LOGIN“งั้นเราให้ลูบหัวคืน ^^”
เพลงตะวันตกใจกับการกระทำซึ่งหน้าของคนตัวโต รีบชักมือเก็บลงบนตักแทบไม่ทัน ส่วนคนขี้แกล้งก็เอาแต่หัวเราะจากนั้นจึงถอดแว่นสายตาออกมาพับเก็บ “มึงมันเล่นไม่รู้เรื่อง โตเป็นวัวเป็นควายละ กูล่ะเสียใจจริงๆ ที่พามึงกับตะวันมารู้จักกัน” ว่านส่ายหัวเบื่อหน่ายกับการกระทำของเพื่อน เขาพอจำได้ว่าช่วงหนึ่งเพลงตะวันกับปรัชญาเคยสนิทกัน แม้จะไม่ค่อยคุยกันเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น แล้วเขามั่นใจว่าเคยเห็นเพื่อนสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันมากกว่าหนึ่งครั้ง ปรัชญานิสัยไม่ได้ต่างจากเมื่อก่อน นอกจากหน้าตาที่ดีกว่าพวกเดือนมหาวิทยาลัยปีนั้น ยังเป็นพวกพลังงานล้นเหลือ เซ็กซ์แอพพีล[1]สูง ตัวหอม คุยเก่ง อัธยาศัยดี และมีน้ำใจ จึงไม่แปลกที่จะมีเพื่อนมากมายต่างคณะรวมถึงว่านด้วย “เออ แล้วตอนนั้นกูพามึงมารู้จักตะวันทำไมวะ?” คนอายุสามสิบเริ่มนั่งรื้อฟื้นความหลังกัน นิสัยของเพลงตะวันแตกต่างจากเพื่อนอีกคนลิบลับ แม้จะเป็นพวกหัวกะทิเหมือนกัน แต่นิสัยชอบเก็บตัว ไปไหนมาไหนคนเดียว จนว่านนึกไม่ออกว่าอะไรทำให้สองคนนี้ต้องมารู้จักกัน “เราเรียนตัวฟรีด้วยกันตอนปีสามไง” คุณหมอความจำดีเป็นฝ่ายพูด “ตอนนั้นกูลงเรียนวิชานั้นคนเดียวแล้วไม่มีกลุ่ม มึงเลยมาชวนไปอยู่ด้วยกัน” “อ้อ~ กูนึกออกแล้ว วิชาที่เปิดหนังโป๊ให้ดูในคาบใช่มะ เออๆ ตอนนั้นรับมึงเข้ากลุ่มเพราะเห็นว่าเรียนหมอ น่าจะทำตัวมีประโยชน์” “กูกับตะวันก็พามึงกับเทียนได้เอมาประดับบนใบเกรดไง” คำพูดจากอวดเบ่งแสนภูมิใจกับเรื่องวัยเรียนยังออกมาจากปากคุณหมอหนุ่มไม่หยุด ต่างจากคนตัวเล็กที่กำลังนั่งฟังเรื่องเก่าพร้อมกับใบหน้าค่อยๆ แดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆ เพราะเธอจำคืนที่ไปค้างห้องเขากันสองต่อสองและทำรายงานจนโต้รุ่งได้ มันเป็นคืนเดียวกันกับเหตุการณ์ที่เธอกับปรัชญาข้ามเส้นความสัมพันธ์จากเพื่อนไปสู่การเป็นคู่นอนตลอดหนึ่งปีครึ่ง ดวงตากลมลอบมองคนข้างๆ อย่างระมัดระวัง แต่ถึงอย่างนั้นก็เผลอไปสบตากันและไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมา กระทั่งเสียงเพื่อนอีกสองคนดังขึ้น “วันนี้วันเกิดปรัชญ์ เรามาถ่ายรูปลงไอจีหน่อยดีไหม” เทียนหอมชวนขึ้นมา พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ตนเองออกมาจากกระเป๋าเสร็จสรรพ แล้วเพื่อนที่เหลือจะปฏิเสธอะไรได้ ทุกคนจึงขยับเข้าหากันโดยพร้อมเพรียงโดยมีเจ้าของวันเกิดเป็นศูนย์กลางของภาพถ่าย พรึ่บ! ภาพแรกไม่ทันลั่น