Masuk"ไปไหน ปล่อยนะ"
"อายุยังไม่ถึงยี่สิบเข้าสถานที่แบบนี้ได้ยังไง การ์ดของร้านไม่ตรวจสอบเลยเหรอ แล้วยังจะก่อเหตุทะเลาะวิวาทอีก ชอบนักเหรอไอ้การทำตัวเป็นนักเลงเนี่ย มันไม่ได้เท่เลยนะนิค" ชายรุ่นพี่ลากตัวฉันออกจากที่เกิดเหตุมายังหน้าห้องน้ำ ปากหยักได้รูปของเขาพ่นคำบ่นใส่ฉันชุดใหญ่ ก็แค่ปกป้องตัวเองเขาทำอย่างกับว่าฉันไปฆ่าใครตาย "ทำไมต้องบ่นด้วย นิคอยู่ของนิคดี ๆ เธอคนนั้นเข้ามาหาเรื่องเองนะ อย่าทำเหมือนว่านิคไปมีเรื่องกับคนของตัวเองได้ปะ" ใช้น้ำเสียงไม่พอใจที่ถูกต่อว่าเถียงเขากลับ เขาจะได้รู้ว่าคำพูดของเขามันทำร้ายฉันได้เหมือนกัน แล้วสะบัดมือที่ถูกเกาะกุมสุดแรงให้เป็นอิสระ มือเล็กหยิบเอาบุหรี่ไฟฟ้าออกจากกระเป๋ากางเกงเอามาดูดเพื่อลดความตึงเครียดก่อนหน้านั้น ส่วนคนตัวสูงแค่ยืนมองฉันนิ่ง ๆ ไม่ได้เอ่ยอะไรเพราะต่างคนต่างร้อนอยู่ ควันสีขาวถูกพ่นออกมาไม่กี่ครั้งก็หายไปเพราะน้ำยาหมด เขาจึงหยิบเครื่องสูบจากมือฉันไปแล้วยื่นพอตไฟฟ้ามาแทน ฟู่ว "ดีขึ้นหรือยัง" "….." ฉันไม่ยอมคุยกับคนที่ไม่รู้สาเหตุที่มาของการมีปากเสียงก่อนหน้าด้วยหรอก คราวดีก็ดีราวเทพบุตร ถึงคราวร้ายก็ร้ายอย่างกับผีห่าซาตาน "พี่ขอโทษ พี่แค่เป็นห่วงนิคมากเกินไป…" "….." "จานิค…" พอเห็นฉันเงียบนานเขาจึงใช้อีกเสียงเข้ามาคุยด้วย "เราไม่รู้จักกันเลย แต่อยู่ ๆ เธอคนนั้นก็เข้ามาหาเรื่อง กล่าวหาว่านิคไปยุ่งกับคนของตัวเอง ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใครนิคยังไม่รู้เลย" ฉันบอกเขาแล้วส่งพอตคืน ออกท่องราตรีคืนแรกก็เจอแจ็กพอตรางวัลใหญ่ อะไรจะโชคดีขนาดนั้น "รู้ว่าเขามาหาเรื่องก็ไม่ต้องไปต่อปากต่อคำด้วย หากถึงขั้นลงไม้ลงมือกันขึ้นมาแล้วถ้าพี่ไม่เจอก่อน คิดไหมว่าตัวเองจะเป็นยังไง…?" "มันก็ต้องเจ็บกันไปข้างนึง ใครจะโง่ยืนให้ทำฝ่ายเดียว" "ตัวเท่าลูกแมวยังจะไปไฟต์กับเขา" คนตัวสูงกว่าว่า พลางจับศีรษะฉันแล้วโคลงเบา ๆ "แล้วแมวมันไม่มีเล็บเหรอ? แมวมันแจกยันต์ได้นะเผื่อไม่รู้" "….." เขาเงียบ "เคยได้ยินลูกแมวปราบเสือไหมล่ะ?" ถามเขาแล้วช้อนสายตาท้าทายขึ้นมองคนตัวสูง "น่าจะคนเมามั้ง ไม่ต้องไปสนใจหรอก" เขาไม่ได้ตอบแต่ยังวนกลับมาเข้าเรื่องเดิม "ถ้าเมาแล้วถูกผีเจาะปากมาพูดหรือชอบหาเรื่องคนอื่นแบบนี้ต้องโดนกระทืบสักครั้งให้หายซ่า" "เก่งจริงตัวแค่นี้" "จะลองไหม?" ฉันถามแล้วตั้งการ์ดเตรียมเสิร์ฟหมัดคู่ประจำกาย คนถูกถามไม่ได้เอื้อนเอ่ยตอบรับ เพียงแต่ใช้มือลดหมัดฉันลงจากระยะห่างระหว่างใบหน้าตัวเอง "นี่อยากเห็นหน้าไอ้ผู้ชายคนนั้นมาก ถ้าเจอหน้านะจะด่าให้ฉี่ราดเลยคอยดู" "ถ้าเจอเขาจะบอกว่า?" "ก็จะบอกว่าทำไมไม่เก็บคนของตัวเองเอาไว้ให้ดี ปล่อยหมาบ้าออกมาทำไม รู้ไหมว่าสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น" คนอยากรู้พยักพเยิดหน้ารับทราบเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบ แล้วปรายตาคมมองชายหญิงหลายคู่ดึงร้าวกันเข้าไปทำบางอย่างข้างในนั้นทำฉันต้องเบ้หน้าตามพร้อมทั้งใช้ความคิด สถานที่แบบนี้ก็ไม่เว้นเหรอ คิดแล้วขนลุก ใช้มือน้อยลูบคลำท่อนแขนของตัวเองให้ขนที่มันลุกชูชันสงบลง "ขอทางหน่อยค่ะ" เสียงผู้หญิงหลายคนพูดขึ้นพร้อมกับแทรกตัวเข้าไปในห้องน้ำ บางคนกระแทกไหล่ตัวเองโดนฉันทั้งสองข้าง "ระวัง" เสียงทุ้มคนพูดกระตุกข้อมือดึงร้าวฉันเข้าไปหาตัวเอง ขนาดหน้าอกที่ฉันเซฟป้องกันมาอย่างดีถูกบดขยี้เข้ากับร่างของชายหนุ่มรุ่นพี่ คิ้วทรงสวยขมวดเข้าหากันเป็นปม ปากชมพูบ่นอุบอิบ ดวงตาคู่คมทั้งสองจ้องมองหน้าฉันราวกับข้องใจอะไรสักอย่าง ก่อนที่ใบหน้าหล่อนั้นจะฉายความเจ้าเล่ห์ให้เห็น "นมใหญ่จังนิค" เสียงทุ้มจากเขาเอ่ยออกมาหลังจากที่เขาเงียบไปครู่หนึ่ง "ปล่อยนะพี่ยูโร" ฉันพยายามแกะมือเขาออกอย่างยากลำบากแต่กลับโดนตัวสูงกำมันไว้แน่น "รู้สึกดีชะมัดที่นิคจำชื่อพี่ได้" "ค่ะ แล้วจะปล่อยได้หรือยัง" "ไม่ปล่อย ถ้านิคจำพี่ไม่ได้พี่ก็จะไม่ปล่อย" เขาไม่พูดเปล่าแต่ยังโอบร่างฉันให้ชิดกับกายของตัวเองแน่น มืออีกข้างลูบไล้ทั่วทั้งแผ่นหลังบาง "จะทำอะไร" "ถ้ายังจำไม่ได้พี่ก็จะทำให้นิคจำได้เอง" ใบหน้าหล่อโน้มลงมาใกล้กับต้นคอ ลมหายใจอุ่นทำฉันรู้สึกแปลกประหลาด "อย่า…" พอเอาเข้าจริงมันไม่เหมือนที่ฉันคิดไว้เลย "จำได้หรือยัง?" ถามแล้วสอดมือเข้ามาในเสื้อจากทางด้านหลัง ฝังจมูกเข้าใส่คอระหง กดดันให้ฉันตอบในบางช่วง เขาใช้ฟันขบเม้มกับผิวหนังจนฉันสะดุ้ง แล้วดูดผิวเนื้อบางเบา สุดท้ายก็ต้องบอกความจริงออกไปเมื่อตะขอบรากำลังจะถูกคนมือไวถอด "ถ้ายูโรไม่หยุดเค้าจะโกรธแล้วนะ" พรึบ! คนตัวสูงยอมผละออกจากตัวฉัน ตาคู่สวยทอประกายเวลาสบเข้าหากัน "จำได้แล้วเหรอ?" คนอยากรู้ยกยิ้ม "….." พยักใบหน้าให้ เมื่อก่อนฉันมักจะแทนตัวเองเวลาคุยกับยูโรว่า เค้า และเรียกเขาว่า ยูโร ไม่มีคำว่าพี่นำหน้าเหมือนคนอื่น ความจริงคือจำเขาได้ภายในคืนนั้นแล้วด้วยซ้ำ ผู้มีพระคุณช่วยฉันในการหาระยะเวลาที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ และขำมุกแป้ก ๆ ของเรา ที่ยังไม่บอกความจริงเพียงแค่อยากดูปฏิกิริยาเขาก่อนว่าเขาจะมีฟีดแบ็คอะไรกลับมา และก็เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด เล่นตัวดีนักเกือบจะโดนเขาเล่นกลับ แต่มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก "ดีใจได้ไหมเนี่ย" ว่าแล้วอุ้มฉันขึ้นสูงเหนือศีรษะตัวเอง หมุนให้ครบหนึ่งรอบอยู่หน้าห้องน้ำของไนต์คลับ "เวอร์ ปล่อยลงได้แล้ว" ทำเหมือนเด็กได้ของเล่นไปได้ คนตัวสูงยอมปล่อยฉันลงแต่ก็ยังเหนี่ยวรั้งเอาไว้ใกล้ตัว "ยังชอบกินยูโรอยู่ไหม?" เขาจำได้เหรอว่าฉันชอบกินขนมยูโร่เค้ก "ชอบ ยูโรซื้อมาเหรอ?" "พี่พกมันติดตัวไว้ตลอด แต่ขนมของพี่มันเป็นไส้นมข้น แรก ๆ มันนุ่มแต่สักพักมันจะแข็ง" ทำไมมันฟังดูทะแม่งแปลก ๆ เขาหมายถึงขนมเหมือนฉันใช่ไหม "ขนมมันแปลก ๆ นะ" "รุ่นลิมิเตดน่ะ" เสียงคนตัวสูงขำในลำคอ ฉันสลัดมือเขาออกได้สำเร็จ ผลักดันร่างหนาออกให้ไกลตัวแล้วเดินกลับโต๊ะด้วยความรู้สึกใจเต้นผิดจังหวะ "หายไปไหนมาตั้งนาน" เสียงไอ้มายด์ถามอย่างเป็นห่วง "เกิดเรื่องนิดหน่อย" "ไอ้นิคพี่ยูโรมองมึง" พลอยเพทายกระซิบเบาข้างหู มือมันสะกิดให้มองไปยังโต๊ะโซนที่อยู่ไม่ไกลกัน ดวงตาฉันสบเข้ากับคู่ของเขาทันที อย่าบอกนะว่าเขามองฉันอยู่ก่อนแล้ว เลิกคิดไปเองและหลงตัวเองสักทีจานิค มันแค่บังเอิญ พี่รหัสไอ้มายด์ถือบรั่นดีประมาณสามขวดมาทางโต๊ะพวกฉันตามด้วยรุ่นพี่อีกสองคนพร้อมกับขอแก้วใบใหม่ "พี่เลี้ยงครับและก็จะขอย้ายมาร่วมโต๊ะด้วย คิดซะว่าเลี้ยงสายรหัส" "หา?" เราทั้งห้าคนอุทานขึ้นพร้อมกัน มาไม้ไหนอีกเนี่ย ไม่ใช่จะแอบวางยาพวกคออ่อนอย่างฉันหรอกนะ "ได้ครับ เชิญเลยพี่" ไอ้รามกับไอ้ตามเป็นคนตอบ เห็นแก่กินสุด "พี่ยูโรมานั่งข้างพวกหนูก็ได้ค่ะ" ไอ้พลอยมันบอกหนุ่มลูกครึ่งอีกคน