Mag-log inเมื่อเรียนเสร็จคนตัวเล็กก็ออกจากอาคารเรียนแล้วสาวเท้าหมายจะไปขึ้นรถหน้ามหาวิทยาลัยเพื่อกลับหอพัก
ในขณะที่เธอยืนรอรถอยู่นั้นก็มีรถสปอร์ตหรูสีดำเคลื่อนตัวเข้ามาจอดตรงหน้าเธอ พร้อมกระจกที่ติดฟิล์มสีดำฝั่งโดยสารก็ถูกเลื่อนลง ออมที่เห็นว่าเป็นร่างสูงก็ขมวดคิ้วนึกแปลกใจว่าเขาจะมาจอดตรงนี้ทำไม ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ “มาขึ้นรถ” “คะ?” “ฉันบอกว่าให้มาขึ้นรถ!” เขาตะคอกออกไป “อ๋อ ค ค่ะ” เธอรับคำด้วยท่าทีเงอะงะแล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถหรูที่มีกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆจากตัวเขาโชยเข้ามาเตะจมูกของเธอ เอริคขับรถออกไปด้วยความเร็ว ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยถาม “พี่จะพาออมไปไหนเหรอคะ” “คอนโด ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ” “ค่ะ” คอนโด เมื่อเข้ามาในเพ้นท์เฮาส์หรู ร่างบางก็หย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาที่หุ้มด้วยหนังเนื้อดี ก่อนร่างแกร่งจะเดินไปหย่อนกายนั่งฝั่งตรงข้ามเธอ พลางจ้องมองไปยังใบหน้าเรียวใสนิ่งๆ พร้อมกับพูดออกไป “ฉันอยากยื่นข้อเสนอให้เธอ” “อะไรเหรอคะ” “ยังไงซิงของเธอก็ไม่เหลือแล้วตั้งแต่เมื่อคืน เพราะงั้นฉันก็เลยอยากให้เธอมาเป็นFWBกับฉัน” “FWB?” เธอถามด้วยสีหน้างุนงง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าคำว่าFWBหมายถึงอะไร “เธอคงรู้ใช่ไหมว่ามันหมายถึงอะไร” “รู้ค่ะ” “แต่การที่เธอมาเป็นFWBกับฉัน ฉันจะมีเงินเดือนให้เธอด้วย ฉันไม่ได้จะเอาเธอฟรีๆ” “…” เธอเม้มปากแน่นพลางจ้องมองใบหน้าหล่อร้ายอย่างครุ่นคิด “งานที่เธอทำอยู่ตอนนี้ได้เงินเดือนเท่าไหร่” “สองหมื่นค่ะ” เธอทำงานนี้มาตั้งแต่ขึ้นปีสอง เงินเดือนแรกเข้าทำงานก็เดือนละหมื่นห้า “ถ้าเธอตกลงมาเป็นFWBกับฉัน ฉันจะให้เธอเดือนละหกหมื่น” “หะ หกหมื่นเหรอคะ” เธอเบิกตาโพลงพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “อืม เดือนแรกฉันจะให้เธอหกหมื่น เดือนถัดไปฉันจะเพิ่มให้เดือนละหมื่น จนถึงเรียนจบ” ตอนนี้ทั้งสองยังเหลือเวลาอีกหกเดือนถึงจะเรียนจบ “…” เธอนิ่งแล้วคิดไปถึงยอดเงินที่จะได้ ซึ่งรวมแล้วยอดหลักแสน พอเรียนจบเธอจะมีเงินประมาณห้าแสน คิดแล้วก็น่าสนใจ “ว่าไง สนใจไหม” “สนใจค่ะ” เธอตอบอย่างไม่ลังเล เพราะคิดว่ายังไงความบริสุทธิ์ของเธอก็เสียให้เขาไปแล้ว ในเมื่อเขายื่นข้อเสนอมาแบบนั้นเพื่อแลกกับเงินก้อนโต เธอก็ไม่ควรปฏิเสธ “เอาเบอร์โทรของเธอมา” ว่าแล้วทั้งสองก็เมมเบอร์และไลน์ของกันและกันไว้ ก่อนชายหนุ่มจะพูดออกไป “กฎของการเป็นFWBคือห้ามมีความรู้สึกต่อกัน เพราะมันจะมีแค่เรื่องเซ็กส์เท่านั้น” “ออมรู้ค่ะ” เธอตอบอย่างเข้าใจดี “หลังจากสิ้นสุดการเป็นคู่นอนแล้ว ฉันกับเธอก็ต้องแยกย้ายกันไป เธอห้ามเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของฉัน และห้ามมาเรียกร้องอะไรจากฉันอีก” “ค่ะ” “ในระหว่างที่เธอเป็นคู่นอนของฉัน ฉันอาจจะมีผู้หญิงอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง เพราะฉะนั้นเธอห้ามหึงหวง และห้ามแสดงตัวว่าเป็นอะไรกับฉัน” “ได้ค่ะ” “เรื่องระหว่างฉันกับเธอ จะต้องเก็บไว้เป็นความลับตลอดไป ห้ามเธอเที่ยวไปบอกใครเด็ดขาด แม้แต่กับพ่อแม่ของเธอ ก็ห้ามไปบอก” “ออมไม่มีพ่อแม่ให้ไปบอกหรอกค่ะ เพราะออมอยู่บ้านเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เกิด” “…” เขาชะงักเมื่อเพิ่งรู้ว่าเธอเป็นเด็กกำพร้า เขารู้ว่าเธอเป็นเด็กทุน แต่ก็ไม่เคยรู้ว่าเธอเคยอยู่บ้านเด็กกำพร้ามาก่อน “ในเมื่อพี่รู้แล้วว่าออมเคยอยู่บ้านเด็กกำพร้ามาก่อน พี่ยังอยากจะให้ออมเป็นคู่นอนอีกไหม” เมื่อเห็นสีหน้าของเขาดูอึ้งๆกับชาติกำเนิดของเธอ จึงถามย้ำอีกครั้งเผื่อเขาอาจจะเปลี่ยนใจ “สิ่งไหนที่ฉันพูดออกไปแล้ว ฉันจะไม่คืนคำ” “ค่ะ” “เธอจะต้องไปลาออกจากงานที่นั่นซะ” “ได้ค่ะ ออมจะไปลาออกวันนี้เลย” “งั้นก็รีบไป แต่ฉันไม่ได้ไปส่งหรอกนะ เพราะฉันง่วงนอน” “ไม่เป็นไรค่ะ งั้นออมขอตัวกลับนะคะ” บอกจบร่างสวยก็ลุกจากโซฟาแล้วทำท่าจะก้าว ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยย้ำ “ถ้าฉันส่งข้อความให้มาหา เธอจะต้องมา ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน เธอห้ามปฏิเสธฉันเด็ดขาด” “ได้ค่ะ” รับคำเสร็จ เธอก็ออกจากเพ้นท์เฮาส์ไป ก่อนที่เอริคจะส่งข้อความไปหาคู่นอนของเขา ซึ่งที่ผ่านมาถ้าเขาต้องการปลดปล่อยก็จะไปหาคู่นอนที่คอนโด พอเสร็จเรื่องอย่างว่าก็กลับเลย เอริค : เธอไม่ต้องมาเป็นคู่นอนของฉันแล้ว ไอลิน : ไอลินเพิ่งเป็นคู่นอนของพี่เอริคแค่เดือนเดียวเองนะคะ ไหนพี่บอกว่าจะให้ไอลินเป็นคู่นอนของพี่จนกว่าพี่จะเรียนจบไงคะ เอริค : ฉันได้คนใหม่แล้ว เดี๋ยวฉันจะโอนเงินให้เธอสองหมื่น ไอลิน : โอเคค่ะ ขอบคุณนะคะ จากนั้นเขาก็จัดการโอนเงินให้เธอสองหมื่น แล้วส่งข้อความไปหาคู่นอนอีกคน เอริค : เธอไม่ต้องมาเป็นคู่นอนของฉันแล้ว มารี : ทำไมล่ะคะพี่เอริค มารีเป็นคู่นอนของพี่ยังไม่ถึงเดือนเลย หรือมารีทำให้พี่ไม่ถูกใจเหรอคะ เอริค : ฉันมีคนใหม่แล้ว