มือของปรัชญาก็วางบนหัวไหล่ของเพลงตะวันและรั้งเข้ามาใกล้ ไม่ลืมจะใช้ปลายนิ้วเขี่ยเพื่อนอีกคนให้ออกห่างจากคนตัวเล็กด้วย “ไอ้ว่าน ถอยออกไปอีก เดี๋ยวเมียมึงคิดว่าถ่ายรูปกับสาวบ้านได้แตกอีก กูไม่ชอบรับเคสครอบครัวก่อนหย่า” “ปากหมาน~” คนถูกแช่งด่าเพื่อนปนขบขัน แต่ก็ยอมเขยิบออกห่างจากร่างบอบบาง “กูถอยแล้ว เหลือมือมึงอะ เมื่อไหร่จะเอาออกจากไหล่เพื่อนกู...นี่ก็นั่งตัวแข็งให้มันกอด” ไม่ได้ด่าแค่เพื่อนชาย คนสวยอย่างเพลงตะวันว่านก็ไม่เว้น คุณหมอหนุ่มจึงตัดรำคาญด้วยการเป็นฝ่ายลดมือลงเอง แต่ยังคงเอาอกแน่นหนันเบียดหัวไหล่มนเอาไว้ไม่หยุด กระทั่งเทียนหอมถ่ายรูปจนหนำใจ ทั้งหมดจึงขยับกลับไปนั่งที่เดิม ปล่อยให้เจ้าของกล้องเป็นคนเลือกรูปและลงรูปให้ “ตะวันๆ แกมาดูรูปหน่อย ถ้าฉันลงรูปนี้แกโอเคไหม?” เทียนหอมกวักมือเรียกเพื่อนให้ชะโงกหน้ามาดู แต่เจ้าของชื่อกลับไม่ได้สนใจ “รูปไหนก็ได้ เทียนลงไปเลย” “แกแน่ใจนะ...โอเค ลงรูปในไอจีและแท็กทุกคนแล้ว” หญิงสาวบอกกับทุกคนบนโต๊ะก่อนจะยกเครื่องดื่มขึ้นมาจิบดับกระหาย “ถ่ายสิบรูปตะวันกับปรัชญ์นั่งเหมือนคนเป็นแฟนกันสิบรูป” “อะไรนะ!?” “เสียงดังทำไม ฉันเรียกแกมาดูรูปก่อนลงแล้วนะ แกไม่สนใจเอง” ใบหน้าเล็กมุ่ยหน้าใส่เพื่อนที่แหวลั่นร้าน มองตามมือของเพลงตะวันที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ก ตามด้วยคนที่ถูกมองว่าเป็นแฟนแอบชำเลืองตามองจอด้วยอีกคน เพื่อนจะโกรธคนลงรูปอย่างเดียวไม่ได้ เพราะไม่ว่าภาพไหนปรัชญาก็มองแต่เพลงตะวัน แถมยังนั่งแนบชิดอีกนิดจะนั่งตักจะให้เธอทำอย่างไร “ตอนเรียนสองคนนี้ก็ชอบหายไปด้วยกันสองคน” ว่านได้ทีรีบพูดสิ่งที่อยู่ในใจขึ้นมาบ้าง “นี่ถ้าไอ้ปรัชญ์ไม่เคยบอกว่ามีแฟนคงคิดไปแล้วว่าสองคนนี้เป็นแฟนกัน” สิ้นคำพูดของว่าน ทุกคนก็พร้อมใจกันหันขวับไปมอง แต่ด้วยอารมณ์หลากหลาย ตกใจ งุนงง และอยากรู้อยากเห็น “ดะ เดี๋ยว กูบอกมึงตอนไหนว่ามีแฟน” มือหนาของเขาคว้าข้อมือคนตัวเล็กใต้โต๊ะเอาไว้แน่น ทั้งพยายามส่งสายตาปฏิเสธและส่ายหน้าให้เห็น แต่ยัยตัวเล็กไม่ได้หันมามองเลย แถมยังชักมือหนี... “ก็วันแข่งกีฬาสี่สถาบันไง มึงแข่งบาสเสร็จตอนฝนตก แทนที่จะไปส่งกูกลับหอก่อน เสือกหนีไปหาสาว” เพื่อนสนิทเล่าความหลังเป็นฉากๆ ด้วยความแค้น “มึงบอกว่าสาวนอนป่วยอยู่ที่ห้อง ต้องรีบไปซื้อข้าวซื้อยาให้กูจำได้ เสียแรงอุตส่าห์ตื่นมาเชียร์แต่เช้า” มาถึงตรงนี้คนที่นึกออกไม่ได้มีแค่เจ้าของเรื่อง แต่เจ้าของร่างบอบบางก็เริ่มจำได้ขึ้นมารางๆ วันที่แข่งสี่สถาบันซึ่งจัดสี่ปีครั้ง คือวันเดียวกับวันที่เพลงตะวันป่วยเป็นไข้ทับระดูนอนซมอยู่ในห้องของปรัชญา สาวที่ว่าก็คือเธอ...