LOGIN@กรุงเทพมหานคร ✈️แสงแดดยามบ่ายสาดไล้ผ่านม่านบางในบ้านหลังใหญ่ของเราอย่างอบอุ่น กลิ่นอ่อน ๆ ของดอกไม้สดจากแจกันกลางโต๊ะต้อนรับความรู้สึกที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง ผมกับมิเกลเพิ่งเดินทางกลับถึงบ้าน ทุกอย่างยังคงอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก... เหมือนได้กลับมาสู่ที่ที่หัวใจเคยพรากจากกันไปนานเกินไปเสียงฝีเท้าของใครบางคนกระทบพื้นดังใกล้เข้ามา ก่อนที่ร่างเล็ก ๆ จะวิ่งพรวดเข้ามาด้วยความเร็วเต็มฝีเท้า มือเล็กโอบรัดรอบตัวมิเกลแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง คนตัวเล็กสั่นสะท้านเล็กน้อยก่อนจะปล่อยโฮออกมาท่ามกลางอ้อมแขนของแม่"แม่จ๋าหายไปหนายมา..."น้ำเสียงของวาโยสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากอาบแก้มนุ่ม ริมฝีปากเบะอย่างน่าสงสาร มือน้อย ๆ จับแขนแม่แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง"โอ้ๆๆ ไม่ร้องนะคะคนเก่งของแม่.."มิเกลก้มลงกอดลูกแน่น ลูบหลังเบา ๆ อย่างปลอบโยน น้ำเสียงอ่อนโยนเปี่ยมไปด้วยความรัก สายตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและคิดถึงในคราวเดียวกัน ผมมองสองแม่ลูกอย่างอบอุ่นในใจ มือผมเอื้อมไปหยิบของฝากที่เตรียมไว้จากสนามบิน พร้อมเอ่ยเรียกลูกเสียงนุ่ม"วาโยดูสิ..ป๊ะป๊าซื้ออะไรมาฝาก... ""ว้าว
"ทำไม ครั้งแรกที่พี่เจอวาโย ยัยหนูถึงเรียกพี่ว่า 'ป๊ะป๊า'"น้ำเสียงของผมแม้จะแผ่วเบา แต่ก็หนักแน่น ราวกับคำถามนั้นแบกความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอกมานาน ผมมองสบตาเธอ อยากจะรู้ว่าความจริงคืออะไร นี่คือคำถามที่ผมสงสัยมาโดยตลอด ในเมื่อแต่ก่อนมิเกลไม่อยากให้ผมเจอลูก ไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้ผมได้พบเจอเธอ ไม่ยอมให้ผมเฉียดเข้าไปใกล้ชีวิตแม่ลูกคู่นั้นเลย แล้วเหตุใด... ครั้งแรกที่วาโยเจอผม ดวงตากลมโตคู่นั้นจึงเรียกผมว่า “ป๊ะป๊า” อย่างไม่ลังเล..."วาโยเป็นเด็กช่างพูดช่างถาม เมื่อตอนแกยังเล็ก เกลบอกแกเสมอว่าพี่เวคือพ่อของแก แต่ด้วยความที่ลูกสาวของพี่ราม เรียกพี่รามว่าป๊ะป๊า แกเลยเรียกตามมั้งคะ"มิเกลตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาอ่อนโยนในขณะที่พูดถึงลูกสาว ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเอ่ยถึงวาโย บ่งบอกถึงความรักที่เธอมีต่อลูกอย่างเต็มเปี่ยม แม้คำตอบนั้นจะเรียบง่าย แต่มันกลับทำให้ผมเงียบงัน ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างลังเล"เกล ไม่คิดจะปิดบังลูกเหรอ ในเมื่อตอนนั้นเกลคิดว่าพี่....." ดวงตาของผมมองลึกลงไปในดวงตาเธอ ขณะที่น้ำเสียงเจือความรู้สึกผิดอย่างเงียบงัน ผม
