LOGINความอุ่นอันเกินพอดีทวีค่าจนกลายเป็นความร้อน แอร์คอนนิชั่นเสียงอื้ออึงมิอาจอำพลางดวงตะวันที่กำลังเฉิดฉายสายโด่ง แสงสีทองสาดสะท้อนรูผ้าม่านแยงเข้าดวงตาเล็กหยี มิวท์ใช้สันมือขยี้มันสองสามทีก่อนจะสะลึมสะลือขึ้นมาพร้อมกับรอยจ้ำกึ่งช้ำตามลำตัวเต็มไปหมด
.
"อ๊าาาา.. เมื่อยชะมัด.."
เธอว่า พลันทดร่างเปลือยของตนเองขึ้นค้ำกับหัวเตียงในท่านั่งพิง
.
ความจริงก็คือความจริง ว่าตอนนี้เปรมไม่อยู่เสียแล้ว เขาน่าจะไสหัวออกจากห้องเชือดแห่งนี้ไปตั้งแต่ช่วงตี 4 กว่า ๆ ซึ่งเป็นห้วงเวลาแห่งการหลุดพ้นจากมาตรการเคอร์ฟิวของทางรัฐ ไม่มีการจูบลาใด ๆ เสื้อผ้าก็ปล่อยกระจุยกระจายไว้ แม้แต่สาวเจ้าที่ยอมนอนให้ขืนใจก็ยังมิแยแส
.
แย่จริงอะไรจริง! บอกตามตรงว่าในใจมิวท์นั้นแสนจะเจ็บปวด หล่อนวางมือลงบนเนินอกตัวเองกระทั่งสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจที่ยังคงตื่นเต้น "ถูกฟันแล้วทิ้งรึเปล่านะ?" , "เขาจะรับผิดชอบเรารึเปล่า?" , "เราจะทำหน้ายังไงถ้าต้องอยู่ต่อหน้าพีแล้วก็แพรว?" สารพัดความกังวลถาโถมเข้ามาใส่ ทั้ง ๆ ที่ตัวเธอเองก็เป็นแค่เด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่เผลอตัวเผลอใจให้กับคนที่แอบชอบ
.
"พี่เปรมคะ..!"
มือเรียวเลื่อนลงมายังที่นอนด้านข้าง คุณพระช่วย! มันยังมีรอยบุ๋มจากร่างกายเขาอยู่เลย ความอุ่นของคราบเหงื่อไคลได้ทิ้งหลักฐานไว้ถึงพร้อม
.
"มิวค์คิดถึงพี่~!"
.
"ฟุบบบบ!!"
.
สาวเจ้าซุกหน้าลงไปใกล้ เธอสูดดมกลิ่นกายของเขาไว้จนชุ่มปอด เพราะมีความเป็นไปได้สูงเหลือเกินว่านี่อาจจะเป็นการร่วมรักครั้งแรกและครั้งเดียวระหว่างเขากับเธอ
.
กระทั่งผลาญเวลาไปครู่ใหญ่ มิวท์ถึงได้ลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกับผ้าห่มผืนหนาที่คลุมทับร่างอันเปลือยเปล่าเอาไว้พอหลวม ๆ
.
"เฮ้อ..!"
"คงทำอะไรไม่ได้นอกจาก Move On สินะ เป็นเมียเขาแล้วแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ยัยมิวท์เอ๊ย!"
"เก็บเสื้อผ้าแล้วอาบน้ำดีกว่า คิดซะว่าทำบุญทำทาน แม้มันจะเป็นเซ็กส์ครั้งแรกในชีวิตของเราก็เถอะ"
.
ร่างบางก้มตัวเอื้อมเก็บเสื้อผ้าในที่เกิดเหตุไปเรื่อย ๆ ไล่มาตั้งแต่ปลายเตียงจนมาถึงหน้าห้อง ด้วยความสัตย์จริงว่าในหัวนั้นขาวโพลนไปหมด เธอไม่ได้แข็งแกร่งดั่งคำพูดเลยแม้แต่น้อย แถมยังแทบจะจำกิริยาท่าทางขณะร่วมรักกับเปรมไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
.