เดี๋ยวฉันโอนเงินให้เธอสองหมื่น มารี : ขอบคุณค่ะ เขาปิดหน้าจอมือถือแล้วลุกขึ้นเต็มความสูง จากนั้นก็เข้าไปในห้องนอนจึงเห็นคราบเลือดติดอยู่บนที่นอน ซึ่งมันเป็นเลือดซิงของเธอเมื่อคืน ก่อนร่างสูงจะก้าวไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงและผล็อยหลับไปอย่างง่ายดายหลายเดือนต่อมาตอนนี้มิวได้คลอดลูกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นผู้ชาย ตอนนี้อายุได้เก้าเดือนแล้ววันนี้คนเป็นพ่อกับคนเป็นแม่พาลูกออกมาเที่ยวห้างสรรพสินค้ากัน ปริ๊นซ์อุ้มลูกไว้ในอ้อมแขนแกร่งแล้วเดินดูนั่นดูนี่ ก่อนจะพาไปนั่งตรงโซนที่เด็กเล่นเครื่องเล่นกัน ส่วนแม่ของลูกขอตัวไปซื้อข้าวของเคลื่องใช้ในบ้าน"รอให้ลูกโตก่อนนะครับลูกถึงจะเล่นได้" ปริ๊นซ์ก้มพูดกับลูกน้อยที่เขาให้นั่งบนตัก ก่อนที่เด็กน้อยตัวอวบจะดิ้นขยุกขยิกอยากลงเมื่อเห็นเด็กคนอื่นเล่นเครื่องเล่นกัน"เย่น..." เสียงเล็กของลูกชายเปล่งออกมาไม่ค่อยได้ศัพท์ แต่เขาก็พอจะฟังออกว่าลูกพูดอะไร เย่นหมายถึงเล่นนั่นเอง"ลูกยังเล่นไม่ได้นะครับ" เรียวปากหนาบอกกับลูกชายตัวเล็กด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางมือหนาลูบหัวเล็กของลูกด้วยความรู้สึกเอ็นดูที่ลูกอยากเล่น แต่เล่นไม่ได้ก่อนที่ร่างสวยของแม่ของลูกจะรุนรถเข็นมายังคนเป็นพ่อของลูกที่นั่งอุ้มลูกน้อยตัวอวบขาวอยู่"เรากลับกันเถอะค่ะพี่ปริ๊นซ์""ได้ของครบแล้วเหรอ" ใบหน้าหล่อเหลาของพ่อลูกอ่อนหันถามยังภรรยาตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยน้ำเสียงน่าฟัง"ได้ครบแล้วค่ะ""งั้นก็กลับกันเถอะ" พูดจบ ปริ๊นซ์ที่ให้ลูก
หนึ่งเดือนต่อมางานแต่งงานของปริ๊นซ์กับมิวที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและอบอุ่นได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วเมื่อตอนหัวค่ำ และตอนนี้คู่บ่าวสาว หรือเรียกอีกอย่างว่าสามีภรรยา ได้เดินทางมาถึงบ้านแล้ว เมื่อเข้ามาในห้องนอน ปริ๊นซ์ก็จัดการรูดซิปชุดแต่งงานของมิวลงไปจนถึงเอวคอด จากนั้นก็ปลดชุดแต่งงานสีขาวงาช้างออกไปจากร่างสวย ก่อนที่มือเรียวจะจับชุดไว้ พร้อมกับเอ่ยบอกไป"พี่ปริ๊นซ์ไปหยิบผ้าขนหนูมาให้มิวก่อนสิคะ มิวไม่อยากล่อนจ้อนค่ะ""พี่อยากเห็นมิวแก้ผ้ามากกว่ามิวใส่ผ้าซะอีก" ยิ้มอบอุ่น"พี่ไม่เบื่อบ้างเหรอคะ""ไม่เบื่อเลย แต่พี่กลับชอบด้วยซ้ำ ยิ่งสองสามเดือนมานี้พี่ไม่ค่อยได้เห็นมิวแก้ผ้าเลย" ตั้งแต่รู้ว่าเธอท้อง เขาก็เพลาๆเรื่องนั้นลง ไม่ทำบ่อยเหมือนตอนก่อนท้อง