คำสัญญาที่รับปากไป แม้จะไม่มั่นใจว่าผมจะไม่โทษตัวเองได้จริงหรือไม่ หากได้รู้เรื่องทั้งหมด แต่ผมก็ยินดีจะฟังในทุกคำ ทุกความเจ็บปวดของเธอ มิเกลเริ่มเล่า เสียงของเธอเต็มไปด้วยอารมณ์ ความเศร้าเคลือบอยู่ในถ้อยคำ ดวงตาที่เคยสวยสดใสกลับเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้"เมื่อสามปีที่แล้ว เกลรู้ว่าเกลตั้งท้องวาโยหลังจากเกลออกมาได้ 2 เดือน ตอนนั้นเกลไม่รู้จะทำยังไง มันสิ้นหวังไปหมด เกลไม่กล้าบอกใคร โดยเฉพาะพี่ เกลกลัวว่าพี่จะไม่ยอมรับเขา กลัวว่าพี่จะให้เกลเอาเขาออก เกลกลัวไปหมด "เธอเล่าทุกอย่างอย่างละเอียด น้ำเสียงแผ่วเบา มือที่กุมผมไว้สั่นเล็กน้อย ขณะที่ดวงตาของเธอมองลงต่ำคล้ายจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ผมเห็นความปวดร้าวที่ฉายอยู่ในแววตา ผมฟังทุกถ้อยคำด้วยหัวใจที่เหมือนจะแตกสลายทุกวินาที ผมกุมมือเธอไว้แน่นกว่าเดิม อยากจะบอกให้เธอรู้ว่าผมอยู่ตรงนี้กับเธอ ไม่ได้ไปไหนแล้ว"ตอนนั้นเกลคิดแค่ว่าเกลอยากดูแลเขา อยากมีเขาอยู่ในชีวิต เพราะชีวิตของเกลไม่มีใคร ไม่เหลือใครเลยสักคน เกลเหมือนตัวคนเดียว... ""พอเกลตั้งท้องได้ราวๆ ห้าเดือน ก็เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่เป็นอันตรายมาก
@เวลา 13.00 น. 🕗ผมตื่นลืมตาขึ้นมาในเวลาบ่ายของอีกวัน ร่างกายของผมตอนนี้มันรู้สึกเหมื่อยล้าไปหมด ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นจากเตียง ดูเหมือนจะตัวรุมๆคล้ายจะเป็นไข้อีกด้วย"แคะ..แคะ..."พี่เว..เป็นอะไรคะ..ไม่สบายหรือเปล่าผมมองไปยังต้นเสียงที่ตอนนี้ถือถาดอาหารเข้ามาให้ผม ตั้งแต่มิเกลเดินเข้ามาในห้องทำให้ผมสงสัยมากเหลือเกินว่าทำไมท่าทางของเธอดูปกติ ไม่มีอาการของคนเหนื่อยล้าเลยแม่แต่น้อย เธอยังคงจัดนั้นโน่นนี่ตามปกติ ต่างจากผมที่ตอนนี้ถูกเมียจับกินจนจับไข้"พี่รู้สึกเหมือนตัวรุมๆ"ไหน..เกลขอดูหน่อย มิเกลเดินเข้ามานั่งลงข้างเตียงแล้วเอาหลังมือมาแตะลงที่หน้าผากหนา"เกลว่าพี่คงจะมีไข้นะคะ...ตัวร้อนๆ..ทานข้าวแล้วทานยา เดี๋ยวเกลเอายามาให้.."ครับ... ผมยอมรับแต่โดยดี ก่อนจะทานข้าวที่เกลทำมาให้ แล้วทานยาตามที่เธอบอก"พี่เวพักผ่อนนะคะ..ผักผ่อนให้มากๆ คืนนี้จะได้มีแรง"เกล..."คะ.."เอ่อ..คือ..เมื่อคืน เกลทำถึงไหนเหรอ.."หกโมงเช้ามั้งคะ พี่เวสลบไปก่อน..เกลเลยกินต่อคนเดียว"สลบ ?"ค่ะ...จำไม่ได้เหรอคะ..."คือ..พอดีเมื่อวานพี่เหนื่อยจากงานน่ะครับ..เลยแข้งขาอ่อนไปหน่อย"อ่อ...เกลว่าแล้ว...เพราะปกติพี่
