LOGIN“น้อยหน่อยโมนา เธอเป็นผู้หญิง จะไปดูผู้ชายออกได้ยังไง”
“พวกผู้ชายนี่ชอบคิดเองเออเองว่าตัวเองมองคนทะลุปรุโปร่งอ่านคนขาดแบบนี้ทุกคนไหมคะ พี่เองก็ไม่ได้สนิทสนมกับดีแลนขนาดที่จะฟันธงได้ว่าเขาเลว ทำไมถึงกล้าเอาความคิดตัวเองมายัดใส่หัวยัยข้าวคะ”
“โมนา...” เสียงทุ้มกดต่ำแสดงออกถึงความอดทนที่ใกล้จะสิ้นสุด
“ทำไมคะ เรียกโมนาทำไม หรือแค่เพราะโมนามีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ถูกพี่จูงจมูกง่าย ๆ แล้วมันทำพี่หงุดหงิดคะพี่ขุน”
“พี่เป็นห่วงน้องสาวตัวเอง”
“พี่มันเผด็จการมากกว่า”
ขุนพลกระชากคนตัวบางมาปะทะอกแกร่ง เธอไม่ได้เกรงกลัวแต่กลับเชิดหน้าสู้ ทำเส้นความอดทนของเขาแทบขาดผึง
ดวงตาคมกริบวาบขึ้นในความมืด เขากัดกราม จ้องใบหน้าสวยงามและริมฝีปากอวบอิ่มที่ชอบเถียงเขาฉอด ๆ อย่างพยายามข่มอารมณ์เต็มที
น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงคออย่างยากลำบาก อยากจูบปิดปากดื้อ ๆ เหลือเกินแต่ไม่กล้า พยายามอย่างยิ่งที่จะยั้งตัวเอง
แต่การกระทำของเขาทำโมนาเบิกตาโต หัวใจดวงน้อยเต้นแรงแทบทะลุออกมานอกอก เธอหลับตาลงยินยอมคิดจินตนาการไปเองว่าคนตัวโตจะลงโทษด้วยวิธีวูบวาบป่าเถื่อนแบบในนิยายที่ชอบอ่าน
ขุนพลมองริมฝีปากอวบอิ่มช่างเถียงอีกครั้ง กัดกรามจนสันขึ้นนูนก่อนผละห่าง โมนาที่อยู่ ๆ ก็เหมือนถูกกระชากออกจากความฝันลืมตามองเขาด้วยความงงงวย
“แล้วพี่จะคอยดู สักวันหนึ่งเด็กดื้ออย่างพวกเธอจะรู้ว่าตัวเองคิดผิด”
พูดจบก็เดินหนี โมนาหมุนตัวมองตามเขาเดินขึ้นบันไดไป รู้สึกเสียความมั่นใจและอับอายมากจนหน้าร้อนผ่าว ก่อนจะเบิกตากว้างตกใจเมื่อสำนึกได้ว่าขุนพลคงคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงไม่น่ารัก หัวดื้อไม่เรียบร้อยอ่อนหวาน เขาคงเข้าใจเธอผิดไปแล้ว จึงยกมือขึ้นตบปากตัวเองรัว ๆ
“ไม่น่าเลย ยัยโมนา นี่แน่ะ ปากไว”
แม้จะเสียความมั่นใจแต่เมื่อคิดถึงตอนที่เขากระชากเธอมาปะทะอกแกร่งแล้วมองเธออย่างร้อนแรงราวกับจะกลืนกินก็หน้าแดงซ่าน เอามือกุมแก้มที่ร้อนผ่าวแล้วรีบวิ่งกลับขึ้นห้องนอนของขวัญข้าวทันที
หลังจากนั้น แม้เธอจะพยายามเข้าหาเขาและแสดงออกทางสายตาให้เขารู้เพียงไรว่าเธอรู้สึกดีด้วย แต่ก็ได้รับกลับมาเพียงความว่างเปล่า
เขาไม่ชอบเธอ...และคงไม่มีวันชอบ ท่าทีเฉยชาของเขาทำสาวมั่นถอดใจหลายครั้งแต่พักเดียวก็กลับมาก็ฮึดสู้ แต่ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมคือเขาไม่คิดจะตอบสนองต่อความรู้สึกที่เธอแอบส่งไปให้สักนิดจนท้อ และมันก็ยาวนานจนครบหนึ่งปีพอดี