เพราะเขาอยากให้เลยช่วงท้องอ่อนๆไปก่อนถึงจะทำให้บ่อยขึ้น"คืนนี้พี่อยากทำไหมคะ" เรียวปากสีหวานถามอย่างเอาอกเอาใจ เธอก็เห็นใจเขาอยู่เหมือนกัน เพราะพอเขารู้ว่าเธอท้อง เขาก็ลดเรื่องนั้นลง เนื่องจากว่าเป็นห่วงลูกในท้อง ทั้งที่ก่อนท้องเขาจะมีอะไรกับเธอบ่อยมากจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้วสำหรับเขา"อยากสิ พี่อยากมาเป็นอาทิตย์แล้ว" หนึ่งอาทิ
"แล้วปรายก็มีแฟนแล้วด้วย""ใครเหรอคะแฟนพี่ปราย" ร่างเล็กผละออกจากร่างหนา แล้วเอ่ยถาม"เขาสองคนรู้จักกันมานานแล้ว ผู้ชายคนนั้นเขาเป็นตากล้องน่ะ""อ๋อค่ะ""ทีนี้เรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่านะ""ค่ะ""หมอบอกว่าอายุครรภ์กี่เดือนแล้ว" เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ยถาม พลางฝ่ามือใหญ่ลูบไปบนหน้าท้องแบนราบของคนเป็นแม่ของลูกเบาๆ"สี่สัปดาห์ค่ะ" ตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน"ก็อีกแปดเดือนสินะที่ลูกของเราจะคลอดออกมา" เขาเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มและสีหน้ามีความสุข"ค่ะ""หิวไหม""มิวไม่รู้สึกอยากกินอะไรเลยค่ะ แค่ได้กลิ่นอาหารก็เหม็นไปหมด""แล้วทีนี้จะกินอะไรดีล่ะ..." ทำท่าครุ่นคิดแล้วเอ่ยต่อ"หรือว่ากินผลไม้ไหม ผลไม้ไม่น่าจะมีกลิ่นนะ""ลองดูก็ได้ค่ะ""งั้นฉันออกไปซื้อก่อนนะ เธอจะไปกับฉันด้วยไหม""มิวไปด้วยก็ได้ค่ะ อยากนั่งรถเที่ยว" "งั้นก็ไปกันเถอะ" ว่าจบ ปริ๊นซ์ก็จับมือสวยของมิว แล้วพากันออกจากบ้านไปซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่หน้าปากซอยด้านกัมพลหลังจากที่กัมพลรู้ผลตรวจว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเมื่ออาทิตย์ก่อน และมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เขาก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องนอน ส่วนสายชลก็ออกจากบ้านไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน เพราะเธ
บริษัทปริ๊นซ์มิวสาวเท้าเข้ามาภายในบริษัทนำเข้ารถหรูขนาดใหญ่ของเขา แล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดของตึกที่มีหลายสิบชั้น มิวก้าวขาออกจากลิฟต์และเดินไปยังห้องทำงานของเขา ก็เห็นว่ามีเลขาสาวอายุราวสามสิบกว่าปีนั่งอยู่หน้าห้องของเขา เมื่อเห็นอย่างนั้นเธอจึงทักทายพร้อมกับเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มตามประสา"สวัสดีค่ะ ฉันมาหาพี่ปริ๊นซ์ค่ะ""ท่านประธานออกไปทานข้าวกับคุณปรายยังไม่กลับมาเลยค่ะ" เลขาสาวตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"..." มิวที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับจุกจนพูดไม่ออก"ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร แล้วเป็นอะไรกับท่านประธานเหรอคะ""ฉันชื่อมิวเป็นคู่หมั้นของพี่ปริ๊นซ์ค่ะ""อ๋อค่ะ พอดีดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานได้แค่สองเดือนเองค่ะ ก็เลยไม่รู้ว่าท่านประธานมีคู่หมั้นแล้ว ดิฉันคิดว่าคุณปรายเป็นแฟนของท่านประธานซะอีก เพราะสองเดือนที่ฉันทำงานอยู่ที่นี่ ฉันเห็นว่าคุณปรายมาหาท่านประธานเกือบทุกวัน แล้วก็ออกไปทานข้าวด้วยกันค่ะ""..." มิวที่ได้ยินแบบนั้นก็เงียบไป พลางจุกหน่วงอยู่ในใจเมื่อรู้ว่าเขากับพี่ปรายเจอกันทุกวัน โดยที่เธอไม่ได้รู้เลย"ถ้าอย่างนั้นคุณมิวเข้าไปนั่งรอท่านประธานในห้องก่อนก็ได้นะคะ ไม่นานท่านประธา
หกเดือนต่อมาเป็นเวลาหกเดือนแล้วที่ปริ๊นซ์กับมิวอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ราบรื่นดี ต่างคนต่างก็มีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน และสองเดือนให้หลังมานี้ถ้าช่วงไหนปรายไม่มีงานถ่ายแบบ เธอจะมาหาปริ๊นซ์ที่บริษัทบ่อยๆ โดยที่ปริ๊นซ์ไม่ได้บอกให้มา เธอมาเอง แต่ปริ๊นซ์ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมันเป็นความเคยชินอยู่แล้วที่ปรายจะมาหาเขาที่บริษัทอยู่เป็นประจำในระยะเวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมา มิวที่วันนี้รู้สึกเวียนหัวและคลื่นไส้จึงโทรไปลางานกับพี่จอยหัวหน้าแผนกที่เธอทำงานอยู่เธอมีอาการแบบนี้มาสี่ห้าวันแล้ว เวลาได้กลิ่นของทอดเธอจะคลื่นไส้และอาเจียนทุกครั้ง"อุ๊บ อ๊วก" มิวที่กำลังทำอาหารเช้าให้เขาอยู่ จู่ๆก็เกิดอาการคลื่นไส้จึงวิ่งไปโก่งคออาเจียนลงในอ่างล้างจาน จนหน้าดำหน้าแดงปริ๊นซ์ที่อยู่ในชุดสูทหรูสีดำก้าวลงบันไดมา เมื่อได้ยินเสียงอาเจียนของหญิงสาวจึงรีบเข้ามาดู เมื่อเห็นว่าเธออาเจียนอยู่ก็รีบเข้ามาลูบแผ่นหลังบางให้เธอพร้อมกับรวบผมของเธอมาไว้ด้านหลัง"แค่ก แค่ก""ไปหาหมอไหม เดี๋ยวฉันพาไป""ไม่เป็นไรค่ะ มิวไม่ได้เป็นอะไรมาก" เธอผละออกจากอ่างล้างจานแล้วพูดกับคนตัวสูงด้วยท่าทีอ่อนแรง"ไม่เป็นอะไรมากไ
"ตอบปรายมาสิปริ๊นซ์ อย่าเอาแต่เงียบ" ปรายถามคาดคั้นอยากได้ยินคำตอบที่เขาบอกว่าอยากแต่งงานกับเธออย่างเช่นเจ็ดปีที่ผ่านมา"ปริ๊นซ์ยังตอบอะไรปรายตอนนี้ไม่ได้ รอให้ปริ๊นซ์ถอนหมั้นกับมิวก่อนก็แล้วกัน แล้วปริ๊นซ์จะบอกปรายเอง" เขาเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกหนักใจ"เอางั้นก็ได้" เมื่อได้ยินที่เขาบอกจะถอนหมั้นเธอก็ใจชื้นขึ้นมาทันที"งั้นปริ๊นซ์ขอทำงานก่อนนะ" ว่าแล้ว