@กระบี่ ~ วันที่ 2 🏖️เช้าวันใหม่ที่กระบี่ ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า สาดแสงอบอุ่นผ่านม่านสีขาวบางเบาเข้ามาในห้องพักหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมริมทะเล กลิ่นทะเลจางๆ ลอยปะปนมากับกลิ่นหอมอ่อนของเครื่องหอมภายในห้อง ผมค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นจากเตียงนุ่ม แต่สิ่งแรกที่พบกลับไม่ใช่ใบหน้าเล็กที่ควรจะซุกอยู่ข้างกันผมพลิกตัวอย่างร้อนรน ใจเต้นโครมครามเมื่อพบเพียงรอยยับบนผ้าปูที่นอน และหมอนที่ว่างเปล่า ร่างทั้งร่างของเธอไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ความคิดแวบแรกที่พุ่งเข้ามาคือ... เธอหนีไปอีกแล้วหรือเปล่า เหมือนคราวก่อนนั้น?ผมลุกพรวดขึ้นจากเตียงโดยไม่ทันนึกถึงสภาพตัวเองที่ยังไม่ได้อาบน้ำ ล้างหน้า หรือแปรงฟัน ความหวาดกลัวและตื่นตระหนกพุ่งสูงจนสมองขาวโพลน"เกล... อยู่ไหนครับ"เสียงตะโกนของผมสะท้อนไปทั่วห้อง ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินทั่วทุกมุมอย่างไร้ทิศทาง มือสั่นเล็กน้อยตอนเปิดประตูห้อง เดินผ่านทางเดินยาวโล่งของโรงแรม หัวใจเต้นกระหน่ำในอก ผมถามพนักงานทุกคนที่เดินผ่าน ไม่มีใครเห็นเธอเลย...จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ผมกลับมาที่ห้องอีกครั้งอย่างหมดแรง ตั้งใจจะอาบน้ำแล้วออกตามหาเธอใหม่ แต่ทันทีที่เปิดประตู..."พี
"เดี๋ยวพี่สอน ....ผมรีบดีดตัวขึ้นมาทันที..."ทำแบบนี้นะ...ผมจับมือน้อยขึ้นมาวางที่น้องชายของผม ครั้งแรกที่เธอสัมผัส ทำเอาผมเสียวซ่านไปทั้งตัว มือนุ่มนิ่มจับท่อนเอ็นเอาไว้หลวมๆ ก่อนที่ผมจะสอนเธอชักขึ้นชักลงตามจังหวะ"อื้อ....ซี๊ด...แบบนั้นแหละครับคนเก่ง.."อ๊าาา...เกล..เร็วขึ้นหน่อยผมยืนตัวตรง เงยหน้าขึ้นมองเพดาน มือหนายันกำแพงเอาไว้ ส่วนคนตัวเล็กนั่งคุกเข่าใช้มือนุ่มนิ่มชักท่อนเอ็นของผมขึ้นลงไม่ขาด"อ๊า..เกล....กินให้พี่หน่อย.."กะ..กินเหรอคะ"เอามันเข้าไปในปาก แล้วดูดเลียเมื่อเกลกินไอติม"แต่มันใหญ่มากเลยนะคะ มันจะเข้าปากเกลได้เหรอ"ได้สิ .... อ้าปาก ผมยัดท่อนเอ็นหนาเข้าไปในปากเธอ จนเธอสำลักออกมา"แค๊กๆๆ..."พี่เว...มันลึกจนทิ้มคอเกล"งั้นเกล ดูดแค่ส่วนหัว แล้วเลียตามลำของมันก่อน...คนตัวเล็กทำตามที่ผมบอก ทันทีที่ปลายลิ้นเล็กแตะลงที่ส่วนหัว ก็ทำเอาผมแทบแตก ผมใช้สองมือช้อนเข้าไปที่ต้นคอขาว แล้วสอดนิ้วมือเข้าไปตามกลุ่มผมของคนตัวเล็ก ลูบวน ขยำมันเพื่อระบายความเสียวซ่านออกมา"อ๊าา.....เกล....ตวัดลิ้นไปมาหน่อย ดูดๆ เลียๆสลับกันไปมา..."อื้อ...ซี๊ดดด..แบบนั้นแหละครับ.."อ้าาาา....เกล...เ







![I hope you know : หัวใจของกาย [กาย + เอิงเอย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)