“เฮ้ย ไอ้ขุน ได้ยินไหมเนี่ย”
ต้นหนกระทุ้งศอกไปที่สีข้างของขุนพลทำเขาสะดุ้ง กลับเข้ามาสู่ความจริงในปัจจุบัน
“อะไรวะ” เอ่ยถามพร้อมกระดกเหล้าเข้าปาก
“ก็น้องโมนาไง เป็นเพื่อนสนิทน้องสาวมึงนี่ โสดใช่ไหมวะ ว่าแต่ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร กูเห็นนั่งหม้อน้องโมนาอยู่นานแล้วนะ เบียดจนจะสิงอยู่แล้ว”
“ที่รู้ก็โสด ทำไมวะ” เลิกคิ้วถาม
“ก็สนใจสิวะ”
“มึงเอาผู้หญิงชุดดำดีกว่า อย่ายุ่งกับเด็กนั่นเลย ปวดหัวเปล่า ๆ”
“ไหนบอกโสด ถ้ากูจะจีบก็ไม่น่าจะมีปัญหา”
“ไม่มีปัญหาแน่ถ้าเด็กนั่นคุยง่าย มึงไม่ได้แอ้มหรอก เผลอ ๆ ไอ้ห่านั่นก็ดีลไว้ มึงไปเอาคนอื่นเถอะ เชื่อกู”
ขุนพลหันสบตากับโมนาอีกครั้ง ก่อนเขาจะยิ้มเย้ยแล้วหันไปสนุกกับเพื่อนต่อ โมนาที่เพิ่งหลุดออกมาจากการคิดถึงอดีตจึงเบะปากแล้วยกแก้วของตัวเองขึ้นดื่มบ้าง
“รู้แล้วว่าไม่ชอบ เชอะ ไม่สนใจแล้วก็ได้”
บ่นพึมพำเสียงเบาแล้วยกแก้วเหล้าดื่มอย่างกระแทกกระทั้น
“อะไรนะครับโมนา”
เฟมัส ทายาทเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังเอ่ยถามโมนาพร้อมชงเหล้าให้อย่างเอาใจ
“ไม่มีอะไรค่ะ โมนาแค่บ่นอะไรนิดหน่อย”
“บ่นอะไรยะ มาเที่ยวทั้งทีก็ต้องสนุกให้สุดสิ”
เจสสิก้า เพื่อนสาวไฮโซในกลุ่มซึ่งเป็นทายาทนักธุรกิจอันดับต้น ๆ ของไทยถามกลั้วหัวเราะ วันนี้เธอเป็นตัวตั้งตัวตีให้ทุกคนมาปาร์ตี้ แถมยังตั้งใจชวนโมนามาโดยเฉพาะ เพราะเฟมัสเพื่อนของเธอแอบชอบโมนามานานและอยากมีโอกาสทำความรู้จัก
แม้เฟมัสจะเป็นชายหนุ่มที่เจ้าชู้สุด ๆ ฟันแล้วทิ้งเป็นว่าเล่น แถมยังชอบถ่ายคลิปลับแล้วปล่อยในกลุ่มเพื่อนที่อยู่แก๊งเล่นยาด้วยกันจนหลุดออกสู่ตลาดมืดหลายคลิป แต่มันใช่เรื่องของเธอที่ไหน โมนาจะชอบและสานต่อบนเตียงกับคนหล่อร้อนแรงอย่างเฟมัสก็เรื่องของคนสองคน เธอไม่ยุ่ง
“พรุ่งนี้มีเรียน”
“ลาป่วยก็ได้ เพิ่งเปิดเทอม เพื่อนของเธอก็มีนี่ คุณหนูโมนาก็ใช้เพื่อนพวกนั้นให้คุ้มสิจ๊ะ ใช้เงินฟาดหัวก็จบ”
เจสสิก้าหัวเราะร่วน ก่อนจะยกบุหรี่ขึ้นสูบ โมนายกนิ้วขึ้นถูจมูกเพราะกลิ่นของมันแปลก ๆ ไม่เหมือนบุหรี่ทั่วไปที่เธอเคยได้กลิ่น
“เอาไหม” เมื่อพ่นควันออกจนหมดก็ยื่นบุหรี่มวนนั้นให้โมนา
“ไม่ล่ะ กลิ่นแปลก ๆ”
“เธอไม่รู้อะไร นี่ของดี”
“เอาไหมครับโมนา จะได้สนุกกัน ผมมีนะ”
เฟมัสที่เพิ่งพ่นควันบุหรี่เสร็จรีบส่งมวนใหม่ให้โมนา ดวงตาวาววับคาดหวังให้เธอหยิบไปจุดสูบ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น คืนนี้สนุกแน่
“ไม่ค่ะ” โมนาดันบุหรี่มวนนั้นคืน ก่อนจะเสยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดราวกับต้องการมอมตัวเองให้เมา ๆ ไปเสีย จะได้มีข้ออ้างรีบกลับ
“ไม่ต้องเกรงใจนะครับ รับรองโมนาจะสนุกกว่านี้แน่ เชื่อผม”
ท่าทีอึดอัดของโมนาทำให้รู้ว่าอีกไม่นานเธอจะขอตัวกลับ เจสสิก้าจึงปรามไม่ให้เพื่อนชายใจร้อน
“โมนาไม่ชอบอะไรแบบนี้หรอก แค่เหล้าอย่างเดียวก็พอ”
สายตาที่มองสบกันแวววาวสะท้อนในความมืดราวกับกำลังสื่อความนัยที่รู้กันเพียงสองคน ในขณะที่เพื่อนคนอื่นในกลุ่มของเจสสิก้านั่งกอดจูบนัวเนีย และสูบบุหรี่กลิ่นแปลก ๆ กันหลายคน ไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
“งั้นก็ดื่มเหล้าอย่างเดียวก็ได้ ผมชงให้นะ”
เฟมัสชงเหล้าให้โมนาอีกแก้ว ยิ่งดึก ปริมาณแอลกอฮอล์ที่เทลงไปยิ่งเข้มข้นกว่าเดิมทำโมนาที่ค่อนข้างคออ่อนมึนเมาจนโลกรอบตัวหมุนติ้ว
แก้วเหล้าที่ยกกระดกจนหมดถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะเพราะคนเมาแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ แขนใหญ่โอบกอดร่างบอบบางหอมกรุ่นอย่างถือวิสาสะ แต่คนที่ยังมีสติอยู่น้อยนิดกลับสะบัดออก
“ปล่อยนะ ทำอะไร”
“ผมชอบโมนานะ โมนาก็รู้ คืนนี้ไปสนุกกันนะครับ”
เขาคว้ากอดไหล่บอบบางอีกครั้ง คราวนี้โมนาคว้ากระเป๋าสะพายแล้วลุกพรวดขึ้นยืน ก่อนเฟมัสจะกระชากข้อมือเล็กจนโมนาเซถลาลงมานั่งบนตัก
“นี่ ปล่อยนะไอ้บ้า”
โมนาดิ้นหนี แต่เฟมัสกลับกอดแน่นแล้วจูบลงบนซอกคอหอม เธอรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายสะบัดเขาจนหลุด ลุกพรวดขึ้นยืนแล้วตบหน้าเขาอย่างแรง
“เฮ้ย เล่นตัวอะไรนักหนาวะ มานี่ กูจะเอามึงโชว์ทุกคนตรงนี้แหละ”
เฟมัสลุกขึ้นกระชากร่างบางมากอดจูบ เจสสิก้ามองเพื่อนทั้งสองกอดรัดกัน หัวเราะร่วนอารมณ์ดี ไม่คิดช่วยสักนิดทั้งที่รู้ดีว่าโมนาไม่ใช่ผู้หญิงที่จะไปนอนกับใครง่าย ๆ ถ้าไม่ได้ชอบ
“ว้าย ปล่อยนะ”
โมนาดิ้นหนีจนหลุดแล้วตวัดมือตบหน้าเฟมัสอีกครั้ง คราวนี้เธอกลับต้องหน้าหันเพราะชายหนุ่มควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว
“อีนี่ มึงตบกูสองรอบแล้วนะ”
โมนาหันกลับมาจ้องหน้าเฟมัสตาเขม็ง มุมปากมีเลือดไหลซิบทำให้เจสสิก้าตกใจ
“เฟมัส เบามือหน่อย นั่นเพื่อนรักฉันนะ”
“เหอะ ก็เพื่อนรักเธอมันเล่นตัว คืนนี้จะเอาให้ยับเลย มานี่”