นั่งข้างมันก็นั่งข้างฉันไหมล่ะ "พี่ชื่อมาร์คนะครับ เป็นปู่รหัสของมายด์" หนุ่มลูกครึ่งในกลุ่มนั้นเริ่มแนะนำตัวกับพวกฉัน "ส่วนพี่ชื่อต้าร์นะครับ" หนุ่มหน้าไทยหล่อละมุนสมาชิกอีกคนของแก๊งแนะนำตัวบ้าง และเป็นกลุ่มพวกฉันเริ่มแนะนำแต่ละคนให้รุ่นพี่ได้ทราบ "ยูโรฟ้าอยากคุยกับมึง" พี่ต้าร์ยื่นโทรศัพท์ของตัวเองมาให้เพื่อนตัวเองที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือหนารับมันมาเพียงเสี้ยวเดียวแล้วจึงกดตัดสายนั้นไป ฉันไม่สนใจหรอกว่าปลายสายคือใครและไม่ได้แอบดูด้วยแต่ตามันเห็นเองว่าเป็นผู้หญิงสวย "แอบมองทำไม" เสียงหนุ่มข้างกายว่าขณะส่งสมาร์ตโฟนคืนเพื่อนตัวเอง "ไม่ได้แอบ" ปฏิเสธเสียงแข็ง "พี่เห็นอยู่ว่านิคแอบมอง" "คุยกับสาวล่ะซี้" ฉันแหย่เขากลับเชิงโยนหินถามทาง หากเขาคุยกับผู้หญิงจริงนั่นแปลว่าเขาอาจจะมีคนคุยหรือมีคนที่สนใจอยู่แล้ว หลังเที่ยงคืน… "มึงจะกลับเลยไหมไอ้นิค" เสียงแบบนี้ต้องเป็นเสียงของไอ้ตามแน่ พยักหน้าบอกมันเสร็จหันใบหน้าไปอีกทาง กล่าวคำล่ำลากับคนหน้าหล่อ สองมือคล้องกับต้นคอหนา "เค้ากลับแล้วนะสุดหล่อ มามะ ขอจูบลาก่อนกลับหน่อย" แม้ฉันจะพยายามโน้มใบหน้าเข้าไปไกลมันก็ไม่สามารถสัมผัสกับริมฝีปากสีชมพูนั้นได้สักที ได้ยินเพียงแค่เสียงบ่นเท่านั้น "ไอ้เด็กหื่น" "เอ่อ มันเมาแล้วรั่วครับพี่ ไม่ต้องสนใจนะครับ ผมพามันกลับก่อนดีกว่า" ร่างฉันลอยเหนือเก้าอี้ถูกไอ้ตามแบกพยุงมายังรถจักรยานยนต์ หมวกกันน็อกถูกไอ้ตามนำมาใส่ให้อย่างทุลักทุเล "ให้พี่ไปส่งไหม…?” "ไม่เป็นไรครับพี่ยูโร ผมไม่รบกวนพี่ดีกว่า พี่กลับไปดื่มต่อเถอะครับ" "แต่เราจะพาคนเมาเหมือนหมานั่งรถมอร์เตอร์ไซค์กลับในสภาพนี้ ไม่กลัวนิคตกรถหรือไง มันอันตรายนะ" "ไอ้ผู้ชายปากเสีย มาว่าจานิคเหมือนหมาได้ไงออกจะสวยขนาดนี้" "เงียบก่อนไอ้นิค" เสียงไอ้ตามมันกระซิบ "ว่าไง ให้พี่ไปส่งไหม?" "เอ่อ…ก็ได้ครับ" ไอ้ตามจึงส่งตัวฉันไปให้ยูโรคนปากจัดแบกพยุงร่างฉันไปยังรถยนต์ของตัวเอง "ผู้หญิงอะไรปล่อยตัวเองเมาอย่างกับหมา" เจ้าของอ้อมกอดค่อนแคะวันต่อมา"ป๊าปะ ม้าม่ะ" เสียงของเด็กชายยูนิคและยูเรียสเอ่ยเรียกพ่อกับแม่ของตัวเอง เด็กเล็กทั้งสองกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าหาผมกับจานิค"ครับลูก" คนสวยของผมขานรับลูกน้อย