เข้าสู่ระบบตอนที่3 แพ้เกม
จันจ้าวก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของผับอย่างระมัดระวัง แม้พยายามทรงตัวให้ดูปกติ แต่ร่างกายกลับไม่ค่อยเชื่อฟังเท่าไรนัก ขาทั้งสองข้างเหมือนจะไม่แข็งแรงพอรับน้ำหนักของตัวเอง โลกทั้งใบเอียงนิดๆ ทุกครั้งที่เธอก้าวขึ้นบันไดแต่ละขั้น เสียงเพลงจากชั้นล่างค่อยๆ เบาลง เหลือเพียงจังหวะทุ้มต่ำที่ลอดขึ้นมาเป็นพื้นหลัง โซนวีไอพีเงียบกว่าด้านล่างมาก แสงไฟนุ่มลง ผู้คนบางตา ทุกโต๊ะถูกจัดแยกเป็นสัดส่วนให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว จันจ้าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความตื่นเต้นแล่นขึ้นมาตามสันหลัง หัวใจเต้นแรงกว่าปกติอย่างควบคุมไม่ได้ เธอไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ หรือเป็นเพราะการตัดสินใจบ้าบิ่นที่กำลังจะเกิดขึ้นกันแน่ ก่อนจะเดินต่อ เธอหันกลับไปมองชั้นล่าง โต๊ะของเพื่อนสาวยังมองเห็นได้ลางๆ อลิซกับยาหยียกมือโบกไปมาเหมือนกำลังส่งแรงใจ บางอย่างในอกจันจ้าวอุ่นขึ้นเล็กน้อย เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วบอกตัวเองว่า แค่คืนเดียวเอง แค่คืนเดียว…คงไม่เป็นอะไร ร่างบางเดินตรงไปยังโต๊ะของกลุ่มชายหนุ่มที่เธอเล็งไว้ตั้งแต่แรก ยิ่งเข้าใกล้ เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยของพวกเขาก็ชัดขึ้น ทุกคนดูผ่อนคลาย เป็นกลุ่มผู้ชายที่นั่งกันอย่างสบายใจในพื้นที่ของตัวเอง จันจ้าวหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของชายคนหนึ่งทันที ทั้งโต๊ะเงียบลงชั่วขณะ สายตาหลายคู่หันมามองเธอพร้อมกัน เธอรู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางอย่าง แต่ยังไม่ทันที่หัวใจจะเต้นแรงไปกว่านี้ ชายตรงหน้าก็เพียงปรายตามองไปทางเพื่อนของเขาเล็กน้อย เหมือนส่งสัญญาณอะไรบางอย่างโดยไม่ต้องพูด ไม่นาน คนอื่นๆ ก็ละความสนใจกลับไปคุยกันต่อ เหมือนรู้กันอยู่แล้วว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในผับ จันจ้าวเงยหน้าขึ้นสบตากับชายตรงหน้าเต็มๆ ใบหน้าคมเข้ม หล่อคมในแบบที่ไม่จำเป็นต้องพยายาม ผิวขาวจัดตัดกับแสงไฟสลัว ดวงตาคู่นั้นนิ่ง ลึก และสงบผิดกับบรรยากาศรอบข้างอย่างประหลาด เธอเผลอกลืนน้ำลาย หัวใจเต้นแรงจนได้ยินชัดในหูตัวเอง “ครับ?” เขาเอ่ยเสียงต่ำ เรียบๆ แต่ชัดเจน จันจ้าวสะดุ้งเล็กน้อย เพราะรู้ตัวว่าจ้องหน้าเขานานเกินไป มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย คล้ายกำลังขำอะไรบางอย่างในท่าทีของเธอ ความเขินวาบขึ้นมาจนเธอพูดไม่ออก ร่างบางหลบสายตา หันซ้ายขวาอย่างคนกำลังหาคำพูด ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่แก้วเหล้าสีอำพันที่วางอยู่ตรงหน้าเขา มือเล็กยกขึ้นชี้ไปที่แก้วนั้นอย่างลังเล “นี่…แก้วของคุณใช่ไหม” เขามองตามนิ้วของเธอ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ พร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะท้าทายอยู่ลึกๆ ยังไม่ทันคิดให้ถี่ถ้วน จันจ้าวก็หยิบแก้วนั้นขึ้นมากระดกดื่มรวดเดียว