LOGINเสร็จสิ้นจากด่านกักกันโรคดังกล่าว กระบะบุโรทั่งของพ่อก็ได้รับสติกเกอร์พิเศษมาแปะหน้ารถ เพื่อใช้ระบุว่าได้รับการยกเว้นให้ผ่านด่านเคอร์ฟิวไปได้เป็นกรณีพิเศษ แม้สีสันสะท้อนแสงของมันจะย้อนแย้งกับสภาพรถโดยรวมมากก็ตามที แต่ก็ถือว่าได้เจ้านี่แหละที่อำนวยความสะดวกให้แก่ 4 ชีวิตในห้องผู้โดยสาร
.
"แยกข้างหน้าเลี้ยวขวาค่ะพ่อ จอดที่รั้วข้างนอกได้เลยคอนโดมิวท์อยู่ที่นั่น"
มิวท์ชี้บอก ติดกันคือแพรวกับพีที่นั่งเบียดเสียดกันแนบแน่น แปลกแต่จริงที่ไม่มีใครกล้านั่งเบาะด้านข้างคนขับเลย
.
ซึ่งทันทีที่รถกดห้ามล้อหยุดนิ่ง สาวเจ้าของเสียงก็เปิดประตูวิ่งพรวดออกไปเลย เธอหันมายกมือไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่ครู่หนึ่ง ตรงข้ามกับแพรวและพีที่ได้รับรอยยิ้มอันแห้งเหือดไว้เป็นที่ระลึก ประหนึ่งว่ามิวท์นั้นมีอะไรที่ปิดบังเอาไว้อยู่
.
"ชู่วววว..จะให้เพื่อนเห็นรถของพี่เปรมไม่ได้ จอดไม่ระวังแบบนี้เราสิจะเดือดร้อน!"
มิวท์คิดในใจ
.
ขณะคิดอยู่ใบหูก็ได้ยินเสียงแพรวตะโกนขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ทำให้ค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
.
"บ๊ายบายมิวท์ ขอบคุณมากนะ ไม่มีเพื่อนดี ๆ อย่างเธอฉันคงแย่!"
.
"จ้า.. , ไม่เป็นไรหรอกแล้วเจอกันนะแพรว.. รักษาตัวด้วย^^"
.
เธอตอบกลับไปด้วยความเกรงใจสูงสุด พลันยืนจด ๆ จ้อง ๆ รอให้กระบะบุโรทั่งบึ่งออกไปจากหน้าคอนโดจนลับสายตา ก่อนจะหันมาหลอกตัวเองแบบงู ๆ ปลา ๆ ว่ารถสีดำที่จอดอยู่เบื้องหน้า อาจจะไม่ใช่รถของพี่เปรมก็ได้ มันอาจจะแค่คล้าย รถสีนี้ยี่ห้อนี้มีวิ่งกันถมเถ
.
"ฮัลโหล!"
"แต่ใครกันล่ะที่โทรหาเรา?"
"บ้า! พี่เขาอาจจะแค่อำเราเล่นขำ ๆ ก็ได้ คงไม่ใช่เรื่องจริงหรอก ใครจะกล้าแหกด่านเคอร์ฟิวกัน"
.
ใจเต้นเป็นกลอง ขาสั่นเป็นระฆังวัด เด็กสาวตื่นเต้นมากสองมือของเธอกอดกระเป๋าโดเรม่อนขึ้นบันไดมาด้วยความหวาดหวั่น เธอไม่อยากให้สิ่งที่คิดเป็นจริงเลย เกิดแพรวรู้ว่าเปรมอยู่ที่นี่มีหวังคงมองหน้ากันไม่ติด มิวท์คิดไม่ออกเลยว่าจะตอบเพื่อนด้วยวิธีไหน
.
ห้องหับต่าง ๆ ไล่มาตั้งแต่ชั้นแรกจนถึงชั้นสาม ปิดสนิทเงียบกริบตามมาตรการของรัฐ ยกเว้นห้องของเธอที่อยู่ตรงสุดทางเดิน จากระยะสิบเมตรนัยต์ตาเฉี่ยวมองเห็นปลายแดง ๆ วาบ ๆ จากควันบุหรี่โพยพุ่ง มีร่างเงาสูงทะมึนไหล่กว้างยืนเท้าแขนลงกับราวระเบียง ชายคนดังกล่าวอัดบุหรี่มวนต่อมวนยืนงุ่นง่านกระวนกระวายอยู่หน้าห้อง สลับกับการก้มดูนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ
.
