เข้าสู่ระบบ
(Ingfha Part)
“ไม่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ย” “อิง!” “มึง...มึงมาได้ไง ไหนว่า...” “กูเปลี่ยนใจอยากกลับพร้อมมึง เลยกะจะมานั่งรอในร้าน แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ตอนนี้มันไม่สำคัญ เพราะเรื่องสำคัญในตอนนี้ คือกูอยากได้ยินความจริงจากปากมึง” “ตกลงเรื่องเป็นไง เป็นเรื่องเข้าใจผิดรึเปล่า มึงไม่ได้ทำใช่มั้ย” “เอ่อคือ...คือกู...” “ว่าไง มึงตอบกูมาสิ อย่านิ่ง กูอยากรู้ กูอยากแน่ใจว่าไม่ได้มีเพื่อนเป็นหัวขโมย ตกลงมึงไม่ได้ทำใช่มั้ย มึงไม่ได้ทำใช่มั้ยอาร์ดา” “กู ฮึก กูขอโทษ กู...กูทำให้มึงผิดหวัง” นึกย้อนถึงเรื่องนี้ทีไร ฉันก็เจ็บปวดหัวใจทุกที ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันคงไม่ทำกับเพื่อนฉันแบบนั้น ฉันผิดไปแล้วจริงๆ แล้วก็รู้สึกผิดมาถึงทุกวันนี้... ฉันชื่ออิงฟ้า เรียกอิงก็ได้ ตอนนี้เรียนรัฐศาสตร์ปี 2 แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นหรอก แต่มันอยู่ตรงที่ว่า ฉันมีเพื่อนสนิทคนนึงชื่ออาร์ดา เราสนิทกันมาก แต่เมื่อหลายวันก่อน ฉันคือคนทำลายความเป็นเพื่อนให้พังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี ตอนนั้นเป็นช่วงเย็น ที่ร้านกาแฟในมหาลัย อาร์ดาเพื่อนฉันทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ที่นั่น และความจริง ฉันเองก็ตั้งใจจะกลับหอแล้ว แต่ไม่รู้นึกอะไร ถึงได้อยากกลับไปนั่งรออาร์ดา จะได้กลับพร้อมกัน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด เมื่อฉันไปถึงที่ร้าน และบังเอิญได้ยินผู้ชายคนนึงกำลังประจานเพื่อนฉัน ใช่ ฉันได้ยินเขาตราหน้าอาร์ดาว่าเป็นหัวขโมยเต็มสองหู แต่ฉันไม่อยากจะเชื่อ ถึงได้เข้าไปถามอาร์ดา เลยได้รู้คำตอบ ว่ามันทำจริงๆ ตอนนั้นฉันผิดหวังมาก ฉันรับไม่ได้ที่มันทำแบบนั้น หลังจากวันนั้น ฉันก็ตีตัวออกห่างมัน ไม่คุย ไม่ยุ่งกับมันเหมือนเมื่อก่อน ฉันทำเหมือนกับว่ามันไม่ใช่เพื่อน โดยที่ฉันไม่ได้คิดถึงมุมของมันเลย ไม่คิดจะถามเลยว่ามันทำแบบนั้นทำไม มีเหตุผลจำเป็นอะไรถึงได้ทำแบบนั้น ฉันเอาแต่ความรู้สึกตัวเอง ฉันมันเป็นเพื่อนที่ไม่ดีเลย แทนที่จะรับฟังปัญหาและเข้าใจมัน อยู่ข้างมันเวลาที่มันไม่เหลือใคร แต่ไม่เลย ฉันกลับทำในสิ่งตรงข้าม ฉันเทมันเหมือนกับที่คนอื่นๆทำ ฉันทำร้ายมัน ทำให้มันเสียใจ และไม่รู้เหมือนกันว่าฉันมาคิดได้ตอนนี้มันจะสายไปมั้ย ฉันบอกได้แค่ว่าตอนนี้ฉันก็รู้สึกผิดมาก มากจริงๆ ฉันอยากไปขอโทษมันก็หลายครั้ง แต่ก็ไม่กล้า แต่จมอยู่กับความรู้สึกผิดแบบนี้ต่อไป มันก็ช่างอึดอัดทรมานซะเหลือเกิน แล้วฉันจะทำยังไงดี หรือฉันควรจะกล้าๆกว่านี้ กล้าเดินเข้าไปหาแล้วขอโทษอาร์ดา ฉันอยากกลับไปเป็นเพื่อนกับมันเหมือนเดิม แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันยังอยากเป็นเพื่อนกับคนนิสัยไม่ดีอย่างฉันรึเปล่า...