ฤทธิ์แห่งแอลกอฮอล์ผนวกรวมเข้ากับความกระสันซ่าน ทำให้มิวท์จำได้แค่ว่าได้ปลดปล่อยทุกอย่างออกไปตามที่หัวใจปรารถนา เธอเหนื่อยแทบขาดใจแต่ก็สะใจอยู่ในที ดังจะเห็นได้จากยกทรงสีชมพูที่พาดอยู่บนขอบประตู เสื้อยืดตัวบางกองอยู่บนโซฟา ส่วนกางเกงในตัวเก่งนั้นกระเด็นขึ้นไปขึงอยู่บนเตาแก็ส
.
"ยึ๊ย! , ให้ตายสิ!"
"อี๋! นี่ฉันทำอะไรกับพี่เขาไปบ้างเนี่ย!? ทำไมถึงได้เละเทะขนาดนี้นะเรา"
"....?"
"เอ๋?! แล้วนี่มันอะไรกัน?"
"ในถังขยะหน้าห้องนี่มัน?!"
.
ตกใจนมกระเพื่อม สองมือแทบจะหลุดออกจากผ้าห่มที่ใช้ปิดกันโป๊ เมื่อสองตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นบางสิ่งในถังขยะ เธอค่อย ๆ ย่อตัวลงพลันล้วงมือลงไปหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะพบว่าสิ่งนั้นคือ "ก้อนกระดาษชำระที่หุ้มเศษถุงยางอนามัยเอาไว้"
.
"แหวะ! ไม่ใช่ก้อนเดียวด้วย นี่เราจัดกับพี่เขาหนักขนาดนี้เชียวหรอ"
"ตาย ๆ ๆ ! รู้ถึงไหนอายเขาถึงนั่น! แต่ก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้างล่ะนะ. อย่างน้อยเราก็ไม่ท้องแน่ ๆ"
"ฮู่วววววว~~"
.
นิสิตสาวเป่าปากพ่นลมหายใจพรูด้วยความโล่งอก เธอไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้ว แค่ประคองตัวเอาไว้อย่าให้แพรวกับพีรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด รูดซิบปากให้สนิท ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่อุดมไปด้วยโรคระบาดแบบนี้ต่อไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น เท่านี้ก็เรียบร้อย อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ซึ่งถ้าเปรมมาขอเปิดเมมเบอร์กับเธออีกรอบเธอก็คงจะให้เขา แต่แค่ต้องหาที่ทางและเวลาให้เหมาะสมกว่านี้สักหน่อย
.
.
หลายวันผ่านไป
.
.
จู่ ๆ คุณหมอผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นโฆษกรัฐบาลก็ได้ออกแถลงการณ์ด่วน มันเป็นวันมหาวิปโยคหรือไงก็ไม่รู้ เพราะปกติแล้วหน้าตี๋ ๆ ใส่แว่นของแกจะปรากฏบนจอก็แค่ตอนหัวค่ำก่อนข่าวพระราชสำนักเท่านั้น สิ่งนี้จึงตีความได้ว่าสถานการณ์ covid - 19 ในรอบวันน่าจะดูไม่ดีเท่าไหร่ ในรายงานแจ้งว่าอัตราผู้ติดเชื้อมีตัวเลขสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โรงพยาบาลเริ่มจะรับมือไม่ไหว เตียงคนไข้และห้องปลอดเชื้อไม่เพียงพอ ลุกลามบานปลายไปถึงขั้นสถานีอนามัยและคลินิคเวชกรรมต่าง ๆ ที่ต้องเข้ามาช่วยแบกรับภาระ
.