ใช่แล้ว! เขาคือ "เปรม" โดยไม่ต้องสืบ นักศึกษาหนุ่มเดือนคณะเภสัชฯ ควบตำแหน่งประธานหอพักของมหาลัย ที่วันนี้มาโผล่อยู่ที่นี่ด้วยการบึ่งรถเร็วจี๋แข่งกับมาตรการเคอร์ฟิวตอน 4 ทุ่ม
.
มิวท์ไม่ค่อยแน่ใจเธอจึงตัดสินใจค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้ ๆ ให้แสงสว่างของหลอดไฟฉาบฉายลงมาชัด ๆ
.
"พี่เปรม..! ใช่พี่เปรมไหมคะ..?"
.
"มิวท์!"
ดวงหน้าคมสะบัดหันฉับพลัน แสงนีออนย้อมแสงจันทร์ทำให้เขาโคตรจะหล่อ
.
เกิดเป็นการสตั๊นท์ระหว่างกันและกันราว 4 - 5 วิ แต่ทว่าเสี้ยววินาทีต่อมาร่างบางของมิวท์ก็โดนบุกประกบ สองกายแนบชิดติดกันเยี่ยงตำรวจถือโล่กับกลุ่มผู้ชุมนุมแห่งแยกราชประสงค์ ดูทรงแล้วเหมือนเปรมจะอยากพ้นน้ำผสมแก็สน้ำตาเข้าซอกขามิวท์เต็มทน พละกำลังอันเกินกว่าคน เลยผลักดันร่างของหญิงสาวไปชนเข้ากับผนังด้วยความรุนแรง
.
"ตุบ!"
.
"โอ๊ย! พี่ค่ะ!"
.
อารยะขัดขืนหรือจะสู้พลังความหื่นที่ไม่ต้องง้อพรก. เปรมเริ่มรุกไล่ด้วยความฉุกเฉิน ผ่านการใช้ปากไซร้ลงที่ลำคอ
.
"จุ๊บบบบบ!"
"ซูดดดดด...ด...ด...ด"
.
"พี่เปรมอย่าค่ะ.."
.
"ทำไมล่ะก็พี่คิดถึงมิวท์นี่นา.. พี่รอมิวท์นานมากเลยนะรู้ไหม?"
.
"จุ๊บบบบบ!"
.
ร่างบางดิ้นจนทำกระเป๋าถือร่วงหลุดลงพื้น สเปร์ย์ฆ่าเชื้อหน้ากากอนามัยกระเด็นกระดอนออกมา เธอไม่อยู่ในสถานะที่จะต่อสู้ขัดขืน ลำตัวอ่อนละทวย ท้ายทอยร้อนผ่าวไปจนถึงหลังหู ก่อนที่มือหนาของเปรมจะเริ่มซุกซนลงบนเนินอก เขาชอนไชปลายนิ้วเข้าไปในร่องกระดุม ดุนแหย่เข้าไปถึงตะเข็บยกทรงเวียนวนยอดถัน พอสาสมใจแล้วจึงได้วาดไล้ออกมาลูบคลึงเข้าที่เอวอันคอดกิ่วเสียวสะท้าน
.
"พะ....พี่....เปรมม..ม...ม...อืม..ม...ม...ม"
"ซีดดดด..ด...ด"
.
ซุ่มเสียงชักสั่นเครือพูดไปเป็นคำ ทั้งตัวสั่นโยนโดยเฉพาะบริเวณต้นขาเบื้องล่าง วินาทีนี้มิวท์สัมผัสได้ถึงความชุ่มฉ่ำจากถ้ำรักที่เธอหวงแหน นั่นเหมือนเป็นคำตอบกลาย ๆ ว่าร่างกายเธอก็โหยหาสิ่งเหล่านี้มาตลอด แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่านี่คือแฟนเก่าของเพื่อนก็ตามที
.
"หอมจัง.."
"หอมมิวท์มากเลยครับ.."
.
นี่สิถึงจะเรียกว่าถ้อยคำที่เป็นการคุกคามทางเพศโดยแท้ เปรมมิได้มีเจตนาเปรียบเปรยสองแง่สองง่ามแต่อย่างใด หากแต่เป็นหว่างขาแท้ ๆ แม่ให้มาของมิวท์นี่แหละที่เขาหวังจะพิชิตมันให้สำเร็จ เจ้าตัวเลยสานต่อด้วยการฉวยโอกาสประกบปากเข้าไปจุมพิต เขางับกลีบปากบางด้วยจังหวะอันอ่อนนุ่ม รสสัมผัสผสานรวมเข้าเป็นหนึ่ง จนลิ้นรับรู้ได้ถึงรสแอลกอฮอล์ที่ฝ่ายหญิงเพิ่งดื่มกินมา
.