😥!!! 1 Day Later...(- -) @K University หลังจากที่ฉันคิดแล้วคิดอีก บวกกับพยายามรวบรวมความกล้ามาหลายวัน ในที่สุดวันนี้ฉันก็ เอ่อ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าฉันพร้อมรึยัง แต่ฉันตัดสินใจแล้ว ว่าจะเข้าไปขอโทษอาร์ดา และไม่ว่าผลมันจะเป็นยังไง ฉันจะยอมรับมัน ในเมื่อฉันเป็นคนทำเรื่องนี้ให้มันเกิดขึ้นมาเอง “อาร์ดา” ฉันเรียกอาร์ดาจากด้านหลัง ตอนนี้หัวใจฉันเต้นแรง มันกลัว กลัวไปหมดทุกอย่าง ถึงจะทำใจล่วงหน้าเอาไว้แล้วก็ตาม “อิง!” อาร์ดาหันมาพร้อมความแปลกใจ มันคงไม่คิดว่าเพื่อนเลวๆที่เทมันไปแล้วอย่างฉัน อยู่ๆจะเดินเข้ามาหา “คือกู...มีเรื่องอยากคุยกับมึงอ่ะ” ฉันพูดไม่ค่อยเต็มเสียง ทั้งกล้าๆกลัวๆ ทั้งรู้สึกผิดเต็มหัวใจ “เรื่องอะไรเหรอ” “กู...คือกูอยากขอโทษมึง” มันยากลำบากเหลือเกินกว่าฉันจะกล้าพูดคำนี้ออกไป แต่ในที่สุดฉันก็กล้าพูดมันออกไปสักที แต่พูดแค่นั้น ดูเหมือนมันคงยังไม่พอกับความผิดที่ฉันทำ “ที่กูทำกับมึงแบบนั้น ความจริงกูควรอยู่ข้างมึง เข้าใจมึง แล้วก็รับฟังมึง ไม่ใช่มาเทมึงไปอีกคนแบบนั้น กูขอโทษนะ กูเป็นเพื่อนที่ไม่ดีเลย” “ใช่ เธอพูดถูกทุกอย่าง แต่รู้สึกช้าไปป่ะ ความจริงเธอควรคิดได้ให้เร็วกว่านี้นะ เพื่อนสนิทตัวเองแท้ๆ” เสียงนั้นดังเข้ามาทันทีที่ฉันพูดจบ ตามด้วยคนพูดที่ตอนนี้มาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันกับอาร์ดา เขาชื่อเคน เป็นหนึ่งในผู้ชายไม่กี่คนที่ฮอตที่สุดในคณะ ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง เขาก็คุยกับทั้งฉันทั้งอาร์ดาและทุกๆคน แต่หลังจากเกิดเรื่อง เขาก็ไม่คุยกับฉันอีกเลย ขนาดหน้าฉัน เขาก็ยังไม่มอง แน่นอน ฉันไม่ต้องถาม เขาก็แสดงออกชัดเจน ว่าเขาไม่ชอบในสิ่งที่ฉันทำ แต่มันก็ใช่ ใครล่ะจะชอบ ที่ฉันทำตัวไม่สมกับเป็นเพื่อนอาร์ดาเลย ฉันมัน ไม่ใช่คนดีเลย ยิ่งคิดก็ยิ่งเกลียดตัวเองT_T “เคน ไม่เป็นไรหรอก ก็ฉันผิดจริงๆ” อาร์ดาหันไปพูดกับเคนก่อนหันกลับมาหาฉัน ฉันที่ตอนนี้ไม่รู้จะปั้นหน้ายังไงให้ดูปกติ เพราะในใจฉันก็ยังรู้สึกผิด ยิ่งมีคำพูดของเคนมาซ้ำ ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองช่างเลวซะเหลือเกิน “กูไม่โกรธมึงหรอก มันไม่ผิดที่มึงจะผิดหวังในตัวกู