LOGINเปรมเลือกที่จะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในร้าน เขาใช้พลาสติกใสคลุมจานชามช้อนซ่อม ซีนบานประตูหน้าต่างอย่างมิดชิดไม่ให้เชื้อโรคจากภายนอกแทรกซึมเข้ามาได้ อาหารที่กินก็เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจำพวกซีรีแล็คของเด็กทารก อาหารเหลว Ensure (เอ็นชัวร์) สำหรับผู้ป่วยติดเตียงแต่ขาดสารอาหาร รวมไปถึงสารเร่งโปรตีนอย่างผลิตภัณฑ์ Way เพื่อใช้ในการเร่งมวลกล้ามเนื้อ สร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย
.
เรียกได้ว่าจะออกไปข้างนอกก็แค่ในยามจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น เขาเก็บตัวเงียบเฝ้าดูข่าวสารจากทุกแพลตฟอร์มแบบเกาะติด โดยตั้งใจว่าจะใช้ร้านยาเป็นฐานที่มั่น มีสรรพวุธมากมายให้เขาหยิบใช้ได้ตลอดตราบเท่าที่ยังมีความรู้ บางวันเภสัชกรหนุ่มก็ถึงกับกระดกวิตามินซีชนิดเม็ดเข้าไปเกือบครึ่งกระปุกเลยทีเดียว เพราะสายตาที่อยู่ในความมืดนาน ๆ นั้นชักจะเริ่มมองไม่เห็น
.
"อึก.. อึก..ก..ก..ก"
"ให้มันรู้ไปสิวะว่าเราจะติดเชื้อ! กูไม่ยอมมึงหรอกเว่ยไอ้เชื้อนรก ไอ้โควิดน้ำเว่า! (เอ้ย! โควิด-19)"
.
.
สวนทางกับสถานการณ์จากภายนอก ณ ตอนนี้รอบมหาลัยเข้าขั้นวิกฤตแล้ว ร้านรวงต่าง ๆ ถูกสั่งปิดหมดชนิดที่แม้แต่มอเตอร์ไซต์ Grab bike ก็ยังห้ามรับออเดอร์ สถานที่สาธารณะกลายเป็นแหล่งหายนะโดยสมบูรณ์ บรรดาเจ้าหน้าที่ต่างพากันเข้ามาตรวจสอบ พวกเขาพ่นยาฆ่าเชื้อกันนาทีต่อนาที ย้อมทุกสิ่งให้ตรึงเครียดขมุกขมัว มิหนำซ้ำยังเปลี่ยนทุกอย่างให้เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นแบบโรงพยาบาล
.
ไม่ป่วยก็เหมือนป่วย เข้าใจแล้วว่าทำไมคุณย่าคุณยายถึงชอบขอคุณหมอกลับไปตายที่บ้านกันนัก ก็เพราะบรรยากาศแบบโรงบาลมันอยู่ไม่ไหวน่ะสิ มหาลัยจึงกลายเป็นที่ ๆ โคตรจะไม่น่าอยู่ แม้มันจะขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นโซนควบคุมพิเศษที่มีมาตรการเคร่งครัดสูงสุด แต่ก็ยากที่คนจะอยู่กันได้อยู่ดี
.
ยกเว้นเปรม!
.
"บ่ายโมงแล้วขอดูข่าวอีกทีซิ"
นิสิตหนุ่มพูดกับตัวเอง พลางยื่นรีโมททีวีออกไปด้านหน้ากดปุ่มเสียงดัง "ติ๊ด!"
.