แขนยาวกางออกให้ลูกน้อยกระโดดขึ้นมานั่งบนตักทั้งสองคน"…..?" แต่พ่ออยู่นี่ มานั่งกับพ่อก็ได้ครับลูกผมอุ้มเอายูนิคมานั่งบนตักตัวเองแทน หากให้เด็กทั้งสองนั่งทับจานิคเธอคงจะแบกรับน้ำหนักของเด็กดื้อไม่ไหว"ทำไมม้าม่ะกินยูยิค ยูเยียสและนีญ่า" ยูนิคคนดื้อเป็นฝ่ายถาม รอบ ๆ ดวงตาของลูกน้อยมีน้ำสีใสเอ่อล้นขอบพร้อมจะไหลอยู่รอมร่อ"ตอนไหนคะ" คนถูกถามทำหน้าเหวอ ลูกไปเอาความคิดนี้มาจากไหน"ตอนถ่ายยูปครับ" เด็กชายทั้งสองช่วยกันเปิดภาพถ่ายของครอบครัวในอัลบั้มให้คุณแม่ของตัวเองได้เห็น เป็นภาพถ่ายของผมกับเธอช่วงอายุครรภ์ได้ประมาณเจ็ดเดือนกว่า ตอนทั้งท้องของจานิคโตมาก ลูก ๆ คงคิดว่าแม่กินตัวเองเข้าไป"แม่ไม่ได้กินครับ แต่ยูยิค ยูเรียสและนีญ่าเติบโตอยู่ในนี้" มือบางกุมมือของลูกน้อยทั้งสองเข้าสัมผัสกับหน้าท้องแฟบ ๆ ของตัวเองตอนนี้จานิคไม่อวบอ้วนมีเนื้อนุ่มนิ่มหนุบหนับเหมือนอย่างกับตอนตั้งท้องหรือพึ่งคลอดเจ้าเด็กแฝดสามแล้ว หุ่นของเธอกลับมาผอมแ
จานิคนั่งตบก้นยูนิคกับนีญ่าให้หายงอแงหลังจากเด็กทั้งสองคนร้องไห้เพราะยังไม่อยากเข้านอนในเวลานี้ แต่ไม่ได้ ผมตามใจลูก ๆ มากเกินไปไม่ได้ เด็กเล็กต้องนอนเยอะ ๆ เพื่อพัฒนาการด้านสมอง ปากเล็กของทั้งสองคาบหัวจุกดื่มนมรอบค่ำก่อนเข้านอน ส่วนผมนั่งกล่อมยูเรียสคนหลับยากให้เคลิ้มหลับ ฝ่ามือหนาตบกระทบเข้าใส่ก้นกลมของลูกน้อยเบา ๆ ให้อีกคนเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันหวานลูก ๆ เริ่มโตผมกับจานิคก็เริ่มแยกห้องนอนกับเด็กแฝด ให้เด็กทั้งสามคนนอนในห้องเดียวกันแต่แยกเป็นคนละเตียงและมีที่กั้นกันลูกตก เพราะสามคนนี้ดิ้นเก่งยิ่งกว่าอะไร"นอนนะลูก พรุ่งนี้ค่อยเล่นใหม่นะครับ""ยูเยียสยังไม่ง่วง" เด็กชายมองผมตาแป๋ว"ไม่ง่วงก็ต้องนอนครับคนเก่ง มันดึกมากแล้วครับ เห็นไหมว่ายูนิคกับนีญ่าหลับแล้ว" ผมบอกลูกชายเสียงเบา พลางหันมองดูคุณแม่ลูกสามอีกทีเธอนั่งสัปหงกจะหลับตามเด็กแฝดสองคนแล้วครับ"ม้าม่ะง่วง" มือป้อมชี้ไปทางผู้เป็นแม่"ครับ ม้าม่ะง่วงแล้วแต่เพราะยูเรียสยังไม่นอน ม้าม่ะเลยไปนอนไม่ได้ครับ""ยูเยียสจะนอนครับ""เก่งมากครับ"ฟอดหอมแก้มกลมลูกน้อยให้ชื่นใจหนึ่งที พลันกระตุกผ้าห่มมาคลุมตัวให้ลูกชาย ใช้ฝ่ามือตบก้นเขาต่อ เป