โมนาในชุดเจ้าสาวเกาะอกกระโปรงบานผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีขาวงาช้างช่างดูงดงามราวกับเจ้าหญิง ข้างกายมีขุนพลในชุดสูทแสนหล่อเหลายืนกอดประคอง ช่วยกันตัดเค้กแต่งงานเก้าชั้น ก่อนจะหันมาจูบกันภายใต้แสงแฟลชสว่างวาบทั่วบริเวณงานที่ถูกเนรมิตให้เป็นสวนดอกไม้แห่งสรวงสวรรค์ตามที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องการพิธีการแสนเหนื่อยล้าตั้งแต่เช้ามืดจบลงไปแล้ว หนุ่มสาวถูกส่งตัวเข้าหอและปล่อยให้ใช้ช่วงเวลาแห่งความสุขกันตามลำพังมานานร่วมชั่วโมงเตียงหลังใหญ่ของโรงแรมหรูซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวโมนาขยับกระแทกผนังเบา ๆ ร่างบอบบางขาวผ่องโยกกายเย้ายวน ตอกสะโพกลงครอบครองสามีป้ายแดงอย่างเซ็กซี่ขุนพลกัดกราม ยื่นมือไปบีบขยำหน้าอกอวบที่เด้งขึ้นลงล่อตา สะโพกสอบเกร็งกระแทกสวนทุกครั้งที่เธอทิ้งกายลงมา ทำคนตัวบางใบหน้าเหยเกด้วยความเสียวซ่านจนต้องระบายออกมาเป็นเสียงครางหวาน ๆ แบบที่เขาชอบเธอเร่งเร้าจังหวะรักขึ้นเรื่อย ๆ อุณหภูมิร่างกายหนุ่มสาวเร่าร้อนสวนทางกับเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเต็มกำลัง“โมนา พี่จะเสร็จ”โมนาเลื่อนมือสองข้างมายันซิกซ์แพ็กเพื่อพยุงกายและเร่งเร้าเด้าสะโพกสุดกำลัง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องประสานเสียงหัวเตียงกร
และแล้ว...วันแห่งความสำเร็จของโมนาก็เดินทางมาถึง สาวสวยในชุดครุยยืนฉีกยิ้มกว้างถ่ายรูปกับครอบครัวและเพื่อนฝูง ก่อนทุกคนจะแหวกทางให้เมื่อขุนพลเดินเข้ามาพร้อมช่อดอกกุหลาบสีขาวในมือเสียงโห่แซวดังเซ็งแซ่ โมนายิ้มกว้างกว่าเดิม มองคนรักด้วยสายตาเปล่งแสงระยิบระยับ“ยินดีด้วยนะครับ โมนา” เอ่ยแสดงความยินดีพลางยื่นช่อดอกไม้ให้“ขอบคุณมากค่ะพี่ขุน”ขอบคุณพร้อมยื่นมือไปรับช่อดอกกุหลาบแสนสวยมากอดแนบอก แต่กลับต้องเบิกตากว้างเมื่อเขานั่งลงคุกเข่า มือยื่นกล่องกำมะหยี่สีครีมมาตรงหน้าแล้วเปิดออกโมนายกมือขึ้นปิดปาก แววตาไหวระริกมองคนรักผ่านม่านน้ำตา“โมนาครับ ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้ พี่รักโมนามาก อยากจะอยู่กับโมนาไปตลอดชีวิต โมนาแต่งงานกับพี่ได้ไหมครับ”“ค่ะ โมนาจะแต่งงานกับพี่ขุน”ยื่นมือซ้ายออกไป พยักหน้ารับรัว ๆ ก่อนจะมองหน้าคนรักได้ชัดเจนอีกครั้งเมื่อน้ำตาที่ขังคลอหน่วยไหลลงอาบแก้มขุนพลยิ้มกว้างปนหัวเราะเบา ๆ ในความน่ารักของเธอ หยิบแหวนออกมาสวมที่นิ้วนางข้างซ้าย แล้วลุกขึ้นดึงคนตัวบางในชุดครุยแสนสวยมากอดแน่น ๆ ให้สมกับความรักที่มีต่อเธอเพื่อนสนิทของเธอทั้งกลุ่มที่ยืนอยู่ตรงนั้นยกมือ