รสขมจัดแล่นผ่านลำคอ แสบจนเธอต้องกลั้นใจไว้ ใบหน้าขมวดเล็กน้อย ต่างจากเหล้าที่เธอกินกับเพื่อนอย่างสิ้นเชิง มันแรงกว่า หนักกว่า และร้อนวาบไปทั้งอก เสียงหัวเราะต่ำๆ ดังขึ้นจากชายตรงหน้า เขาขยับตัวพิงพนัก เกิดเสียงเบาะเบาๆ ก่อนจะยกแขนขึ้นกอดอกอย่างสบายใจ “ใจถึงดีนี่” เขาพูดพลางมองเธออย่างพิจารณา จันจ้าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะรวบรวมความกล้าเปิดปากถามตรงๆ “คุณ…โสดไหม” “อืม” เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ คำตอบสั้นๆ นั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นไปอีก จันจ้าวยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบา แต่ชัดเจนพอ “งั้น…วันไนท์กับฉันไหม” ชายตรงหน้าไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขาหัวเราะออกมาเบาๆ คลายแขนที่กอดอกออก ก่อนจะตบเบาะที่นั่งข้างตัวหนึ่งครั้ง เหมือนเป็นคำเชิญโดยไม่ต้องพูด จันจ้าวถอนหายใจออกมา เธอรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไร แต่ก็ยังยอมนั่งลงข้างเขาอยู่ดี เขาถามเธอเล็กน้อย ถามแบบไม่ลึก ไม่ล้ำ จันจ้าวถามเขากลับ แต่กลับไม่ได้รับคำตอบตรงๆ ชายหนุ่มเพียงยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นยืนแทน “กูกลับก่อนนะ” เขาหันไปบอกเพื่อน ก่อนจะหันกลับมาหาเธอ แล้วยื่นมือออกมา จันจ้าวมองมือนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แต่ยังไม่ยอมจับ เธอลุกขึ้นยืนเอง ก่อนจะถามเสียงสั่นเล็กน้อย “จะ…ไปไหน” “ไปห้องผม” เขาตอบเรียบๆ คำตอบนั้นทำให้หัวใจเธอกระแทกแรง สมองเหมือนหยุดทำงานไปชั่วขณะ ความคิดตีกันยุ่งเหยิง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตัดสินใจอะไรได้ มือหนาก็สอดเข้ามาประสานมือเธอไว้แล้ว มือเขาอุ่นมาก ใหญ่มาก และแน่นกว่าที่เธอคิด ความรู้สึกนั้นทำให้เธอชะงักไปชั่ววินาที แต่ก็ไม่ได้ดึงมือออก เขาเดินนำ เธอเดินตาม ลงบันไดกลับไปยังชั้นหนึ่ง ผ่านโต๊ะของเพื่อนสาวที่นั่งอึ้งกันอยู่ อลิซกับยาหยีมองเธอตาโต ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้แบบไม่ต้องพูดอะไร จันจ้าวหันไปยิ้มให้เล็กน้อย รอยยิ้มแบบคนที่ไม่แน่ใจว่าชนะหรือกำลังจะพาตัวเองไปเจออะไร ทั้งสองเดินออกจากผับไปจนถึงลานจอดรถ รถยนต์คันหรูจอดรออยู่ ชายหนุ่มเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้เธอ จันจ้าวยืนนิ่งไปพักหนึ่ง “ไม่ขึ้นเหรอครับ” เธอกลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปในที่สุด ประตูปิดลง เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น และรถคันนั้นก็เคลื่อนตัวออกจากผับไป รถคันหรูแล่นไปตามถนนยามดึกอย่างเงียบงัน ไฟข้างทางทอดยาวเป็นเส้นแสงสีส้มที่เคลื่อนผ่านกระจกหน้ารถอย่างต่อเนื่อง ภายในห้องโดยสารมีเพียงเสียงเครื่องยนต์เบาๆ กับลมหายใจของคนสองคนที่นั่งอยู่ข้างกัน แต่กลับรู้สึกได้ถึงความอึดอัดบางอย่างที่แทรกอยู่ในอากาศ จันจ้าวนั่งตัวตรง มือวางบนตักอย่างไม่รู้จะจัดวางตรงไหนให้ดูเป็นธรรมชาติ สายตาของเธอมองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามจดจ่อกับวิวที่เลื่อนผ่าน ทั้งที่ในความเป็นจริง หัวใจกลับเต้นแรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรอื่นเลย เธอรู้สึกถึงการมีอยู่ของเขาข้างๆ ชัดเจนเกินไป จนเหมือนพื้นที่ในรถคันนี้แคบลงทุกที มังกรขับรถด้วยท่าทีนิ่งสงบ สายตาจับจ้องถนนตรงหน้า มือหนึ่งจับพวงมาลัย อีกมือวางสบายๆ ข้างตัว ราวกับการพาเธอกลับมาที่คอนโดเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ทำมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งที่ในความจริง พวกเขาแทบไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ รถชะลอความเร็วลงก่อนจะเลี้ยวเข้าข้างทางและจอดหน้าร้านสะดวกซื้อที่ยังเปิดไฟสว่างอยู่กลางดึก เขาหันมามองเธอเป็นครั้งแรกตั้งแต่ออกรถจากผับ “จะเอาอะไรไหมครับ” “ไม่ค่ะ” จันจ้าวส่ายหน้าเบาๆ “เดี๋ยวผมลงไปซื้อของแป๊บหนึ่ง” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเปิดประตูรถลงไป เธอนั่งรออยู่ในรถ มองแผ่นหลังสูงที่เดินเข้าไปในร้านอย่างเผลอคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ความเงียบกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้น่าอึดอัดเท่าเดิม กลับมีบางอย่างคล้ายความคาดหวังแปลกๆ ปะปนอยู่ด้วย ไม่นานนัก มังกรก็กลับขึ้นรถ พร้อมถุงเล็กๆ ในมือ เขาไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เพียงแค่สตาร์ตรถแล้วขับออกไป มุ่งหน้าไปยังคอนโดของเขาอย่างเงียบๆ เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดในลานจอดของคอนโดหรู จันจ้าวรู้สึกได้ทันทีว่าหัวใจของตัวเองเต้นแรงขึ้นอีกระดับ เธอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ขณะมองอาคารสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า มังกรลงจากรถก่อน แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งเธอให้ตามมารยาท จันจ้าวก้าวขาลงจากรถอย่างระมัดระวัง ร่างกายรู้สึกเบาโหวงเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ความตื่นเต้นกลับชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เขายื่นมือมาให้ เธอลังเลเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะยอมวางมือลงไปในมือของเขา นิ้วของเขากระชับอย่างพอดี ไม่แน่นจนทำให้เธออึดอัด แต่ก็ไม่หลวมพอให้เธอถอยหนีได้ง่ายๆ ความรู้สึกเหมือนถูกพาไปมากกว่าการเดินไปด้วยกัน ทั้งสองเดินผ่านโถงลิฟต์ที่เงียบสงบ ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของอาคาร มังกรใช้คีย์การ์ดแตะเปิดประตูห้อง เสียงกลอนดังเบาๆ ก่อนบานประตูจะเปิดออก เผยให้เห็นพื้นที่ภายในที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม เรียบหรู และให้ความรู้สึกครึ้มๆ แบบผู้ชายอย่างชัดเจน จันจ้าวก้าวเข้าไปในห้องอย่างตื่นเต้น สายตากวาดมองไปรอบๆ โซฟาหนังสีเข้ม โต๊ะกระจก ผนังเรียบสะอาด ทุกอย่างดูเป็นระเบียบ แต่ก็อบอวลด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของเจ้าของห้อง