ในเมื่อกูทำเรื่องไม่ดี” “แต่ตอนนี้กูไม่อะไรแล้วนะ” ฉันรีบออกตัวทันที ฉันอยากให้มันรู้ ว่าตอนนี้ฉันไม่ได้คิดอะไรบ้าบอแบบนั้นแล้วจริงๆ “กูเข้าใจแล้วว่ามึงมีเหตุผลของมึง คนเราผิดพลาดกันได้ กูขอโทษที่ตอนนั้นไม่ได้คิดถึงข้อนี้ กูขอโทษจริงๆ เรากลับมาเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนเดิมนะ ได้มั้ย” ไม่รู้หน้าด้านมากไปรึเปล่า ที่ฉันกล้าพูดคำนั้นออกไป แต่ฉันอยากกลับไปเป็นเพื่อนกับมันจริงๆ อยากเป็นเพื่อน อยากไถ่โทษในสิ่งที่ทำให้มันเสียใจ “จริงเหรอ!” อาร์ดายิ้มกว้างออกมา จริงใช่มั้ย ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่มั้ย “ได้ดิ ตกลง กูดีใจมากเลยที่มึงเข้าใจกูแล้ว ขอบใจนะ” คราวนี้อาร์ดาเดินเข้ามาหาฉันแล้วจับมือฉันขึ้นไปกุมไว้ และตอนนี้แหละที่ฉันมั่นใจว่าเมื่อกี้ตาฉันไม่ฝาด และหูฉันก็ไม่ฝาดด้วย ...อาร์ดาไม่โกรธฉัน อาร์ดายอมกลับมาเป็นเพื่อนกับฉัน ฉันดีใจเหลือเกิน ทั้งดีใจทั้งซาบซึ้งใจ “กูต่างหากที่ต้องขอบใจมึง ที่มึงไม่ถือสาเรื่องที่กูทำนิสัยแย่ๆ” ฉันกุมมืออาร์ดาแน่นพร้อมกับยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่มันห่างหายไปจากฉันนานแล้ว ตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง ไม่มีวันไหนที่ฉันยิ้มออกเลย วันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายๆวัน “ต่อไปนี้เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมนะ” ฉันยังคงจับมืออาร์ดาแล้วยิ้มให้ ความดีใจยังคงปนออกมากับรอยยิ้มและแววตา “อืม” อาร์ดาพยักหน้าด้วยรอยยิ้มที่ไม่ต่างกัน นาทีนี้แหละ ที่หัวใจฉันไม่รู้สึกอึดอัดและทรมานอีกแล้ว “เผื่อใจเอาไว้บ้างก็ดีนะอาร์ดา เผื่อว่าเธอเผลอไปทำอะไรผิดเข้าอีก แล้วโดนคนไร้เหตุผลบางคนแถวนี้ตัดเพื่อนเอาดื้อๆอย่างที่เคยทำ เธอจะได้ทำใจทัน จะได้ไม่ต้องมานั่งร้องไห้ซึมเศร้าเสียใจแต่ก็ไม่มีใครเหลียวแลอีก แม้แต่ ‘เพื่อนสนิท’ ” ในขณะที่ฉันกำลังดีใจจนยิ้มไม่หุบ คำพูดบาดใจนี้เองที่ทำให้รอยยิ้มฉันสะดุด เหมือนหัวใจที่กำลังเต้น ถูกทิ่มแทงให้หยุดลง จากที่เพิ่งหายจากความรู้สึกผิดที่ช่างอึดอัดทรมาน ตอนนี้กลับมีมันกลับเข้ามาอยู่เต็มหัวใจราวกับมันไม่เคยเลือนหายไป “ฉันรู้ว่านายไม่พอใจ ที่ฉันทำกับอาร์ดาแบบนั้น มันเหมือนฉันเป็นเพื่อนที่ไม่ดี แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกผิดแล้ว จะให้โอกาสกันบ้างไม่ได้หรือไง” ฉันพยายามกักเก็บความอึดอัดทรมานเอาไว้แล้วหันไปพูดกับเคนอย่างรู้สึกผิด และทั้งพยายามจะไม่ร้องไห้ แม้ตอนนี้ฉันจะรู้สึกร้อนผ่าวนัยน์ตาอย่างมากมาย “หึ!” เขากระตุกมุมปากราวกับสมเพชฉัน ก่อนจะหันหลังเดินไปอย่างไม่ไยดี ใช่ การกระทำของเขามันเป็นคำตอบได้ดี ว่าคนอย่างฉันมันไม่ควรได้รับโอกาส แล้วฉันควรจะทำยังไง ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ความรู้สึกผิดมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วถ้าอาร์ดาคิดแบบเคนอีกคนล่ะ แล้วฉันจะทำยังไง ฉันกลัว “กูขอโทษจริงๆนะ กู...กู...” ฉันหันไปพูดกับอาร์ดา แม้น้ำตาทำท่าจะไหลออกมาแล้ว มันกลัว กลัวจนแทบจะทำอะไรไม่ถูก ฉันรู้แต่ว่าฉันรู้สึกผิดจริงๆ และฉันไม่อยากเสียเพื่อนอย่างอาร์ดาไปอีก “ไม่เป็นไร มึงไม่ต้องพูดอะไรแล้ว กูเข้าใจมึง ส่วนเคน เดี๋ยวเขาก็คงเลิกเหน็บมึงไปเองแหละ อย่าคิดมาก ไปเหอะ ไปเรียนกัน” อาร์ดาบอกฉันก่อนจะจูงมือฉันไปที่ลิฟต์ แบบนี้แสดงว่าอาร์ดาไม่ได้คิดเหมือนเคนใช่มั้ย “อาร์ดา มึง...มึงไม่โกรธกูแล้วจริงๆใช่มั้ย” “อืม กูไม่โกรธมึงแล้ว ไม่สิ กูไม่เคยโกรธมึงเลย มึงอย่าคิดมากนะ อย่าลืมดิ คนผิดมันกูต่างหาก ที่มึงยอมมาคืนดีกับกู มันถือเป็นความโคตรกรุณากูเลยรู้ป่ะ เพราะฉะนั้น ยิ้มซะ โอเค๊!” อาร์ดาเอียงหน้ามองฉันแล้วยิ้มนิดๆ แต่ฉันสัมผัสได้ถึงความจริงใจ “อืม ขอบใจนะ” ฉันเริ่มยิ้มออกอีกครั้ง แม้ข้างในมันจะยังคงรู้สึกดีได้ไม่เต็มหัวใจ ความผิดเหมือนมันยังคงซ้ำอยู่ลึกๆ... (Ingfha End) (Ken Part) โครม! ผมเดินขึ้นห้องเรียนมาหาไอ้เบียร์เพื่อนผมกับไอ้พวกเหี้ยอีกสองสามตัวในกลุ่ม ก่อนนั่งลง ตามด้วยถีบเก้าอี้ตัวใกล้ๆจนล้มคว่ำไปเต็มแรง ก็มันหงุดหงิดนี่หว่า อารมณ์เสียแม่ง! “เฮ้ๆ เป็นห่าอะไรมาก็พูดกับพวกกูดีๆดิ อย่าไปลงกับเก้าอี้มัน สงสารว่ะ ขาหักรึเปล่าก็ไม่รู้” “ให้กูถีบมึงแทนเอาป่ะล่ะ!” ผมหันไปมองแรงใส่เหี้ยเบียร์มัน “เห้ยๆ ไม่ต้องครับ กูเกรงใจ” มันรีบบอกด้วยท่าทางขยาด(ตีน)ผม แต่มันทำถูกแล้วล่ะ เพราะถึงจะลงกับเก้าอี้ไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมก็ไม่หายอารมณ์เสียอยู่ดี ส่วนอารมณ์เสียเรื่องอะไรอ่ะเหรอ เอาเป็นว่าผมเล่าแบบนี้ดีกว่า แต่อันดับแรก ขอแนะนำตัวก่อนละกัน ผมชื่อเคน อยู่ปี 2 คณะรัฐศาสตร์ แต่ที่บ้านทำธุรกิจอ่ะนะ โคตรเรียนไม่ตรงสายเลยใช่ป่ะ แต่ช่างเหอะ ก็ผมอยากเรียน เลยมาเรียน แต่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพอมาเรียนแล้ว จะมาเจอเพื่อนที่ไม่น่าหลวมตัวคบเป็นเพื่อนตั้งแต่แรก ยัยนั่นชื่ออิงฟ้า ตอนแรกผมก็นึกว่าเธอดีแม่ง ที่ไหนได้ ดีแต่หน้าตาอ่ะดิ ส่วนนิสัยเหรอ แย่ถึงขั้นผมคิดว่าเลว