Masuk(มังกร) ราชินทร์ หิรัญพัฒน์ ตระกูลเป็นมาเฟีย อายุ20 ปี คณะแพทยศาสตร์ ปี2 สาขาออร์โธปิดิกส์ (กระดูก) โหด ฉลาด เจ้าเล่ห์ อ่านคนเก่ง พูดขวานผ่าซากกับทุกคน❗ยกเว้นคนที่ชอบ คลั่งรักหนักมากสุภาพ อ่อนโยน หวง ดุ ไม่ยอมให้ใครแตะต้อง “คนของตัวเอง” (จันจ้าว) รินรดา โสภณประดิษฐ์ ที่บ้านทำธุรกิจส่วนตัว อายุ 22 ปี เรียนคณะนิเทศศาสตร์ ปี4 เป็นคนสดใส อ่อนโยนฉลาด เก่ง สู้คน ดื้อเงียบไม่อ่อนแอ เชื่อในความรัก มีหมาเด็กตามหึงหวง วันไนท์คืนเดียวติดหนึบเป็นตังเมใครเข้าใกล้พี่สาวไม่ได้ หมาเด็กมันหวงมาก
Lihat lebih banyakตอนที่1 ภาพตำตา
บ่ายโมงตรง ลมร้อนของวันธรรมดาพัดผ่านลานหน้าตึกคณะนิเทศศาสตร์ จันจ้าวก้าวลงบันไดด้วยท่าทีผ่อนคลาย กระเป๋าผ้าสะพายอยู่ข้างไหล่ วันนี้ไม่มีเรียนต่อแล้ว ตารางของเด็กปีสี่แบบเธอเบาลงมาก จนบางวันแทบไม่ต้องเข้าเรียนทั้งวัน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความสุดท้ายจากแทนไทแฟนหนุ่มยังค้างอยู่ในแชต เรากลับบ้านนะ โดนแม่เรียกตัว จันจ้าวยิ้มบางๆ เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ก่อนจะเดินออกจากตัวตึก “จันจ้าว!” เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ เธอหันกลับไปก็เห็น ยาหยี กับ อลิซ วิ่งมาหา สีหน้าทั้งสองดูตื่นตระหนก หายใจหอบเหมือนเพิ่งวิ่งมาไกล “มีอะไร ทำไมวิ่งมาแบบนี้” จันจ้าวถามอย่างงงๆ ยาหยีจับแขนเพื่อนแน่น อลิซก้มลงหอบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูดเสียงสั่น “แก…แทนไท…” “แทนไททำไม?” จันจ้าวขมวดคิ้ว ยาหยีมองหน้าอลิซเหมือนจะผลักให้พูดต่อ ก่อนที่อลิซจะกลืนน้ำลาย “แทนไทหิ้วผู้หญิงขึ้นคอนโด!” “อะ... อะไรนะ!?” โลกของจันจ้าวเหมือนหยุดหมุน เธอถามซ้ำ เสียงแผ่วลงอย่างไม่รู้ตัว “...เมื่อกี้พวกแกพูดว่าอะไรนะ?” “แทนไทหิ้วผู้หญิงขึ้นไป…ที่คอนโดของมัน” อลิซสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทั้งที่หอบจนหายใจไม่ทัน “เป็นไปไม่ได้ แทนไทพึ่งบอกฉันว่าเขาจะกลับบ้าน” จันจ้าวหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างไม่เชื่อ “มันอยู่คอนโดเถอะไม่ได้อยู่บ้าน! มันโกหกแกน่ะสิ!” ยาหยีกับ อลิซ มองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ “ก็ถ้าแกไม่เชื่อ เดี๋ยวพวกฉันพาไปดูเอง” อลิซพูดต่อ จันจ้าวนิ่งไปหัวใจเต้นแรงผิดปกติเธอครุ่นคิดเพียงครู่เดียว ก่อนจะพยักหน้า “ไปสิ” รถของยาหยีแล่นออกจากมหาวิทยาลัย