ไม่ใช่หมาที่ไหน “กูขอดูรูปก็หวงไม่เคยให้ดู สมน้ำหน้ามึง สุดท้ายถูกเขาทิ้ง” คำพูดเหน็บแนมกึ่งล้อเลียนจากเพื่อน ทำให้ถูกคุณหมอหนุ่มคว้าแตงกวาหั่นประดับจานปาใส่หน้า แม้ว่านจะหลบทันและตั้งจะหาอย่างอื่นมาปาคืน แต่ติดตรงที่เพื่อนเอาตัวไปซ่อนด้านหลังผู้หญิงจึงต้องหยุดมือ “ไอ้หมอเวร” “รีบแดกข้าว ก่อนจะได้แดกตีนเจ้าของงาน” ปรัชญาตัดบทก่อนจะตักข้าวผัดลงบนจานตรงหน้าคนนั่งข้างกัน ตักทั้งเนื้อปู ปลาหมึกให้จนล้นจานเพราะรู้ว่าเพลงตะวันเป็นพวกเน้นกินกับไม่เน้นกินข้าว ส่วนจานตนเองก็เป็นข้าวกับไข่ที่เหลือ ไม่ลืมจะตักกุ้งมาใส่จนตนเองจนหมด จากนั้นก็ค่อยๆ ใช้ช้อนส้อมดึงหางกุ้งออกวางลงจานของเธออย่างประณีต “เหลือแต่เคี้ยวข้าวให้กินแล้วมั้งนั่น มึงไม่เคยแกะกุ้งให้กูเลย” “ตะวันเป็นผู้หญิง” “เทียนก็เป็นผู้หญิงนะปรัชญ์” เทียนหอมซึ่งกำลังเอร็ดอร่อยกับเอ็นข้อไก่ทักขึ้นมาบ้าง เพลงตะวันนั่งอยู่ฝั่งซ้ายของปรัชญา เทียนหอมก็คือคนที่นั่งประกบฝั่งขวา แต่ปรัชญากลับไม่คุยหรือดูแลเธอแม้แต่น้อย “เสียใจอะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ไอ้เราก็นึกว่าทักแชตมาหาเพราะว่าอยากเจอเพื่อน ที่แท้ก็เห็นเทียนเป็นทางผ่านไปเจอตะวันสินะ” เสียงแหลมเล็กปั้นน้ำเสียงให้คล้ายกับกำลังน้อยอกน้อยใจ แต่ทุกคนรู้ดี ว่าเป้าหมายถือการแซวเพื่อนสองคนที่นั่งเบียดกันไม่หยุดตั้งแต่เข้ามาในร้าน “เราก็แค่อยากมาฉลองวันเกิดกับเพื่อน” จิตแพทย์หนุ่มปฏิเสธอย่างมีพิรุธ พร้อมกับตักอาหารใส่จานของเทียนหอมอย่างว่าง่าย คนตัวเล็กที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จากลับดูออก จิตแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมมนุษย์กลับแกล้งแสดงอาการโกหกให้ตนเองดูมีพิรุธ เขาน่ะ อยากจะป่าวประกาศให้โลกรู้ด้วยซ้ำ ว่ากำลังตามก้อร่อก้อติกเธอ “นิสัยไม่ดี” ริมฝีปากบางบ่นพึมพำให้ได้ยินกันสองคน คนแกะหางกุ้งไม่ได้สะทกสะท้าน กลับหัวเราะออกมาเบาๆ และใช้ช้อนตักข้าวผัดจากจานของเธอกินหน้าตายพร้อมกับพูดคุยกันให้ได้ยินกันสองคน “หึ จะเอาคุณนักเขียนลงมาจากหอคอยงาช้าง ก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมกันบ้างครับ” “อย่ามาวุ่นวายกับตะวันนะ” “ปรัชญ์ให้กลับไปนอนคิด ว่าตะวันอยากให้ปรัชญ์เลิกวุ่นวายด้วยจริงหรือเปล่า” “...” “ปรัชญ์เป็นจิตแพทย์เพราะอะไรรู้ไหม?” “ไม่อยากรู้” เพลงตะวันผินหน้าหนีไปมองทางอื่น แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าของใบหน้าหล่อเหลายังเขยิบตามเข้ามากระซิบใกล้ๆ “เอาไว้จับคนปากแข็งแบบตะวันไง” ✦——☀——✦ [1] เซ็กซ์แอพพีล (Sex appeal) หมายถึง แรงดึงดูดเพศตรงข้ามจากพฤติกรรมบางอย่างของเราเอง ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสนใจ เป็นที่ต้องตาต้องใจ ทำให้อยากที่จะเข้ามาพูดคุยทำความรู้จักเพื่อสานสัมพันธ์ต่อวันนี้ครบกำหนดกลับบ้านของภรรยา เพลงตะวันกลับบ้านไปดูแลแม่เกือบสองสัปดาห์กระทั่งมั่นใจว่าท่านหายดี ซึ่งระหว่างนี้ปรัชญากับลูกชายก็ผลัดกันวิดีโอคอลหาทุกวัน วันละหลายๆ รอบเลยก็ว่าได้ แรกๆ ลูกร้องไห้หลังจากวางสายกับผู้เป็นแม่ จนคนเป็นพ่อต้องคอยอุ้มเดินรอบบ้านปลอบประโลมจนหลับจึงสงบ รถยนต์สีขาวคุ้นตาขับมาจอดตรงหน้าคนตัวเล็กที่ถือถุงใส่ของฝากเต็มสองมือ ปรัชญาปลดล็อกประตูฝั่งด้านหลังที่นั่งข้างคนขับให้ภรรยาขึ้นมานั่งกับลูกที่เบาะหลังอย่างรู้ใจก่อนจะขับรถมุ่งหน้าสู่ถนน “น้องภีม~” เพลงตะวันทักทายลูกน้อยที่นั่งตาแป๋วอยู่บนคาร์ซีทพร้อมรอยยิ้ม “มี้~” เด็กน้อยเองก็ตะโกนเรียกมารดาเสียงดังไม่แพ้กัน อีกทั้งยังชูแขนสองข้างให้แม่อุ้ม ปลายจมูกรั้นหอมแก้มลูกชายฟอดใหญ่ด้วยความคิดถึง ไม่ลืมที่จะโน้มตัวไปยังที่นั่งคนขับเพื่อหอมแก้มสามีอีกคน “คิดถึงสองพ่อลูกมากเลย น้องภีมคิดถึงหม่ามี้ไหมคะ?” มือบางยกขึ้นมาจับมือลูกชายเอาไว้ทั้งสองข้าง เข้าใจดีว่าลูกอยากให้อุ้ม แต่เพราะรถกำลังเคลื่อนที่ การนำเด็กออกจากคาร์ซีทจึงไม่ปลอดภัย “กิ๊ดตึ๋ง” แก้มกล
สามปีต่อมา (ปรัชญ์ แม่เราลื่นล้มในห้องน้ำตอนนี้อยู่โรงพยาบาล) น้ำเสียงตื่นตระหนกของภรรยาดังผ่านลำโพงโทรศัพท์ทำเอาใจของสามีที่นั่งทำงานอยู่ที่คลินิกสั่นสะท้าน น้ำเสียงสั่นเครือของคนตัวเล็กบ่งบอกว่าร้อนใจมาก พอๆ กับเสียงดังจ้อกแจ้กจอแจรอบข้าง “เบบี๋ใจเย็นๆ นะครับ ตอนนี้อยู่ที่ไหน?” มือข้างหนึ่งคว้ากุญแจรถไว้ในมือ เตรียมออกจากคลินิกทุกเมื่อแม้จะติดนัดลูกค้าในตอนบ่ายก็พร้อมเลื่อนนัด (เรากำลังเดินไปที่เกท เครื่องน่าจะลงที่ขอนแก่นช่วงบ่าย ตอนนี้ฝากแม่มาดูน้องภีมให้แล้ว แต่ช่วงเย็นเห็นบอกว่าต้องออกไปงานศพเพื่อน ยังไงปรัชญ์คุยกับแม่อีกทีนะเราต้องวางแล้ว) “ครับ ปรัชญ์ดูแลลูกเอง บี๋ถึงขอนแก่นแล้วส่งข้อความบอกด้วยนะปรัชญ์เป็นห่วง” (ค่ะ ตะวันโอเค ไม่ต้องกังวลนะ) หลังจากภรรยาคนสวยวางสายไปเรียบร้อย คุณหมอหนุ่มก็รีบกดเบอร์หามารดาทันที คนใจร้อนกำมือถือรออยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ปลายสายจะกดรับพร้อมกับเสียงกรี๊ดกร๊าดจากเด็กที่ตนเองคุ้นเคยดี “แม่อยู่กับน้องภีมใช่ไหมครับ ตะวันบอกว่าตอนเย็นแม่มีธุระ ต้องออกไปกี่โมงครับ?”