ใบหน้าหล่อก็ก้มหน้าจัดการเซ็นอนุมัติงบประมาณนำเข้ารถหรูล๊อตใหม่มูลค่าหลายร้อยล้านบาท แต่ทว่าในใจคิดไปถึงแต่คนตัวเล็กอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งตอนเย็นเขาก็ไปส่งปรายที่คอนโดแล้วกลับบ้านไป เมื่อเข้ามาภายในบ้านแล้วไม่เห็นหญิงสาว มือหนาก็หยิบโทรศัพท์ยี่ห้อดังออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดโทรออกหาเธอตู๊ด~'อยู่ไหน' ทันทีที่มิวกดรับสายเสียงทุ้มเข้มที่เจือไว้ด้วยอารมณ์เคืองขุ่นก็ถามออกไปทันที'มิวกำลังอยู่บนรถค่ะ''รถอะไร''รถจอมทัพค่ะ''นี่เธอ!' เขาหลุดเสียงตะคอกออกไป พลางมือหนากำโทรศัพท์แน่นด้วยอารมณ์คุกรุ่น'มิววางสายแล้วนะคะ''กลับมาถึงบ้านเธอได้ขาถ่างแน่มิว' เขาพูดน้ำเสียงลอดไรฟันแบบคาดโทษ จากนั้นนิ้วหนาก็กดวางสายแล้วสาวเท้าไปหยิบเหล้าราคาแพงท
สองเดือนผ่านไปผ่านมาสองเดือนแล้วกับการที่เอริคกับออมเป็นFWBกัน วันนี้เขาโอนเงินให้เธอเจ็ดหมื่นบาท จากนั้นจึงส่งข้อความไปหาเธอเอริค : มาหาฉันที่ห้องตอนเย็นออม : ออมไม่สบายค่ะเอริค : เป็นอะไรออม : มีไข้และปวดหัวค่ะเอริค : หายป่วยก็บอกฉันด้วยออม : ค่ะเขากดออกจากแอปไลน์แล้วส่งข้อความไปหารุ่นน้อ
ห้าเดือนผ่านไปเพ้นท์เฮาส์ห้องนอนหลังจากที่ทั้งสองทำกิจกรรมรักจนเสร็จไปสองรอบ ร่างสูงก็ลุกจากเตียงแล้วหยิบกางเกงขึ้นมาสวม คนตัวเล็กจัดการใส่เสื้อผ้าแล้วจะออกไปจากห้องนอนเพื่อจะกลับหอพัก ทว่า“อย่าเพิ่งไป”“พี่มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอหันถามพร้อมคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เพราะที่ผ่านมาถ้าเสร็จเรื่องอย่า
คอนโดร่างสูงลงจากรถอย่างรวดเร็วแล้วเดินมากระชากประตูฝั่งที่เธอนั่ง ก่อนจะจับข้อมือเล็ก เขาพาเธอขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดที่เป็นเพ้นท์เฮาส์ของเขาเพ้นท์เฮาส์“ถ้าเธออยากให้หายจากอาการที่เป็นอยู่ตอนนี้ ฉันกับเธอก็ต้องเอากัน”“ฮ ฮะ!” เธอเบิกตากว้างอย่างตื่นตกใจ“ตอนนี้ร่างกายของเธอต้องการเซ็กส์ เพราะงั
เอริค อายุ25ปี สูง 186 CMนักศึกษาคณะบริหาร ปี4หล่อ รวย ครอบครัวมีหุ้นส่วนกับโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง และมีธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อชื่อดังหลายพันสาขาทั่วประเทศ และในต่างประเทศเคยเรียนคณะนิติศาสตร์ เพราะพ่ออยากให้เป็นผู้พิพากษา เรียนได้2ปี เมื่อรู้ว่าไม่ชอบสายนี้จึงซิ่วมาเรียนบริหารออม อายุ22ปี ส