มุ่งหน้าไปยังคอนโดของแทนไท ระหว่างทางไม่มีใครพูดอะไร ความเงียบอึดอัดปกคลุมอยู่ในรถ จันจ้าวนั่งมองถนนตรงหน้า ภาวนาในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าสิ่งที่กำลังจะเจอ…ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิด เมื่อรถจอดลงที่ลานจอดใต้คอนโด จันจ้าวลังเลเล็กน้อย เท้ายังไม่ยอมก้าวลงจากรถ แต่ยาหยีกับอลิซกลับรีบลงมา แล้วจูงแขนเธอขึ้นลิฟต์ไปด้วยกัน ลิฟต์ขึ้นช้าเหลือเกิน หัวใจเธอก็เช่นกัน เมื่อมาถึงชั้นของแทนไท จันจ้าวเป็นคนเดินนำไปที่หน้าห้อง มือที่จับลูกบิดสั่นเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจ ก่อนจะกดรหัสเปิดประตูเข้าไป ห้องเงียบ ไม่มีใครอยู่ในพื้นที่รับแขก สายตาของเธอกวาดมองไปรอบๆ พยายามหาเจ้าของห้อง พยายามบอกตัวเองว่านี่อาจเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด แต่แล้ว…เสียงหนึ่งก็ดังลอดออกมาจากทางห้องนอนเสียงที่ไม่ควรดังในเวลานี้ เสียงที่ทำให้หัวใจเธอหล่นวูบ “อ่าา... แทน เบาหน่อย เราเจ็บ” !!! จันจ้าวนิ่งค้างไป มือเธอเย็นเฉียบเหมือนเลือดในกายหยุดไหล อลิซกับยาหยีหันมามองหน้ากัน ไม่มีใครกล้าพูดอะไร จันจ้าวค่อยๆ เดินไปทีละก้าว อย่างช้าและเบาที่สุด ราวกับกลัวว่าความจริงจะดังขึ้นตามเสียงฝีเท้าของตัวเอง เธอหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอน บานประตูแง้มไว้เล็กน้อย มือบางยกขึ้นผลักมันออก และภาพตรงหน้าทำให้โลกทั้งใบพังลงในพริบตา เฮือก!!! สองร่างนั้นอยู่บนเตียงเดียวกันใกล้ชิดเกินกว่าจะอธิบายว่าเป็นเรื่องบังเอิญ “อึก!!” จันจ้าวยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก เธอไม่คิดว่าจะต้องมาเห็นภาพนี้…กับตาของตัวเอง “บ้าชิบ!” เสียงสบถดังขึ้นจากแทนไท เขาผลักอีกฝ่ายออกอย่างลุกลน แต่จันจ้าวไม่อยากฟังคำอธิบายใดๆ อีกแล้ว เธอถอยหลัง ก่อนจะหันหลังวิ่งออกจากห้อง อลิซกับยาหยีรีบตามออกมา แทนไทคว้ากางเกงยีนมาสวมอย่างลวกๆ แล้ววิ่งตามลงมา “...” “จ้าว! เดี๋ยวก่อน!” เธอไม่หยุด ยังคงกึ่งเดินกึ่งวิ่ง เปิดประตูรถขึ้นไปนั่งด้านหลัง ยาหยีเหยียบคันเร่งทันที แล้วรถก็แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ในรถเต็มไปด้วยเสียงสะอื้น จันจ้าวร้องไห้ไม่หยุด อลิซเอื้อมมือไปกุมมือเธอ “ไอ้แทนมันเลว! แก่ต้องเลิกยุ่งกับมันจริงๆ แล้วนะจ้าว” “แกไม่ผิดเลยจันจ้าว คนผิดคือมัน” ยาหยีมองกระจกหลัง “ฮือ... แก