มังกรปิดประตูตามหลัง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง “อาบน้ำก่อนไหม” เขาถามเสียงเรียบ จันจ้าวพยักหน้าเบาๆ ยังไม่ค่อยกล้าสบตาเขานานนัก เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะพาเธอเข้าไปในห้องนอน เปิดตู้หยิบผ้าเช็ดตัวยื่นให้ มือของเธอสั่นนิดหน่อยตอนรับมันมา หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ ความอึกอักและตื่นเต้นถาโถมเข้ามาพร้อมกัน จันจ้าวเดินเข้าห้องน้ำไป ปิดประตูตามหลัง ก่อนจะพิงมันไว้แล้วถอนหายใจยาว ฉันกำลังทำอะไรอยู่นะ… ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัว แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอถอยหลังออกมาแต่อย่างใด เมื่ออาบน้ำเสร็จ เธอเริ่มมองหาชุดที่จะใส่ แต่กลับไม่พบอะไรที่เหมาะสมเลยสักตัว สุดท้ายจึงจำใจพันผ้าขนหนูรอบอกแล้วโผล่หน้าออกมาดูอย่างระแวดระวัง เธอหวังว่าจะไม่เจอเขาในตอนนี้ แต่กลับไม่เห็นใครอยู่ในห้องนอน จันจ้าวเลยย่องออกมา มุ่งหน้าไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดตัวใหญ่ของเขาออกมาอย่างรีบร้อน แล้วสวมมันโดยไม่คิดมาก เสื้อยืดหลวมจนแทบปิดต้นขา กางเกงก็ยาวเกินพอดี แต่ตอนนี้เธอสนใจแค่ว่ามันทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยขึ้นนิดหนึ่ง ไม่ทันไร ประตูห้องก็เปิดออก มังกรเดินเข้ามาในสภาพที่อาบน้ำเสร็จแล้วเช่นกัน จันจ้าวชะงักไปชั่วขณะ ใจเต้นแรง เพราะคิดว่าเขาอาจไม่พอใจที่เธอหยิบเสื้อผ้าเขามาใส่โดยไม่ขอ แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือรอยยิ้มขำๆ จากเขา “มันใหญ่ไปสำหรับคุณน่ะครับ” น้ำเสียงไม่ได้ตำหนิ กลับฟังดูอ่อนโยนอย่างประหลาด จันจ้าวยิ้มแหยๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงเขาออกไปยังห้องนั่งเล่น มังกรเดินตามออกมา เธอไปนั่งลงบนโซฟา พยายามจัดท่าทางให้ดูสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ “พร้อมหรือยัง” เขาถามขึ้นอีกครั้ง “พร้อมอะไรคะ?” จันจ้าวขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วจู่ๆ ก็เหมือนนึกขึ้นได้ว่าเหตุผลที่พวกเขามาที่นี่คืออะไร ใบหน้าของเธอก็ร้อนวูบขึ้นมาทันที เธอรีบหลบสายตา ก่อนจะถามเสียงเบา “ที่ห้อง…มีเหล้าไหม” “มี” มังกรพยักหน้า “งั้นขอหน่อยได้ไหม” เขาไม่พูดอะไรต่อ เพียงลุกขึ้นเดินไปหยิบมาให้ ทิ้งให้จันจ้าวนั่งอยู่กับหัวใจที่เต้นแรงไม่หยุด และคืนที่กำลังจะเดินหน้าไปอีกขั้น…โดยไม่มีทางถอยกลับตอนที่43 ความสุขของฉันคือเธอ THE END ทุกคนก้มหน้าลงเตรียมท่าปั่นจิ้งหรีดอย่างพร้อมเพรียง นิ้วชี้จิ้มพื้น หัวก้มต่ำ มืออีกข้างจับติ่งหูแน่นราวกับจับความหวังสุดท้ายของชีวิต บรรยากาศในตัวบ้านเงียบผิดปกติ มีเพียงเสียงลมหายใจของเหล่าลูกน้องที่เริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆจันจ้าวยืนคุมอยู่ด้านหน้า แขนกอดอก สีหน้าดูสงบ แต่ดวงตากลับเป็นประกายอย่างคนกำลังสนุก เธอไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอน และไม่ได้ต้องการลงโทษใครให้เจ็บตัว สิ่งเดียวที่อยากทำ…คือให้ทุกคนจำว่า บางเส้น ก็ไม่ควรก้าวข้ามและถ้าจะจำ! ก็ขอให้จำแบบไม่มีวันลืม!