งานแต่งถูกจัดขึ้นในสวนกลางแจ้งภายในโรงแรมแทนความตั้งใจเดิมที่จะใช้ห้องบอลรูม เนื่องจากจำนวนแขกในงานมีมากเกินกว่าที่ห้องรับรองขนาดใหญ่ที่สุดของโรงแรมนี้จะบรรจุคนได้ “ดีใจด้วยนะ เทียนตกใจมากเลยตอนที่รู้ว่าคบกัน” เทียนหอมเดินเข้ามาสวมกอดเจ้าสาว ก่อนจะผละออกและไปจับมือเจ้าบ่าวเพื่อแสดงความยินดี ว่านเดินเข้ามาพร้อมกับภรรยาและลูก เข้าสวมกอดเพื่อนอย่างปรัชญ์เช่นกัน “จารย์~ กูว่าแล้วมึงชอบตะวัน” ว่านได้ทีแซวเพื่อน “ก็ไม่เคยปฏิเสธ” คนถูกแซวยักไหล่ โอบเอวของคนข้างๆ อวดเพื่อนอย่างไม่ปกปิด “อ้าว! แล้วว่านรู้ตอนไหน ทำไมไม่บอกฉันบ้าง” เทียนหอมเท้าสะเอวมองหน้าเพื่อน “เขารู้กันหมดแหละ ไม่เชื่อแกเดินไปถามเพื่อนในงานได้เลย เขาแค่ไม่พูดกัน” หญิงสาวเกาหัวด้วยความสับสน ในขณะที่เพลงตะวันหัวเราะกับอาการของเพื่อน เธอคงเสียเซลฟ์ไม่น้อยเพราะในสมัยเรียน เทียนหอมจัดว่าเป็นหน่วยข่าวกรองประจำกลุ่ม อะไรที่เราไม่รู้ เทียนหอมมักจะมีข้อมูลเสมอ “ตามสบายนะ ขอพาตะวันไปนั่งพักก่อน” สามีบอกลาเพื่อนสั้นๆ ซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเข้าใจดีเพราะ
วันนี้คือวันครบรอบการจากไปของบิดาของคุณหมอหนุ่ม ทั้งคู่ตื่นมาช่วยกันแต่งตัวตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปให้ทันทำบุญที่วัดตามที่ได้นัดกับมารดาของเขาเอาไว้ “ตะวันโอเคใช่ไหม เวียนหัวหรือเปล่า” เขาถามคนที่นั่งอยู่หน้ากระจกด้วยความเป็นห่วง “เราไหว ไม่ได้เป็นอะไรมากซะหน่อย” คนตัวเล็กเงยหน้าส่งยิ้มให้อีกฝ่าย หยิบลิปสติกจากลิ้นชักขึ้นมาเตรียมบรรจงวาดมันลงบนริมฝีปาก พรึ่บ! เครื่องสำอางแท่งจิ๋วถูกมือหนาคว้าหมับเอาไว้ เขาดึงมันออกจากมือของเธอพร้อมกับทำหน้าดุเหมือนจับได้ว่ามีเด็กกำลังจุดไฟเล่น “ครั้งที่สองแล้วนะคราวก่อนก็จะฉีดน้ำหอม ปรัชญ์บอกว่าห้ามใช้เครื่องสำอางพวกนี้ไงครับ มันไม่ดีกับเบบี๋ในท้องนะ” “ก็ตะวันยังไม่ชิน สามวันก่อนยังเป็นคนสวยอยู่เลย ตอนนี้ต้องพ่วงตำแหน่งคุณแม่คนสวยด้วย...อย่ามาเบ้ปากใส่นะ!” มือเรียวง้างมือใส่คนข้างๆ เมื่อเห็นสีหน้าที่แสดงออกราวกับว่าเธอพูดเรื่องไม่จริงออกมา เขามันวอนโดนตีได้ทุกวัน ตอนนี้เธอตั้งครรภ์เข้าสัปดาห์ที่สาม หากนับย้อนกลับไปนั่นเท่ากับว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่กลับมามีอะไรกัน อา