มันเจ็บ~” จันจ้าวคบกับแทนไทมาตั้งแต่มัธยมปลาย ผ่านเรื่องราวมาด้วยกันมากมาย เธอเชื่อในคำสัญญา เชื่อว่าความอดทนจะทำให้คนรักดีขึ้น เขาเคยขอเธอในเรื่องที่เธอยังไม่พร้อม และเธอก็ปฏิเสธเสมอ ไม่ใช่เพราะไม่รักแต่เพราะหวังว่าเขาจะเห็นคุณค่าของเธอมากกว่านั้น น้ำตาของเธอไหลไม่หยุดทั้งหัวใจแตกสลาย และในวันที่เธอคิดว่ารู้จักผู้ชายคนหนึ่งดีที่สุด! แต่เธอกลับพบว่า ไม่เคยรู้จักเขาเลย... *** รถของยาหยีเลี้ยวเข้าซอยบ้านโสภณประดิษฐ์ในช่วงเย็น แสงไฟจากเสาไฟถนนเริ่มสว่างขึ้นทีละดวง จันจ้าวนั่งเงียบอยู่เบาะหลัง น้ำตาแห้งไปแล้ว แต่หัวใจยังหนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยก้อนหินก้อนใหญ่ “ถึงแล้วนะ” ยาหยีจอดรถหน้าบ้าน ก่อนจะหันมายิ้มอ่อนๆ ให้เพื่อน อลิซหันมามองจันจ้าว สายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “ถ้ามีอะไร โทรหาพวกฉันได้ตลอดนะ อย่าเก็บไว้คนเดียว” “โอเค... ขอบใจพวกแกมากๆ นะ ไว้เดี๋ยวเจอกัน” จันจ้าวพยักหน้า ยิ้มบางๆ ที่แทบไม่เห็นรอยยิ้ม เธอลงจากรถ เดินเข้าบ้านช้าๆ ราวกับไม่มีแรง แม้ร่างกายจะยังยืนอยู่ได้ แต่หัวใจเหมือนถูกดึงออกไปทิ้งไว้ข้างหลัง ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เสียงทีวีดังแว่วอยู่ในห้องรับแขก เจแปน น้องชายของเธอนั่งเอนหลังดูบอลอยู่บนโซฟา เขาหันมามองพี่สาว ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก “กลับมาแล้วเหรอเจ๊” เสียงเขาเหมือนเดิม เรียบๆ แต่แฝงความรู้ทัน “อืม...” “เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่ามันเลว” “จะตอกย้ำกันรึไง…” จันจ้าวหยุดยืนอยู่ตรงนั้น มองน้องชายด้วยสายตาแดงก่ำ “ก็แปนเคยบอกแล้ว ว่ามันไม่ใช่คนดี เจ๊ไม่ฟังเอง” เจแปน กดรีโมตปิดทีวี ลุกขึ้นยืน หันมามองพี่สาวเต็มตา “พี่ก็แค่…คิดว่าถ้าอดทน มันจะดีขึ้น” จันจ้าวเม้มริมฝีปาก น้ำตาคลอขึ้นมาอีกครั้ง “เจ๊ใจดีเกินไป คนแบบนั้นมันไม่รู้คุณค่าหรอก” เจแปนถอนหายใจเบาๆ เขาหยิบกุญแจรถจากโต๊ะ จันจ้าวเห็นท่าทางนั้นก็รีบถาม “จะไปไหน” “ไปกินเหล้ากับเพื่อน” เจแปนตอบเสียงเรียบ จันจ้าวเบะปากทันที “พี่เพิ่งอกหักนะ จะทิ้งพี่ไว้คนเดียวได้ไง อยู่เป็นเพื่อนหน่อยไม่ได้เหรอ” “เจ๊ก็รู้ แปนเคยเตือนแล้ว แต่เจ๊ไม่ฟังเอง ช่วยไม่ได้” เจแปนเลิกคิ้ว คำพูดนั้นแทงใจ แต่จันจ้าวก็รู้ว่าไม่ใช่ความร้ายกาจ เธอเม้มปากก่อนน้ำตาจะไหลออกมาอีกครั้ง เจแปนมองภาพนั้นแล้วชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาไม่ใช่คนแสดงออกเก่ง เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้นเงียบๆ ไม่นาน เสียงรถก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน ทั้งสองชะโงกหน้าไปมองพร้อมกัน รถคันคุ้นตาจอดสนิท ก่อนที่คนคุ้นหน้าจะก้าวลงมา แทนไท “ว่าละ ต้องมา” เจแปนหัวเราะในลำคอ “...” จันจ้าวสะดุ้ง ใจหายวาบ เธอรีบขยับตัวจะลุกหนี แต่โดนน้องชายรั้งแขนไว้แน่น “ไม่ต้องไปไหน” “...” เจแปนเดินออกไปก่อน ยืนขวางอยู่หน้าประตูบ้าน ไม่ให้แทนไทเข้าใกล้พี่สาวได้ “มาทำไม” เจแปนถามเสียงเย็น “หลบไป กูจะคุยกับจ้าว” แทนไททำท่าจะก้าวเข้ามา แต่เจแปนก็ไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว “คุยอะไร บ้านนี้ไม่ต้อนรับคนแบบมึง” เขาหัวเราะออกมาเบาๆ แม้ในใจจะเดือด เขารักพี่สาวมาก แต่แค่ไม่เคยพูดออกมาเท่านั้น แทนไทเริ่มหงุดหงิด ทั้งสองโต้กันไปมา จนเสียงของจันจ้าวดังขึ้นจากทางด้านหลัง “พอแล้วแปน” เธอเดินออกมายืนตรงหน้า ดวงตาแดงก่ำ “แทนกลับไปเถอะ” “แต่เราอยากคุยกับจ้าวนะ จ้าวฟังเราอธิบายก่อนได้ไหม” แทนไทส่ายหน้า “ไม่มีอะไรต้องอธิบายแล้วแทน กลับไปซะ” จันจ้าวตัดบท เสียงเธอเริ่มสั่น “ต่อไปอย่ามาที่นี่อีก เราเลิกกัน” “ฉันไม่เลิก” แทนไทชะงัก “เราไม่เลิกนะจ้าว เรารักจ้าวมากนะ” “จ้าวมันบอกเลิกแล้ว มึงก็กลับไปสิ” เจแปนหันมามองเขาอย่างไม่พอใจ “นายมีอะไรกับคนอื่นไปแล้วยังจะมีหน้ามาขอให้ฉันกลับไปอีกเหรอ!” จันจ้าวเริ่มขึ้นเสียงน้ำตาไหลไม่หยุด คำพูดนั้นทำให้แทนไทเงียบไปในที่สุด เขามองหน้าเธอ ก่อนจะถอนหายใจยาว “ก็ได้…เราจะไป” เขาหันหลังกลับ เดินออกไปจากบ้านอย่างเสียหน้า “จำไว้นะเจ๊ ห้ามกลับไปคบกับมันอีก” เจแปนหันกลับมาหาพี่สาว พูดจบเขาก็เดินออกไป ปล่อยให้จันจ้าวยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว บ้านทั้งหลังเงียบลงทันที หัวใจเธอก็เช่นกัน จันจ้าวเดินขึ้นบันไดไปอย่างช้าๆ ร้องไห้เงียบๆ จนถึงห้องนอน เธอทิ้งตัวลงบนเตียง ปล่อยให้น้ำตาไหลจนหมดแรง ก่อนจะหลับไปทั้งอย่างนั้น เวลาล่วงเลยไปจนถึงสี่ทุ่ม เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลายครั้ง เธอคว้าโทรศัพท์มากดปิดเสียงแล้วนอนต่อ แต่เสียงก็ดังขึ้นอีก คราวนี้เธอกดรับพร้อมเปิดสปีกเกอร์โฟน “ฮัลโหล…” 'จ้าว แกเป็นไงบ้าง' เสียงอลิซดังขึ้นทันที “ฮือ... ยังไม่ดีขึ้นเลย” เธอตอบเสียงอ่อน 'จะมาเศร้าอะไร อยู่บ้านยิ่งคิดมาก ออกไปตี้ให้หายเศร้า