“พร้อมนะ” เธอถามเสียงใส“...” ไม่มีใครตอบ เพราะทุกคนกำลังตั้งสมาธิ…“เริ่ม!”เสียงนั้นเหมือนสัญญาณปล่อยตัว ทุกคนเริ่มหมุนตัวรอบนิ้วที่จิ้มพื้นอย่างขะมักเขม้น“หนึ่ง…สอง…สาม…”รอบแรกยังดูดี รอบที่ห้าเริ่มโคลงเคลง รอบที่แปดเริ่มมีเสียงคราง“โลกเริ่มหมุนแล้วครับ…”“พื้นมันเอียงหรือผมเอียงครับเนี่ย!…”จันจ้าวกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เสียงหัวเราะดังขึ้นท่ามกลางความพยายามเอาชีวิตรอดของเหล่าลูกน้อง ภาพตรงหน้าช่างตลกเกินกว่าจะเก็บอาการได้มังกรเองก็หมุนอยู่ไม่แพ้ใคร แม้ท่าทางยังพยายามรักษาศักดิ์ศรี แต่ตั้
ตอนที่42 บทลงโทษขั้นเด็ดขาดเสียงเพลงในผับยังคงดังไม่หยุด แสงไฟวูบวาบสาดผ่านฝูงชนที่ขยับตัวไปตามจังหวะอย่างอิสระ จันจ้าวนั่งอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อน ๆ แก้วในมือถูกยกขึ้นจิบช้าๆ ขณะกำลังฟังเอแคร์เล่าเรื่องอะไรสักอย่างอย่างออกรสและในจังหวะนั้นเอง…มีใครบางคนก้าวเข้ามาใกล้“ขอโทษนะครับ” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยขึ้น“พอดีเห็นคุณนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เข้าผับมา…ผมขอเบอร์ได้ไหมครับ”จันจ้าวชะงักเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองชายแปลกหน้า เขาดูสะอาดสะอ้าน หน้าตาดี ยิ้มเป็นมิตร มือหนึ่งยื่นโทรศัพท์มาทางเธออย่างมั่นใจบนชั้นสองของผับ มังกรที่นั่งเอนหลังอยู่ถึงกับคิ้วกระตุกแก้วเหล้าในมือหยุดค้างกลางอากาศ สายตาคมเข้มจับจ้องภาพนั้นไม่กะพริบ โทรศัพท์ที่ถูกยื่นไปตรงหน้าเธอ รอยยิ้มของผู้ชายคนนั้น ทุกอย่างเหมือนถูกขยายใหญ่ขึ้นในหัวของเขา“เชี่ย!…” มังกรสบถเบา ๆ ก่อนจะขยับตัวจะลุกขึ้น“ใจเย็นไอ้ทิด!” เลโอรีบคว้าแขนเพื่อนไว้ทันที“ปล่อย” มังกรเสียงแข็ง “มันยื่นโทรศัพท์ให้เมียกูอยู่”“กูก็เห็น แต่มึงเข้าไปตอนนี้ มันไม่จบดีแน่” เลโอถอนหายใจมังกรไม่ฟัง เลือดขึ้นหน้าอย่างชัดเจน ยิ่งเห็นไอ้หมอนั่นส่งยิ้มให้จันจ้าว ห
ตอนที่41 มาตามเฝ้าเมียรถของจันจ้าวเคลื่อนตัวออกจากเซฟเฮ้าส์ไปได้ไม่นาน เสียงเครื่องยนต์ค่อย ๆ ห่างออกไปจนเหลือเพียงความเงียบ มังกรยืนมองจากระเบียงชั้นบนอยู่ครู่หนึ่ง สายตาคมเข้มยังคงจับจ้องไปยังถนนด้านหน้า ราวกับจะฝังภาพนั้นเอาไว้ในหัวคำสั่งของเขาถูกกำชับไปแล้วอย่างชัดเจน จาฟานต้องเป็นคนขับรถไปส่งและต้องรอรับ และที่สำคัญที่สุด!!อย่าให้มีหมาตัวไหนมาเกาะแกะเมียเขาเด็ดขาด!!มังกรหันหลังกลับเข้าห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทเข้ารูปถูกสวมทับด้วยแจ็กเก็ตโทนเดียวกัน ทุกอย่างดูเรียบง่าย แต่กลับขับให้ร่างสูงดูดุดันขึ้นอย่างน่าประหลาด เมื่อเขาเดินลงบันได เสียงรองเท้าหนังดังสะท้อนเป็นจังหวะสม่ำเสมอด้านล่าง เจษฎายืนรออยู่ก่อนแล้ว พร้อมลูกน้องอีกสามคน สีหน้าของแต่ละคนไม่ต่างกันนัก ซีดเผือดราวกับกำลังจะถูกพาไปตัดสินโทษมากกว่าตามเจ้านายออกไปข้างนอก“นาย…” เจษฎาเอ่ยเสียงแผ่ว “ต้องไปจริง ๆ เหรอครับ”“กูพูดไม่ชัด?” มังกรปรายตามองอย่างไม่ต้องเดา เจษ ฎาก็กลืนน้ำลายลงคออย่างฟืด ๆ“คือ…ผมเกรงใจนายหญิงครับ” เขาพูดออกมาอย่างยากลำบาก “นี่ผมก็เพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่กี่เดือนเอง ถ้าเกิดนายหญ