ความจริงผมไม่ใช่คนที่จะเกลียดใครง่ายๆหรอกนะ แต่กับเธอ ผมแม่งกลับไปมองในแง่ดีไม่ได้จริงๆ ก็ลองคิดดูดิ เธอมีเพื่อนคนนึง ชื่ออาร์ดา สนิทกันมากด้วย แล้วพอมาวันนึง อาร์ดาเกิดมีปัญหาในชีวิต และสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆแบบนั้น ผมว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรงมาก เพราะถึงขนาดว่าเพื่อนในคณะพากันเทเธอกันหมด แล้วแทนที่ยัยเพื่อนสนิทจะอยู่ข้างเพื่อนตัวเอง ไม่เลย ยัยนั่นกลับเทเพื่อนตัวเองไปอีกคน จิตใจทำด้วยไรวะ กับเพื่อนสนิทตัวเองแม่งไม่รู้จักนิสัยใจคอกันเลยหรือไง ไม่สนใจเลยหรือไงว่าเพื่อนตัวเองจะเป็นตายร้ายดียังไง ถ้าอาร์ดาจะตาย สงสัยยัยนั่นก็คงปล่อยให้ตายไปแล้ว ถึงเพิ่งจะมาคิดได้ ใช่ ตอนนี้อิงฟ้าเหมือนจะคิดได้แล้ว ว่าตัวเองทำไม่ถูก เลยมาขอโทษอาร์ดา ก็เมื่อกี้ไง สดๆร้อนๆนี่เอง ผมเห็นเต็มๆตา ผมถึงมานั่งเสียอารมณ์อยู่ตอนนี้ไง เธอแม่งมาสำนึกได้ตอนนี้มันไม่สายไปหน่อยเหรอวะ ก็อย่างที่บอก ถ้าอาร์ดาจะตาย ก็คงตายไปนานแล้ว อิงฟ้านะอิงฟ้า ผมล่ะผิดหวังกับเธอจริงๆ แล้วอย่าคิดนะ ว่าการที่เธอสำนึกได้ มันจะทำให้ผมมองเธอดีขึ้นมา เพราะคนที่ทิ้งเพื่อนตัวเองไปตอนที่เขาตกที่นั่งลำบาก มันก็เห็นอยู่ชัดๆแล้ว ว่าสันดานที่แท้จริงของคนๆนั้นเป็นยังไง แล้วคนแบบนี้เหรอ ที่จะให้เรียกว่าคนดี หึ ไม่มีทาง คนแบบเธอมันโคตรน่ารังเกียจ! “เห้ยสัส” จู่ๆไอ้เหี้ยเบียร์สะกิดผม แต่ตามองห่าอะไรไม่รู้ “อะไรของมึง” “สองคนนั้นเขาคืนดีกันแล้วเหรอวะ” มันพูดต่อ ก่อนพยักเพยิดให้ผมมองตามไปที่ประตูห้อง ผมถึงได้เห็นว่ามันหมายถึงใคร “...” ผมเงียบ ไม่พูดอะไร รู้แต่ว่ายิ่งเห็นอิงฟ้าก็ยิ่งโคตรเสียอารมณ์ มันเหมือนยัยนั่นไม่ได้รับผลกรรมอะไรเลย จากการกระทำเลวๆของเธอ ไม่สิ ต้องบอกว่าสันดานเลวๆมากกว่า เพราะอาร์ดายอมใจอ่อนคืนดีด้วยง่ายๆ ไม่จำบ้าง ว่าโดนทำอะไรเอาไว้บ้าง แถมยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ว่ายัยนั่นเข้ามาคราวนี้ แม่งจริงใจรึเปล่า ไม่รู้สำนึกผิดจริงรึเปล่า ส่วนถ้าถามผม ผมไม่เชื่อหรอก มันเชื่อไม่ลง เพราะจากการกระทำตอนนั้น มันก็เห็นชัดๆอยู่แล้ว ว่ายัยนั่นมันไม่จริงใจ ไม่งั้นคงไม่ทำกับเพื่อนตัวเองแบบนั้น แล้วสมควรเหรอ ที่จะปล่อยเธอให้ลอยหน้าลอยตาอยู่เฉยๆ โดยไม่โดนอะไรเลย หึ ผมว่าผมคิดอะไรดีๆออกแล้วล่ะ ...ในเมื่อบาปกรรมไม่ทำเหี้ยอะไรเธอ งั้นผมทำเอง! (Ken End)DEMON GUY 31..(Ingfah Part)Next Morning🌤.