ถึงคราวเด็กแฝดทั้งสามเข้าเรียน หลังเลิกงานยูโรมักจะแวะมารับฉันที่บ้านทุกวันเพื่อที่จะได้ไปรับลูก ๆ ของเราที่โรงเรียนอนุบาลด้วยกัน คุณพ่อไม่ได้ใช้บริการพี่คนขับรถประจำบ้านแต่เขาเลือกที่จะขับรถครอบครัวไปรับเด็กแฝดด้วยตนเองอย่างอารมณ์ดี ตลอดการเดินทางเขาคอยเล่าเรื่องงานวันนี้ให้ฉันฟัง"นิครู้ไหมครับว่าวันนี้มีลูกค้าเข้ามาโวยวายใส่พี่เรื่องบ้านอีกแล้ว" คุณพ่อเล่าเสียงเรียบ สายตาจดจ่ออยู่กับเส้นทางตรงหน้า ไม่ว่าเจอสถานการณ์อะไรยูโรคนนี้มักหยิบมาเล่าให้ฉันฟังทุกเรื่อง แต่ทุก ๆ ครั้งเขาไม่ได้แสดงความโมโห เกรี้ยวกราดหรือไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องงานให้ฉันได้เห็นเลยสักครั้ง มีเพียงความอ่อนโยนที่มอบให้กันเสมอมา"เหนื่อยไหมยูโร เราหาเวลาไปพักผ่อนกันดีไหมคะ?" เขาแบกรับทุกอย่างเอาไว้คนเดียวฉันเองก็รู้สึกแย่ที่ไม่ได้ช่วยงานส่วนไหนของสามีเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภายในครอบครัว เรื่องงานของบริษัททั้งสองเขาเป็นฝ่ายรับผิดชอบคนเดียวทั้งหมดเขาสัญญากับฉันว่าจะทำให้ฉันเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก ซึ่งเขาก็ทำได้แล้ว"แค่เห็นหน้าของนิคพี่ก็หายแล้วครับ" พลันหยิบมือขวาฉันไปกดจูบเข้าใส่หลังมือซ้ำ ๆ ขณะรอสัญญาณไฟจราจ
Bangkok, Thailandกรุงเทพมหานคร, ประเทศไทยภายในห้องโถงของคฤหาสน์หลังใหญ่ตอนนี้มีครูพี่เลี้ยงระดับปฐมวัยยื่นใบสมัครและเข้ามาสัมภาษณ์หลายคน ยูโรเขาวางแผนไว้แล้วว่าต้องการปูพื้นฐานให้ลูกน้อยก่อนเข้าเรียนในระดับอนุบาลอย่างจริงจัง เดี๋ยวเด็กทั้งสามจะคุยกับเพื่อน ๆ คนอื่นไม่รู้เรื่องเรื่องเอาลูกเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลตัดออกไปได้เลยเพราะยูโรไม่ยอม เขามองว่าลูกยังเล็ก ไม่ควรให้อยู่ห่างจากสายตา และอีกอย่างเขาไม่ไว้ใจที่จะเอาลูกไปฝากไว้กับใครก็ไม่รู้ คนเราสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ ข่าวคุณครูหรือแม้แต่พี่เลี้ยงทำร้ายร่างกายเด็กก็มีให้เห็นบ่อย ฉันเห็นด้วยที่เราจะรับสมัครคุณครูเข้ามาสอนในบ้านแทน"นิคชอบคนไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ"ผู้ผ่านการคัดเลือกมีแค่สามคน