ตอนที่40 เรื่องของเราหนึ่งปีผ่านไปโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตว่ามันผ่านไปตั้งแต่เมื่อไรบางที…อาจเพราะวันเวลาที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ความรับผิดชอบ และความรักที่ค่อย ๆ เติบโต ทำให้ทุกอย่างไหลไปอย่างเงียบงัน แต่มั่นคงจันจ้าวในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมกับเมื่อปีก่อนอีกแล้วหลังจากจบปริญญาตรี เธอเลือกที่จะไม่หยุดอยู่แค่นั้น แม้หลายคนจะมองว่าเธอมีทุกอย่างพร้อมแล้วก็ตาม ทั้งครอบครัว ฐานะ ความรักที่มั่นคง แต่สำหรับเธอ…มันยังไม่พอ จันจ้าวสมัครเรียนต่อปริญญาโทด้วยความคิดเรียบง่ายเพียงอย่างเดียวเธออยากไปได้ไกลกว่านี้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยระดับบัณฑิตศึกษาทำให้เธอเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตารางเรียนที่แน่นขึ้น งานวิจัยที่ต้องใช้สมาธิและความอดทนมากกว่าเดิม หล่อหลอมให้จันจ้าวกลายเป็นผู้หญิงที่นิ่ง สุขุม และมั่นใจในตัวเองมากขึ้นอลิซและยาหยีเองก็เลือกเส้นทางเดียวกัน ทั้งสามคนยังคงเจอกันบ่อย แม้จะไม่ใช่ทุกวันเหมือนเมื่อก่อน แต่ทุกครั้งที่ได้นั่งคุยกันในร้านกาแฟประจำ เสียงหัวเราะก็ยังคงดังไม่ต่างจากเดิมในขณะเดียวกัน ชีวิตของมังกรก็เดินหน้าไปในเส้นทางที่หนักหนาไม่แพ้กัน เขาก้าวเข้าสู่ปีสามของคณะแพทยศ
ตอนที่39 ยังไม่อิ่ม NC🔞ร่างแกร่งของมังกรขยับเข้าใกล้จนแทบกลืนร่างบอบบางที่นั่งอยู่บนตักเขา แขนแข็งแรงโอบรอบเอวบางอย่างเป็นธรรมชาติ ความอุ่นจากอกกว้างกดทับเข้ามาใกล้จนจันจ้าวต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวเขากอบกุมหน้าอกอวบของเธอไว้แน่นอย่างพอดี สัมผัสนั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นทุกที มังกรสูดลมหายใจแผ่วหนัก รอยยิ้มบางแต้มที่มุมปากอย่างคนพอใจ“ยกตัวขึ้นหน่อยที่รัก…” เสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาเบา ๆ แต่เต็มไปด้วยความหลงใหลที่เขาไม่คิดจะซ่อนมือหนาเลื่อนไปตามแผ่นหลังอย่างระวัง ก่อนจะกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นเล็กน้อย ส่วนอีกมือก็เลื่อนไปกอบกุมเอ็นร้อนที่กำลังขยายใหญ่เตรียมพร้อมต่อความต้องการในครั้งนี้“อ๊ะ! อื้อ…” ทันทีที่เขาถูหัวเห็ดไปยังช่องทางคับแคบ จันจ้าวก็เผลอร้องออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ สองมือของเธอจับไหล่เขาไว้เพื่อพยุงตัวเองมังกรค่อย ๆ ดันแก่นกายเข้าไปอย่างช้า ๆ เขาหาจังหวะที่เธอเผลอไผล ดันเอ็นนั้นเข้าไปจนสุดความยาว ก่อนจะปล่อยให้เธอได้นั่งทับส่วนนั้นของเขาเอาไว้“อ๊าา ซี๊ดดด!”ยิ่งเขาขยับเข้าใกล้ ความร้อนจากร่างกายก็ยิ่งกลืนทับเข้ามา จันจ้าวรู้สึกได้ถึงแก้มตัวเองที่อุ่นวาบ แม้แสงในห้องจะส