หลายเดือนผ่านไป ขุนพลกับโมนาคบหากันอย่างออกหน้าเพราะความลับดันแตกเมื่อขวัญข้าว น้ำอิง และเอมิโยะดันแอบมาเซอร์ไพรส์โมนาพร้อมเค้กวันเกิดถึงคอนโดมิเนียมตอนนั้นขวัญข้าวงอนพี่ชายที่มายุ่งกับเพื่อนรักของเธอ แต่พอเห็นทั้งคู่รักใคร่ดูแลกันอย่างดีก็หายโกรธ แถมยังกำชับให้พี่ชายซื่อสัตย์กับเพื่อนของเธอคนเดียว ไม่อย่างนั้นเธอจะตัดพี่ตัดน้องกับเขาแน่นอนส่วนครอบครัวของโมนาคงไม่ต้องพูดถึง ปู่ ย่า และตาของเธอยอมรับในความดีของเขาตั้งแต่ที่คบหากันแรก ๆ แล้ว ส่วนพ่อของเธอที่เคยตั้งแง่รังเกียจเพราะมีตัวเลือกว่าที่ลูกเขยที่ดีกว่าก็รู้สึกผิดจนแทบจะจับโมนาใส่พานยกถวายตอนนี้ครอบครัวของเธอกลับมาอบอุ่นรักกันแน่นแฟ้นอีกครั้งหลังจากที่เลือกให้อภัยในความผิดของพ่อ แม้จะไม่สามารถเอาชีวิตของแม่เธอคืนกลับมาได้ก็ตาม แต่เธอเชื่อมั่นว่าแม่คงมีความสุขมากที่มองลงมาแล้วเห็นพ่อลูกกลับมารักกันเหมือนเดิมเวลาเดินมาถึงวันที่ขุนพลรับปริญญาและโมนาใกล้จะเรียนจบเต็มที เธอใส่ชุดเดรสกระโปรงบานยาวกรอมเท้าสีขาวพร้อมหอบช่อดอกไม้ไปร่วมแสดงความยินดีเธอได้ถ่ายรูปร่วมกับเขาในชุดครุยดูหล่อเหลาสง่างาม ได้เห็นการเติบโตของเขาอีกขั้นก็อดรู้
“โมนา พ่อขอโทษ”มิตรเดินออกมาจากมุมมืดเมื่อพ่อแม่และลูกสาวของตัวเองกำลังจะแยกย้ายกันขึ้นรถหลังส่งแขกกลับจนหมดโมนาหันมองตามต้นเสียง เห็นพ่อที่เคยหล่อเหลาสง่างามเดินไหล่ลู่คอตกเข้ามาหา แววตาแสนเศร้าคู่นั้นทำเธอใจหาย“พ่อผิดไปแล้วโมนา ผิดที่เอาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทำลายครอบครัวของเรา พ่อมันเห็นแก่ตัว พ่อมันชั่ว ไม่เคยคิดถึงจิตใจของลูกและแม่ของลูกเลย พ่อไม่ขอให้ลูกให้อภัย แต่พ่ออยากจะขอโทษลูก พ่อสำนึกผิดแล้วจริง ๆ”คนเป็นลูกแววตาไหวระริกน้ำตาคลอเบ้า แม้นมาศจับมือหลานสาว มนตรีและราชันเองก็เดินมาจับบ่าหลานสาวเช่นกัน“มันสายไปแล้วค่ะพ่อ ที่พ่อมาขอโทษโมนาและสำนึกผิด ตอนนี้แม่ของโมนาตายไปแล้ว ให้พ่อคุกเข่าตรงนี้สักสิบปี แม่ของโมนาก็ไม่ฟื้น”มิตรทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่า น้ำตาไหลอาบแก้ม โมนามองภาพนั้นผ่านม่านน้ำตา ก่อนเธอจะหมุนตัวเตรียมขึ้นรถ“โมนา...ลูก” มิตรทิ้งมือทั้งสองข้างลงบนพื้น ก้มหน้าลงร้องไห้ โมนาที่หันหลังให้พ่อน้ำตาไหลพราก กัดฟันแน่น เชิดหน้าสูดลมหายใจเดินหนี ท่ามกลางความรู้สึกสะเทือนใจของทุกคน แต่ไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันหลังกลับ วิ่งไปทิ้งตัวลงนั่งสวมกอดพ่อ“พ่อ...”“โมนา ลูกพ่อ พ่อขอโทษ...”