เปรมมองหน้ามิวท์ส่วนมิวท์นั้นเขินจนต้องหลับตา ฝ่ายชายเลยรุกต่อด้วยการใช้ลิ้น แปลกแต่จริง! ที่มิวท์เองก็ดันสอดลิ้นกลับคืนมาด้วย
.
"ชอบแล้วใช่ไหม?"
.
"ค่ะ.."
.
"จ๊วบบบ , จุ๊บบบ , จุ๊บบบบ , จุ๊บบบบ"
.
ทั้งสองยืนนัวกันอยู่หน้าประตูห้อง แสงสลัวจากระเบียงที่ไม่มีคนช่างเป็นอะไรที่โคตรได้บรรยากาศ จนกระทั่งถึงเสี้ยวอึดใจหนึ่งเปรมก็หยุดทำ จู่ ๆ เขาก็โน้มตัวลงไปเก็บกระเป๋าถือให้มิวท์พลันจัดเก็บอุปกรณ์ฆ่าเชื้อต่าง ๆ ให้กลับเข้าที่ แต่ทว่าหางตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นสิ่งที่ทำให้น่าตกใจเข้า
.
นั่นก็คือ..
.
"เอิ่ม..มิวท์นี่มัน?"
"นอกจากเสปรย์ฆ่าเชื้อ หน้ากากอนามัย เธอยังพก "ถุงยางอนามัย" ไว้ด้วยเหรอ?"
"พกเป็นกล่องเลยด้วย?"
.
"พี่.. เปร๊มมม!?"
.
พูดไม่พูดเปล่ายังอุตส่าห์ควักออกมาโชว์ ดูทรงฝ่ายหญิงน่าจะอับอายเป็นอย่างมาก แต่ไม่เลย! มิวท์รีบผละตัวออกจากวงแขนกำยำนั้นทันที เธอตวัดมือหยิบเอากล่องถุงยางยัดใส่กระเป๋าโดเรม่อนคืนตามเดิม พลันล้วงเอาคีย์การ์ดออกมาแตะลงที่ตัวล็อคประตูจนเกิดเสียงดัง "ติ๊ดดด!"
.
"คนบ้า..!"
ทำหน้างอนพอน่ารัก กลัดกระดุมกลับแลบลิ้นสวนไปหนึ่งที
.
โดยหารู้ไม่ว่าชั่วอึดใจที่ชายหนุ่มเผลอนั่นเอง ฝ่ามือเรียวก็ได้คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเปรม เธอเหวี่ยงเขาเต็มแรงจนร่างแกร่งกระแทกบานประตูพับเข้ามาในห้อง
.
"โครมมมมม!"
.
"โอ๊ยยยย! เบาหน่อยสิมิวท์!"
.
ต่อเนื่องด้วยการใช้แผ่นหลังพิงบานประตูลงกลอนสลัก เกิดเป็นห้องปิดตายที่มีหนึ่งหญิงหนึ่งชายมุ่งจะปฏิสนธิกัน มิวท์สูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอด เบื้องหน้าห่างไปเพียงวามีนักศึกษารุ่นพี่สุดหล่อยืนแอ่นลำเตรียมขึ้นสวรรค์อยู่ เป้ากางเกงของเขาโก่งนูนชัดเจนโดยไม่ต้องมองก็สังเกตเห็น คิดได้ดังนั้นเลยตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะปลดโบว์ผูกผมของตัวเองออก
.
"พี่เปรมคะ.."
"มิวท์มีอะไรจะสารภาพ.."
"มิวท์เองก็รอเวลานี้มาตลอดเช่นกันค่ะพี่.. การรอคอยของพี่มันสู้มิวท์ไม่ได้สักนิด"
.
สะบัดผมปลิวไสว พูดไปพลางสางผมไปด้วย
.
"เพราะงั้น.. เรื่องระหว่างเราในคืนนี้ ไม่ใช่พี่ที่เอามิวท์นะคะ แต่เป็นมิวท์ต่างหากที่ได้พี่!"
.
คดีพลิกเมื่อฝ่ายชายดันกลายเป็นคนโดนปล้ำ มิวท์พูดจริงไม่ได้โกหก เธอเฝ้ารอวันที่แพรวจะเลิกกับเปรมมานานแล้ว แล้วก็เป็นความจริงอีกข้อที่ว่า "เธอไม่เคยผ่านมือชายคนใดมาก่อนเลย" ความแคล่วคล่องของการเล้าโลมล้วนมาจากประสบการณ์จากการดูคลิปโป๊ล้วน ๆ มิวท์มักจะมโนไปเองเสมอว่าตัวเองเป็นนางเอกหนังโป๊ที่โดนเปรมร่วมรัก
.