"เรากำลังเข้าสู่สภาวะวิกฤต การแพร่เชื้อกระจายตัวเป็นวงกว้างในสถานที่สาธารณะและสถานบันเทิง ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอายุ 18 - 25 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่น จากแต่ก่อนที่จะเป็นเด็กและผู้สูงอายุ"
"ผู้ติดเชื้อรายล่าสุดที่เสียชีวิตเป็นชายไทยอายุ 19 ปี อาชีพพนักงานบาร์โฮส มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงมั่วสุมทางเพศโดยไม่เว้นระยะห่าง จากการชันสูตรพลิกศพพบเชื้อ covid -19 ในกระแสเลือดปริมาณเล็กน้อย แต่พบในเซลล์สืบพันธุ์หรืออสุจิเป็นจำนวนมหาศาล"
"ข่าวร้ายคือ! เชื้อชุดนี้เป็นคนละตัวกับที่เราเคยพบมา มันเป็นเชื้อที่ไม่เหมือนกับที่ประเทศจีนหรือในยุโรป หากแต่เป็นการแยกสาย DNA ผ่านการออสโมซิสทรานซิสชั่น ปรับโครโมโซมคู่ที่ 32 จับคู่กับพันธะโควาเร้นท์ที่บิดเบี้ยว ทำให้ตัวเชื้อเกิดการกลายพันธ์ุเป็น RHA ประจุบวก"
"กล่าวโดยสรุปง่าย ๆ คือ เชื้อ covid - 19 ในไทยมีการกลายพันธุ์โดยสมบูรณ์ มันมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานขึ้นในสารคัดหลั่ง , น้ำกาม , เสปิร์ม , อสุจิ , และมีอันตรายถึงชีวิต เป็นประเภทเชื้อที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา และตอนนี้เราก็ยังไม่มีวัคซีนใด ๆ ที่จะใช้กำจัดมัน"
"ศคบ.จึงขอเรียนย้ำกับประชาชนทุกคนว่า กรุณาหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ทุกชนิด ไม่ว่าจะรูปแบบใด ชาย & ชาย , หญิง & หญิง , ชายกับหญิง หรือรักร่วมเพศ การเว้นระยะห่างยังเป็นเรื่องสำคัญ การ์ดอย่างตก อย่าลืมนะครับว่าถุงยางอนามัยอาจใช้ป้องกัน HIV ได้ แต่มันป้องกันเชื้อ covid - 19 ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย"
.
จบประกาศอันยาวเหยียดลงแต่เพียงเท่านี้ หน้าจอทีวีดับพรึบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายที่ร้อยวันพันปีเปรมจะดูทีวีกับเขาสักครั้ง เขาได้ยินข้อความเหล่านี้เต็มสองรูหู พลันพินิจพิเคราะห์ถึงไลฟ์สไตล์ของตัวเอง อายุ 21 ถือว่าเข้าเกณฑ์ พฤติกรรมใกล้ชิดกับผู้คนก็ไปมาหาสู่คนนั้นคนนี้อยู่บ่อย ๆ ยิ่งเรื่องสำคัญที่สุดอย่างการมีเซ็กส์นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
.
"เย็ดแม่ง!"
อุทานซะดังลั่นทั้งที่ความจริงควรจะอุทานว่า "เย็ดมิวท์" ซะมากกว่า
.
เปรมถึงกับกุลีกุจอรีบคว้าสมาร์ทโฟนเป็นการด่วน เหงื่อเริ่มแตก หน้าเริ่มซีด คิดอะไรไม่ออกก็เลยเลือกที่จะปิดหน้าร้านขายยาลงไปก่อน ประตูเหล็กหน้าร้านถูกดึงลงมาเสียงดัง
.
"ครืดดดดด!"
.
เป็นเสียงดังก้องสั่นสะท้านปลุกจิตวิญญาณให้หวั่นไหวจิตตก เนื่องด้วยเจ้าตัวนั้นรู้อยู่แก่ใจว่าหลายวันก่อนเพิ่งไปทำอะไรมา เขาได้รับการไหว้วานให้ดูแลร้านยาแห่งนี้แบบชั่วคราวไปพลางก่อน เนื่องจากญาติที่เป็นเจ้าของกิจการดันกลัวการระบาดมากจนต้องหนีออกจากกทม.ไป เหลือไว้ก็แต่เขาที่ยังคงทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ซึ่งตอนนี้เห็นทีจะไม่ใช่ซะแล้ว
.
"อะไรกัน!? คงไม่ซวยขนาดนั้นหรอกมั้ง?"
ชายหนุ่มพยายามคิดบวก
.
"โทรเช็คมิวท์หน่อยดีกว่า เพราะหลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้เจอหน้ากันอีกเลย เธออาจจะยังไม่รู้ข่าวนี้!"
.
เปรมนั่งย่อตัวลงตรงหลังเคาท์เตอร์ เขาตื่นกลัวจนยืนไม่อยู่แต่ก็ยังพยายามจะเรียกสติให้กลับคืนมา พลางคิดย้อนถึงลีลาร้อนสวาทที่ประเคนใส่ฝ่ายหญิง ฉุดคิดถึงเสี้ยววินาทีที่ถลกถุงยางออกจากน้องชายอันแล้วอันเล่า ก่อนจะทิ้งพวกมันลงถังขยะแบบไม่แยแส
.
"เสร็จไปสี่น้ำ! แล้วไหนจะที่แตกใส่บนร่างกายมิวท์อีก! , ชิบหายแล้วกู! , เวร ๆ ๆ ๆ ! เวรแท้ ๆ !"