ผู้ประกาศสาวรายงานว่ามีผู้คนทยอยเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ขอบเขตการกระจายโรคตีวงกว้างขึ้นทุกที ขยายพื้นที่เสี่ยงข้ามโซนสถานศึกษาเข้าไปถึงแหล่งอุตสาหกรรมและแหล่งน้ำ นั่นหมายความว่าแต่นี้ต่อไปน้ำประปาก็จะใช้การไม่ได้ คุณพระช่วย! นอกเหนือจากนั้น ผู้ประกาศคนงามยังรายงานเพิ่มเติมอีกว่า อีกสองสามวันข้างหน้าคาราวานรถตรวจเชื้อแบบเคลื่อนที่จะเข้าประจำการในพื้นที่เสี่ยง
.
พวกเขาจะบุกเข้ามาตรวจเชื้อแบบเชิงรุกถึงหน้าบ้าน หากประชาชนท่านใดไม่ให้ความร่วมมือจะถือว่ามีความผิดฐานฝ่าฝืนพรบ.สาธารณะภัยและกฎอัยการศึก มีโทษจำคุกปรับดำเนินคดีหรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ก็เพื่อความสบายใจของตัวท่านเองและความปลอดภัยของคนรอบข้าง หากพบว่าติดเชื้อจะมีการสอบสวนโรค มีการตรวจสอบบุคคลใกล้ชิด เช็คข่าวกรองว่าเดินทางไปไหนมาไหนบ้าง และนำตัวเข้าสู่สถานกักกันเป็นเวลา 14 วันหรือจนกว่าโรคจะหาย หรือจนกว่าจะตายจากโลกนี้ไป
.
"ตืด.. ตือ.. ตือ.. ตื๊ด.. ตี๊ด.. ตือ.. ตือ.. ตือ~♪"
เพลงไตเติลรายการบรรเลงเข้าสู่ช่วงโฆษณา ก่อนที่มันจะจบลงในระยะเวลาอันสั้นด้วยฝีมือการปารีโมทอัดใส่หน้าจอของเปรม
.
"เพล๊งงงง!"
.
ความเดือดดานทำให้สติหลุด นิสิตหนุ่มรู้ได้โดยสุจริตใจว่าไม่ช้าไม่นานรถเคลื่อนที่คันดังกล่าว คงจะบุกมาถึงร้านยาของเขาเป็นแน่ ยิ่งวันก่อนเพิ่งมีคนตายที่ร้านฝั่งตรงข้ามด้วย อิสระภาพของเขาจึงเริ่มมีความเสี่ยง
.
"ไม่ได้การณ์จะหนีก็ไม่ปลอดภัย ข้างนอกเสี่ยงติดเชื้อมากกว่าในร้านเราอีก"
"เอาไงดีวะ?"
"บ้าเอ๊ย..ย..ย..ย!"
.
คิดไปพลางหุนหันเดินฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อใส่จุดต่าง ๆ รอบร้านไปทั่ว ใครก็ตามที่บ่นว่าเสปรย์แอลกอฮอล์หายาก ความจริงก็คือเป็นร้านของเปรมนี่แหละที่กักตุนเอาไว้ ต่างก็แค่เขาไม่ได้มีไว้จำหน่ายหากแต่มีไว้ป้องกันตัวเองเป็นหลัก
.
"อืม.. เราคงต้องทำตัวให้เงียบ เก็บตัวเงียบทำเหมือนร้านปิดไม่มีคนอยู่น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด"
"พวกเขาเป็นหมอ เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ไม่ใช่หน่วยอรินทราชที่จะบุกเข้ามาชาร์ตโครม ๆ แบบในหนังซะหน่อย!"
"เอาวะ! เอาแบบนี้แหละ! ลงมือเลยชักช้าจะไม่ทันการณ์เอา"
.
เปรมจัดแจงทำตามที่วางแผนไว้ เขาเลื่อนประตูม้วนเหล็กหน้าร้านลงในทุกด้าน ปิดหน้าต่างลงกลอนแน่น ถอดแม้กระทั่งหลอดไฟออก กระถางหน้าร้านก็หาดินมาเติมให้มันแห้ง ๆ ให้เหมือนไม่มีคนรดน้ำมาหลายวัน พรมเช็ดเท้าก็ถูกม้วนเก็บเพื่อให้เข้าใจว่าร้านไม่ได้รับลูกค้ามานานแล้ว เซ็ตอัพทุกอย่างราวกับโปรดักชั่นกองถ่ายละคร กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาหอบเหนื่อยสูญเสียแคลลอรี่
.