“แต่งตัวเสร็จแล้วใช่มั้ย งั้นไปกันเถอะ” เคนบอกฉันแล้วทำท่าจะจูงมือฉันกับอคินออกจากห้อง หมายถึงห้องพักของโรงแรมน่ะ เมื่อวานเคนพาฉันกับอคินกลับกรุงเทพ แต่ยังไม่ถึงหรอก พอดีเมื่อคืนเคนพาเราสองคนมาพักที่โรงแรมระหว่างทางก่อน แล้วเช้านี้ค่อยเดินทางต่อ แต่ฉัน เอ่อ ฉันยังไม่พร้อมเลย ยิ่งใกล้ถึงก็ยิ่งไม่พร้อม ฉันกลัวที่บ้านเคนเขาจะไม่ยอมรับฉันกับอคิน กลัวเขาจะเขม่นเอา ที่อยู่ๆเคนก็เอาผู้หญิงกับเด็กที่ไหนก็ไม่รู้เข้าบ้าน คิดมาถึงตรงนี้ฉันก็ยิ่งกลัว“เคน เอ่อ เดี๋ยวก่อนได้มั้ย” ฉันบอกเคนไม่เต็มเสียง“หืม มีไรเหรอ” “เอ่อ คือ อิง อิงกลัว ที่บ้านเคนเขาจะว่ายังไง ที่อยู่ๆ เอ่อ เคนก็พาผู้หญิงกับเด็กที่ไหนก็ไม่รู้เข้าบ้าน” ฉันบอกไปตามตรงด้วยน้ำเสียงที่กล้าๆกลัวๆยิ่งกว่าเดิม“โธ่เอ๊ย นึกว่าเรื่องอะไร” เคนยิ้มออกมาเหมือนไม่ทุกข์ไม่ร้อน ในขณะที่ฉันหวั่นใจจนไม่รู้จะหวั่นยังไงแล้ว“เคนไม่กลัวพ่อแม่เคนจะว่าเอาเหรอ”“กลัวทำไม ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว แต่ถ้าอิงกลัว อิงฟังเคนนะ...” เคนจ้องฉันนิ่งแล้วจับมือฉันแน่นขึ้น“...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เคนจะอยู่ข้างอิงเสมอ” เคน
DEMON GUY 30..มาถึงตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพลันดับสูญ เสื้อผ้าเธอกับลูกไม่อยู่ มันบอกความหมายได้อย่างเดียว ...พวกเขาไปแล้ว“ทำไม ฮึก ทำไมอิง ทำไมเธอต้องทิ้งฉันไป” ทั้งตัวของผมทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำตาไหลหลั่งอย่างไม่ต้องสั่ง ผมไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ไม่มีเธอกับลูก ผมก็เหมือนคนที่มีแต่ร่างกายแต่ไร้ลมหายใจ แล้วผม...จะอยู่ต่อไปยังไง(Ken End)..(Ingfah Part)@Trang Bus Terminal หลังจากที่ฉันคิดทบทวนอย่างดีแล้ว ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจหนีออกมาจากเคน(โดยอาศัยเวลาตอนช่วงที่เขาไปเคลียร์งานในรีสอร์ต) เพราะฉันไม่อยากรอให้ถึงวันที่ฉันกลัว “จะไปไหนกันเหรอคับแม่ แล้วพ่อล่ะคับ” อคินเงยหน้าขึ้นมาถามฉัน ฉันเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนในใจ ไม่รู้จะตอบออกไปยังไงดี เพราะที่ฉันคิดไว้คือพาอคินมาบขส. ก่อน จากนั้นค่อยคิดอีกที ส่วนเรื่องพ่อของแก นั่นยิ่งตอบยากเข้าไปใหญ่ เพราะจะให้ตอบว่าฉันพาแกหนีพ่อของแกมามันก็คงไม่ดี“ปะ...ไป ไปเที่ยวคับ พ่ออคินติดงาน เราไปกันสองคนนะ” นาทีนี้ฉันคิด(คำโกหก)ได้แค่นี้จริงๆ“เหรอคับ เสียดายจัง” หน้าแกหงอยลงจนฉันอดสะท้อนในอกไม่ได้ แต่ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง“ไปซื้อตั๋
