Masuk“กรี๊ดดด!”
“พ่อคะ! พ่อจะกินเหล้าด้วยการฉีดเข้าเส้นไม่ได้!”
แพรวแทบจะสำลักเอาแอลกอฮอล์ที่กระดกลงคอไปเมื่อครู่ออกมา ดวงตาเธอถลนถมึงทึง พลันกุลีกุจอลุกขึ้นพรวดพราดหวังจะปรี่เข้าไปห้าม เดชะบุญที่ถูกพ่อห้ามเอาไว้ แกหงายฝ่ามือขึ้นแล้วก็อมยิ้มแบบเมา ๆ ตามสไตล์
.
“ชู่ววว!”
“นั่งเถอะนุช ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ ประเทศนี้แม้แต่สุราก็ตอบสนอง Demand ของฉันไม่ได้ เก็บภาษีมากมายแต่แอลกอฮอล์ก็ไม่เคยจะแรงขึ้นเลย โคตรกระจอก! โคตรไร้ค่า!”
“โอ๊กกก.. ก.. ก.. ก.. ก , อึก.. ก.. ก ๆ”
กระอึกกระอักในลำคอ คางแทบจะแนบคาอยู่บนโต๊ะ เหลือแต่ดวงตาที่ยังคงเผยอมองมาทางแพรวแบบไม่ลดราวาศอก
.
กลายเป็นรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเล่นงานจนสาวเจ้าเริ่มจะทำอะไรงก ๆ เงิ่น ๆ เพราะเธอเองก็ไม่ได้สนิทกับพ่อของพีเท่าไหร่นัก ครั้นจะห้ามปรามออกไปก็โดนพ่อพูดดักทางเอาไว้หมด แล้วก็เป็นการพูดแบบมะนาวไม่มีน้ำ จับต้นชนปลายอะไรไม่ได้ เข้าขั้นถามอย่างตอบอย่างจนสุดท้ายแพรวก็เลือกที่จะเงียบ เธอกระดกแก้วเบียร์ยกขึ้นดื่มพลางฟังพ่อพล่ามเรื่องของพีไปเพลิน ๆ
.
กลับดีซะอีกเพราะเธอเองก็ไม่เคยรู้เรื่องส่วนตัวของเพื่อนสนิทคนนี้เลย เจอกันครั้งแรกก็ตอนโตเป็นหนุ่มสาวมหาลัยกันแล้ว ตอนพีเป็นเด็กเขาผ่านชีวิตมายังไงแพรวแทบไม่รู้เลย พีเคยเป็นเด็กผู้ชายมาก่อนรึเปล่า เขาไปทำอีท่าไหนถึงได้เสียทรงจนกลายเป็นกระเทยคิงคองเฉกเช่นปัจจุบันนี้ แค่เงียบแล้วก็ฟังบางทีวันนี้อาจจะเป็นฤกษ์งามยามดี ให้เรื่องของเขาได้คลายตัวออกจากโลกแห่งความลับก็ได้
.
“ดูในอัลบั้มรูปสินุชเปิดหน้าแรกมีรูปพีตอน ป.1 ตอนขึ้นอ่านเรียงความในงานวันเด็กด้วยนะ ลูกเราฉายแววมากเลย”
.
กระดกเบียร์ลงคอไปหนึ่งแก้ว แพรวทำตามอย่างว่าง่ายจนหลัง ๆ คนเป็นพ่อแทบไม่ต้องพูดอะไร หญิงสาวปล่อยตัวปล่อยใจจมลงไปในความขำ ความเพลินเพลินที่ได้เห็นรูปเพื่อนในอิริยาบถต่าง ๆ พลิกหน้าถัดไปก็เป็นภาพของพีตอนอายุ 10 ขวบ ในนั้นเขาสวมกางเกงมวยขาสั้นและกำลังง้างเท้าเตะกระสอบทรายโครม ๆ ใบหน้าจริงจังดุดันมาก ชนิดที่ไม่มีเค้าลางว่าจะเป็น LGBTQ+ เหมือนตอนนี้เลย
.
หรือจะเป็นอีกสามหน้าถัดไป คราวนี้เป็นรูปคู่เป็นภาพของพีกับคุณแม่โพสต์ท่าคู่กันกับถาดอบขนม มีแบล็คกราวน์เป็นห้องครัวแล้วก็ตู้อบขนาดใหญ่ บนถาดน่าจะเป็นคุ๊กกี้เนยสด และบางทีนี่ก็อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาเริ่มมีไลฟ์สไตล์เหมือนเด็กผู้หญิงในระยะแบ่งเซลล์ นั่นทำให้แพรวสงสัยจนถึงกับต้องเปล่งวาจาขึ้นถาม
.
“ผู้หญิงในรูปนี้คือแม่ของพีเหรอคะพ่อ?”
ถามทั้ง ๆ ที่ยังไม่ละสายตาออกจากอัลบั้ม พลันเอื้อมมือบางไปกำน้ำแข็งมาโยนใส่แก้วเบียร์ตัวเอง แล้วก็รินเบียร์ในขวดใส่ตามลงไปสมทบ
.