ซึ่งแต่ละคนต่างเป็นคุณครูที่จบใหม่ ถึงแม้ประสบการณ์ยังมีไม่มาก แต่พวกเธอนั้นเข้ากับลูกแฝดสามสุดดื้อของเราได้ดี และยูเรียสดูเหมือนจะชอบคุณครูแก้วตาเป็นพิเศษเด็กชายยูเรียส อาเซนซิโอ้ เดินเตาะแตะตรงดิ่งไปทางคุณครูสาวคนสวย มือป้อม ๆ และแขนเล็กอวบอัดชูขึ้นเหนือศีรษะ แสดงความต้องการบางอย่าง"อุ้ม…" เด็กชายตัวน้อยบอกคุณครูสวยคนตรงหน้า ตาสีสวยออดอ้อ
"ยูโย…" นีญ่าเรียกชื่อผม มือน้อยชี้ไปยังนักฟุตบอลอาชีพชาวเยอรมัน สวมเสื้อเบอร์แปด ตำแหน่งกองกลางเล่นให้กับทีมเรอัล มาดริด กำลังวิ่งยืดเส้นยืดสายเข้ามาใกล้เธอ"His name is Toni Kroos, you can call him Toni or Kroos." (เขาชื่อโทนี่ โครส นีญ่าเรียกเขาว่าโทนี่หรือโครสก็ได้) ผมบอกกับลูกน้อยเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้เธอได้ซึมซับภาษาที่สอง"โทยี่…" เสียงเล็กหวานร้องเรียกชายหนุ่มผมทองตรงหน้า มือป้อมยื่นไปข้างหน้าพยายามคว้าจับคนที่อยู่ไกล"เยส! โทนี่""ยูโย ยูโย" ยูนิคกับยูเรียสต่างพากันโบกมือให้กับนักฟุตบอลชาวสเปนและทีมชาติโครเอเชีย"Sergio Ramos" (เซร์ฆิโอ้ รามอส) ผมบอกกับลูกน้อยทั้งสองแล้วชี้ไปยังผู้เล่นชาวสเปน เขาสวมเสื้อเบอร์สี่และปลอกแขนกัปตันทีม เล่นในตำแหน่งกองหลังให้กับเรอัล มาดริด ใครรักชีวิตอย่าคิดที่จะเข้ามาปะทะกับกัปตันรามอส ผู้เล่นที่ได้ใบแดงเยอะสุดในลา ลีก้า (La Liga)"ยามอส…""And Luka Modrić" (และลูก้า โมดริช) มือชี้ไปยังนักฟุตบอลทีมชาติโครเอเชีย สวมเสื้อหมายเลขสิบ เล่นในตำแหน่งกองกลางของเรอัล มาดริด"โมยิช…""ครับลูก รามอสกับโมดริช"แต่คนที่ตื่นเต้นมากกว่าเจ้าเด็กแฝดคงหนีไม่พ้นคุ
Madrid, Spainกรุงมาดริดเมืองหลวงของประเทศสเปนอากาศในช่วงนี้ไม่มีวันใดคงที่หรือหยุดนิ่ง นั่นถือว่าแปรปรวนเป็นบางครั้ง บางวันหนาวเย็น บางวันฝนตก อุณหภูมิอยู่ในช่วงประมาณสิบถึงยี่สิบเอ็ดองศาเซลเซียส เวลาหนาวก็หนาวเอาเรื่องผมเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาก่อนจึงไม่จำเป็นต้องปรับตัวอะไรมากมาย ลมเย็น ๆ และหิมะตกนั่นทำให้ผมรู้สึกสดชื่นไม่น้อย แต่ลูกกับคุณภริยาสุดที่รักของผมนี่สิพวกเขาเคยอยู่แต่เมืองร้อน ร้อนชนิดที่ว่าหลังซักเสื้อผ้าเสร็จเพื่อนำไปตากเพียงแค่สะบัดทีสองทีคือเครื่องนุ่งห่มอาภรณ์แห้งกรอบอากาศมันร้อน ร้อนฉิบหายวายวอด นี่แดดเมืองไทยหรือไออุ่นจากนรกกันแน่"ฮัด...