DEMON GUY 29..(Ken Part)“นายทำแบบนี้ทำไม” อิงฟ้าหันมาถามผมทันทีที่กลับขึ้นมาบนรถ หลังจากที่เมื่อกี้ ผมพาเธอไปจดทะเบียนสมรส ใช่ครับ ฟังไม่ผิดหรอก ผมพาอิงฟ้ามาจดทะเบียนสมรส เรื่องนี้ผมคิดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ผมอยากทำอะไรให้มันถูกต้อง ถึงแม้มันจะใช้เป็นเครื่องการันตีให้เธอเชื่อไม่ได้ ว่าผมพร้อมจะดูแลเธอกับลูกด้วยความรักตลอดไป แต่อย่างน้อยๆ ทะเบียนสมรสนี้ก็จะช่วยเป็นหลักประกันว่าเธอคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม และเธอมีสิทธิ์ในทุกๆอย่างของผม ใช่ ผมพร้อมให้เธอกับลูกได้ทุกอย่างส่วนถ้าถามว่าผมทำให้อิงฟ้าจดทะเบียนสมรสได้ยังไง คำตอบก็เหมือนเดิม ผมเอาเรื่องลูกมาขู่เธอ ดูเหมือนผมไม่สำนึกเลยใช่มั้ย แต่เอาเถอะ จะยังไงผมก็ยอมรับทุกอย่าง จะว่าผมเลวยังไงก็ได้ แต่ผมก็ยังยืนยัน ว่าผมรักอิงฟ้ากับลูกด้วยใจจริง ถึงแม้วันนี้เธอจะยังไม่เห็นมันและยังไม่เชื่อ แต่ผมจะพยายามต่อไป เพื่อที่สักวันเธอจะเห็นและเชื่อมัน“ทำเพื่อเธอกับอคิน” ผมตอบอิงฟ้าไปตามตรง ถึงแม้รู้ดีว่าเธอไม่เชื่อ“ไม่จริง! นายทำเพื่อตัวเองต่างหาก นายมันเห็นแก่ตัว ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ นายมันใจร้าย จะกี่ปีๆนิ
DEMON GUY 28..ผมคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้แล้วนอกจากแบบนี้ เหมือนสัญชาตญาณมันบอกผมแบบนี้ และผมยอมรับว่าผมช็อค ช็อคมากจริงๆ มันเป็นเรื่องที่ผมไม่ได้คิดไม่ได้ฝันมาก่อนเลย ผมไม่เคยรู้เลยว่าอิง...ว่าอิงฟ้าท้อง คงเป็นตอนนั้นแน่ๆ ตอนที่เธอไม่สบาย ตอนที่ผมทำร้ายจิตใจเธอ แน่นอน ผมเจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงมัน โดยเฉพาะตอนนี้“อคิน เดี๋ยวเข้าไปในครัวก่อนนะคับ แม่ขอคุยกับลุงหน่อย” อิงฟ้าหันไปบอกอคิน ใช่ แกชื่ออคิน ลูกของผมกับเธอชื่ออคิน“คับ” แกตอบรับแล้วเดินเข้าไปข้างใน ตอนนี้เลยเหลือแค่อิงฟ้ากับผม ผมที่ยังช็อคไม่หาย กับสิ่งที่เพิ่งได้รู้ แต่ขณะเดียวกัน ผมก็ดีใจจนหัวใจเต้นแรงไม่ต่างกับเมื่อวานตอนวินาทีแรกที่ได้เจออิงฟ้า และตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทำไมตอนนั้นที่เห็นหน้าอคินครั้งแรก ผมถึงรู้สึกผูกพันจนอยากอยู่ใกล้แกตลอดเวลา ที่แท้ แกก็เป็นลูกของผม ...ลูกของเรา“อคินไม่ใช่ลูกนาย แกเป็นลูกฉัน เป็นลูกของฉันคนเดียว” อยู่ๆอิงฟ้าก็พูดขึ้นมาแบบนี้ ทันทีที่อคินเข้าไปข้างใน แต่ผมไม่เชื่อหรอก“ไม่จริง แกเป็นลูกของเราสองคน ทำไม ทำไมตอนนั้นเธอไม่บอกฉัน ตอนเธอไม่สบาย ทำไมเธอไม่บอกฉันล่ะว่าเธอท้อง ทำไมอิงฟ้า ทำไม...”