“ตะวันหึงปรัชญ์” แคก! แคกๆๆ อาการแสบสันโพรงจมูกและลำคอเกิดขึ้น มือที่ถือแก้วน้ำอยู่รีบวางลงบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว หลังตั้งสติได้ก็กอดอกมองคนหลงตัวเองด้วยอาการวางมาด “น้อยๆ หน่อยปรัชญ์ อย่ามาพูดมั่วๆ” “ไม่หวงปรัชญ์ไม่ตามมาที่คลินิกหรอก คราวก่อนชวนยังไม่อยากมาเลย” คนตัวโตเบ้ปากกอดอกเชิดหน้าด้วยความมั่นใจ คนถูกจับได้ไม่ยอมรับ ยิ่งเห็นท่าทางยักคิ้วหลิ่วตาของคนตรงหน้ายิ่งเกิดอาการหมั่นไส้ แสดงออกว่ารักเข้าหน่อยทำเป็นได้ใจ แทนที่จะอยู่เงียบๆ ทำตัวน่ารักกับเธอ “ตะวันแค่อยากมาดูคลินิก” คนตัวเล็กเฉไฉไปเรื่องอื่น หันกลับมาจับช้อนตักอาหารเข้าปากแสร้งไม่สนใจการก่อกวนของคนตรงหน้า “แน่ใจ๊?” “พูดมาก” “ถ้าจะด่าก็อย่าหน้าแดง” นิ้วชี้เรียวจิ้มตรงกลางแก้มพร้อมกับหัวเราะ คนถูกจิ้มตาเขียวปั้ดใส่ทำท่าจะลุกหนี “ตะวันจะกลับ” กระเป๋าโน้ตบุ๊กถูกดึงขึ้นมาคล้องไหล่ลุกขึ้นทำท่าจะไปจริงจนนายแพทย์หนุ่มต้องรีบคว้าแขนเอาไว้ เขากอดเธอแน่จากด้านหลังไม่ต่างจากลูกลิงเกาะเอวแม่ในสวนสัตว์ จะต่าง
เพลงตะวันลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้า บรรจงแต่งตัวสวยหัวจรดเท้าไม่ต่างจากตอนที่ทำงานออฟฟิศ ลิปสติกที่ปกติไม่ทาเวลาอยู่ห้องถูกงัดมาลองจนกระจายเต็มโต๊ะไปหมด ต่างหูเพชรที่เก็บเงินซื้อถูกสวมเป็นชิ้นสุดท้ายตามด้วยการหยิบขวดน้ำหอมออกมาเขย่าเปิดฝา แต่เมื่อกำลังจะฉีดกลับรู้สึกเกรงใจคนนอนกอดหมอนอยู่จึงเดินเลี่ยงเข้าไปฉีดในห้องน้ำแทน คนตัวเล็กหมุนตัวสำรวจตนเองเป็นครั้งสุดท้ายในห้องน้ำ จากนั้นจึงรีบเดินออกมาจากห้องน้ำหลังได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ส่วนตัวของปรัชญา “ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำ นั่งหน้ายู่อยู่ได้” ริมฝีปากบางเคลือบลิปสติกเอ่ยปากแซวคนเพิ่งตื่นเสียงใส หันไปหยิบกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊กมาเปิดสำรวจเป็นครั้งสุดท้ายว่าไม่ได้ลืมของสำคัญ “ตื่นเช้าจัง ตัวหอมด้วย” ปรัชญาหลับตาทำจมูกฟุดฟิดใส่เธอที่ยืนข้างเตียงอย่างน่าตลก จากนั้นร่างกำยำจึงค่อยๆ ขยับกายงัวเงียเข้ามาสวมกอดเป็นการออดอ้อนตั้งแต่เช้า เพลงตะวันส่ายหน้ากับการแสดงออกราวกับเป็นเด็กตัวเล็กๆ ของเขา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมขึ้นไปนั่งบนเตียงอ้าแขนสวมกอดอีกฝ่ายเอาไว้แต่โดยดี “อ้