งานวันเกิดของนักธุรกิจวัยกลางคนที่ร่ำรวยมหาศาลถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่ห้องจัดเลี้ยงสุดหรูในโรงแรมของตน แขกเหรื่อทยอยเข้างานนั่งประจำที่ สื่อยักษ์ใหญ่สองสามสำนักได้รับเชิญให้มาทำข่าวก็เตรียมพร้อมสำหรับการเก็บภาพประทับใจในงานเช่นกันโมนาในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวกระโปรงยาวกรอมเท้าเดินควงแขนมากับขุนพลในชุดสูทสีดำออร่าจับ เธอพาเขาไปนั่งร่วมโต๊ะกับปู่ ย่า และตาของเธอที่ดูจะปลื้มเขาอย่างออกนอกหน้า“คุณโมนาครับ ท่านประธานให้มาเชิญคุณไปร่วมต้อนรับแขก” เลขานุการหนุ่มของมิตรเดินมาเชิญลูกสาวเจ้าของงานตามคำสั่ง“ค่ะ ไปค่ะ พี่ขุน” จับมือคนรักเตรียมลุก“แค่คุณโมนาครับ”“งั้นโมนาไม่ไปค่ะ รบกวนบอกพ่อด้วยนะคะว่าโมนาไม่สะดวก มีแขกคนสำคัญให้ต้องดูแล”“เอ่อ แต่ว่า...” เลขานุการหนุ่มลังเล“เอาตามที่หลานฉันว่านั่นแหละ เมียกับน้องเมียมันก็มี ยิ้มต้อนรับแขกจนหน้าบานเป็นกระด้ง แค่นี้ยังไม่พอหรือไง ถ้ามีปัญหานักก็ให้มันมาตามเอง” มนตรีเอ่ยคำประกาศิต เลขานุการหนุ่มจึงยอมล่าถอยไป“ปู่เลิศมากเลยค่ะ เจ๋งที่สุด”โมนายกนิ้วโป้งให้คนเป็นปู่ทั้งสองมือ ก่อนหันไปยิ้มหวานให้คนรัก แต่ไม่กี่นาทีต่อมาก็ต้องหุบยิ้มเมื่อคนเป็นพ
“จริงเหรอคะย่า”โมนาทรุดตัวนั่งบนโซฟาหลังรับสายคนเป็นย่าที่โทรมารายงานข่าวเรื่องแม่เลี้ยงกำลังตั้งครรภ์“จริง ย่าก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน อยู่กันมาตั้งหลายปี ไม่ท้อง มาท้องเอาตอนพ่อเราป่วยกระเสาะกระแสะใกล้ตายเนี่ยนะ เหลือเชื่อจริง ๆ”แม้นมาศคว้ายาดมอังจมูก ค้อนลมค้อนฟ้าตาคว่ำ ในขณะที่แม่บ้านช่วยกันพัดให้ทั้งซ้ายขวา“เอ๊ะ หรือว่า...”เมื่อฉุกคิดถึงเรื่องข้อมูลที่นักสืบให้มา มีความเป็นไปได้ที่เด็กในท้องอาจไม่มีความเกี่ยวข้องกับเธอและพ่อ“อะไรลูก”“ไม่มีอะไรหรอกค่ะย่า โมนาก็ยังไม่ชัวร์ ไว้ให้ชัวร์แล้วจะบอกย่านะคะ”แม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่หลานสาวพูดนัก แต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้ เพราะตอนนี้เธอลมแทบจับ ไม่อยากมีเรื่องให้ช็อกยิ่งกว่านี้อีกแล้ว“ตามใจเราเถอะ ย่าจะเป็นลม เครียดจนไมเกรนขึ้นแล้วเนี่ย”“แล้วพ่อเป็นยังไงบ้างคะ คงดีใจมากเลยล่ะสิ”“รายนั้นก็ยิ้มจนหน้าบานน่ะสิ เห่อแม่นั่นจนยกสมบัติให้หมดไปแล้วมั้ง เห็นว่าจะประกาศกับทุกคนว่าแม่นั่นท้องในงานวันเกิดด้วย สั่งออแกไนซ์มาจัดงานกันให้วุ่น”เมื่อพูดมากเข้าก็ถูกสามีจับมือปราม กลัวว่าหลานสาวจะเสียใจมากไปกว่านี้“แล้วปู่กับย่าไม่ดีใจเหรอคะ เด็กในท้องน