“กร๊อก.. ก.. ก.. ก ๆ , กร๊อก.. ก.. ก.. ๆ”
น้ำแข็งกระทบแก้วหมุนวนเกรียวกราว แพรวยังคงพลิกอัลบั้มรูปต่อไป เปิดหน้าใหม่ทีก็ยกเบียร์ขึ้นจิบทีสลับกันไปเรื่อย ๆ ชิวสุด ๆ ราวกับเห็นบังเกอร์ใต้ดินแห่งนี้เป็นเกสเฮาส์ส่วนตัวก็มิปาน
.
“หืม.. ว่าไงล่ะคะคุณพ่อ? ทำไมเงียบไปล่ะคะ.. หลับเหรอ?”
ร่างบางเชยคางขึ้นถาม
.
ก่อนจะตกใจสะดุ้งโหยงเพราะสิ่งที่ทักดันกลายเป็นจริง แก้มแนบคาโต๊ะฟองฟดจากน้ำเบียร์ปริ่มทะลักออกมาจากปาก ไหลหลากออกมาทางจมูก ส่วนลำตัวนั้นครูดลงไปกองพับอยู่ด้านล่าง เหลือแต่คางที่ยังคงเกาะกับขอบโต๊ะเอาไว้ ช่างเป็นสารรูปที่โคตรจะดูไม่ได้ แดกเหล้าผ่านสายน้ำเกลือว่าเหี้ยแล้ว ลงไปกองแบบนั้นก็ไม่ต่างจากตัวตะกวดเลยหากจะพูดกันตามตรง แพรวก็เลยอยู่เฉยไม่ได้เธอรีบโผเข้าไปดูอาการทันที
.
“กรี๊ดดด! , พ่อคะ?!”
.
ลุกพรวดออกมาจากโซฟาจ้วงเท้าต่ออีกสองสามที ร่างหนาของพ่อก็ถูกประคองให้นั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิม จัดท่าจัดทางให้เรียบร้อยต่ออีกนิด โดยไม่ลืมใช้หลังมืออังกับโพรงจมูกเช็คลมหายใจดูว่ายังมีชีวิตอยู่รึเปล่า?
.
“วู่ววว.. โอเคยังอุ่น ๆ อยู่คงแค่หลับแหละ โถ่เอ๊ย! ทำหนูตกใจหมด!”
“แต่ก็นะ! เล่นฉีดเข้าเส้นขนาดนั้นมันก็ระดับเฮโรอีนเลยนี่นา การดูดซึมมันคนละเรื่องกับยากินหรือยาทาอยู่แล้ว หนูรู้หนูเรียนมาค่ะพ่อ”
สาวเจ้าอธิบายแข่งกับเสียงกรนของคนแก่ ดูทรงแล้วพ่อคงจะหมดแล้วจริง ๆ แพรวจึงถือวิสาสะถอดเข็มน้ำเกลือ (น้ำเบียร์) ออกให้ พลางลากเสาค้ำทรงสูงเข้าไปเก็บไว้ตรงซอกหลังตู้เย็นตามเดิม แต่ก็มิวายเอื้อมมือขึ้นไปปลดเอาถุงใส่เบียร์ที่แขวนอยู่บนสุดกลับลงมาด้วย หวังจะเอาน้ำเมาสีอำพันนี้ไปเทรวมกับแก้วของตัวเองตรงหน้าโซฟา
.
“อ่าาาา~ ก็มันน่าเสียดายนี่นา น้ำแข็งก็พร้อมจะปล่อยไว้ให้ชืดเสียรสชาติทำไม”
.
สตรีไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ถ้าไม่ติดว่าเหล้ายี่ห้อแสงโสมมีพรีเซ็นเตอร์เป็นด็อกเตอร์อาจองไปแล้ว เบียร์ที่รินเต็มแก้วก็คงไม่พ้นแพรวที่กลายเป็นแบรนด์แอมบัสเดอร์แน่นอน เธอยังคงเดินกลับมาที่โซฟาตัวเดิมอีกครั้ง ทว่าต่างจากเดิมหน่อยตรงที่คราวนี้ไม่ได้นั่งลงแล้ว นักศึกษาสาวกลับเลือกที่จะหยิบสมุดไดอารี่กับแก้วเบียร์ขึ้นมาถือไว้คู่กันแทน
.
"เอ๋..แบบนี้ก็ไม่ต้องเกรงใจคุณพ่อแล้วสิ? แกหลับก็เท่ากับว่าเราสามารถอ่านเรื่องราวในนี้ได้แบบเต็มที่ไร้สิ่งรบกวน แถมยังมีเบียร์ให้จิบฟรีเต็มตู้เย็นอีกต่างหาก สวรรค์ชัด ๆ ก็ไม่เลวนะ ถือว่าชดเชยกับเรื่องแย่ ๆ ข้างบนก็แล้วกัน ฉันขอเสือกเรื่องแกกับครอบครัวหน่อยนะอีพี”
.