"จุ๊บ , จุ๊บ , แผล็บ , แผล็บ , จุ๊บ , จุ๊บ"
.
"มิวท์แอบรักพี่มานานแล้วค่ะพี่เปรม.. อ่าาาา.. อ่ะ.. อ่าาาา.. ดูปากมิวท์นะคะ.."
"มิวท์~ รัก~ พี่~"
.
"ด๊วบบบ , ดุ๊บบบ , จุ๊บ , จุ๊บ , จุ๊บ"
.
รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้า ที่หน้าประตูทางเข้าได้ยินก็แต่เสียงริมฝีปากเธอเลียแทะโลมเหล่าอวัยวะ พร้อมกับคำหวานต่าง ๆ นา ๆ ที่ถาโถมเข้ามาใส่ ทำให้เปรมยิ่งเกิดการตื่นตัว เขาแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยแค่ยืนเกร็งเป็น "ตชด." (เตรียมใช้ดอ) ที่ไม่ได้ย่อมาจาก "ตำรวจตระเวนชายแดน" ก็เพียงพอแล้ว
.
"จ๊วบบบบ!"
.
"แฮ็ก ๆ , แฮ็ก ๆ"
"พี่รู้อะไรไหม? มิวท์อ่ะ! รู้แม้กระทั่งขนาดของจู๋พี่ว่าใส่ถุงยางเบอร์อะไร? เชื่อป่ะ?"
.
หล่อนเปลี่ยนท่าเป็นนั่งคุกเข่า ทำให้ตอนนี้ใบหน้าสวย ๆ สไตล์ลูกคุณหนูได้จ่ออยู่ที่เป้ากางเกงของเปรมแล้วเป็นที่เรียบร้อย ฮอร์โมนกำลังคลั่ง เปรียบเปรยไปคงไม่ต่างจากแฟล็ชม็อบนักศึกษาที่กำลังระดมพลจากที่ต่าง ๆ ซึ่งคิดว่าอีกไม่นานเราคงได้เห็นอะไรที่ "บึ้ม! , บึ้ม!" จากคนคู่นี้เป็นแน่
.
"ไม่จริงน่า.. ล้อเล่นเหอะ? รู้ได้ไง?"
.
"ก็ไม่ยังไงหรอกค่ะ มิวท์ก็แค่แอบดูพี่ตอนที่อยู่กับแพรวตลอด ๆ ตอนที่พี่มีอะไรกับเพื่อนหนู เสื้อผ้าที่พี่ถอดกองไว้ ไซต์เสื้อเชิร์ต เบอร์รองเท้า หนูก็จำไว้หมดแหละ"
.
มือเรียวเริ่มดึงชั้นในชายตรารอซโซ่สีกรมท่าที่อูมอยู่ตรงหน้าตัวเองลง ขนาดของมันผงกแต่ละทีนี่เรียกได้ว่าสร้างความตกใจให้แก่มิวท์อยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังดีที่ต้ังสติได้ เธอจึงเอื้อมไปหยิบกล่องถุงยางมาแกะ ฉีกซองแล้วก็บรรจงสวมใส่ให้กับเปรมมันทั้ง ๆ อย่างงั้น
.
"ซึบบบบ!!"
(พอดีเป๊ะ! )
.
"เห็นไหมคะพี่..พอดีเด๊ะเลย! พี่ได้เพื่อนหนูแล้ว.. เอาหนูด้วยอีกคนจะเป็นไรไป หนูอนุญาตให้พี่ทำทุกอย่าง..ง..ง..."
.
"อุ๊ย!"
.
ว๊ายยยย!"
"กรี๊ดดดดด!!"
.
"อีพี่เปรม!"
"พี่เปร๊มมมม..ม..ม..ม"
"อีพี่เปรมบ้า! วางมิวท์ลงก่อน! ไม่ใช่ตรงนี้ ตรงนี้ไม่ได้นะคะ! อร๊ายยยย! มันน่าอายจะตาย!!!"
.