.
ขยี้หัวยึกยือ หมดกันสภาพเดือนคณะสุดหล่อประธานหอผู้หน้าตาดี บุคลิกตอนนี้เปรมไม่ต่างจากไอ้ขี้ยาหุ่นก้างที่ใช้เคาท์เตอร์ขายยาบดบังทัศนวิสัย
.
เขาเครียดกับเรื่องนี้มากจริง ๆ ทั้งพูดคนเดียวทั้งบ่นคนเดียวอยู่ในร้านประหนึ่งขังตัวเองไว้ไร้ซึ่งทางออก ดูทรงแล้วมันคงจะช่วยเขาไม่ได้สักเท่าไหร่ เพราะอีกไม่กี่นาทีให้หลังเขาก็ได้ยินเสียงไซเรนของรถพยาบาลที่ดังแทรกขึ้นมาจากในละแวก
.
"วี้ , หว่อ! , วี้ , หว่อ! , วี้ , หว่อ! , วี้ , หว่อ!"
.
"เหี้ย! เรื่องอะไรอีกล่ะคราวนี้ อย่าบอกนะว่าเชื้อมันลามเข้ามาถึงในมหาลัยแล้ว! สาธุ..ให้กูหลอนไปเองทีเถอะ!"
.
พูดไม่พูดเปล่าอ่าวโอ้ไปก็ดูจะไร้ประโยชน์ คิดได้ดังนั้นร่างหนาจึงได้ตัดสินใจวิ่งถลันขึ้นไปยังดาดฟ้าของตัวตึก อาคารพาณิชย์แห่งนี้มีความสูงสามชั้น เป็นตึกประจำตระกูลที่บริหารงานโดยเครือญาติของเปรม ชั้นสามเป็นดาดฟ้า ชั้นสองเป็นที่พักอาศัย ส่วนข้างล่างเปิดเป็นร้านยาเล็ก ๆ ไว้ให้บริการ
.
มันตั้งตระหง่านอยู่ห่างจากประตูมหาวิทยาลัยเพียงแค่ไม่กี่ 10 เมตร มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นประชาชนในละแวกและบรรดาเด็กนักเรียน เรียกได้ว่าอยู่ในย่านชุมชนอันเป็นพื้นที่โซนแดงที่ภาครัฐเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ข้างกันประกอบไปด้วยตึกแถวลักษณะเดียวกันอีกหลายคูหา ส่วนมากเปิดเป็นร้านค้าร้านอาหารไว้สำหรับให้นิสิตนักศึกษาได้เข้ามาใช้ แต่ทว่าตอนนี้เกินกว่าครึ่งก็ได้ปิดให้บริการไปหมดแล้ว
.
เปรมอยู่บนดาดฟ้าตึกฝั่งตัวเอง จากมุมนี้เขามองเห็นเหตุการณ์ข้างล่างได้อย่างชัดเจน เลยทำให้รู้ว่าต้นตอของเสียงไซเรนมาจากตึกฝั่งตรงข้ามที่เปิดเป็นร้านตัดผม
.
"เหี้ย! จริงดิ!?"
"น้าร้านตัดผมตายแล้ววว!"
"คุณพระช่วย!"
.
จากที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่แล้ว วินาทีนี้เป็นอะไรที่ขาวโพลนยิ่งกว่ากระดาษขาวทาแป้งเด็กแคร์ ดวงตาไม่เคยโกหกใคร เปรมเห็นกลุ่มบุคคลใส่ชุดคลุมปลอดเชื้อพร้อมกับถังออกซิเจนประมาณ 5 - 6 คนวิ่งกรูกันลงไปจากรถพยาบาล พวกเขาวิ่งเข้าไปในร้านตัดผม ขณะที่ด้านนอกยังมีเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งคอยพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อใส่ถนน ฟุตบาท และบริเวณรอบ ๆ ตึกอยู่ตลอดเวลา
.
สักพักพวกเขาก็กลับออกมาพร้อมกับเตียงสนาม และร่างอันไร้วิญญาณของคุณน้าร้านตัดผม ชายคนดังกล่าวเป็นอะไรที่จำได้แม่นเพราะเปรมเคยกินดื่มกับแกอยู่บ่อย ๆ ศพถูกพ่นด้วยยาฆ่าเชื้อก่อนจะจับยัดใส่ถุงห่อศพ ซีนหนาแน่นพลันนำขึ้นรถตู้อีกคันที่เพิ่งวิ่งเข้ามาสมทบ กิจกรรมทุกอย่างเกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันกระชั้นชิด ไฟไซเรนที่หมุนติ้วดับ ๆ ติด ๆ ย้อมบรรยากาศโพล้เพล้ให้แลดูหม่นเศร้าน่ากลัว
.