ชิ่วววว" ไม่ทันขาดคำเสียงคนข้างกายได้จามออกมาไม่หยุดตั้งแต่มาถึงขอบคุณสวรรค์ที่ลูก ๆ ทั้งสามคนของผมไม่เป็นอะไรมากเพราะได้ผมไปเยอะ ตอนนี้กำลังวิ่งเล่นกับเครือญาติฝั่งคุณดาบิดส่งเสียงเจื้อยแจ้วไปทั่วบริเวณบ้านหลังใหญ่"กินยาแล้วนอนพักนะครับ" หยิบยาแก้แพ้และน้ำเปล่าบริสุทธิ์ให้คนป่วย โน้มใบหน้าเข้าหาแล้วฝังริมฝีปากใส่หน้าผากมน นั่งดูอาการจนเธอหลับสนิทจึงหมุนตัวออกจากห้องลงไปชั้นล่างพูดคุยกับพี่ชายของคุณพ่อ แลกเปลี่ยนความคิดถามสารทุก
เช้าวันใหม่ฉันเตรียมตัวไปมหาวิทยาลัยด้วยร่างกายที่ไม่เต็มร้อยเพราะปวดเมื่อยตามตัวเหตุเพราะเข็นรถกลับห้องพักเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร หากฉันไม่เจอยูโรหรือเขาไม่ได้ขับรถผ่านมาทางนี้ป่านนี้จานิคคนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ คงได้เดินเข็นรถร้องไห้คนเดียวจนถึงเช้าแน่"ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีซ่อนอยู่ ขอบคุณ
ใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จผมกับเพื่อนสนิทอีกสองต้องคอยตรวจดูทุกกิจกรรมของการรับน้อง เพื่อป้องกันการใช้ความรุนแรง กดขี่ บังคับรุ่นน้องต่าง ๆ นานาที่มันเกินกว่าความจำเป็น"ห้ามใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุกับรุ่นน้องนะครับ หากมีใครเป็นอะไรไปพวกคุณต้องรับผิดชอบเท่าชีวิต เรื่อ
ผมนั่งลงกับโต๊ะอาหารอย่างอารมณ์ดีกับเรื่องที่พึ่งเกิดเมื่อสักครู่ ส่วนไอ้เพื่อนตัวดีอีกสองคนต่างพากันจ้องมองไม่วางตา"ยิ้มอะไรของมึง" มาร์ค มาร์โก้สังเกตมานานได้เวลามันพูดบ้าง"ก็คนมันอารมณ์ดี" ผมตอบมันแล้วหยิบชาเขียวปั่นที่ให้พวกมันสั่งไว้ให้ก่อนหน้าขึ้นดูดคลายร้อน"ไปโดนตัวไหนมาอีกเพื่อนกู ยิ้มจน
มหาวิทยาลัย"โอ๊ยยยยย" เสียงร้องของฉันผสานกับเสียงของคนที่พึ่งเดินชนกันเมื่อครู่ดังระงมไปทั่วบริเวณภายนอกโรงอาหารของคณะวิศวกรรมศาสตร์ พลางเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงให้ชัดเพื่อกล่าวคำขอโทษทั้งที่ไม่ได้เป็นคนเดินชนแต่มันควรทำเพราะเรายังเป็นน้องใหม่ของที่นี่ เมื่อได้เห็นหน้าของคู่กรณีถึงกับใจเต้นไม่เป