DEMON GUY 27..(Ingfah Part)ฉันรีบลงลิฟต์กลับมาชั้นล่างอย่างรวดเร็ว หลังจากออกมาจากห้องเคนได้ ...ฉันไม่คิดเลยว่าจะเป็นเขา ไม่คิดเลยว่าคุณเคนที่นิดพูดถึงจะเป็นคนๆเดียวกันกับเคน...ผู้ชายใจร้ายคนนั้น ผู้ชายที่เขาไม่ต้องการทั้งฉันทั้งลูก“ทำไมต้องเป็นนาย” ฉันยอมรับว่าลึกๆฉันคิดถึงเขา แต่ฉันไม่อยากเจอเขาให้ต้องนึกถึงเรื่องราวเดิมๆอีก เพราะถึงฉันไม่ได้โกรธไม่ได้เคืองอะไรเขา แต่ฉันก็ไม่ได้เข้มแข็งมากพอที่จะเห็นหน้าเขาได้โดยไม่รู้สึกอะไร และในเมื่อตอนนี้เขาอยู่ที่นี่ ใช่ เป็นฉันที่ต้องไป“ผู้จัดการ เอ่อ สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ผู้จัดการ เพราะพอลงมาถึงข้างล่าง ผู้จัดการก็เดินเข้ามา ก็ดีเหมือนกัน ฉันอยากจะคุยเรื่องลาออกด้วย ในเมื่อเคนอยู่ที่นี่ ฉันก็ไม่ควรจะอยู่“หวัดดีครับ” ผู้จัดการรับไหว้ฉันพร้อมกับยิ้มให้นิดๆ งั้นฉันพูดเรื่องลาออกเลยละกัน“เอ่อ ผู้จัดการคะ คือดิฉันมีเรื่องจะ...”“เอ่อ ขอโทษจริงๆนะ เอาไว้ค่อยคุยได้มั้ย พอดีผมมีแขกน่ะครับ รออยู่ที่ห้อง งั้นผมขอตัวก่อนนะ ตั้งใจทำงานล่ะ” ผู้จัดการชิงพูด จากนั้นก็เดินไปเลย เหมือนรีบมาก เห้อ ทำไมเขาต้องมาไม่ว่างตอนฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยนะ ช่
DEMON GUY 26..(Ingfah Part)“ไปคับอคิน แม่ทำงานเสร็จแล้ว” ฉันเดินมาหาอคินหลังจากทำงานเสร็จ เอ่อ อคินเป็นลูกชายของฉันเอง ตอนนี้เขาสามขวบแล้วล่ะ ตั้งแต่วันนั้นที่ฉันตัดสินใจเดินมาตามทาง อันดับแรกคือฉันตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านของพ่อแม่ที่ตรัง บ้านที่ตอนแรกฉันเคยคิดว่าจะไม่กลับมาอีก เพราะกลัวจะคิดถึงพ่อกับแม่จนท่านต้องจากไปอย่างไม่สงบ แต่ในเมื่อไม่มีที่ไป ฉันก็จำเป็นต้องกลับมา...และพยายามจะเข้มแข็ง ฉันยอมรับว่าสี่ปีที่ผ่านมา ฉันต้องเจอกับความลำบากแสนสาหัส แต่ที่ฉันอดทนจนผ่านมันมาได้ ทั้งหมดก็เพื่อลูก เขาคือสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันมีกำลังใจจะสู้ต่อ สู้เพื่อเขา ถึงแม้บางครั้งความคิดถึงคนเป็นพ่อของเขา มันจะทำให้ฉันอ่อนแอบางเวลาก็ตาม ใช่ สี่ปีแล้วที่ฉันไม่ได้เห็นหน้าเคน ป่านนี้เขาคงจะเรียนจบและมีความสุขกับชีวิตที่สมบูรณ์แบบของเขา จริงสิ ลืมไปเลยว่าฉันจะพาลูกกลับบ้าน พอดีฉันไปรับแกจากโรงเรียนเมื่อตอนบ่ายแล้วพามาอยู่ที่รีสอร์ตก่อน ฝากให้เพื่อนที่ทำงานเขาช่วยดูแลให้ตอนที่งานฉันยังไม่เสร็จ เอ่อ เหมือนฉันยังไม่ได้บอกใช่มั้ย ว่าฉันมาทำงานเป็นพนักงานรีสอร์ตได้สี่ห้าเดือนแล้วล่ะ ก็ตั้งแต่อคินเข้าโรงเร