ยัง! ยังไม่จบแค่นั้นเพราะอีกไม่กี่วินาทีให้หลัง ศพอีกศพก็ถูกหามออกมาด้วย คราวนี้เป็นศพของภรรยา ร่างของหญิงสาววัยกลางคนหงิกงอราวกับถูกไฟสุม ไม่ดำไม่ไหม้เสื้อผ้าอยู่ครบ ทว่าสิ่งที่เปรมเห็นกลับเป็นอาการเกร็งชักน้ำลายฟูมปากที่เขาเองก็ได้แต่คาดเดาว่า อาจจะเป็นผลพวงมาจากเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่
.
มันคงเล่นงานระบบประสาทจนผู้ติดเชื้อคงสภาพร่างกายเดิมไว้ไม่อยู่ สมองส่วน Cerebellum Pons คงโดนกินยับ ผ่าเข้าไปในไขกระดูกคงมีแต่ซากเกล็ดเลือดที่โดนฤทธิ์เชื้อกลืนกินเอาไป เปรมทั้งกลัวแล้วก็ตัวสั่น พฤติการณ์เช่นนี้เป็นไปได้สูงว่าน้าทั้งสองคนอาจจะมีอะไรกันตามประสาผัวเมียแล้วลงเอยด้วยการเป็นศพ
.
"อึ๊ก! ไม่ไหวแฮะ! เราต้องรีบโทรหามิวท์รีบเตือนให้เธอรู้"
.
"ติ๊ด , ติ๊ด , ติ๊ด , ติ๊ด ,"
ปาดนิ้วกดสมาร์ทโฟนแบบผิด ๆ ถูก ๆ พร้อมกันนั้นเสียงของดอกยางรถพยาบาลก็ได้บดกับพื้นถนนเคลื่อนตัวออกไป เสียงดัง "เอี๊ยดดด!" ดังสนั่น
.
เปรมชะเง้อคอมองลงไปเขาเห็นเจ้าหน้าที่ 3 นาย กำลังช่วยกันพ่นยาฆ่าเชื้อเก็บรายละเอียดเป็นขั้นตอนสุดท้าย
.
"ตุ๊ดดดด , ตุ๊ดดดด , ตุ๊ดดดด"
.
"กรอดดดด!"
"เวรเอ๊ย! ทำไมไม่รับสายล่ะมิวท์ นี่มันเรื่องใหญ่นะ!"
.
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ถ้าเห็นว่าเป็นเบอร์เปรมมิวท์จะรีบกดรับทันที กลายเป็นความร้อนใจที่ถาโถมเข้าใส่อดีตผัวซะอย่างงั้น
.
"บ้าเอ๊ย! ไม่ใช่ว่าตายไปแล้วหรอกนะ! ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนฆ่าเธอหรอกนะมิวท์"
"มันต้องมีวิธีสิ วิธีที่จะพิสูจน์ว่าเราไม่ได้ติดเชื้อ หรือไม่ก็วิธีที่จะป้องกันไม่ให้เราเป็น"
.
กัดกรามกรอดครุ่นคิดมือยังคงกำสมาร์ทโฟนเอาไว้แน่น ขณะที่สองขานั้นจ้วงเท้าลงบันไดมาด้วยความเร็วสูง จู่ ๆ เปรมก็เหมือนจะคิดอะไรดี ๆ ออก เจ้าตัวน่าจะใช้ความเป็นนักศึกษาคณะเภสัชฯได้คุ้มค่าเทอมขึ้นมาแล้ว ผนวกรวมกับการเป็นถึงลูกหลานของบริษัทผลิตยายักษ์ใหญ่ ที่ตอนนี้ดันมีร้านยาทั้งร้านไว้ในกำมือ การจะหยิบจับอะไรก็เลยง่ายโดยไม่ต้องมีผู้ตรวจสอบ
.
" ยังไงเราก็ไม่ยอมป่วยหรอก ขอเอาเกียรติของร้านยานี้เป็นเดิมพันเลย"
.
"กูต้องรอด! กูต้องไม่ติดเชื้อโว๊ยยย!"
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