หาหนุ่มคนใหม่ดีกว่า' “ฉันไม่อยากไปเลยอ่ะแก” จันจ้าวนิ่งไป 'ไปเถอะนะ' ยาหยีแทรกเข้ามา 'แค่ออกมานั่งฟังเพลงเอง' เกิดความเงียบครู่หนึ่ง ก่อนจันจ้าวจะถอนหายใจออกมา “ก็ได้…” 'ดีมาก เดี๋ยวห้าทุ่มพวกฉันไปรับ' อลิซพูดอย่างโล่งใจ วางสายแล้ว จันจ้าวนอนบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงอีกพักหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้น้ำเย็นไหลผ่านร่าง เพื่อชะล้างคราบน้ำตาและความเจ็บปวดตอนที่43 ความสุขของฉันคือเธอ THE END ทุกคนก้มหน้าลงเตรียมท่าปั่นจิ้งหรีดอย่างพร้อมเพรียง นิ้วชี้จิ้มพื้น หัวก้มต่ำ มืออีกข้างจับติ่งหูแน่นราวกับจับความหวังสุดท้ายของชีวิต บรรยากาศในตัวบ้านเงียบผิดปกติ มีเพียงเสียงลมหายใจของเหล่าลูกน้องที่เริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆจันจ้าวยืนคุมอยู่ด้านหน้า แขนกอดอก สีหน้าดูสงบ แต่ดวงตากลับเป็นประกายอย่างคนกำลังสนุก เธอไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอน และไม่ได้ต้องการลงโทษใครให้เจ็บตัว สิ่งเดียวที่อยากทำ…คือให้ทุกคนจำว่า บางเส้น ก็ไม่ควรก้าวข้ามและถ้าจะจำ! ก็ขอให้จำแบบไม่มีวันลืม!“พร้อมนะ” เธอถามเสียงใส“...” ไม่มีใครตอบ เพราะทุกคนกำลังตั้งสมาธิ…“เริ่ม!”เสียงนั้นเหมือนสัญญาณปล่อยตัว ทุกคนเริ่มหมุนตัวรอบนิ้วที่จิ้มพื้นอย่างขะมักเขม้น“หนึ่ง…สอง…สาม…”รอบแรกยังดูดี รอบที่ห้าเริ่มโคลงเคลง รอบที่แปดเริ่มมีเสียงคราง“โลกเริ่มหมุนแล้วครับ…”“พื้นมันเอียงหรือผมเอียงครับเนี่ย!…”จันจ้าวกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เสียงหัวเราะดังขึ้นท่ามกลางความพยายามเอาชีวิตรอดของเหล่าลูกน้อง ภาพตรงหน้าช่างตลกเกินกว่าจะเก็บอาการได้มังกรเองก็หมุนอยู่ไม่แพ้ใคร แม้ท่าทางยังพยายามรักษาศักดิ์ศรี แต่ตั้
ตอนที่42 บทลงโทษขั้นเด็ดขาดเสียงเพลงในผับยังคงดังไม่หยุด แสงไฟวูบวาบสาดผ่านฝูงชนที่ขยับตัวไปตามจังหวะอย่างอิสระ จันจ้าวนั่งอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อน ๆ แก้วในมือถูกยกขึ้นจิบช้าๆ ขณะกำลังฟังเอแคร์เล่าเรื่องอะไรสักอย่างอย่างออกรสและในจังหวะนั้นเอง…มีใครบางคนก้าวเข้ามาใกล้“ขอโทษนะครับ” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยขึ้น“พอดีเห็นคุณนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เข้าผับมา…ผมขอเบอร์ได้ไหมครับ”จันจ้าวชะงักเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองชายแปลกหน้า