ก็เลยย้ายก้นมาจุ่มลงที่โซฟา เป่าปากพรูต่อหน้าโทรทัศน์ที่ตัวเองเพิ่งทำหน้าจอแตกไปหยก ๆ
.
"โถ่เอ๊ย! แล้วทีนี้กูจะดูข่าวยังไง?"
เกาหัวแกรก ๆ ด่าตัวเองต่ออีกคำรบ พลางใช้มืออีกข้างเลื่อนนิ้วประหลก ๆ อัพเดทข้อมูลจากจอเล็ก ๆ ในมือถือแทน
.
.
แล้วทันใดนั้นเอง!
.
.
"เพล๊งงงงง!!"
.
"เชี้ย!"
.
เปรมไม่พูดอะไรต่อจากการสบถนั้นอีกเลย เขารีบคลานตัวให้ต่ำ ใช้ข้อศอกกระเถิบตัวเองหลุน ๆ เคลื่อนที่ไปข้างหน้าเข้าหาที่กำบังด้วยซุ่มเสียงที่เบาที่สุด เงียบจนไม่ได้ยินเสียงหัวใจแม้ภายในจะสั่นโครมครามด้วยความตื่นเต้น
.
"ข้างในนี้เลยครับ! เราตรวจจับสัญญาณโทรศัพท์ได้ แปลว่าในนี้มีคน!"
เสียงเจ้าหน้าที่ในชุดคลุม PPE คนหนึ่งบอก ตามติดมาด้วยทีมงานในชุดแบบเดียวกันอีกเป็นโขยง ที่ทยอยจ้วงเท้าผ่านประตูหน้าร้านที่พังเป็นรูเข้ามา
.
"ตรวจสอบให้ละเอียด ประชาชนที่อาศัยในโซนนี้ไม่ปลอดภัยอีกแล้ว จับตัวพาหะได้คนหนึ่งจะช่วยคนอื่นได้อีกมาก.. ไป! , ไป! , ไป! , ไป! , ไป! , ไป!"
.
ไม่เหมือนห่าอะไรล่ะ! ต่างกันแค่ไม่พกปืนแค่นั้นเอง เปรมนึกว่าตัวเองกำลังสู้อยู่กับหน่วยคอมมานโด เขาใช้มือปิดปากขดตัวงอเข่าอยู่บนชั้นสองของตึกในมุมที่อับสายตาสุด ๆ ระหว่างนั้นก็แอบชำเลืองมองเป็นระยะ
.
ฟากฝั่งเจ้าหน้าที่เองก็เช่นกัน พวกเขาจำเป็นต้องแข่งกับเวลาและแบกรับความเสี่ยงในการทำงานระดับสูง ศัตรูเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แถมคนที่สันนิษฐานว่าเป็นพาหะยังซ่อนตัวได้อย่างแนบเนียน ซองยาตกเกลื่อนอยู่เต็มพื้น กระปุกยาล้มระเนระนาดกระจัดกระจาย นั่นไม่ใช่ฝีมือของเจ้าหน้าที่ สิ่งนี้บ่งชี้ว่าเจ้าของร้านน่าจะใช้ยาเป็นจำนวนมากในการป้องกันตัวเองและสร้างภูมิต้านทาน เปรมเป็นตัวอันตราย ความรู้ของเขาอาจจะแว้งกัดเอาได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
.