ตอนที่38 นมนี้มีประโยชน์ NC🔞จันจ้าวชะงักไปเสี้ยววินาทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธอเบิกตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นทุบอกเขาเบา ๆ อย่างคนทั้งเขินทั้งหมั่นไส้“พูดอะไรไม่รู้จักอาย!”“พูดจริง” เขาเอ่ยเสียงเบา “ถ้าจ้าวอยากให้เราเลิกดูดบุหรี่… จ้าวก็ต้องหาอย่างอื่นมาให้เราดูดแทน”คำพูดนั้นไม่ได้หยาบ แต่กลับทำให้จันจ้าวรู้สึกร้อนวาบไปทั้งตัว เธอชะงัก มือที่วางอยู่บนไหล่เขาแข็งค้างไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ กำเสื้อเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว“มังกร…” เธอเรียกชื่อเขาเสียงต่ำ “หยุดพูดอะไรแบบนี้เลยนะ”เขาเงยหน้าขึ้นมามอง ดวงตาคมเต็มไปด้วยแววล้อเลียนและความอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน“แล้วจ้าวจะให้เราพูดยังไงล่ะ”“ก็…พูดให้มันดี ๆ หน่อย” เธอเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้มังกรยกยิ้มก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ขึ้น แค่พอให้หน้าผากของทั้งสองเกือบจะชนกัน“เราก็พูดดีแล้วนะ” เขาพูดช้า ๆ “เราหมายถึง… ถ้าไม่มีบุหรี่ ก็อยากได้อะไรสักอย่างที่ทำให้ใจเราสงบลง”จันจ้าวสบตาเขา ดวงตาคู่นั้นแสดงความหื่นกระหายออกมาอย่างเห็นได้ชัด มีทั้งความคิดถึง ความโหยหา และความต้องการอย่างเปิดเผย“ละ... แล้วมันคืออะไรล่ะ” เธอถามกลับเสีย
ตอนที่24 คำเตือนแสงแดดยามเช้าสาดลงมากระทบลานกว้างหน้าอาคารเรียน เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นทีละนิดจากความเงียบในยามเช้า เก้าอี้พลาสติกถูกยกมาวางเรียงเป็นแถว ชาวบ้านทยอยเดินเข้ามาทีละคน บ้างพยุงกันมา บ้างถือบัตรประชาชนไว้แน่นในมือ สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังปนเกรงใจเจ็ดโมงกว่าๆ บรรยากาศเริ่มคึกคักกลิ
ตอนที่4 ผู้หญิงขี้เมาจันจ้าวนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม ปลายนิ้วขยับไปมาบนผิวเบาะอย่างไม่มีจุดหมาย แสงไฟสีอุ่นจากโคมด้านข้างทอดลงมาบนใบหน้าเธอ ทำให้ผิวดูนวลขึ้นอย่างน่าประหลาด เสื้อยืดตัวใหญ่ของเขาคลุมร่างเล็กไว้เกือบมิด แต่กลับยิ่งทำให้เธอดูเปราะบางและน่าดึงดูดในคราวเดียวกันเสียงก้าวเท้าของมังกรดัง
ตอนที่2 แรงดึงดูดหลังอาบน้ำเสร็จ จันจ้าวยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอน เธอมองเงาสะท้อนของตัวเองอย่างเงียบงัน ก่อนจะหยิบชุดที่เลือกไว้ขึ้นมาสวมเดรสสายเดี่ยวสีดำผ้าซาติน เนื้อผ้าลื่นแนบลำตัว โอบรับสัดส่วนอย่างพอดี ช่วงอกเว้าลึกพอให้เห็นผิวขาวเนียนอย่างยั่วสายตา กระโปรงผ่าข้างสูงขึ้นมาถึงต้นขา เผย
ตอนที่1 ภาพตำตาบ่ายโมงตรง ลมร้อนของวันธรรมดาพัดผ่านลานหน้าตึกคณะนิเทศศาสตร์ จันจ้าวก้าวลงบันไดด้วยท่าทีผ่อนคลาย กระเป๋าผ้าสะพายอยู่ข้างไหล่ วันนี้ไม่มีเรียนต่อแล้ว ตารางของเด็กปีสี่แบบเธอเบาลงมาก จนบางวันแทบไม่ต้องเข้าเรียนทั้งวันเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความสุดท้ายจากแทนไทแฟนหนุ่มยังค้างอยู่ใน