เขาดูสะอาดสะอ้าน หน้าตาดี ยิ้มเป็นมิตร มือหนึ่งยื่นโทรศัพท์มาทางเธออย่างมั่นใจบนชั้นสองของผับ มังกรที่นั่งเอนหลังอยู่ถึงกับคิ้วกระตุกแก้วเหล้าในมือหยุดค้างกลางอากาศ สายตาคมเข้มจับจ้องภาพนั้นไม่กะพริบ โทรศัพท์ที่ถูกยื่นไปตรงหน้าเธอ รอยยิ้มของผู้ชายคนนั้น ทุกอย่างเหมือนถูกขยายใหญ่ขึ้นในหัวของเขา“เชี่ย!…” มังกรสบถเบา ๆ ก่อนจะขยับตัวจะลุกขึ้น“ใจเย็นไอ้ทิด!” เลโอรีบคว้าแขนเพื่อนไว้ทันที“ปล่อย” มังกรเสียงแข็ง “มันยื่นโทรศัพท์ให้เมียกูอยู่”“กูก็เห็น แต่มึงเข้าไปตอนนี้ มันไม่จบดีแน่” เลโอถอนหายใจมังกรไม่ฟัง เลือดขึ้นหน้าอย่างชัดเจน ยิ่งเห็นไอ้หมอนั่นส่งยิ้มให้จันจ้าว ห
ตอนที่41 มาตามเฝ้าเมียรถของจันจ้าวเคลื่อนตัวออกจากเซฟเฮ้าส์ไปได้ไม่นาน เสียงเครื่องยนต์ค่อย ๆ ห่างออกไปจนเหลือเพียงความเงียบ มังกรยืนมองจากระเบียงชั้นบนอยู่ครู่หนึ่ง สายตาคมเข้มยังคงจับจ้องไปยังถนนด้านหน้า ราวกับจะฝังภาพนั้นเอาไว้ในหัวคำสั่งของเขาถูกกำชับไปแล้วอย่างชัดเจน จาฟานต้องเป็นคนขับรถไปส่งและต้องรอรับ และที่สำคัญที่สุด!!อย่าให้มีหมาตัวไหนมาเกาะแกะเมียเขาเด็ดขาด!!มังกรหันหลังกลับเข้าห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทเข้ารูปถูกสวมทับด้วยแจ็กเก็ตโทนเดียวกัน ทุกอย่างดูเรียบง่าย แต่กลับขับให้ร่างสูงดูดุดันขึ้นอย่างน่าประหลาด เมื่อเขาเดินลงบันได เสียงรองเท้าหนังดังสะท้อนเป็นจังหวะสม่ำเสมอด้านล่าง เจษฎายืนรออยู่ก่อนแล้ว พร้อมลูกน้องอีกสามคน สีหน้าของแต่ละคนไม่ต่างกันนัก ซีดเผือดราวกับกำลังจะถูกพาไปตัดสินโทษมากกว่าตามเจ้านายออกไปข้างนอก“นาย…” เจษฎาเอ่ยเสียงแผ่ว “ต้องไปจริง ๆ เหรอครับ”“กูพูดไม่ชัด?” มังกรปรายตามองอย่างไม่ต้องเดา เจษ ฎาก็กลืนน้ำลายลงคออย่างฟืด ๆ“คือ…ผมเกรงใจนายหญิงครับ” เขาพูดออกมาอย่างยากลำบาก “นี่ผมก็เพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่กี่เดือนเอง ถ้าเกิดนายหญ
ตอนที่40 เรื่องของเราหนึ่งปีผ่านไปโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตว่ามันผ่านไปตั้งแต่เมื่อไรบางที…อาจเพราะวันเวลาที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ความรับผิดชอบ และความรักที่ค่อย ๆ เติบโต ทำให้ทุกอย่างไหลไปอย่างเงียบงัน แต่มั่นคงจันจ้าวในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมกับเมื่อปีก่อนอีกแล้วหลังจากจบปริญญาตรี เธอเลือกที่จะไม่หยุดอยู่แค่นั้น