"มานี่ แล้วนั่งลง" เขาชี้ไปที่เก้าอี้ทานข้าวพลางค่อย ๆ จิบกาแฟ "เรามาคุยกันเรื่อง 'กฎ' กันสักหน่อย ถ้าคิดจะอยู่ร่วมกัน"“แล้วฉันบอกเมื่อไหร่ว่าฉันอยากจะอยู่ร่วมกับคุณ!” พร้อมกับจ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว แต่ใจกับแต้นรัว“ผมไม่ได้ถามความสมัครใจ แต่นี่คือคำสั่ง..แต่ถ้ายังปากดีอีกคำเดียว ไอ้นี่จะกระแทกปากแทน” ชาลิสามองตามสายตาลอว์สันก็เห็นกระบอกปืนสั้นวางอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ทำเอาชาล
เซฟเฮาส์หรูขนาดใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และป่าที่อุดมสมบูรณ์ ชาลิสาถูกโยนเข้ามาในห้องที่กว้างขวางและตกแต่งทันสมัยกว่าที่เธอจินตนาการ มันไม่ใช่คุกใต้ดินที่มีหนูวิ่งผ่านไปมาเหมือนในภาพยนต์ แต่เป็นห้องชุดสุดลักชัวรี่ แต่กลับถูกผ้าม่านสีเข้มปิดทึบทั้งหมด ทำให้มองไม่เห็นโลกภายนอก มีเพียงแสงไฟผสมผสานสีอบอุ่นที่สร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายและส่องให้เห็นรอยช้ำจาง ๆ บนข้อมือเรียวเล็กนั่นก่อนทรุดตัวลงบนโซฟาหนังสีโทนครีมอย่างหมดแรง พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ เธอกวาดมองโดยรอบอย่างระแวดระวังเพราะอาจจะมีกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การถูกจับ แต่คือการเผชิญหน้ากับชายผู้มีอำนาจที่ซ่อนอยู่ในเงามืดขณะกำลังคิดอะไรอยู่นั้น จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เสียงที่ดังขึ้นทำให้ชาลิสานั่งตัวเกร็ง ชายในเสื้อเชิ้ตสีเข้มและกางเกงสแล็ค เดินตรงมานั่งที่โซฟาด้วยท่าทางสบาย ทำเอาชาลิสารีบถอยไปนั่งชิดขอบโซฟาอีกด้าน“หวังว่าจะชอบที่นี่นะ คุณนักข่าว!" น้ำเสียงฟังดูราบเรียบไร้อารมณ์แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่าง ชาลิสาลุกขึ้นยืนทันที ดวง
แนะนำเรื่องยิ่งใกล้... รหัสยิ่งร้อนยิ่งสัมผัส... ยิ่งอันตรายเกินต้านทานเมื่อรหัสลับระดับโลกที่ใครต่อใครต่างยอมฆ่ากันเพื่อให้ได้มา กลับถูกฝังอยู่ในร่างของ 'ชาลิสา' นักข่าวสาวที่จู่ๆ ชีวิตก็พลิกผันกลายเป็นเป้าสังหารอันดับหนึ่ง ภารกิจคุ้มกันอันตรายสุดบ้าระห่ำ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ร้อนกว่าสมรภูมิรบ เมื่อผู้คุ้มกันเพียงหนึ่งเดียวของเธอคือ 'พันโทลอว์สัน' ผู้บังคับการหนุ่มลูกครึ่งจากหน่วยรบพิเศษ จ้าของนัยน์ตาสีเฮเซลที่ดูลึกลับ แฝงไปด้วยความอันตราย ร้อนแรงยากจะต้านและยังถูกทางการหมายหัวภายใต้เครื่องแบบทหาร เต็มไปด้วยมัดกล้ามหกลูก อกกว้างรับกับช่วงไหล่ที่ดูองอาจ แขนเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนที่แสดงถึงพละกำลัง ความแข็งแกร่งและความเงียบขรึมที่ดูเข้าถึงยาก ทุกย่างก้าวดูมั่นคงและหนักแน่น กลับซ่อนความกระหายที่พร้อมจะปะทุทุกครั้งที่ได้ชิดใกล้ สายตาเย็นชาคู่นั้นไม่ได้แค่อยากจะหาทาง 'ถอดรหัสลับ' ในตัวเธอเพื่อจบภารกิจ... แต่อยากจะ 'ถอด' ทุกอย่างเพื่อสัมผัส....ในสมรภูมิที่เดิมพันด้วยชีวิต เขาจะเลือก 'ความแค้น' ที่ต้องแบกรับ หรือ 'สัญชาตญาณดิบ' ที่กำลังปะทุขึ้นจนยากจะควบคุม?"จำไ

![เจ้าเวหา [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