บทสนทนายั่วสวาทจบลงแค่นั้น ซีนต่อมากลายเป็นฉากร่วมรักระดับมาราธอน sub4 ที่เสร็จกันไปถึงสี่น้ำและลากยาวไปถึงตีสี่ก็ยังไม่มีฝ่ายไหนยอมแพ้ รสชาติของหนุ่มสาวที่เพิ่งได้กันทำให้สวรรค์เกิดขึ้นบนเตียง หลังจากที่เปรมอุ้มมิวท์ไปที่นั่น อาวุุธประจำกายของเขาที่ใส่นวมเซฟไว้เป็นอย่างดีก็ได้ทำการเข้าตีเมืองจันทน์จนทำนบน้ำแตกซ่าน
.
เปรมเปลี่ยนเตียงหรูจากอีเกียร์ (IKEA) เป็นโต๊ะเชือดในโรงฆ่าสัตว์ เสียงกรีดร้องครางแบบสะใจของมิวท์คือหลักฐานข้อหนึ่งที่มิอาจปฏิเสธได้ หลักฐานข้อต่อมาคือขาเตียงที่มีแต่การกระแทก , กระทบ , กระทั่ง , มันกระเถิบขึ้นหน้าไปในทุก ๆ ครั้งที่เจ้านายมันกระเด้าเย็ด
.
มิวท์ครางหนึ่งทีเตียงเอี๊ยดหนึ่งครั้ง เตียงเอี๊ยดสิบครั้งมิวท์นี่แทบจะร้องไม่ไหว แล้วคนที่มันส์กว่าใครก็คงจะหนีไม่พ้นเปรม หยาดเหงื่อของเขาซาดซึมลงที่ผ้าปู ชายผ้ากระจุยกระจายหลุดจากขอบเตียงด้วยแรงปฏิกิริยาที่เขาย่ำยีใส่ฝ่ายหญิง มันทั้งเปียกแล้วก็ชุ่ม แม้ผิวสัมผัสมันจะนุ่มแต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับหนังเนื้ออุ่น ๆ ของมิวท์ที่เขานอนกอดฟัดอยู่
.
พวกเขาคือคู่ผัวเมียที่ไม่ต้องมีทะเบียนสมรส สรรพนามแทนกันและกันเปลี่ยนเป็น "ผัวจ๋า" "เมียจ๋า" ตามอารมณ์แห่งความเงี่ยนโดยไม่ต้องง้อนายทะเบียนจากสำนักงานเขตไหน ๆ มิวท์เป็นของเปรมแล้วทั้งกายและใจ เธอยอมมอบความซิงให้แก่เขาและใช้ทุกสรรพวิชาที่เรียนรู้จากหนัง AV มาประเคนให้ด้วยความยินดียิ่ง ในขณะเดียวกันเปรมเองก็ด้วย เขานอนกับผู้หญิงมามากซึ่งนอกจากแพรวแล้วก็มีมิวท์นี่แหละ ที่ทำให้เขาไม่ได้หลับได้นอนเลย
.
.
หลายชั่วโมงผ่านไป
.
นาฬิกาหัวเตียงบอกเวลาว่าตี 5 ผ่านช่วงเวลาเคอร์ฟิวมาแล้วและเปรมเองก็คงต้องกลับ เขาเหลือบสายตามองลงข้างเตียงแทบแยกไม่ออกว่าเสื้อผ้าตัวเองกองอยู่มุมไหน การร่วมรักเมื่อคืนไม่ต่างจากสงคราม ที่แม้แต่น้ำกามยังถูกลูกคุณหนูกลืนกินลงคอไปหมดสิ้น
.
"กางเกงอยู่ไหนวะ?"
เปรมคิด ก่อนจะตวัดพลิกร่างเปลือยตัวเองกลับมาด้านที่มีมิวท์นอนหลับอยู่ มุมปากเธอยังคงเลอะคราบน้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิง หายใจเร็วจนบัวตูมคู่นูนกระเพื่อม
.
"ไม่ไหวแล้วมิวท์.. พี่เอาเธอจนถุงยางหมดกล่องแล้ว ร้อนแรงกว่าน้องก็เตาแก๊สแล้วล่ะ เธอมันสาวฮ็อทของจริง"
.
"จุ๊บบบ!"
.
"อืมมม.. พี่เปรม..ม..ม~!"
.
คล้ายจะตื่นแต่เหมือนแค่สะลึมสะลือ เด็กสาวที่ใช้ผัวร่วมกับเพื่อนจึงได้ขยับตัวขึ้นมาหนุนบนไหล่ เธอพาดแขนโอบกอดเปรมไว้ ในขณะที่เปรมเองก็ดึงเธอเข้ามากอดไว้เช่นกัน แล้วก็หลับกันไปทั้งคู่ทั้งโป๊ ๆ แบบนั้นจนถึงช่วงสายของวันรุ่งขึ้น
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