ทว่าเปรมไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก เขาเลยโดนรวบตัวได้โดยละม่อมบนชั้นสอง ในสภาพที่ซูบผอมและอิดโรยจัด ๆ ซึ่งก็แหงล่ะเพราะเล่นไม่ได้กินข้าวเลยมาเป็นอาทิตย์ เรี่ยวแรงก็เหลือน้อยดวงตาก็แพ้แสงอันเป็นผลพวงมาจากการเก็บตัวอยู่ในร้านตลอดเวลาโดยไม่พบใคร โดนไฟฉายส่องเข้าหน่อยเจ้าตัวก็เลยหนีไปไหนไม่รอด
.
"อันดับแรก! ก่อนตรวจโควิด-19 คุณไปตรวจฉี่ก่อนเลย! "
"ติดยาด้วยใช่ไหมเนี่ยะเรา!?"
เสียงเจ้าหน้าที่หัวหน้าชุดกระแนะกระแหนใส่
.
.
48 ชั่วโมงผ่านไป
.
ผลการตรวจก็บอกว่าไม่รอด เรียบร้อยโรงเรียนเปรม เขาติดโควิด-19 สายพันธุ์นรกแดก! ติดจากเชื้ออสุจิ! ทำให้ต้องถูกนำตัวขึ้นรถจับเข้าสถานกักกันโรค แล้วก็กลายเป็นตัวเขาเองที่ต้องตกเป็นข่าว สื่อทุกสำนักพูดเรื่องเปรมหมด และนั่นก็ทำให้ความลับของเขาที่อุตส่าห์ปิดบังไว้ไม่เป็นความลับอีกต่อไป
.
เพราะกระบวนการสอบสวนโรคได้เก็บหลักฐานย้อนหลังเอาไว้หมด ว่า 14 วันก่อนหน้านี้เปรมไปไหนมาบ้าง กล้องวงจรปิดจับภาพเขาได้ชัดเจนว่าอยู่ที่คอนโดของมิวท์ วงจรปิดงานจราจรเองก็จับภาพรถของเขาได้เช่นกัน ว่ามีรถสีดำวิ่งฝ่าไฟแดงด้วยความเร็วสูงก่อนจะเลี้ยวเข้ามาในคอนโดอันระบุชื่อได้ชัดเจนว่าเป็นที่ไหน
.
คลิปถูกส่งต่อกันว่อนเน็ตจนกลายเป็นกระแสไวรัล ทำให้ผู้คนทั้งประเทศโดยเฉพาะย่านมหาลัยอยู่ในอาการขวัญผวา เนื่องจากเปรมเป็นบุคลากรทางการศึกษาคนแรกที่ติดเชื้อ ทั้ง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ๆ มีมาตรการคุมเข้มสูงสุด แล้วอีหรอบนี้พื้นที่อื่นที่หละหลวมกว่านี้จะอยู่รอดได้ยังไง
.
ซ้ำร้าย! ที่สิ่งที่เจ้าตัวทำได้มีเพียงแค่การกล่าวคำขอโทษต่อสังคม ทั้งที่ความจริงแล้วคนที่เปรมควรจะขอโทษมากกว่าใครน่าจะเป็นมิวท์ หญิงสาวที่เขาร่วมประเวณีด้วยมากกว่า
.
.
ล้านเปอร์เซ็นต์ว่าแพรวเห็นข่าวนี้แล้ว และแม้จรรณยาบรรณของนักข่าวจะปิดบังชื่อของนักศึกษาหญิงเอาไว้ แต่เธอก็รู้ได้โดยบริสุทธิ์ใจว่านั่นคือคอนโดของมิวท์อย่างแน่นอน ดูท่ามิวท์กับเปรมคงไม่ใช่เพื่อนของเพื่อนตามความสัมพันธ์ พวกเขาคงผันกริยาช่อง 3 ใส่กันจนกลายเป็นการมี "เพศสัมพันธ์" ระหว่างกันและกันไปแล้ว
.
ซึ่งแพรวรู้.. แพรวไม่ได้โง่!
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