แพรวคิดในใจภายใต้สีหน้าที่ขี้โกงสุด ๆ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มบวกกับความเมากรึ่ม ๆ ทำให้เธอดูเหมือนนางอิจฉาในละครมิผิดเพี้ยน มิหนำซ้ำยังเดินเตร็ดเตร่ย้ายมุมไปตรงโน้นทีตรงนี้ทีเป็นว่าเล่น ประหนึ่งตั้งใจจะเดินสำรวจให้หมดทุกซอกทุกมุมว่าบังเกอร์ใต้ดินแห่งนี้ซ่อนอะไรเอาไว้บ้าง
.
ซึ่งก็จริงอย่างที่วิเคราะห์เพราะโอกาสแบบนี้ย่อมไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ไทม์มิ่งมันลงล็อคพอดีแล้วพ่อก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลย แพรวจึงจัดแจงมูฟร่างกายตัวเองไปเริ่มต้นที่หน้าประตูทางเข้า ซึ่งเป็นจุดแรกสุดที่เธอเดินลงมา มันมีลักษณะเป็นบานเลื่อนสองอันมาประกบติดกันแบบร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
.
“เอาล่ะ.. พอทางสะดวกก็น่าจะเริ่มกันจากตรงนี้ล่ะนะ เริ่มจากลองกดเปิดประตูดูหน่อยซิ?”
.
จับไดอารี่หนีบไว้ที่ใต้รักแร้พลางใช้มือขวาถือแก้วเบียร์ ส่วนมือซ้ายเอาไปทุบเข้ากับกำแพงเสียงดัง “ตุบ!” แบบเดียวกับที่เห็นพ่อทำ ทว่าประตูกลับไม่เปิด! ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงทีเดียวว่าระบบ security ของที่นี่คงไม่ได้บันทึกลายนิ้วมือของแพรวเอาไว้
.
“เฮ้! งั้นฉันก็กลับขึ้นไปทางเดิมไม่ได้น่ะสิ! ไม่รู้ล่ะ! บางทีห้องใต้ดินนี่อาจจะมีทางออกอื่น น่าสนใจแฮะน่าสนใจจริง ๆ เอาเป็นว่าฉันจะกวาดสายตาดูที่นี่ให้ครบทุกซอกทุกมุมเลยละกัน ชีวิตแกไม่ได้มีแค่ในไดอารี่กับอัลบั้มรูปวัยเด็กหรอกนะพี อย่างน้อยถ้าฉันพลาดตั้งท้องกับแกขึ้นมา ฉันจะได้บอกลูกของเราได้ว่าพ่อมันไม่ได้เป็นแค่กระเทยดาด ๆ ”
.
กระดกเบียร์ที่เหลืออยู่ลงคอไปจนหมดแก้ว นิสิตสาวปลดเปลื้องมวลอำพันไหลเปรอะเลอะเสื้อ แม้มันจะเปียกอยู่ก่อนแล้วจากคราบน้ำฝน แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ เธอคว้ำแก้วลงกับพื้นอย่างไม่ใยดี พลันหันมาเพ่งสมาธิเต็มที่กับสมุดไดอารี่ที่มีตัวหนังสือยืกยืออัดแน่น มีการระบุวันและเวลาเอาไว้ตรงมุมบนด้านขวาอย่างชัดเจน บ่งบอกว่าคนที่เขียนนั้นมีความละเอียดถี่ถ้วนตามสไตล์ของนักวิทยาศาสตร์ แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้เธอเกรงใจอยู่ดี แพรวกำลังคิดจะเสือกมิหนำซ้ำยังเป็นเวอร์ชั่นที่ดีกรีจากแอลกอฮอล์กำลังจะออกฤทธิ์ซะด้วย
.
“เอาไงดีน๊าาา.. ไดอารี่ก็อยากอ่าน.. ห้องใต้ดินก็อยากสำรวจ”
“อืมมม.. ม.. ม.. , มึนหัวจัง”
“เอางี้! ทำคู่กันไปเลยล่ะกันห้องอีพีอยู่ตรงไหน? เอาหนังสือไปนั่งอ่านในห้องมันเลยดีกว่า เพื่อความได้ฟิว~!”
.
เมาแหละดูออกขาแทบจะขวิดกันเป็นเลขแปดหวิดจะล้มแหล่มิล้มแหล่ แต่หล่อนก็ยังเอามือแปะผนังคลำทางไปได้เรื่อย ๆ ก่อนจะเพิ่งมารู้ตัวว่าแท้จริงแล้วตัวเองมองข้ามรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ไป นั่นก็คือภาพถ่ายบนกำแพงที่แขวนรูปครอบครัวเรียงรายไว้เป็นระยะราวกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะ
.
รูปพวกนี้กำลังจะบอกอะไรกันแน่? เราคงต้องรอดูในตอนต่อไป?
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