แม้หลายคนจะมองว่าเธอมีทุกอย่างพร้อมแล้วก็ตาม ทั้งครอบครัว ฐานะ ความรักที่มั่นคง แต่สำหรับเธอ…มันยังไม่พอ จันจ้าวสมัครเรียนต่อปริญญาโทด้วยความคิดเรียบง่ายเพียงอย่างเดียวเธออยากไปได้ไกลกว่านี้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยระดับบัณฑิตศึกษาทำให้เธอเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตารางเรียนที่แน่นขึ้น งานวิจัยที่ต้องใช้สมาธิและความอดทนมากกว่าเดิม หล่อหลอมให้จันจ้าวกลายเป็นผู้หญิงที่นิ่ง สุขุม และมั่นใจในตัวเองมากขึ้นอลิซและยาหยีเองก็เลือกเส้นทางเดียวกัน ทั้งสามคนยังคงเจอกันบ่อย แม้จะไม่ใช่ทุกวันเหมือนเมื่อก่อน แต่ทุกครั้งที่ได้นั่งคุยกันในร้านกาแฟประจำ เสียงหัวเราะก็ยังคงดังไม่ต่างจากเดิมในขณะเดียวกัน ชีวิตของมังกรก็เดินหน้าไปในเส้นทางที่หนักหนาไม่แพ้กัน เขาก้าวเข้าสู่ปีสามของคณะแพทยศ
ตอนที่4 ผู้หญิงขี้เมาจันจ้าวนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม ปลายนิ้วขยับไปมาบนผิวเบาะอย่างไม่มีจุดหมาย แสงไฟสีอุ่นจากโคมด้านข้างทอดลงมาบนใบหน้าเธอ ทำให้ผิวดูนวลขึ้นอย่างน่าประหลาด เสื้อยืดตัวใหญ่ของเขาคลุมร่างเล็กไว้เกือบมิด แต่กลับยิ่งทำให้เธอดูเปราะบางและน่าดึงดูดในคราวเดียวกันเสียงก้าวเท้าของมังกรดัง
ตอนที่3 แพ้เกมจันจ้าวก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของผับอย่างระมัดระวัง แม้พยายามทรงตัวให้ดูปกติ แต่ร่างกายกลับไม่ค่อยเชื่อฟังเท่าไรนัก ขาทั้งสองข้างเหมือนจะไม่แข็งแรงพอรับน้ำหนักของตัวเอง โลกทั้งใบเอียงนิดๆ ทุกครั้งที่เธอก้าวขึ้นบันไดแต่ละขั้น เสียงเพลงจากชั้นล่างค่อยๆ เบาลง เหลือเพียงจังหวะทุ้มต่ำที
ตอนที่2 แรงดึงดูดหลังอาบน้ำเสร็จ จันจ้าวยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอน เธอมองเงาสะท้อนของตัวเองอย่างเงียบงัน ก่อนจะหยิบชุดที่เลือกไว้ขึ้นมาสวมเดรสสายเดี่ยวสีดำผ้าซาติน เนื้อผ้าลื่นแนบลำตัว โอบรับสัดส่วนอย่างพอดี ช่วงอกเว้าลึกพอให้เห็นผิวขาวเนียนอย่างยั่วสายตา กระโปรงผ่าข้างสูงขึ้นมาถึงต้นขา เผย
ตอนที่1 ภาพตำตาบ่ายโมงตรง ลมร้อนของวันธรรมดาพัดผ่านลานหน้าตึกคณะนิเทศศาสตร์ จันจ้าวก้าวลงบันไดด้วยท่าทีผ่อนคลาย กระเป๋าผ้าสะพายอยู่ข้างไหล่ วันนี้ไม่มีเรียนต่อแล้ว ตารางของเด็กปีสี่แบบเธอเบาลงมาก จนบางวันแทบไม่ต้องเข้าเรียนทั้งวันเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความสุดท้ายจากแทนไทแฟนหนุ่มยังค้างอยู่ใน